เรื่องย่อ

ใครชอบนิยายแนวพระเอกปากร้ายแล้วโบ้ทีหลังต้องอ่านสองเรื่องนี้นะคะ

หนังสือในชุดนี้

  1. ปกหนังสือ สยบรักสามีบังเอิญ เล่ม 1 สยบรักสามีบังเอิญ ข้าวขวัญไปร่วมงานหมั้นเพื่อนสนิท แต่กลับได้พี่ชายของเพื่อนสนิทอีกคนมาเป็นสามีแบบบังเอิญ
  2. ปกหนังสือ สยบรักคู่หมั้นตัวร้าย เล่ม 2 สยบรักคู่หมั้นตัวร้าย เพราะคำสั่งจากผู้ใหญ่ เขาจำใจต้องหมั้นกับเธออย่างเลี่บงไม่ได้

ทดลองอ่าน

100%
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง

หญิงสาวพยายามจะขยับกาย ทว่าก็ยากลำบากซะเหลือเกิน เธอรู้สึกเหมือนมีท่อนซุงขนาดใหญ่มาทาบทับอยู่บนตัว แถมด้วยอาการปวดหัวแทบจะระเบิด

“ว๊ายยย!!!” พอตื่นขึ้นมาเต็มตา ข้าวขวัญถึงกับต้องกรีดร้องออกมาเสียงหลง ดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังเข้ามาในโสตประสาท ร่างหนาค่อยๆ งัวเงียตื่นขึ้นมา “เชี่ยยย…ขวัญ เข้ามาในห้องนอนพี่ตั้งแต่ตอนไหน?!” ปฐพีเอ่ยถามผู้บุกรุกด้วยความตกใจ

ใบหน้าสวยส่ายไปมา เธอจำอะไรไม่ได้จริงๆ

ตาคมมองร่างขาวเนียนเปลือยเปล่า แล้วก้มลงสำรวจตัวเอง “เชี่ยยย!” ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ยกมือขึ้นมาทุบหัวตัวเองสองสามครั้ง ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาหนักๆ “พี่จำอะไรไม่ได้จริงๆ” ปฐพีพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน แล้วพาร่างเปลือยเปล่ากำยำของตัวเองเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างเร่งรีบ

อากัปกิริยาและสายตาที่เปลี่ยนไปของพี่ชายเพื่อน ทำเอาข้าวขวัญรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เธอลุกขึ้นจากเตียงนอน ก้มลงหยิบผ้าห่มผืนบางขึ้นมาพันรอบกาย เดินกลับห้องตัวเองด้วยอาการมึนงง

ระหว่างนั้นก็พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทว่าจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ

*********
เรื่อง สยบรักสามีบังเอิญ มีเนื้อเรื่องเชื่อมโยงกับเรื่อง สยบรักคู่หมั้นตัวร้าย นะคะ (ไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องก่อนหน้าเพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้)
*********
เรื่อง สยบรักคู่หมั้นตัวร้าย (ปรเมศวร์ vs พลอยดาว)
โปรย
“คุณแม่ฟังให้ดีนะครับ ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยแม่ชีหน้าจืดเด็ดขาด ที่ผมยอมหมั้นกับหล่อนก็เพราะไม่อยากมีปัญหากับคุณปู่เท่านั้นเอง”
*ใครยังไม่ได้อ่าน ลองโหลดตัวอย่างไปอ่านดูนะคะเพื่อโดนใจ …

อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง

โปรย
“คุณแม่ฟังให้ดีนะครับ ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยแม่ชีหน้าจืดเด็ดขาด ที่ผมยอมหมั้นกับหล่อนก็เพราะไม่อยากมีปัญหากับคุณปู่เท่านั้นเอง”

*********
ตัวอย่าง

“จะออกไปไหนเมศวร์ ไม่กินข้าวก่อนเหรอลูก ป้าสำลีกำลังเตรียมมื้อเย็นอยู่นะ” คุณศศิภาถาม เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กเดินผิวปากออกมาจากบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่งเนื้อแต่งตัวเหมือนกำลังจะออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่อย่างไรอย่างนั้น

“ไปเที่ยวตามประสาผู้ชายสิครับแม่” ตอบหน้าตาเฉย

“เมศวร์ แม่ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเรามากนักหรอกนะ” หญิงสูงวัยมองลูกชายด้วยสีหน้าอึดอัดแววตาเต็มไปด้วยความหนักใจ

ปรเมศวร์เพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอฟังว่ามารดาจะบ่นอะไรให้เขาอีก

“ออกไปเที่ยวไม่ติดบ้านแบบนี้ หนูพลอยจะคิดอย่างไร?” คนเป็นแม่ว่าอย่างเหลืออด
ตั้งแต่ลูกชายหมั้นกับลูกสาวเพื่อนมาสองปีกว่าๆ นางก็ไม่เคยเห็นอีกคนทำหน้าที่คู่หมั้นเลยสักครั้งเดียว แถมยังออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่ควงหญิงไม่ซ้ำหน้าอีกต่างหาก

