เรื่องย่อ

ล้อมดาวเป็นหุ้นส่วนกับภาณุวัฒน์ เขาต้องสอนงานให้เธอ ทว่าเขากลับแกล้งเธอสารพัด

ทดลองอ่าน

100%
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง

ป่ะ น้าจะพาเข้าไปทำความรู้จักกับพี่วัฒน์ คนที่จะสอนงานให้หล่อน”

ล้อมดาวพยักหน้า เธอเคยคุยโทรศัพท์กับพี่วัฒน์ครั้งหนึ่ง พี่เขาปากร้ายไม่เบา ดูสิตัวจริงจะเป็นอย่างไร

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ภาณุวัฒน์ก็เหลือบไปมองเวลาบนหน้าจอมอนิเตอร์ สักพักคนที่นัดกันไว้ก็เดินเข้ามาในห้อง

“วัฒน์ …น้าพายัยล้อมมาส่ง”

ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมา สายตาพลันเหลือบไปเห็นผู้หญิงหน้าตาคุ้นๆ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เป็นไปได้อย่างไร!

“วัฒน์ …นี่ล้อมดาว” ปัทมาแนะนำอีกครั้ง

ภาณุวัฒน์ยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง ล้อมดาวคือผู้หญิงที่เขา ‘มีอะไรด้วย’ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงขายบริการ!

“ยัยล้อม สวัสดีพี่วัฒน์สิ” ปัทมาสะกิดแขนหลานสาว

คนที่กำลังยืนแน่นิ่งเหมือนเครื่องค้างสะดุ้งโหยง

“สวัสดีค่ะ” เสียงประหม่าเอ่ยทักทาย สายตาหลุบมองต่ำ เธอจำหน้าเขาได้ขึ้นใจ และคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันลืม

“สวัสดีครับน้องล้อม ได้เจอกันเสียทีนะ” ภาณุวัฒน์พยายามปรับสีหน้าให้ดูเรียบเฉยราวกับไม่เคยเจอเธอมาก่อนในชีวิต อีกฝ่ายฝืนยิ้ม

1บทที่ 16 นาที

@บริษัทจิตดีออร์แกนิค

“น้าปัทแจ้งกับพนักงานแล้วใช่ไหมคะว่าหนูเป็นแค่เด็กฝึกงานมาจากบ้านนอก ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทนี้แต่อย่างใด” ล้อมดาวถามน้าสาวอีกครั้ง เธอยังไม่อยากเปิดเผยสถานะที่แท้จริงของตัวเอง

“จ้า พนักงานทุกคนรับรู้แล้ว หล่อนสบายใจได้เลย”

ล้อมดาวยิ้มพอใจ ที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอเป็นหนึ่งในเจ้าของบริษัทนี้ เพราะเธออยากได้ประสบการณ์ในฐานะเด็กฝึกงานจริงๆ

เธอไม่ได้มีจุดประสงค์เล่นเกมซ่อนฐานะเหมือนในละครคุณธรรมแต่อย่างใด

“ป่ะ น้าจะพาเข้าไปทำความรู้จักกับพี่วัฒน์ คนที่จะสอนงานให้หล่อน”

ล้อมดาวพยักหน้า เธอเคยคุยโทรศัพท์กับพี่วัฒน์ครั้งหนึ่ง พี่เขาปากร้ายไม่เบา ดูสิตัวจริงจะเป็นอย่างไร

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ภาณุวัฒน์ก็เหลือบไปมองเวลาบนหน้าจอมอนิเตอร์ สักพักคนที่นัดกันไว้ก็เดินเข้ามาในห้อง

“วัฒน์ …น้าพายัยล้อมมาส่ง”

ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมา สายตาพลันเหลือบไปเห็นผู้หญิงหน้าตาคุ้นๆ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เป็นไปได้อย่างไร!

“วัฒน์ …นี่ล้อมดาว” ปัทมาแนะนำอีกครั้ง

ภาณุวัฒน์ยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง ล้อมดาวคือผู้หญิงที่เขา ‘มีอะไรด้วย’ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงขายบริการ!

“ยัยล้อม สวัสดีพี่วัฒน์สิ” ปัทมาสะกิดแขนหลานสาว

คนที่กำลังยืนแน่นิ่งเหมือนเครื่องค้างสะดุ้งโหยง

“สวัสดีค่ะ” เสียงประหม่าเอ่ยทักทาย สายตาหลุบมองต่ำ เธอจำหน้าเขาได้ขึ้นใจ และคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันลืม

ใครบอกว่า ‘เรื่องบังเอิญ’ ไม่มีอยู่จริง เธอจะเถียงหัวชนฝา เอาให้ตายกันไปข้าง

กรุงเทพฯออกจะกว้างใหญ่ ผับบาร์มีเป็นพันเป็นหมื่น ดันโคจรไปเจอกับ ‘อิตานี่’ บ้าซะมัด!

