เรื่องย่อ
เมื่อแม่อยากได้ลูกสาวเพื่อนรักมาเป็นสะใภ้ใหญ่ จึงวางแผนให้เธอเข้ามาเรียนรู้งานในตำแหน่งผู้ช่วยฝึกหัดของลูกชายตัวเอง เพื่อใช้ความน่ารักสดใสของเธอ พิชิตหัวใจผู้ชายเย็นชาอย่างเขา
ทดลองอ่าน
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง
“นี่หนูพราวดาว พึ่งเรียนจบมาหมาดๆเลยนะลูก ทิมจำน้องได้ไหม?” นางหันกลับมาโอบไหล่คนที่ยืนอยู่ข้างกัน
มือเรียวยกขึ้นพนมไหว้ พร้อมระบายยิ้มแสนสดใสออกมา “สวัสดีค่ะพี่ทิม”
ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองสบประสานดวงตากลมโตใสแป๋ว … เขาเคยรู้จักยัยเฉิ่มนี่ด้วยเหรอ แล้วทำไมไม่มีภาพจำเกี่ยวกับเธอคนนี้เลย
คุณหญิงกัลยาสังเกตเห็นใบหน้าของพราวดาวเริ่มถอดสี ก็แน่แหละถูกมองด้วยสายตาเยือกเย็นแบบนั้น ถ้ามองนานกว่านี้ มีหวังอีกคนหลอมละลาย “ไร่พรรณนิภา ที่เราเคยไปพักช่วงลูกปิดเทอมไง” นางเอ่ยอธิบายเพิ่มเติมเพื่อทำลายความเงียบ
เด็กป้อมในวันนั้น กลายเป็นยัยเฉิ่มในวันนี้ เขาจำเธอได้แล้ว!
1บทที่ 1 2 นาที
“ลูกชายแม่ เป็นอย่างไงบ้าง” คุณหญิงกัลยาระบายยิ้มกว้าง เอ่ยทักทายลูกชายคนโตทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในห้อง
“สวัสดีครับ” ปากทักทายผู้เป็นแม่ ทว่าสายตาแอบชำเลืองมองคนที่ยืนอยู่ข้างนาง
“ทำไมต้องทำหน้างงๆ แบบนั้น …ก็ทิมไม่กลับบ้านเกือบจะสามเดือนแล้วนะ แม่แค่อยากมาเจอลูกบ้าง” หญิงสูงวัยยกยิ้มมุมปากอย่างมีนัย
ทิมณภัทรดึงสายตากลับมามองแม่ ถ้าไม่มีแผนอะไร คนอย่างคุณหญิงกัลยาจะไม่มาเหยียบออฟฟิศเขาเด็ดขาด
“ทิม… แม่มีอะไรให้แกช่วย”
นั้นไง … ผิดคาดที่ไหน
“แม่อยากให้ทิมสอนงานน้อง …นี่หนูพราวดาว น้องเพิ่งจะเรียนจบมาหมาดๆเลยนะลูก ทิมจำน้องได้ไหม” นางหันกลับมาโอบไหล่คนที่ยืนอยู่ข้างกัน
มือเรียวยกขึ้นพนมไหว้ พร้อมระบายยิ้มแสนสดใสออกมา “สวัสดีค่ะพี่ทิม”
ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองสบประสานดวงตากลมโตใสแป๋ว … เขาเคยรู้จักยัยเฉิ่มนี่ด้วยเหรอ แล้วทำไมไม่มีภาพจำเกี่ยวกับเธอคนนี้เลย
คุณหญิงกัลยาสังเกตเห็นใบหน้าของพราวดาวเริ่มถอดสี ก็แน่แหละถูกมองด้วยสายตาเยือกเย็นแบบนั้น ถ้ามองนานกว่านี้ มีหวังอีกคนหลอมละลาย “ไร่พรรณนิภา ที่เราเคยไปพักช่วงลูกปิดเทอมไง” นางขยายความ
เด็กป้อมในวันนั้น กลายเป็นยัยเฉิ่มในวันนี้ … เขาจำเธอได้แล้ว!