“คู่หมั้นที่ผมไม่ได้เลือก คู่หมั้นที่ผมไม่ได้รักนั้นเหรอครับ?” น้ำเสียงดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมฉับพลัน

“หนูพลอยดีไม่มีที่ติ แถมยังรักและเอาใจใส่แกทุกอย่าง” คุณศศิภามองหน้าลูกชายอย่างไม่เข้าใจ ว่าที่สะใภ้เล็กของบ้าน คุณสมบัติเพียบพร้อมทุกประการ ทั้งสวยและเก่ง มารยาทก็งาม มันยังจะเอาอะไรอีก

“คุณแม่ฟังให้ดีนะครับ ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยแม่ชีหน้าจืดเด็ดขาด ที่ผมยอมหมั้นกับหล่อนก็เพราะไม่อยากมีปัญหากับคุณปู่เท่านั้นเอง”
ปรเมศวร์ไม่เคยเห็นด้วยกับการหมั้นหมายในครั้งนี้ เขาถูกผู้ใหญ่บีบบังคับ

“เมศวร์!”

“ถ้าไม่ใช่ลูกสาวอากิตติ ผมคงถอนหมั้นไปนานแล้ว”
ปรเมศวร์รู้ดีว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันมากเพียงใด แถมพ่อเขายังเป็นเพื่อนรักกับพ่อเธอ

“เมศวร์!” คนเป็นแม่ได้แต่ทวนชื่อลูกชายด้วยความโมโห

“ผมรอให้ยัยแม่ชีหน้าจืดถอนหมั้นอยู่นะครับเนี่ย เป็นอิสระเมื่อไหร่ผมจะปิดโรงแรมฉลองทันที”
หญิงสูงวัยได้แต่ยืนอ้าปากค้าง นางคิดหาคำด่าไม่ทัน

“ผมจะไม่คุยเรื่องนี้อีกแล้วนะครับแม่ คืนนี้ผมจะค้างที่โรงแรมเลยนะ” พูดจบก็เดินออกจากบ้านไปด้วยท่าทีหงุดหงิด

พลอยดาวที่ยืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ทว่าน้ำตายังไหลออกมาเป็นทาง ทั้งๆที่รู้มาตลอดว่าเขาไม่เคยอยากมีพันธะด้วย แต่เธอก็ยังเจ็บอยู่ดี

เล่ม 1 สยบรักสามีบังเอิญ 5 ตอน
1บทนำ4 นาที

บทนำ

 

หญิงสาวพยายามจะขยับกาย ทว่าก็ยากลำบากซะเหลือเกิน เธอรู้สึกเหมือนมีท่อนซุงขนาดใหญ่มาทาบทับอยู่บนตัว แถมด้วยอาการปวดหัวแทบจะระเบิด

“ว๊ายยย!!!” พอตื่นขึ้นมาเต็มตา ข้าวขวัญถึงกับต้องกรีดร้องออกมาเสียงหลง ดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังเข้ามาในโสตประสาท ร่างหนาค่อยๆ งัวเงียตื่นขึ้นมา

“เชี่ยยย…ขวัญ เข้ามาในห้องนอนพี่ตั้งแต่ตอนไหน?!” ปฐพีเอ่ยถามผู้บุกรุกด้วยความตกใจ

ใบหน้าสวยส่ายไปมา เธอจำอะไรไม่ได้จริงๆ

ตาคมมองร่างขาวเนียนเปลือยเปล่า แล้วก้มลงสำรวจตัวเอง

“เชี่ยยย!” ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ยกมือขึ้นมาทุบหัวตัวเองสองสามครั้ง ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาหนักๆ

“พี่จำอะไรไม่ได้จริงๆ” ปฐพีพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน แล้วพาร่างเปลือยเปล่ากำยำของตัวเองเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างเร่งรีบ

อากัปกิริยาและสายตาที่เปลี่ยนไปของพี่ชายเพื่อน ทำเอาข้าวขวัญรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เธอลุกขึ้นจากเตียงนอน ก้มลงหยิบผ้าห่มผืนบางขึ้นมาพันรอบกาย เดินกลับห้องตัวเองด้วยอาการมึนงง

ระหว่างนั้นก็พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทว่าจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ

 

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป

The Grand Hotel

“ปราง!” ภาพสองร่างกำลังจูบกันอย่างดูดดื่มอยู่บนโซฟารับแขกตัวยาวทำให้ข้าวขวัญต้องชะงักนิ่ง

คนทั้งสองผละออกจากกัน

“ฉันเห็นประตูออฟฟิศแกเปิดแง้มไว้” ข้าวขวัญบอกเพื่อนด้วยสีหน้าเจื่อนๆ เธอไม่รู้ว่าควรเดินเข้าไปข้างในหรือยืนรออยู่หน้าห้องดี

เฌอปรางดีดตัวลุกออกจากตักของเตชิตอย่างเร่งรีบ “เอกสารของบริษัทแกอยู่กับพี่ดิน” เธอพูดถึงเอกสารที่เพื่อนมาขอเช่าสถานที่จัดงานเลี้ยงเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน

“อ้าว… ทำไม?”