“วัฒน์!” ปัทมาเรียกเสียงดัง นั่งอ้าปากค้างอยู่ได้ เป็นอะไรของเขา

“สวัสดีครับน้องล้อม ได้เจอกันเสียทีนะ” ภาณุวัฒน์พยายามปรับสีหน้าให้ดูเรียบเฉยราวกับไม่เคยเจอเธอมาก่อนในชีวิต อีกฝ่ายฝืนยิ้ม

“เด็กๆ น้ามีนัดกับลูกค้า น้าต้องไปแล้ว คุยกันต่อเองนะ” พอทำหน้าที่เสร็จ ปัทมาก็ปลีกตัวไปทำงาน

“เรามีเรื่องที่จะต้องตกลงกันก่อน” เมื่อในห้องเหลือเพียงสองคน เขาก็รีบบอกเธอ

“ว่ามาเลย” ใบหน้าเรียวรูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย

“คืนนั้นพี่เข้าใจผิด คิดว่าล้อมเป็นผู้หญิงที่พี่นัดไว้ ส่วนหนึ่งมาจากความสะเพร่าของล้อมเองที่เดินทะเล่อทะล่าเข้าไป ทั้งที่มีป้ายบอกชัดเจน” ภาณุวัฒน์เปิดบทสนทนาด้วยการตำหนิ

ล้อมดาวอ้าปากค้าง คนพาลกำลังจะโยนความผิดให้เธอ

“ล้อมก็ไม่ใช่เด็กอมมือแล้วนะ จากบรรยากาศและข้อความรอบๆ ควรเข้าใจว่าห้องนั้นมีไว้สำหรับทำอะไร” หน้าตาก็ไม่ได้ดูโง่ การศึกษาก็พอมี ข้อความก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย น่าจะตีความหมายออก

“หนูผิดว่างั้น?” ล้อมดาวถามปากสั่น เธอกำลังโกรธจัด อยู่ดีๆ มาโยนบาปให้กัน ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย!

“พี่บอกว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด พี่ไม่ได้บอกว่าล้อมผิดสักหน่อย ก็พี่นัดผู้หญิงไว้ เปิดประตูเข้าไปดันเจอล้อมนั่งอยู่บนเตียงไง จะให้พี่เข้าใจว่ายังไง” ภาณุวัฒน์อธิบายอย่างใจเย็น ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาใช้บริการห้องนั้น ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหา

เธอไม่ดูตาม้าตาเรือเอง!

“หนูพยายามอธิบายแล้ว แต่คุณหาว่าหนูเล่นละคร อย่าบอกนะว่าจำไม่ได้!” ล้อมดาวทักท้วงเสียงดัง เธอไม่ได้นอนนิ่งให้เขาเอาสักหน่อย กว่าจะได้เสียกันก็ขัดขืนอยู่ตั้งนานสองนาน

ภาณุวัฒน์พูดไม่ออก ก็ตอนนั้นเขากำลังอยากจะปลดปล่อย และเธอดันนั่งเซ็กซี่อยู่ตรงนั้นพอดิบพอดี

ล้อมดาวไม่ละสายตาจากใบหน้าเครียดขรึม แววตาดำสนิทที่มองมาเต็มไปด้วยความอึดอัดกังวลใจ เดาได้ว่าอีกฝ่ายยังคงมีเรื่องต่อรอง

“ล้อม” ภาณุวัฒน์เรียกชื่อเธอ แล้วหยุดไปชั่วครู่ สิ่งที่อยากจะหารือมันทำให้เขาหายใจติดขัด

ล้อมดาวรอฟัง ดูสิว่าเขาจะพูดอะไร

“เรานอนด้วยกันเพราะความเข้าใจผิดแค่ครั้งเดียว ล้อมคงไม่เรียกร้องหาความรับผิดชอบจากพี่ใช่ไหม” คนมีชนักติดหลังกังวลใจเรื่องนี้เป็นที่สุด ถ้ารู้ถึงหูผู้ใหญ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จุดจบคงหนีไม่พ้นการแต่งงาน เขายังไม่พร้อมที่จะสร้างครอบครัว ไม่ต้องการผูกมัดกับใคร ยิ่งผู้หญิงตรงหน้าขอผ่าน

ล้อมดาวไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ดูรวมๆ เธอไม่ได้ใกล้เคียงกับมาตรฐานของเขาเลยสักนิด เขาไม่ชอบเด็ก

เรียวปากอวบอิ่มเหยียดยิ้มเหยาะ ล้อมดาวไม่แปลกใจที่อีกคนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ สนทนากันมาเกือบสิบนาทียังไม่มีคำขอโทษหลุดออกจากปากเขาเลย คนไร้จิตสำนึกคงไม่มีทางยืดอกขอรับผิดชอบในการกระทำของตัวเอง

เธอไม่ได้ต้องการความรับผิดชอบ แค่อยากได้ยินคำขอโทษ!

“ยังมีอีกข้อ”

คิ้วเรียวได้รูปเลิกขึ้นน้อยๆ

“ห้ามมโนว่าตัวเองเป็นเมียพี่ ห้ามตามหึงตามหวงเด็ดขาด พึงจำไว้ให้ขึ้นใจว่าล้อมเป็นเพียงความเข้าใจผิด เป็นเพียงวันไนท์สแตนด์” ภาณุวัฒน์ไม่ได้ประชดประชัน ที่ผ่านมาเคยมีผู้หญิงในสต๊อกจ้องจะจับเขาเพียบ บางรายอ้างตัวว่าท้องตามราวีถึงที่บ้าน

ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความโกรธ คนอย่างเธอนี่นะจะตามหึงตามหวงเขา!

“ไม่ควรมีใครรู้เรื่องนี้…แม้สองครอบครัวเราจะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกัน แต่จะไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น” ภาณุวัฒน์อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าผู้ใหญ่ก็ไม่อาจบังคับให้เขารับผิดชอบเธอ เคลียร์ชัดตั้งแต่แรก จะได้ไม่มีปัญหากันภายหลัง

“คุณสบายใจได้เลยนะ หนูไม่ชอบคนมีอายุ” ล้อมดาวเชิดหน้าตอบ แววตาของเธอแอบแฝงความท้าทาย อิตานี่นึกว่าตัวเองเป็นใคร พล่ามอยู่ได้นานสองนาน!