ไร่พรรณนิภา ไร่ชาเล็กๆทางภาคเหนือ เป็นเสมือนบ้านพักตากอากาศหลังที่สองของครอบครัว สหรัฐโรจน์ ทุกปิดเทอมใหญ่ คุณหญิงกัลยาจะพาลูกๆเดินทางไปพักผ่อนที่ไร่ของเพื่อนสนิทนาง ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของทุกปีเลยก็ว่าได้
ทิมณภัทรเป็นเด็กเงียบขรึม ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการฟังเพลง และอ่านหนังสือ แม้จะเป็นช่วงปิดเทอมก็ตาม แตกต่างจากน้องๆโดยสิ้นเชิง พวกเขามักจะใช้เวลาหมดไปกับการวิ่งเล่นกับเด็กป้อม
สิ่งเดียวที่ทิมณภัทรจำได้เกี่ยวกับไร่พรรณนิภาคือธารน้ำใสๆที่แวดล้อมไว้ด้วยชาเขียว
กว่าสิบปีแล้วที่ไม่ได้กลับไปที่นั่นอีกเลย หลังจากเรียนจบ เขาก็ได้ขึ้นบริหารงานแทนคุณพ่อวัยเกษียณทันที
ทิมณภัทรเรียนจบด้านบริหารธุรกิจจากต่างประเทศ
“เย็นนี้เจอกันที่บ้าน ดินเนอร์เริ่มหกโมงครึ่งนะลูกชาย พรุ่งนี้ค่อยให้น้องมาเริ่มงาน” คุณหญิงกัลยาเอ่ยสรุปเองเสร็จสรรพ แล้วรีบผลักประตูเดินออกไปเลย โดยไม่เปิดโอกาสให้ลูกชายได้พูดอะไร
หญิงสาวส่งยิ้มน่ารักให้คนหน้านิ่ง แล้วหมุนตัวเดินตามหลังคุณหญิงกัลยาออกไปเช่นกัน
ทิมณภัทรมองตามสองหญิงต่างวัยด้วยสีหน้ามึนงง เขาไปตกลงว่าจะสอนงานให้ยัยเฉิ่มตอนไหนกันเนี่ย
2บทที่ 2 4 นาที
@บ้านสหรัฐโรจน์
“พี่ทิม คิดถึงจังเลยค่าาา…” ฟ้าลัดดาน้องเล็กของบ้าน ยันกายลุกขึ้น เอียงหน้าซบลงที่ไหล่ของพี่ชายอย่างออดอ้อน
“เป็นไงบ้างตัวเล็กของพี่” คนพี่เอื้อมมือมาขยี้ผมน้องสาวเบาๆ แม้ปีนี้ฟ้าลัดดาจะอายุย่างเข้า 22 แล้ว แต่เธอยังเป็นน้องน้อยสำหรับเขาเสมอ ชายหนุ่มชำเลืองไปมองสาวหน้าจืดที่กำลังส่งยิ้มเจื่อนๆมาให้เขาแวบหนึ่ง ทว่าเขาก็ไม่ได้ยิ้มตอบ แต่กลับมองเธอด้วยสายตาเย็นยะเยียบ
พราวดาวรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง สายตาเขาดุเกินต้าน
“คุณพี่ชายหาทางเข้าบ้านเจอในที่สุด” ปกรณ์น้องชายอีกคนเอ่ยขึ้นเชิงประชดพลางทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะหันไปยิ้มทักทายพราวดาวบ้าง
หญิงสาวก็ส่งยิ้มน่ารักกลับมาให้ ทั้งสองมีโอกาสได้ถามสารทุกข์สุกดิบกันตั้งแต่วันที่พราวดาวย้ายเข้ามาพักที่บ้านสหรัฐโรจน์ เมื่อสองวันก่อนหน้าแล้ว
“นายก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก” คนพี่เพียงยักคิ้วให้ ไม่ใช่เขาคนเดียวที่ไม่ค่อยกลับบ้าน ไอ้น้องตัวแสบก็เหมือนกันนั่นแหละ
ปกรณ์ไหวไหล่เล็กน้อย ก็เขางานยุ่งนี่น่า
“มาทานข้าวกันได้แล้วเด็กๆ วันนี้แม่ให้ป้าสายเตรียมเมนูโปรดไว้สำหรับทุกคนเลยนะ”
บทสนทนาของสองหนุ่มจบลงเมื่อเสียงของคุณหญิงกัลยาดังขึ้น จากนั้นทุกคนย้ายตัวเองไปยังโต๊ะอาหาร