“พี่ดินเอาไปเช็ครายละเอียด ฝากบอกแกให้ไปรับที่นั่น”

ข้าวขวัญพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินไปยังห้องทำงานของปฐพี

 

ห้องทำงานของปฐพี

ตอนนี้ข้าวขวัญกำลังนั่งอ่านรายละเอียดสัญญาเช่าสถานที่จัดงานเลี้ยง ซึ่งทางบริษัทของเธอได้จองห้องแกรนด์บอลรูม ห้องจัดเลี้ยงสุดหรูของ The Grand Hotel เอาไว้สำหรับงานเลี้ยงขนาดใหญ่ที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า

ดูเหมือนทุกอย่างลงตัว ไม่มีอะไรตกหล่น ทั้งรายการอาหาร และเครื่องดื่ม

ข้าวขวัญละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองปฐพีเธอพยายามบังคับสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุด เพราะตั้งแต่กลับมาจากเกาะช้างทั้งสองยังไม่มีโอกาสได้หารือเรื่องนั้นกันเลย “ทุกอย่างเพอร์เฟคเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ขอบคุณมากค่ะ”

ปฐพีมองหน้าเพื่อนสนิทของน้องสาวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา “ยินดีครับ”

ข้าวขวัญเตรียมตัวจะลุกจากเก้าอี้

“เดี๋ยวก่อน เรื่องที่เกาะช้างพี่ไม่อาจที่จะแสดงความรับผิดชอบอะไรได้ และเรื่องนี้ไม่ควรมีใครรู้เด็ดขาด แม้แต่ยัยปราง” ไม่ได้เป็นการขอความร่วมมือ ทว่ามันคือคำสั่ง

สายตาที่มองมาไม่ใช่สายตาของพี่ดินพี่ชายที่แสนอบอุ่นอีกต่อไปแล้ว ปฐพีเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“สบายใจได้ค่ะ พี่ดินไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น และจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ขวัญสัญญา” หญิงสาวมองประสานสายตาคู่คมอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปหยิบเอกสารตรงหน้ามาใส่ไว้ในซองตามเดิม

“ขอบคุณครับ”

“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ขวัญขอตัวนะคะ” เธอลุกขึ้นแล้วเดินก้มหน้าออกจากห้อง

ปฐพีไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ได้แต่ยกกาแฟตรงหน้าขึ้นมาจิบ

 

****************************

เรื่อง ‘สยบรักสามีบังเอิญ’ มีเนื้อเรื่องเชื่อมโยงกับเรื่อง ‘สยบรักคู่หมั้นตัวร้าย’ นะคะ  (ไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องก่อนหน้าเพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้)

****************************

เรื่อง สยบรักคู่หมั้นตัวร้าย (ปรเมศวร์ vs พลอยดาว)

โปรย

“คุณแม่ฟังให้ดีนะครับ ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยแม่ชีหน้าจืดเด็ดขาด ที่ผมยอมหมั้นกับหล่อนก็เพราะไม่อยากมีปัญหากับคุณปู่เท่านั้นเอง”

*ใครยังไม่ได้อ่าน ลองโหลดตัวอย่างไปอ่านดูนะคะเพื่อโดนใจ …

****************************

 

2บทที่ 14 นาที

The Grand Hotel

“เมื่อกี้มึงโทรหากู มีอะไรหรือเปล่าวะ พอดีกูติดลูกค้าอยู่เลยไม่สะดวกรับสาย” ปฐพีเอ่ยถามเตชิต

เตชิตเป็นผู้ช่วยคนสนิทของน้องชายที่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นผู้ช่วยเขาด้วย

“คุณไตรภพกับคุณศศิภาให้แจ้งคุณดินว่าพวกท่านจะแวะเข้ามาทานข้าวเที่ยงด้วย เวลา 12.00 น. คุณดินลงไปที่ห้องอาหาร The Grand – VIP1 เลยนะครับ” เตชิตเอ่ยรายงาน

“เมื่อวันก่อนพ่อแม่กูยังอยู่ที่เกาะช้างอยู่เลยนะ” ปฐพีขมวดคิ้วงง นานมากแล้วที่พวกท่านทั้งสองไม่ย่างกรายมาโรงแรม