“เธอหมายความว่าไง ฉันอายุ 37 เองนะ” ภาณุวัฒน์ควันออกหู โทนเสียงและสรรพนามที่ใช้เปลี่ยนไปในทันที เขาดูแก่ที่ไหนกัน ยัยนี่มีตาหามีแววไม่ มิน่าถึงได้เดินทะเล่อทะล่าเข้าไปในห้องเชือด

โชคดีแค่ไหนที่คนในห้องเป็นเขา ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเธอคงไม่ได้มีโอกาสมายืนเชิดหน้าเถียงฉอดๆ แบบนี้หรอก!

“คุณแก่กว่าหนูตั้ง 15 ปี” พอรู้จุดอ่อน ล้อมดาวก็อ้าปากตอกย้ำ ยิ่งกระตุ้นให้คนที่โกรธอยู่แล้วหน้ามืดควบคุมสติไม่อยู่

“เด็กกะโปโลอย่างเธอก็ไม่ใช่สเปกฉันเหมือนกันแหละ” ภาณุวัฒน์ไม่คิดจะไว้หน้า ลูกเต้าเหล่าใคร สถานะอะไรไม่สน!

“เด็กกะโปโลแล้วไง ทีตอนนั้นคุณยังขอเหมาหนูทั้งคืนเลย อย่าบอกนะว่าจำคำพูดตัวเองไม่ได้” ล้อมดาวต่อปากต่อคำ

“ก็ตอนนั้นฉันทั้งเมาทั้งหน้ามืด” ภาณุวัฒน์โต้เสียงแข็งไม่ลดละ

ล้อมดาวมือไม้สั่น นึกอยากกระโจนเข้าไปข่วนหน้ายียวนนั่นเหลือเกิน คนอะไรปากร้ายใจมารชะมัด!

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูเสมือนเป็นระฆังพักยก ทั้งสองหยุดวิวาทกันโดยปริยาย

 

2บทที่ 2 5 นาที

“สวัสดีค่ะคุณวัฒน์” ดุจดาวเอ่ยทักทายเจ้านายหนุ่ม เมื่อกี้อีกคนส่งข้อความให้เธอเข้ามาหา

ดุจดาวเป็นพนักงานฝ่ายคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่นี่

‘จิตดีออร์แกนิค’ ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตและจัดจำหน่ายสกินแคร์สูตรออร์แกนิคแบบครบวงจร

“ผมต้องแนะนำพวกคุณสองคนไหม” ภาณุวัฒน์มองหน้าสองสาวสลับกัน เขารู้ว่าพวกหล่อนเคยเจอกันก่อนหน้าแล้ว

“พวกเรารู้จักกันแล้วค่ะ” ดุจดาวบอก

“งั้นดุจคงรู้แล้วว่าล้อมดาวเรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง เธอจะมาฝึกงานแผนกเดียวกันกับคุณ”

“ทราบแล้วค่ะ”

“ผมจะเป็นคนสอนงานให้คุณ แต่ในกรณีที่ผมไม่ว่าง คุณดุจจะทำหน้าที่แทน” ภาณุวัฒน์ขมวดคิ้วมองหน้าเด็กฝึกงานคนใหม่ตาดุ ปกติเขาไม่เคยต้องลดตัวมาสอนงานใคร ทว่ารายนี้อาปัทขอร้องมา เขาไม่กล้าขัดคำสั่งนาง

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

หญิงสาวรูปร่างเพรียวระหงหน้าตาสะสวยเดินเข้ามาในห้อง “กำลังยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ” เธอถาม เรียวปากอวบอิ่มฉีกยิ้มหวาน

ล้อมดาวหันไปมอง อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตาไล่สำรวจหล่อน หุ่นแซ่บเหลือเกินแม่คุณ อกเป็นอก เอวเป็นเอว ริมฝีปากนั่นจะแดงไปถึงไหน หน้าตาดูดีมีประสบการณ์ หมอนั่นคงชอบแบบนี้สินะ

ภาณุวัฒน์ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าตัวเองไม่ได้ยุ่ง ขณะเดียวกันก็ส่งสายตาให้สองสาวออกไป

ดุจดาวรีบสะกิดแขนคนที่ยืนอยู่ข้างกัน อีกฝ่ายสะบัดหน้าน้อยๆ เพื่อพาตัวเองออกมาจากห้วงความคิด ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามพี่เลี้ยงคนสวยไป

พอเดินพ้นประตูห้องผู้บริหาร ภาพสำนักงานกว้างขวางโอ่อ่าก็ปรากฏแก่สายตา ล้อมดาวมองไปรอบๆ ตอนเช้าที่น้าสาวมาส่ง เธอเพียงเดินผ่าน ยังไม่มีโอกาสได้สำรวจ

ที่นี่ตกแต่งเรียบหรู ดูดีทุกมุม บรรยากาศก็เงียบสงบ ทว่าสายตาหลายคู่ที่มองมา พาให้เธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

“บนชั้นนี้มีแค่พวกเรากับแผนกการตลาด ไม่มีพนักงานแผนกอื่นมาปะปน” ดุจดาวให้ข้อมูลไปด้วย

“อ๋อ …ค่ะ”