คุณวิศรุตประมุขใหญ่ของบ้าน นั่งรอที่หัวโต๊ะเรียบร้อยแล้ว สายตามองไปยังลูกๆด้วยความปลาบปลื้มใจ ลูกชายคนโตสานต่อธุรกิจครอบครัวแบบไม่ขาดตกบกพร่อง ลูกชายคนรองก็กำลังประสบความสำเร็จในธุรกิจไอทีที่เจ้าตัวถนัด ส่วนลูกสาวคนเล็กก็พึ่งจบการศึกษามาหมาดๆ เตรียมพร้อมช่วยงานพี่ชายเต็มที่ ไม่มีอะไรที่ทำให้ชายวัยเกษียณสุขใจไปได้มากกว่านี้แล้ว
“หนูพราวมานั่งข้างพี่ทิมสิลูก” คุณหญิงกัลยาเอียงหน้าไปบอกพราวดาว
เจ้าของชื่อพยักหน้ายิ้มๆแทนคำตอบ มือเล็กเลื่อนเก้าอี้ออกด้วยท่าทีประหม่าเก้ๆ กังๆ… เป็นอะไรไม่รู้ อยู่ๆเธอก็รู้สึกร้อนวาบ หัวใจเต้นรัวเร็ว
ปกรณ์ยกยิ้มมุมปากนิดๆ เงยขึ้นมองพี่ชายที่นั่งหน้านิ่งอยู่ตรงข้ามกับเขา คุณชายเย็นชาของบ้าน กำลังจะโดนคลุมถุงชนแบบไม่รู้ตัว แม่อยากได้ลูกสาวเพื่อนรักมาเป็นสะใภ้มากแค่ไหน ทำไมคนฉลาดอย่างเขาจะไม่รู้
ปกรณ์ออกแนวเพลย์บอย รูปร่างหน้าตาดี ดีกรีนักเรียนนอก มีเพื่อนหญิงในสต๊อกมากมาย คบๆเลิกๆ คุณหญิงกัลยาไม่ค่อยจะห่วง นิสัยแบบนี้คงจะเจอคนรู้ใจเข้าสักวัน ต่างจากพี่คนโต อายุจะย่างเข้าเลขสามแล้ว สาวไม่ยุ่งมุ่งแต่ทำงาน ถ้านางไม่ทำอะไรสักอย่าง มีหวังลูกชายได้ครองโสดไปตลอดชีวิต
“ตอนนี้หนูพราวมาพักที่บ้านเรา น้องจะเข้าไปเรียนรู้งานด้านบริหาร ไปเป็นผู้ช่วยของลูก ส่วนยัยฟ้าขอไปฝึกงานกับแผนกออกแบบตกแต่ง ทิมให้ผู้ช่วยลูกจัดการแล้วกันนะ” คุณหญิงกัลยาว่า
ทิมณภัทรทำได้เพียงพยักหน้าตกลง มารดาไม่ใช่คนเผด็จการแต่อย่างใด ทว่าหากนางต้องการอะไร ทุกคนต้องทำตามเสมอ
“ยัยพราว แกตื่นเต้นเหมือนฉันไหม” ฟ้าลัดดาเอ่ยถามพราวดาวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
พราวดาวระบายยิ้มบางๆ รู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่จะตอบคำถามนี้ “ตื่นเต้นสิ” เธอตอบแบบไม่เต็มเสียงมากนัก เพราะรู้ดีว่าถ้าแม่ตัวเองไม่ใช่เพื่อนสนิทของคุณหญิงกัลยา เธอคงไม่มีโอกาสได้เข้ามาเรียนรู้งานกับบริษัทใหญ่โตแบบนี้หรอก
คุณวิศรุตเพียงนั่งทานข้าวเงียบๆ เรื่องในบ้านท่านปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเมียรักมาตั้งนานแล้ว
“วันนี้ไม่ต้องกลับคอนโดนะทิม พรุ่งนี้จะได้พาน้องเข้าบริษัทด้วยเลย”
เป็นอีกครั้งที่ทิมณภัทรทำได้เพียงพยักหน้ารับ ใบหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นหนักใจ จนพราวดาวจับสังเกตได้
“คุณป้าคะ พราวไปพร้อมกับยัยฟ้าก็ได้” พราวดาวเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเกรงใจ
“นั่นนะสิคะคุณแม่” ฟ้าลัดดาเห็นพ้อง เธอไม่อยากแยกห่างจากเพื่อน