“พวกท่านพึ่งกลับมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อเช้านี้เองครับ”

“มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าวะ แล้วทำไมต้องจองห้อง VIP ด้วย”

“คุณศศิภาไม่ได้บอกอะไรผมมากไปกว่านี้ครับ แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้วไม่น่าจะมีเรื่องด่วนอะไร” เตชิตขยายความเมื่อเห็นเจ้านายมีท่าทีลนลานดูกังวลใจผิดปกติ

ปฐพียักไหล่สงสัย

“เดี๋ยวกูลงไปเลยแล้วกัน มาหาถึงที่แบบนี้ไม่น่าจะนัดกินข้าวธรรมดา” เซนส์เขาบอก ไม่งั้นคงไม่จองห้อง VIP หรอก

 

ห้องอาหาร The Grand – VIP1

ร่างสูงเดินเข้ามาในห้อง สายตากวาดมองรอบๆ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววประหลาดใจ เมื่อเห็นภรรยาของน้องชายยืนจัดดอกไม้อยู่อย่างขะมักเขม้น

“ว๊าว … สวยสมบูรณ์แบบทุกองค์ประกอบ ลูกสะใภ้แม่เก่งมาก” คุณศศิภาอ้าปากชมมาแต่ไกล นางเร่งฝีเท้ามายังโต๊ะอาหารพร้อมกับใบหน้าที่อัดแน่นไปด้วยความสุข

“ขอบคุณมากค่ะ พลอยจัดเสร็จพอดีเลย คุณแม่อยากเพิ่มเติมตรงไหนไหมคะ?” พลอยดาวถาม

“ไม่แล้วจ้ะ แกชอบไหมดิน?” ตอบลูกสะใภ้ แล้วหันไปถามลูกชายที่กำลังยืนทำหน้างงอยู่มุมห้อง

“เออ… ชอบครับ” น้องสะใภ้เขาทำธุรกิจรับจัดดอกไม้เลยนะ ไม่น่าถาม

“พลอยดีใจที่คุณแม่กับพี่ดินชอบ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วพลอยขอตัวก่อนนะคะ”

“จ้ะ … ขอบใจมากนะลูกที่แวะเข้ามาทำให้แม่”

“ยินดีค่ะคุณแม่”

“อ้าว…พลอย ไม่อยู่กินข้าวเที่ยงก่อนเหรอ?” ปฐพีร้องไล่หลัง

“พลอยต้องไปทำธุระกับพี่เมศวร์ต่อ เอาไว้วันหลังนะคะพี่ดิน”

 

“ผมนึกว่าแม่นัดไอ้เมศวร์มากินด้วยกันเสียอีก”

“เปล่า แม่นัดแค่แก”

“ทำไมครับ แม่มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย?” ปฐพีถามด้วยสีหน้าสงสัย จะไม่ให้สงสัยได้ยังไง จองห้อง VIP ยังไม่พอ จัดดอกไม้ตามมุมต่างๆซะสวยเชียว

“เนตรชนกไปบอกเด็กๆให้ยกอาหารเข้ามาได้เลย” คนเป็นแม่ไม่ตอบลูกชาย แต่กลับหันไปออกคำสั่งกับผู้จัดการห้องอาหารแทน

“ค่ะคุณศศิ” ผู้จัดการสาวรับคำสั่งไปปฏิบัติ

 

“สวัสดีครับ” เป็นเสียงทักทายของชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้อง

คุณศศิยิ้มแป้นต้อนรับแขกผู้มาใหม่ที่นางเป็นคนนัดมาทานมื้อเที่ยงด้วยกันอีกคน

“ไอ้ดนย์ กลับมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ไม่เห็นโทรบอกกูเลย” ปฐพีทักทายเพื่อนสนิท

“ถ้าบอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิเพื่อนรัก” ธีรดนย์เลิกคิ้วยียวนไปทีหนึ่ง

“เออ … ดิน แม่ยังไม่มีโอกาสได้บอกแกเลย แม่กำลังจะสร้างบ้านพักตากอากาศที่เกาะช้างให้แกกับเมศวร์คนละหลัง และดนย์จะมาเป็นคนควบคุมการก่อสร้างให้”

ปฐพียิ้มโล่งอก ที่มารดานัดทานข้าวเที่ยงคงอยากจะบอกเขาเรื่องนี้สินะ นึกว่ามีธุระสำคัญอะไรเสียอีก

ธีรดนย์จบวิศวะโยธามาโดยตรง ชายหนุ่มเป็นทายาทบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของประเทศ และเป็นพี่ชายของข้าวขวัญ

“แสดงว่ามึงกลับมาอยู่ไทยถาวรแล้ว ถึงมีเวลามารับงานให้แม่กู”