“บริษัทเราไม่ค่อยรับนักศึกษาฝึกงาน นานๆ ทีจะมีมาสักคน” ดุจดาวสัมผัสได้ว่าน้องประหม่าไม่น้อย เลยให้ข้อมูลเพิ่ม

มิน่าเธอถึงตกเป็นเป้าสายตาของใครๆ

“พี่จะพาไปดูวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้เป็นส่วนผสมในสกินแคร์ของแบรนด์เรา”

ล้อมดาวยิ้มแป้น เธอรู้สึกตื่นเต้นกับการฝึกงานครั้งนี้มาก เพราะความฝันของเธอคือการคิดค้นสูตรสกินแคร์ที่มีประสิทธิภาพช่วยบำรุงผิวได้จริงๆ

เดินต่ออีกเพียงนิด สองสาวก็มาถึงห้องกระจกสุดทางเดิน

“นี่เป็นห้องเก็บตัวอย่างวัตถุดิบทั้งหมดของเรา” พูดจบดุจดาวก็เปิดประตู พาอีกคนเดินเข้าไปข้างใน

ทันทีที่ประตูบานเลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมละมุนของมวลดอกไม้นานาชนิดก็ลอยฟุ้งมาแตะจมูก ล้อมดาวมองไปยังโต๊ะไม้ตัวยาวที่ตั้งอยู่กลางห้อง บนนั้นเต็มไปด้วยแก้วตวงใสและขวดของสารสกัดหลากหลายชนิด

“เราจะคิดสูตรกันในห้องนี้ พอได้สูตรที่ลงตัวแล้ว เราก็จะส่งรายละเอียดของส่วนผสมไปให้กับฝ่ายผลิต” ดุจดาวอธิบาย จิตดีออร์แกนิคมีโรงงานอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี

“บรรยากาศน่าทำงานสุดๆ ตอนแรกหนูคิดว่าจะเป็นเหมือนห้องแล็บวิทยาศาสตร์เสียอีก” ล้อมดาวยิ้มแก้มแทบปริ สายตากวาดมองสำรวจรอบๆ ห้องนี้ถูกตกแต่งคล้ายกับห้องนั่งเล่น มีไม้ดอกไม้ประดับตามมุมต่างๆ มอบความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย คล้ายกำลังเดินเล่นในสวนหย่อม

“คุณวัฒน์เป็นคนออกแบบและตกแต่งห้องนี้เองเลยนะ”

“ฝีมืออิตานั่นเหรอเนี่ย คนปากร้ายขี้เก๊กอย่างเค้าคิดอะไรแบบนี้เป็นด้วยเหรอคะ” ล้อมดาวส่ายหน้าไม่อยากจะเชื่อ นึกว่าหมกมุ่นอยู่กับเรื่องใต้สะดืออย่างเดียว

“เออ …” ดุจดาวหน้าสลดตาเบิกโต เธอไม่ได้เออออห่อหมกไปกับอีกคน มือเล็กยกขึ้นมาเกาคาง

“อิตาคุณวัฒน์รู้ไหมคะว่าพี่ดุจเป็นเพื่อนกับพี่ม่าน”

“รู้สิ ถามทำไมเหรอ” เสียงของดุจดาวสั่นหน่อยๆ

“แล้วทำไมเค้าต้องวางมาด ตีหน้าขรึมสั่งงานพี่ด้วย เจ้ายศเจ้าอย่างจริงๆ เลยเนอะ กับเพื่อนน้องสาวตัวเองก็ไม่เว้น” ล้อมดาวเบ้ปากไม่ชอบใจ

“เออ…” ใบหน้าของดุจดาวซีดสลดลงเรื่อยๆ ปลายคางเรียวเชิดขึ้นน้อยๆ เธอพยายามส่งซิกให้อีกคนหยุดพูด

แต่ดูเหมือนคู่สนทนาจะไม่เข้าใจ แถมยังเดินหน้าสาดคำถามอันชวนอึดอัดสำหรับคนตอบต่อ

“ยัยนมโตเป็นแฟนอิตาคุณวัฒน์ คู่ขา หรือลูกค้าคะ” ล้อมดาวถามถึงสาวเซ็กซี่คนที่มาหาภาณุวัฒน์เมื่อครู่

ดุจดาวกะพริบตาปริบๆ

“ตาพี่ดุจเป็นอะไรคะ”

เจ้าของชื่อกะพริบตาถี่ขึ้น เลิกพูดสักทียัยล้อม พี่ยังไม่อยากตกงาน!

ล้อมดาวยกมือขึ้นมาปิดปาก ดวงตาคู่หวานเบิกโพลง เธอพอเข้าใจสถานการณ์แล้ว เวลานี้เขาควรอยู่ในห้องทำงานกับสาวทรงโตไม่ใช่เหรอ … เชี่ย!

ร่างสูงเดินมายืนเผชิญหน้ากับคนตัวเล็ก “เดี๋ยวผมสอนงานเธอต่อเอง”

3บทที่ 3 4 นาที

ร่างสูงเดินมายืนเผชิญหน้ากับคนตัวเล็ก “เดี๋ยวผมสอนงานเธอต่อเอง”

ดุจดาวรีบเดินลิ่วออกไปจากห้องแทบจะไม่เห็นฝุ่น

“ตอนนี้แบรนด์เรามีสกินแคร์กี่ประเภท สกินแคร์ตัวไหนขายดีที่สุด เรามีแพลนจะผลิตสกินแคร์ประเภทไหนเพิ่ม” ภาณุวัฒน์รัวคำถามเสียงดุ ตาคมวาวหลุบมองคนขี้นินทาอย่างเอาเรื่อง กล้าดียังไงมาตีตราว่าเขาเป็นคนปากร้ายขี้เก๊ก!