“ให้พราวไปกับทิมนั่นแหละ จะได้คุ้นเคยกัน ทำงานจะได้ไม่ประหม่า ทิมสะดวกใช่ไหมลูก… ป้าสายเอาของหวานมาเสิร์ฟได้เลยจ้ะ” ออกคำสั่งเสร็จสรรพก็หันไปคุยกับแม่บ้าน โดยไม่รอฟังคำตอบจากลูกชายเลย
คุณวิศรุตที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างนึกขำ ปกรณ์เอียงคอไปมองพี่ชาย มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย งานนี้คุณหญิงกัลยาเอาจริง
“ครับคุณแม่” ทิมณภัทรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าแววตาเคร่งขรึม… ผมจะต้องดูแลยัยเฉิ่มนานแค่ไหนกัน ประโยคนี้เขาไม่ได้พูดออกไปหรอก
พราวดาวดึงสายตาจากใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึม กลับมามองอาหารตรงหน้าแทน ท่าทีของพี่ทิมที่แสดงออกมา ชัดเจนเหลือเกินว่าเขาไม่ชอบเธอเป็นอย่างมาก
3บทที่ 3 6 นาที
สองอาทิตย์ผ่านไป…
@บริษัทสหรัฐโรจน์
“กาแฟมาแล้วค่ะพี่ทิม”
เสียงหวานสดใส ทำให้เจ้าของชื่อเงยขึ้นมา สายตาคู่คมไล่มองสำรวจคนตัวเล็กตรงหน้าอยู่นานหลายนาที พราวดาวมีรูปร่างบอบบาง ผิวขาวเนียน ใบหน้าเรียวเล็กจิ้มลิ้ม จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่มอมชมพู มัดผมหางม้ามาทำงานทุกวัน กระโปรงยาวๆ เสื้อแขนพองๆ ที่เธอชอบใส่ ทำให้เธอดูเฉิ่มเชยเป็นเอกลักษณ์ นี่เป็นการแต่งตัวสไตล์วินเทจหรือเปล่า เขาเองก็ไม่รู้ …
ผ่านไปสองอาทิตย์ ทิมณภัทรได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น พราวดาวประหม่าน้อยลงเวลาที่อยู่ใกล้เขา ท่าทางเก้ๆกังๆก็ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว จากที่ได้ร่วมงานกัน ทำให้เขาได้รู้ว่าเธอเป็นคนหัวไว เรียนรู้งานได้เร็วมาก พูดจาฉะฉาน ร่าเริงสดใส เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดี สิ่งเดียวที่ยังไม่เปลี่ยนคือการแต่งตัวสไตล์เฉิ่มเชยของเธอนั่นแหละ
“พี่ทิมคะ… พี่ทิม!” พราวดาวเรียกซ้ำ เมื่อเห็นคนหล่อเอาแต่นั่งทำหน้าขรึม มองมาที่เธอด้วยแววตาราบเรียบ จนยากที่จะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ทิมณภัทร สหรัฐโรจน์ มีรูปร่างสูงกำยำ ส่วนสูงน่าจะประมาณ 187 เซนติเมตร ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย คิ้วเข้มรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวยได้รูป ดูมีเสน่ห์สุดๆ แม้จะพูดน้อยไปนิด เคร่งขรึมไปหน่อย แต่ก็ดูอบอุ่นมากๆ สำหรับเธอแล้วทิมณภัทรคือชายในฝันที่ไม่มีใครมาแทนที่ได้เลย