“อืม… ถึงเวลากลับมาช่วยงานพ่อตัวเองเสียที” ธีรดนย์บอก ที่ผ่านมาเขาต้องไปช่วยงานลุงที่ต่างประเทศตั้งหลายปี ซึ่งลุงก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้างเหมือนกัน

 

“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะคุณพี่” คุณศศิภายิ้มทักทายกลุ่มคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง แล้วหันมาพูดกับสองหนุ่ม “หนุ่มๆ นั่งประจำที่ได้เลย”

ปฐพีหันขวับไปมอง และเสี้ยววินาทีต่อมารอยยิ้มเมื่อสักครู่ก็เลือนหายไปจากใบหน้าหล่อเหลาของเขา… ยกกันมาทั้งบ้านแบบนี้ คิดไปในทางที่ดีไม่ได้เลยจริงๆ

 

3บทที่ 27 นาที

ทานมื้อเที่ยงเสร็จก็ได้เวลาดื่มชากันต่อ ปฐพีใจตุ๊มๆ ต้อมๆอย่างบอกไม่ถูก เพราะรู้สึกว่าทุกสายตาคอยแต่จะมองมาที่เขาเป็นระยะ

“…พี่เกรียง ผมจะเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ” คุณไตรภพเอ่ยขึ้น

คุณเกรียงศักดิ์พยักหน้า

“ดิน พวกเรารู้เรื่องแล้วนะ” คุณไตรภพพูดกับลูกชาย

“เรื่องอะไรเหรอครับพ่อ?”

“เรื่องที่บ้านปู่แกไง”

“ผมไม่เข้าใจ”

“คุณไม่ต้องอ้อมแล้ว… ก็เรื่องที่แกกับหนูขวัญมีอะไรกันเกินเลยนั่นแหละ” คุณศศิภาพูดแทรกขึ้นมา

“อะไรนะครับ?! / อะไรนะคะ?!” ปฐพีอ้าปากค้าง ส่วนข้าวขวัญหน้าซีดเผือด นั่งตัวแข็งทื่อ

“เพราะแบบนี้ใช่ไหม แกถึงไม่สนใจทำความรู้จักกับลูกชายเพื่อนพ่อ” คุณเกรียงศักดิ์หันไปถามลูกสาวตัวเอง

“ไม่ …”

ข้าวขวัญไม่ทันจะได้อ้าปากอธิบาย คนเป็นแม่ก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“คบกับพี่เค้าอยู่ก็ไม่บอกดีๆ ตอนที่ขวัญบอกแม่ว่ามีแฟนแล้ว แม่ก็คิดว่าขวัญโกหกเสียอีก” คุณเจิมจันทร์ต่อว่าลูกสาวแบบไม่จริงจังมากนัก

“อย่าบอกนะว่าผู้หญิงที่มึงแอบรักมาโดยตลอดคือยัยขวัญนี่เอง” ธีรดนย์มองหน้าเพื่อนอึ้งๆ เขาเองก็พึ่งจะรู้ว่ามันกำลังคบหาอยู่กับน้องน้อยของเขา

ปฐพีกัดริมฝีปากจนแน่นเพื่อข่มความโกรธที่กำลังจะระเบิดออกมา

พึ่งจะตกลงกันว่าห้ามให้ใครรู้เรื่องนั้นเด็ดขาด ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ ข้าวขวัญวิ่งแจ้นไปบอกพ่อแม่ตัวเอง คงอยากได้เขาเป็นผัวจนตัวสั่น!

“หรือว่ามึงกลัวผิดใจกับกูวะ เมื่อก่อนกูหวงยัยขวัญก็จริง แต่ตอนนี้มันโตแล้วไง ไม่เห็นต้องแอบคบกันเลย” ธีรดนย์เคยยื่นคำขาดกับบรรดาเพื่อนๆว่าอย่าริอ่านมาจีบข้าวขวัญเด็ดขาด

คนกำลังจะสติหลุดกัดริมฝีปากตัวเองแน่นขึ้นกว่าเดิม เขาประเมินหล่อนต่ำไปจริงๆ

“เด็กสองคนก็เกินเลยกันแล้ว ทางเรายินดีรับผิดชอบทุกอย่าง… พี่เกรียง พี่เจิมจันทร์ มีคำแนะนำอะไรหรือเปล่าครับ?” คุณไตรภพบอกกับเพื่อนรุ่นพี่ที่ท่านเคารพนับถือดุจญาติผู้ใหญ่

“ทุกคนคะ คุณอาคะ น่าจะมีเรื่องเข้าใจ …”

“อย่าพูดแทรกผู้ใหญ่สิลูก” คุณเจิมจันทร์ตำหนิลูกสาว

เป็นอีกครั้งที่ข้าวขวัญไม่มีโอกาสได้อธิบายตัวเอง

“ถึงขั้นนอนด้วยกันแล้วพี่จะแนะนำอะไรได้” คุณเกรียงศักดิ์ว่า ถึงแม้ท่านจะเป็นคนหัวสมัยใหม่ ยอมรับเรื่องชิงสุกก่อนห่าม ทว่าก็ยังรู้สึกอายอยู่ดี ก็มีลูกสาวคนเดียวเนอะ