ล้อมดาวส่ายหน้าไม่รู้ ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันถึงเรื่องนั้นเลย

“อย่ามัวแต่สนใจเรื่องของพี่จนลืมไปว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม”

“หนูเพิ่งเหยียบมาถึงห้องนี้ และหนูก็ไม่ได้สนใจเรื่องของคุณด้วย” คนโดนจับได้เถียงเสียงอ่อย ใครจะไปรู้ว่าเขาจะมาโผล่ตรงนี้ เวลานี้

“เราตกลงกันแล้วนะว่าล้อมจะไม่ตามหึงตามหวงพี่ ยังไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ”

“หนูไปตามหึงตามหวงคุณตอนไหนกัน” หลงตัวเองเป็นบ้า!

“ตอนที่ล้อมอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับพี่” เถียงคอเป็นเอ็นเชียว!

“มโนเก่งเนอะ หนูจะหึงคุณทำไม ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” ล้อมดาวเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างเย่อหยิ่ง เธอก็แค่อยากรู้เรื่องของเขาไม่ได้สนใจเขาสักหน่อย คนละประเด็น

“ดี พี่จะได้สบายใจ”

 

ครืน ครืน ครืน

บทสนทนาของทั้งคู่ถูกคั่นกลางด้วยเสียงโทรศัพท์ คนตัวเล็กพอได้หายใจหายคอ

(สวัสดีค่ะป้าฟ้า) ล้อมดาวรับสายที่โทรเข้ามาแล้วเงียบฟัง

ภาณุวัฒน์หูผึ่งเมื่อได้ยินชื่อมารดา

(น้าปัทบอกหนูแล้วค่ะ …เจอกันตอนเย็นค่ะ / สวัสดีค่ะ)

“แม่พี่โทรมาทำไม” คนร้อนใจถามทันทีที่อีกฝ่ายกดวางสาย

“ไม่บอกค่ะ” ดวงหน้างามเชิดขึ้นอย่างยั่วประสาท

ภาณุวัฒน์รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก ยัยเด็กเมื่อวานซืนมีธุระอะไรกับแม่เขา หวังว่าเจ้าหล่อนคงไม่เอาเรื่องที่เราสองคนมีอะไรลึกซึ้งกันไปแพร่งพรายนะ

แม่งเอ๊ย! โคตรกลุ้ม จะไม่ให้กลุ้มได้อย่างไร ที่ผ่านมามีผู้หญิงพาเหรดเข้ามาสร้างสถานการณ์จับเขาเพียบ ก็คนมันหล่อ ต้องแลกมาด้วยสิ่งนี้

ชายหนุ่มสืบเท้าเข้าไปหาหญิงสาว อีกฝ่ายก้าวถอยหลังจนชิดผนังห้อง คนเจ้าเล่ห์ใช้สองแขนยันผนังปิดกั้นทางหนี ตากลมโตช้อนมองคนพาลอย่างหวาดระแวง ตอนนี้ร่างกายกำยำของเขาเบียดเข้ามาแนบชิด

สายตาของภาณุวัฒน์เลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากสีสวยสด

“คุณจะทำอะไรหนู”

“รู้ไหมว่าคนอวดดีจะโดนอะไร”

ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น สายตาเขาที่มองมาให้ความรู้สึกแปลกๆ

ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาถามใกล้ๆ “แม่พี่โทรมาทำไม”

“ป้าฟ้าชวนหนูไปกินข้าวเย็นด้วยค่ะ” จะยอมอ่อนข้อให้ก่อนแล้วกัน เพราะท่าทีของเขาตอนนี้ดูพร้อมที่จะขย้ำเธอเหลือเกิน

“ก็แค่เนี้ย” ภาณุวัฒน์กอดอก เลิกคิ้วใส่คนตัวเล็กเป็นการเตือนกลายๆ ว่าอย่าได้คิดปีนเกลียวกับเขาเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น เจอดีแน่!

ล้อมดาวรีบพาตัวเองออกจากมุม

“ไปบ้านพี่ให้สงบปากสงบคำเข้าไว้ ห้ามพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องเด็ดขาด” เขาหมายถึงความลับของเราสองคน

หญิงสาวเชิดหน้าใส่อย่างไม่ยี่หระ อย่ามาขู่เสียให้ยาก เธอไม่กลัวเขาหรอกนะ

ท่าทีไม่สะทกสะท้านของคนตัวเล็กทำให้อีกฝ่ายหัวเสีย จนอดถากถางไม่ได้ “จำไว้นะล้อม พรหมจรรย์ของเธอไม่มีค่าสำหรับพี่เลยสักนิด อย่าริอ่านใช้เป็นเครื่องต่อรอง!” คนหวงความโสดยื่นคำขาดเสียงแข็ง เขายังรักสนุก และยังอยากหาความสำราญกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาไปเรื่อยๆ

ล้อมดาวรู้สึกเจ็บหน่วงในอกจนพูดไม่ออก ได้แต่ยืนกัดฟันข่มความขมขื่นเอาไว้ เธอต่างหากละที่เป็นผู้ถูกกระทำที่แท้จริง!

“ดุจ!” ภาณุวัฒน์เพิ่งสังเกตว่ามีบุคคลที่สามอยู่ในห้องด้วย หล่อนออกไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ หล่อนกลับเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วได้ยินอะไรบ้าง!?

“ดุจไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นค่ะ”

“แน่ใจ?” ภาณุวัฒน์กดสายตามองเพื่อนสนิทของน้องสาวอย่างคาดโทษ และอีกฝ่ายก็เข้าใจ

“ดุจจะรูดซิปปากค่ะ” ดุจดาวรีบออกตัว เธอไม่น่าย้อนกลับเข้ามาในห้องนี้อีกเลย

4บทที่ 49 นาที

ภายในห้องอาหารโอ่อ่าที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง รอบโต๊ะตัวใหญ่ มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งล้อมวงพูดคุยกันอย่างออกรส

“ลุงดีใจมากที่หนูตัดสินใจเข้ามาเรียนรู้งานที่บริษัทของเรา” ขจรเดชบอกกับล้อมดาว

“สวัสดีครับทุกคน”

ล้อมดาวยังไม่ทันได้ต่อบทสนทนา เพราะมีเสียงนุ่มลึกคุ้นหูเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน

ภาณุวัฒน์เดินมาที่โต๊ะอาหาร ทิ้งสะโพกนั่งลงเก้าอี้ข้างกับคู่กรณี สายตาคาดโทษชำเลืองมองเธอแวบหนึ่ง

“คืออะไร?” ฟ้าไหมขมวดคิ้วถามลูกชาย

“คืออะไร หมายความว่ายังไงครับ”

“ทำไมวันนี้แกกลับบ้านเร็ว” น้ำเสียงของฟ้าไหมจริงจัง ปกติเวลานี้ลูกชายนางต้องอยู่ข้างนอกสิ อะไรเข้าสิงมัน นางเอียงหน้าไปทางสามี ฝ่ายนั้นก็ขมวดคิ้วงงไม่ต่างกัน

“ผมได้ยินว่าแม่นัดน้องล้อมกับอาปัทมาทานข้าวเย็นที่บ้าน ผมเองก็อยากทานข้าวร่วมกับทุกคนครับ” ภาณุวัฒน์เฉไฉ ความจริงเขาต้องการมาจับตาคู่กรณี เกรงว่าอีกคนจะเอาความสัมพันธ์ของเรามาป่าวประกาศ

สรรพนาม ‘น้องล้อม’ ทำเจ้าของชื่อลอบส่ายศีรษะเบาๆ อีตานี่โคตรหน้าไหว้หลังหลอกซะมัด!

คนเป็นแม่รู้สึกแปลกใจกับคำตอบ ปกติเย็นวันศุกร์แบบนี้ ไม่เคยเห็นหัวลูกชายหรอกนะ ทำไมจู่ๆ นึกอยากกินข้าวร่วมกับคนอื่น แปลกมาก แปลกจริงๆ

“แม่ไม่โทรชวนผมเลยนะ” ภาณุวัฒน์แสร้งทำเสียงอ่อย ถ้าไม่ได้ยินเด็กล้อมคุยโทรศัพท์ เขาก็คงไม่รู้ น่าน้อยใจไหม

“แม่นึกว่าแกมีนัดกับเพื่อนๆ เหมือนทุกครั้งไง เลยไม่ได้ชวน”

“วันนี้ผมไม่ได้นัดเพื่อนครับ”

“ไหนๆ ก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ก่อนกินข้าวขอประกาศข่าวเลยละกันนะ” ขจรเดชเปิดประเด็นใหม่ เพราะเขาเห็นว่านี่คือจังหวะเหมาะ ก็ผู้ถือหุ้นอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

“ประกาศเรื่องอะไรเหรอคะ” ปัทมาให้ความสนใจ ไม่ต่างจากคนอื่นๆ

“พี่ตั้งใจจะแต่งตั้งให้วัฒน์ขึ้นเป็นประธานแทน ปัทกับล้อมมีอะไรขัดข้องไหม พี่ถามม่านกับภพแล้ว สองคนนั้นไม่มีปัญหา” ขจรเดชบอก เขาดำรงตำแหน่งประธานบริษัทจิตดีออร์แกนิคร่วมกับปัทมา แต่ตอนนี้อยากพักผ่อนอยู่บ้านถาวร แก่ตัวมาร่างกายชักไม่ไหว

ภาณุวัฒน์ไม่ได้มีท่าทีแปลกใจ เพราะพ่อบอกเรื่องนี้กับเขาตั้งนานแล้ว

เราย้อนกลับไปดูที่มาของบริษัทจิตดีออร์แกนิคกันสักหน่อย

บริษัท ‘จิตดีออร์แกนิค’ ก่อตั้งโดย ‘ปู่ฉัตร’ กับ ‘ตาอดิสร’

(ปู่ฉัตร เจริญสิน เป็นคุณปู่ของภาณุวัฒน์)

(ตาอดิสร เอกโอภาส เป็นคุณตาของล้อมดาว)

พวกท่านทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน ลาจากโลกใบนี้ไปแล้ว และได้ทิ้งกิจการไว้ให้ลูกๆ หลานๆ บริหารต่อ

‘จิตดีออร์แกนิค’ ประกอบด้วยผู้ถือหุ้นทั้งหมด 6 คน

เป็นตัวแทนจากครอบครัว ‘เจริญสิน’ 3 คน คือ : ขจรเดช ภาณุวัฒน์ ม่านมัสลิน

และตัวแทนจากครอบครัวเอกโอภาส 3 คน คือ : ปัทมา ภพตะวัน ล้อมดาว

* ‘จิตดีออร์แกนิคเกือบจะตกเป็นของการกุศลแล้ว ทว่าม่านมัสลินกับภพตะวันเป็นคนรักษาบริษัทนี้เอาไว้ (ถ้านักอ่านอยากรู้ความเป็นมาอย่างละเอียด สามารถไปอ่านเรื่อง ‘ป่วนหัวใจนายคู่หมั้นบ้านนา’ ได้นะคะ)