พราวดาวแอบรักพี่ชายของเพื่อนสนิทมาตั้งแต่ตอนไหน เธอเองก็จำไม่ได้หรอก รู้แต่ว่าทุกครั้งที่มีโอกาสได้เจอกัน ได้อยู่ใกล้ๆ เธอรู้สึกประหม่า หัวใจเต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ เมื่อคุณหญิงกัลยาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแม่เธอ ยื่นข้อเสนอให้มาเรียนรู้งานกับพี่ทิม พราวดาวตกลงทันที เพราะมันเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ใกล้ชิดกับชายในฝันของเธอ ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังจะมีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากผู้บริหารเก่งๆอย่างเขา เพื่อไปสานต่อธุรกิจครอบครัวตัวเอง พราวดาวเรียนจบมาทางด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆของเมืองไทยด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง
“ตอนบ่ายโมง พี่มีนัดคุยงานกับลูกค้า งานนี้พราวต้องออกไปกับพี่ด้วยนะครับ”
น้ำเสียงทุ้มละมุนฟังรื่นหูทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ “คะ พี่ทิม “ พราวดาวเอ่ยตอบ พร้อมส่งยิ้มน่ารักให้ แต่ใบหน้าหล่อคมของเขายังคงนิ่งเรียบ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาเช่นเคย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยหญิงวัยกลางคนรูปร่างสูงเพรียวเดินเข้ามาในห้อง “คุณพราวคะ พี่ได้เตรียมเอกสารและสัญญาไว้ให้แล้วนะคะ” มาลินี ผู้ช่วยมือขวาของทิมณภัทรเดินเข้ามาพร้อมเอกสารปึกใหญ่ในมือ
“ขอบคุณมากคะพี่นี” พราวดาวยิ้มกว้าง มือเล็กยื่นออกไปรับเอกสารมาถือไว้ มาลินีเป็นอีกคนที่คอยช่วยเหลือในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ไม่เว้นเรื่องส่วนตัวของนายใหญ่ที่นี้ พี่ทิมของเธอชอบดื่มกาแฟแบบไหน ชอบกินอะไร ไม่ชอบกินอะไร มาลินีรายงานละเอียดยิบ สองอาทิตย์กับการทำงานที่นี่ทุกอย่างราบรื่นดีมาก เพราะนอกจากมาลินีแล้ว เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆก็น่ารักกับเธอ
หลังจากคุยกับเจ้านายหน้านิ่งเสร็จ พราวดาวก็ขอตัวออกมาทำงานต่อ…
บ่ายวันเดียวกัน
@มุมกาแฟ
“ได้ข่าวว่าจะไปเดตกับพี่ชายฉันเหรอ เดตเสร็จก็ให้พี่ชายฉันไปส่งที่บ้านนะ ห้ามแวะที่ไหนเด็ดขาด” ฟ้าลัดดาเอ่ยแซวเพื่อนทีเล่นทีจริง ก่อนที่จะยกแก้วกาแฟตรงหน้าขึ้นมาจิบ ช่วงพักเบรกแบบนี้ เธอมักจะข้ามแผนกมานั่งคุยกับเพื่อนสาวเกือบทุกวัน
“ยัยฟ้า… เดี๋ยวคนอื่นก็มาได้ยินหรอก ไปเดตที่ไหนกัน…ไปคุยงานกับลูกค้าต่างหากล่ะ” พราวดาวเอ่ยปากปรามเพื่อนเบาๆ
ฟ้าลัดดาปล่อยเสียงหัวเราะพึงพอใจออกมาเมื่อเห็นเพื่อนสาวหน้าแดงจัด “แกเดินหน้าเปิดเกมรุกให้เต็มที่เลยนะ ได้โอกาสออกไปสองต่อสองแบบนี้ ”
“จะให้รุกแบบไหนวะ…เย็นชาขนาดนั้น” พราวดาวตอบทันควัน
“ใครเย็นชา?”