“ดิน…” คุณศศิภามองลูกชายตาเขียวปั้ด ก็มันเล่นนั่งอยู่เฉยๆ ไม่มีท่าทีจะกระโดดออกมายืดอกรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำไว้เลย

คุณไตรภพเบือนหน้ามามองลูกชาย ก่อนจะหันไปมองว่าที่ลูกสะใภ้ “พ่อว่าเราสองคนควรแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะมันเลยจุดคบหามาแล้ว”

“อะไรนะครับ?! / อะไรนะคะ?!” ทั้งคู่อุทานตกใจ

ปฐพีอ้าปากค้าง รู้สึกตื้อไปหมด ครั้นเนื้อครั้นตัวราวกับไข้ขึ้น ไม่ต่างจากข้าวขวัญ

“ดิน…” คุณไตรภพกระตุ้นให้ลูกชายพูดอะไรสักอย่าง

สายตาของคนเป็นพ่อที่มองมาทำให้ปฐพีถึงกับหายใจติดขัด และชายหนุ่มจำเป็นต้องรักษาหน้าตาของท่าน

“คุณลุงคุณป้าครับ ผมพร้อมที่จะรับผิดชอบขวัญด้วยการแต่งงาน” เขาจะไม่ยอมเอ่ยคำขอโทษออกมาเด็ดขาด เพราะมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ผิดอะไร

หล่อนต่างหากที่เป็นคนเข้าไปถวายพานให้ถึงในห้อง จนเรื่องราวบานปลายเหนือการควบคุม

ปฐพีรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวเป็นอย่างดี ตอนนี้เขาคงต้องตามน้ำไปก่อน ค่อยหาทางออกทีหลัง

“พี่ดิน!” ข้าวขวัญแทบจะหยุดหายใจ ทำไมอีกคนถึงไม่ยอมอธิบายอะไรเลย

ตาคมดุจ้องมองตัวต้นเรื่องด้วยความไม่พอใจสุดขีด ทีอย่างนี้มาแสร้งทำเป็นตกใจ โคตรเล่นละครเก่ง!

เดี๋ยวหล่อนก็จะได้รู้ว่านรกบนดินมีจริง

“ทุกคนคะ เรื่องที่เกาะช้างมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ขวัญอธิบายได้ค่ะ” ในเมื่อเขาเงียบ เธอจะเป็นฝ่ายพูดเอง

“ขวัญ พ่อเข้าใจหนุ่มสาวสมัยนี้ … ดิน ลุงดีใจที่เป็นเรา” คุณเกรียงศักดิ์ตัดบทลูกสาว หันหน้าไปคุยกับลูกเขยแทน ลึกๆแล้วท่านทั้งดีใจและโล่งอกที่ได้ปฐพีเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว เพราะหนุ่มตรงหน้าโปรไฟล์ไม่ธรรมดา อายุเพียง 28 ปี เป็นถึง CEO โรงแรมหรู อีกอย่างท่านเองก็รู้จักกับ ‘ตระกูลวงศ์สุรวัฒนา’ มานานแล้ว

ปฐพีฝืนยิ้ม

“น้องดีใจมากที่เราสองครอบครัวได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน” คุณศศิภายิ้มกว้างจนปากแทบฉีก เพราะนางเอ็นดูข้าวขวัญเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสวยและเก่ง อุปนิสัยก็ดี ใครจะไม่ชอบ

“พี่ก็เหมือนกันจ้ะ” คุณเจิมจันทร์เองก็หุบยิ้มไม่ลง นางตื้นตันใจที่ลูกสาวคนเดียวได้ลงเอยกับผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างปฐพี

“กูก็ดีใจที่ได้มึงมาเป็นน้องเขย” ถึงคราวธีรดนย์พูดบ้าง

ในฐานะที่เป็นเพื่อนสนิทกันมายาวนาน ชายหนุ่มรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้สมบูรณ์แบบตรงปกสุด คงไม่มีผู้ชายคนไหนเหมาะกับน้องน้อยของเขาเท่ากับมันอีกแล้ว

เมื่อการเจรจาเป็นไปด้วยดี ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจึงกำหนดพิธีแต่งงานของทั้งคู่ ซึ่งจะมีขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า

 

เย็นวันเดียวกัน

บ้านวงศ์สุรวัฒนา (บ้านของปฐพี)

“พี่ดิน … ไปแอบคบกับขวัญตอนไหนเนี่ย?” ปรเมศวร์อ้าปากถามทันทีที่พี่ชายเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาพึ่งทราบข่าวว่าอีกคนจะวิวาห์สายฟ้าแลบกับเพื่อนน้องสาว