“ปัทไม่ขัดข้องอะไรค่ะ” ปัทมารู้มาสักพักแล้วว่าคุณขจรเดชอยากเกษียณตัวเอง อีกอย่างภาณุวัฒน์ก็เป็นคนที่เก่งรอบด้าน มีความรับผิดชอบสูง เหมาะสมกับตำแหน่งประธานบริษัททุกประการ

“หนูก็ไม่มีปัญหาค่ะ” ล้อมดาวไม่คิดจะขัดอยู่แล้ว เพราะเธอเป็นเพียงผู้มาใหม่ ถึงจะมีรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นก็ตามเถอะ

“งั้นก็ตกลงตามนี้นะ ช่วงนี้แกก็ขึ้นบริหารงานแทนพ่อเลย เดี๋ยวสิ้นปีเราค่อยไปแจ้งกับพนักงานอย่างเป็นทางการ” ชายสูงวัยหันไปบอกกับลูกชาย

ภาณุวัฒน์เพียงพยักหน้า เพราะเขาทำหน้าที่แทนพ่อมาสักระยะแล้ว

หลังจากได้ข้อสรุป มื้อค่ำก็เริ่มขึ้นท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย

ทุกคนเริ่มลงมือจัดการกับอาหารบนโต๊ะ มีเพียงภาณุวัฒน์ที่ไม่ยอมตักอะไรเข้าปาก เขามองสำรวจอาหารตรงหน้าอยู่เงียบๆ เมนูแปลกตาทั้งนั้น เพียงแค่กลิ่นลอยมาแตะจมูก ความหิวก็แทบปลิวหายไป ‘กินได้จริงเหรอวะ’

ย้ายสายตาไปมองพ่อ อีกคนกำลังตักเนื้ออะไรสักอย่างเข้าปาก เคี้ยวหนุบหนับเชียว อาปัทก็ก้มหน้าก้มตากิน ยังกับอร่อยนักอร่อยหนา

ปกติที่บ้านเขาไม่เคยเสิร์ฟอาหารอีสานแบบนี้ คุณแม่สุดที่รักคงจัดไว้ต้อนรับเด็กล้อมสินะ

“เอาไข่เจียวร้อนๆ ไหมลูก” ฟ้าไหมรู้ว่าลูกชายไม่เคยกินอาหารอีสาน และไม่ชอบอาหารที่มีกลิ่นแรงๆ ปลาร้ายิ่งไปกันใหญ่

“ไม่เป็นไรครับ” ภาณุวัฒน์ไม่อยากให้สาวใช้ต้องมาวุ่นวายหลายรอบ

“พี่วัฒน์ไม่ชอบทานอาหารอีสานเหรอคะ” ล้อมดาวถาม ดวงหน้างามบอกชัดว่าไม่ได้อยากรู้คำตอบ

“พี่เค้าไม่เคยกินอาหารอีสานเลยจ้ะ” คนเป็นแม่ตอบแทนลูกชาย

“จริงเหรอคะ? งั้นพี่วัฒน์ต้องลองแล้วล่ะ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นตรงมุมปากเล็ก มือเรียวผายไปที่อาหารจานแรกพลางเอ่ยแนะนำเมนู “น้ำตกหมู ส้มตำปูปลาร้า ต้มแซ่บกระดูกอ่อน ซุบหน่อไม้…อยากชิมอะไรคะ”

“ไก่ย่างครับ” ภาณุวัฒน์ตอบ บนโต๊ะอาหารมีไก่ย่างด้วย ยัยเด็กแสบไม่ยักจะเอ่ยถึง เมนูนี้เขาคุ้นเคย ถึงไม่ได้ชอบมากมาย ทว่าเป็นอาหารจานเดียวที่เขาจะยอมเอาเข้าปาก

“ไก่ย่างไม่ใช่อาหารอีสานค่า ต้องจานนี้” ในขณะที่บอก มือเรียวเอื้อมไปตักซุบหน่อไม้มาวางใส่จานให้คนขี้เก๊ก ตามด้วยข้าวเหนียวร้อนๆ

“ลองชิมดู อร่อยมาก รับรองจะติดใจ” ปัทมาเชียร์

“ใช่ๆ อร่อยทุกอย่าง” ฟ้าไหมบอกลูกชาย

ภาณุวัฒน์ยิ้มเจื่อน

“…ว่าแต่ฝึกงานวันแรกเป็นยังไงบ้าง” ฟ้าไหมเอียงหน้ามาคุยกับล้อมดาว ที่นางชวนอีกคนมาทานมื้อเย็นที่บ้าน เจตนาต้องการสอบถามเรื่องนี้แหละ

“พี่วัฒน์ยังไม่ได้เริ่มสอนงานให้หนูเลยค่ะ” ล้อมดาวตอบฟ้าไหม หากแต่สายตาของเธอชำเลืองมองคู่กรณี ไม่วายส่งสัญญาณบังคับให้เขากินซุบหน่อไม้ด้วย ถ้าไม่เช่นนั้น เธอจะเปิดเผยความลับของเรา!