เสียงทุ้มเข้มจากด้านหลังดังขึ้น สองสาวได้แต่นั่งนิ่งมองหน้ากัน พราวดาวรีบยกน้ำเปล่าตรงหน้าขึ้นมาดื่มแก้เก้อ
“น้องพราวครับ … เอกสารที่พี่ให้เตรียม เสร็จหรือยัง?” ทิมณภัทรถามถึงเอกสารที่จะเอาไปใช้คุยงานกับลูกค้าบ่ายนี้แหละ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” พราวดาวตอบแบบไม่กล้ามองสบตาเขา
เมื่อได้คำตอบจากผู้ช่วยจำเป็น ทิมณภัทรก็หันไปถามน้องสาวต่อ “งานเราเสร็จแล้วเหรอยัยฟ้า ถึงได้ข้ามแผนกมานี่?”
“เดตให้สนุกนะคะ” ฟ้าลัดดาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากวนๆ ชำเลืองมองเพื่อนสลับกับพี่ชายอย่างอารมณ์ดี
ทิมณภัทรส่ายหน้านิดๆ พลางก้มมองนาฬิกาสีดำเรือนหรูที่อยู่บนข้อมือตัวเอง แล้วหมุนตัวเดินออกไปเลย พราวดาวยันกายลุกขึ้น หยิบแฟ้มเอกสาร แล้วรีบเดินตามหลังออกไป
ภายในรถหรูที่กำลังเคลื่อนไปข้างหน้า มีเพียงเสียงเพลงเปิดคลอเคลียเบาๆ “นี่ไม่ใช่การไปเดต เราไปคุยงานกับลูกค้า” ทิมณภัทรเอ่ยลอยๆ
น้ำเสียงเรียบนิ่ง สีหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ของเขา ทำให้พราวดาวรู้สึกเสียวสันหลังวาบ “พราวทราบค่าาา” เธอลากเสียงยาว
“แม่พี่อยากได้น้องพราวมาเป็นลูกสะใภ้…เรื่องนี้ก็ทราบใช่ไหม?”
ย้อนไปสองอาทิตย์ก่อน ทิมณภัทรบังเอิญไปได้ยินแม่เขาคุยกับแม่เธอ แม้ทั้งสองจะสนทนากันทางโทรศัพท์ แต่เขาก็จับใจความได้ว่า พวกนางจงใจส่งพราวดาวมาใกล้ชิดกับเขา
คำถามของคนหน้านิ่ง ทำให้พราวดาวช็อกเบาๆ “พราวทราบค่ะ”
“ทราบ … แต่ยอม?” คิ้วเข้มได้รูปเลิกขึ้นสูง
“พราวอยากรู้จักพี่ให้มากขึ้น ผิดด้วยเหรอคะ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องจบที่การแต่งงานกันสักหน่อย…” คุณหญิงกัลยาอยากให้เธอมาทำความรู้จักกับทิมณภัทรให้มากขึ้น ข้อนี้เธอรู้ดี
ยัยเฉิ่มกล้ายอมรับกับเขาตรงๆ งั้นเรื่องที่เธอแอบชอบเขามาตั้งแต่เด็กๆก็น่าจะเป็นความจริง…มิน่าล่ะเด็กป้อมที่ชอบถักเปียสองข้าง ใส่เสื้อแขนตุ๊กตา สวมกระโปรงยาวๆ จึงพยายามเข้าหาเขาทุกครั้งที่มีโอกาส
“พี่ไม่อยากทำความรู้จักกับใคร…”
ทิมณภัทรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มเย็นยะเยียบ จนคนฟังรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง …
สายตาเรียบนิ่งเย็นชาและแฝงไปด้วยความว่างเปล่า ทำให้พราวดาวตัดสินใจถามอย่างตรงไปตรงมา “เคยอกหัก เลยเข็ดกับความรัก?”