หลังจากวางสายกับมารดา เขาก็มารอฟังคำอธิบายจากปากพี่ชาย

“ไม่ได้แอบคบกันหรอก…” ปฐพีเล่าเรื่องราวที่เกาะช้างให้น้องชายฟังแบบละเอียดยิบ

“เชี่ย…”

“ใช่ เชี่ย…ถ้าขวัญไม่เอาเรื่องไปฟ้องผู้ใหญ่ กูคงไม่ต้องมีจุดจบแบบนี้ ขวัญทำเหมือนวางแผนจับกู”

“ขวัญเนี่ยนะจะวางแผนจับพี่?” ปรเมศวร์ส่ายหน้าไม่อยากจะเชื่อ

“กูก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน กูขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะ”

ปรเมศวร์มองตามหลังพี่ชายที่กำลังก้าวขาขึ้นบันไดอย่างเชื่องช้าคล้ายคนไร้เรี่ยวแรงด้วยความรู้สึกเห็นใจ

 

อีกฟากหนึ่ง

บ้านอนันต์ไพศาล (บ้านของข้าวขวัญ)

“โอ้ มายก๊อด…!!!” เฌอปรางอ้าปากค้าง หลังจากได้ฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเกาะช้าง

“ได้คุยส่วนตัวกับพี่ดินหรือยัง?” พลอยดาวถาม

เมื่อได้ทราบข่าววิวาห์สายฟ้าแลบ สองสาวก็รีบมาสอบถามที่มาที่ไปจากปากเพื่อน เพราะพวกเธอต่างก็รู้ว่าข้าวขวัญไม่เคยคบหากับปฐพี

“แกไม่คิดที่จะเล่าความจริงให้ผู้ใหญ่ฟังเหรอ?” เฌอปรางถาม

“เล่าอะไร ก็อย่างที่พวกแกรู้นั่นแหละ พี่ดินรับปากกับผู้ใหญ่ไปแล้ว”

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“พวกเราขอเข้าไปนะ” เป็นเสียงของสองแม่ที่กำลังเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

“พรุ่งนี้หนูไม่ต้องไปทำงานนะลูก พวกเราจะพาไปลองชุด และก็ไปเลือกเครื่องเพชรด้วย” คุณเจิมจันทร์บอกกับลูกสาว

“แม่ได้ซื้อแพ็คเกจทรีทเมนต์สปาไว้ให้หนูเรียบร้อยแล้วนะ เริ่มไปใช้บริการพรุ่งนี้ได้เลย” คุณศศิภาว่า

“ทำไมเร็วแบบนั้นล่ะคะ” ทั้งเรื่องชุด ทั้งเรื่องสปา ไปกดซื้อตอนไหนเนี่ย หรือว่าพวกนางรู้เรื่องของเธอกับปฐพีก่อนหน้าแล้ว เมื่อตอนกลางวันพวกนางก็ดูไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่

“เร็วอะไรลูก หนูมีเวลาเตรียมตัวแค่ไม่กี่อาทิตย์เอง” คนเป็นแม่อธิบายเหตุผล

ข้าวขวัญพยักหน้าเบาๆ

“สองสาวต้องไปด้วยกันนะ จะได้ตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวพร้อมกันเลย” คุณศศิภาบอกกับลูกสาว และลูกสะใภ้คนเล็ก

“ค่ะคุณแม่ / รับทราบค่า” สองสาวตอบ

ข้าวขวัญถอนหายใจยาว เธอคงทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากเตรียมตัวรอเข้าพิธีแต่งงานแบบงงๆ

 

4บทที่ 35 นาที

สามเดือนต่อมา – คืนเข้าหอ

หญิงสูงวัยยอมคลายอ้อมกอด แล้วเงยหน้าขึ้นมามองคู่บ่าวสาว “การพูดคุยกันในทุกๆเรื่อง และให้อภัยซึ่งกันและกันคือกุญแจสำคัญของชีวิตคู่ แม่ฝากดูแลน้องด้วยนะดิน” คุณเจิมจันทร์พูดกับลูกสาว และลูกเขยหมาดๆ

“ครับ” ปฐพีรับปากแบบไม่เต็มเสียง เพราะการใช้ชีวิตคู่กับข้าวขวัญไม่เคยมีอยู่ในหัวของเขาเลย

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านวงศ์สุรวัฒนานะลูก” คุณศศิภาตื้นตันใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นลูกชายคนโตเป็นฝั่งเป็นฝา แถมยังได้ลูกสะใภ้ที่เพียบพร้อมไปเสียทุกด้าน