ภาณุวัฒน์เข้าใจสิ่งที่ล้อมดาวต้องการจะสื่อ เพราะแววตาของเจ้าหล่อนบีบบังคับออกปานนั้น เขาจำใจต้องตักซุบหน่อไม้เข้าปาก พยายามฝืนเคี้ยวช้าๆ รสชาติที่ทั้งเผ็ดทั้งเหม็นทำเอาแทบกลืนไม่ลง แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเด็กล้อมถือไผ่เหนือกว่า!

“อ้าว …ยัยดุจบอกน้าว่าหล่อนอยู่กับวัฒน์ทั้งวันหนิ” ปัทมาแปลกใจ ดุจดาวรายงานมาแบบนั้นนี่น่า

“ใช่ค่ะ หนูอยู่กับพี่วัฒน์ตั้งแต่เช้ายันเลิกงาน แต่เรายังไม่มีโอกาสได้คุยกันเรื่องฝึกงานเลย เพราะมัวแต่คุยเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราสองคนค่ะ” ล้อมดาวแกล้งพูดกำกวม เธอจงใจยั่วประสาทคู่กรณี

มือหนากำเข้าหากันแน่น นึกแล้วเชียวว่าเด็กล้อมต้องหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาป่าวประกาศ ผิดคาดที่ไหน!

“ความสัมพันธ์อะไร” ปัทมาสงสัย

คนฟังตีความไปต่างๆ นานา สายตาของพวกเขามองมาที่คนพูด ความสัมพันธ์อะไรยังไง ว่ามาสิ

คู่กรณีของเธอรู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันที

“อยู่ที่บริษัท หนูเรียกพี่วัฒน์ว่าคุณ เราสองคนทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนค่ะ” ล้อมดาวอธิบาย เรียวปากอวบอิ่มระบายยิ้มอย่างเป็นต่อ ไม่ลืมเลิกคิ้วล้อเลียนคนหน้าซีด

ไม่มีใครแปลกใจกับคำบอกเล่านั้น เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าล้อมดาวอยากมาฝึกงานในฐานะนักศึกษา ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น

ล้อมดาวยิ้มสะใจที่ได้แกล้งภาณุวัฒน์ เธอรู้ว่าเขาเกลียดกลิ่นปลาร้ามาก แถมยังไม่กินอาหารที่มีหน่อไม้เป็นส่วนประกอบ น้องสาวสุดที่รักของเขาเป็นคนให้ข้อมูลเหล่านี้

ใบหน้าหล่อเหลาพลันบึ้งตึงเมื่อรู้ตัวว่าโดนคู่กรณีปั่นล้อมดาวร้ายกาจเกินเด็ก!

จบจากมื้อเย็น ทุกคนก็ย้ายไปผ่อนคลายที่ห้องนั่งเล่น ล้อมวงคุยสัพเพเหระกันต่อ

“ป้าฟ้าขาหนูขอเข้าห้องน้ำได้ไหมคะ”

“ได้สิลูก เดินตรงไป เลี้ยวซ้ายก็เจอแล้วจ้ะ”

ล้อมดาวลุกออกจากวงสนทนา

ผ่านไปพักใหญ่ ภาณุวัฒน์ก็ลุกตาม พาร่างสูงใหญ่ของตัวเองไปยืนจังก้าขวางทางในจังหวะที่ล้อมดาวเปิดประตูออกมา

ร่างเล็กแหงนหน้าขึ้นมองคนพาล เขาถึงกับมาดักรอเธอหน้าห้องน้ำเลยเหรอเนี่ย

“สนุกมากไหม”

ดวงหน้าสวยแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“อยากลองดีกับพี่เหรอ”

“หนูไปลองดีกับคุณตอนไหน”

“เมื่อกี้ ตอนกินข้าว พี่รู้ว่าเธอปั่น”

“คุณพูดไม่ดีกับหนูก่อนทำไมล่ะ” คิดว่าเธอจะยอมก้มหัวให้ง่ายๆ เหรอ ไม่มีทาง ขู่มาสู้กลับจ้า!

ภาณุวัฒน์ไม่โต้ ที่เขาพูดจาไม่ดีกับเธอ เพราะเจตนาต้องการขู่ให้กลัว หากความลับของเราหลุดไปถึงหูผู้ใหญ่ ทุกอย่างคงจบลงที่การแต่งงาน

“คุณสบายใจได้เลยนะ หนูจะไม่มีวันเอาเรื่องของเราไปบอกผู้ใหญ่เด็ดขาด เพราะหนูไม่ชอบผู้ชายสำส่อนที่นอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า” ในหัวเขาคงมีแต่เรื่องนี้ ตามย้ำอยู่ได้ น่ารำคาญ!

ภาณุวัฒน์โกรธจนหูแดง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดคนตัวเล็ก เอื้อมมือไปคว้าแขนเรียวเอาไว้แน่น

“ป้าฟ้า!” ล้อมดาวตกใจจนหน้าซีด

เพียงแค่ได้ยินชื่อมารดา ภาณุวัฒน์ก็ยืนช็อกขาแข็ง ปล่อยแขนอีกฝ่ายทันที นางคงได้ยินบทสนทนาแล้วสินะ เชี่ย!

ล้อมดาวรีบอาศัยจังหวะที่คนพาลกำลังช็อกตกใจ เดินลิ่วกลับไปยังห้องนั่งเล่น

ใบหน้าหล่อเหลาส่ายช้าๆ นี่เขาโดนยัยเด็กเมื่อวานซืนหลอกอีกแล้วนะ แสบเสียจริงแม่คุณ!

ชอบไหม อ่านต่อได้ที่