“พี่แค่ไม่อยากมีใคร…”
พราวดาวได้แต่นั่งหน้าชา กะพริบตาถี่ ๆ หญิงสาวไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เธอเลือกที่จะนั่งเงียบๆ ตลอดการเดินทาง
4บทที่ 4 3 นาที
พอมาถึงสถานที่นัดหมาย ก็เห็นลูกค้าคนสำคัญนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เธอคนนี้ชื่อหยาดณภาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่ของบริษัทสหรัฐโรจน์ หญิงสาวดูสนิทสนมกับทิมณภัทรมากกว่าลูกค้ารายอื่นๆ ชายหนุ่มเองก็ดูยิ้มแย้มกับเธอคนนี้มากเป็นพิเศษ มาดนิ่งก่อนหน้าหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ พราวดาวลอบมองคู่สนทนาของเจ้านายหนุ่มอยู่เนื่องๆ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยและเซ็กซี่มากๆ เธอดูดีไปเสียทุกอย่าง ดีเสียจนสามารถทำให้คนหน้านิ่งอย่างทิมณภัทรนั่งยิ้มไม่หุบ
ทั้งสองคุยกันอย่างออกรสอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเริ่มคุยธุรกิจกันจริงจัง …
“หยาดดีใจมากนะคะ ที่ได้ร่วมงานกับคนเก่งๆอย่างพี่” สาวสวยเอ่ยขึ้น หลังจากที่ได้ลงนามในเอกสารทุกฉบับเรียบร้อยแล้ว
“เช่นเดียวกันครับ” คนหล่อเอ่ยตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
พราวดาวเม้มปากอย่างหมั่นไส้ ทีกับเธอทำหน้าบึ้งตึงใส่ตลอดเวลา เลือกปฏิบัติเสียจริงพ่อคุณ
“พี่ทิมค่ะ เย็นนี้ว่างไหม ไปแฮงค์เอ้าท์กันดีกว่า หยาดคิดถึงอะ …” เธอส่งยิ้มหวานให้ทิมณภัทรอีกแล้ว
“ได้ครับ เดี๋ยวพี่ไปรับนะ” เขาตอบแบบไม่คิด
“งั้นเจอกันตอนเย็นนะคะพี่ทิม” รอยยิ้มพึงพอใจผุดพรายขึ้นบนใบหน้าสวย
เป็นอีกครั้งที่พราวดาวเม้มปากข้าหากันจนแน่นจนแก้มป่องพองลมออกมา
เสร็จจากคุยงานกับลูกค้าคนสำคัญ ทิมณภัทรก็พาพราวดาวกลับบ้าน
“ถ้าพี่ทิมมีนัด จอดตรงป้ายรถเมล์ตรงหน้าก็ได้นะคะ พราวจะนั่งแท็กซี่กลับเอง” พราวดาวเอ่ยขึ้น เขาพึ่งบอกกับเธอไปหยกๆ ว่า ‘ไม่อยากทำความรู้จักกับใคร’ พอเห็นสาวสวยหน่อยไม่ได้ … “พี่จะไปรับ” คิดแล้วก็นึกน้อยใจสิ้นดี
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าสู่เส้นทางกลับบ้าน สายตาคมมองนิ่งไปข้างหน้า โดยไม่ได้โต้ตอบคนข้างกายเลย ทิมณภัทรเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงมาก ไม่ชอบความวุ่นวายกับใคร จึงเลือกที่จะอยู่คอนโดคนเดียว นานๆจะกลับไปเยี่ยมคุณหญิงกัลยา ทั้งๆที่บ้านกับคอนโดก็ไม่ได้อยู่ไกลกันเลย
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงทั้งสองก็มาถึงจุดหมาย ประตูบ้านหลังใหญ่ถูกเปิดออกด้วยรีโมทอัตโนมัติ บ้านของคุณหญิงกัลยาบรรยากาศร่มรื่น สดชื่นสุดๆ เพราะนางปลูกดอกไม้นานาชนิดไว้รอบบ้าน
พราวดาวก้าวขาลงมาจากรถ ยืนมองคนหน้านิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะเอ่ยปากพูด “ขอบคุณมากค่ะพี่ทิม แฮ้งท์เอ้าท์ให้สนุกนะคะ”
น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความน้อยใจ ทำให้คนหล่อสาดสายตาไปมองใบหน้าง้ำงอนั่นอย่างนึกขำ เธอคงกำลังน้อยใจเขาอยู่สินะ … แล้วเขาผิดอะไร ขนาดยังไม่ได้เป็นอะไรกัน อีกคนยังกล้างอน …
“ครับ…พี่กลับเลยนะ” พอพูดจบ ทิมณภัทรก็รีบปิดกระจกแล้วขับรถออกไปเลย
ชอบไหม อ่านต่อได้ที่