“ขอบคุณมากค่ะคุณแม่” มือเล็กพนมไหว้แม่สามีอย่างนอบน้อม

“พวกเราจะพาคุณปู่ไปพักที่โรงแรม อีกสองสามวันก็จะพาท่านกลับเกาะช้างเลยนะ” คุณไตรภพบอกกับลูกๆ

พวกท่านได้ยก ‘บ้านวงศ์สุรวัฒนา’ ให้เป็นเรือนหอของทั้งคู่

คุณไตรภพกับภรรยาใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะช้างเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็จะกลับมาเยี่ยมลูกๆที่กรุงเทพฯบ่อยครั้ง

“ดูแลกันและกันนะลูก หาเวลาไปเยี่ยมคนแก่บ้าง ปู่จะรอ” คุณปู่ไพรวัลย์มองสองสามีภรรยาด้วยแววตาชื่นชม ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก

“ครับ / ค่ะ” สองสามีภรรยาฝืนยิ้ม

“นี่ก็ได้ฤกษ์เข้าหอแล้ว พวกเราปล่อยให้คู่บ่าวสาวมีเวลาส่วนตัวกันดีกว่า” บิดาของฝ่ายหญิงบอก

คุณศศิภาระบายยิ้มกว้าง ไม่มีอะไรทำให้คนเป็นพ่อแม่สุขใจได้มากกว่านี้แล้ว

ไม่ต่างกับคุณเกรียงศักดิ์ และคุณเจิมจันทร์ที่ยืนมองลูกสาวตัวเองด้วยแววตาที่อัดแน่นไปด้วยความปลาบปลื้มใจ

 

หลังจากส่งตัวลูกๆเข้าหอ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกันกลับ คู่บ่าวสาวหมาดๆจะได้มีเวลาส่วนตัวอันแสนจะโรแมนติก

“เธอควรไปห้องตัวเองได้แล้ว ฉันจะได้พักผ่อนเสียที” เสียงเข้มออกคำสั่ง

ข้าวขวัญถอนหายใจแรง ถึงเขาไม่ไล่ เธอก็จะไปอยู่แล้ว

“ฉันหวังว่าเธอจะทำตามสัญญา ไม่เอาเรื่องที่เราแยกห้องนอนกันไปฟ้องครอบครัวเธออีกนะ” ปฐพีมองอีกฝ่ายด้วยแววตาแสนรังเกียจ ราวกับโกรธกันมาสิบชาติ

“เราตกลงกันแล้ว พี่ดินไม่ต้องห่วงหรอกน่า จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”

ก่อนเข้าพิธีแต่งงาน ปฐพียื่นคำขาดว่าจะไม่ยอมร่วมเรียงเคียงหมอนกันเด็ดขาด และเธอก็ยอมรับในกฎข้อนี้

“หึ หึ หึ” ชายหนุ่มหัวเราะหยัน

“ที่เราต้องแต่งงานกัน ไม่ใช่เพราะเธอวิ่งแจ้นไปฟ้องผู้ใหญ่หรอกเหรอ… โคตรซวยเลยว่ะ ทั้งที่เธอเป็นคนเข้าห้องฉัน แต่ด้วยประเพณีบ้าบอฉันต้องรับผิดชอบเธอ”

“ขวัญไม่ได้ฟ้อง ไม่เคยพูดให้ใครฟังเลย” เธอพยายามยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ตอนนี้ก็ยังงงๆว่าพวกผู้ใหญ่รู้ได้อย่างไร

ปฐพีต่อบทสนทนาด้วยสายตาเหยียดหยาม และข้าวขวัญก็สัมผัสได้

“ไม่ได้บอก แต่ไปแอบอ้างว่าฉันเป็นแฟนเธอนี่นะ”

“ขวัญไม่เคยเอาชื่อพี่ไปอ้างเลย ขวัญก็แค่เมคเรื่องแฟนปลอมๆขึ้นมา” ใช่ เธอเคยโกหกมารดาว่าตัวเองมีแฟนแล้ว เพราะไม่อยากคบหากับลูกชายของเพื่อนท่าน

ปฐพียกยิ้มร้าย เขาไม่อาจเชื่อคำพูดของหล่อนอีกต่อไป

“ถ้ารังเกียจกันมากขนาดนี้ ทำไมพี่ดินไม่ปฏิเสธผู้ใหญ่ตั้งแต่แรกคะ?”

ยกโขยงกันไปหาเขาถึงที่ทั้งครอบครัว ยังจะมีหน้ามาถามโง่ๆอีก

“มีอยู่สามเหตุผล…” ปฐพีเอ่ยขึ้น

ข้าวขวัญมองใบหน้าเครียดขรึมอย่างรอคอยคำตอบ

“…แต่เธอไม่จำเป็นต้องรู้หรอก” ก็เพราะเขาให้เกียรติครอบครัวของหล่อน แถมยังต้องรักษาหน้าตาพ่อแม่ตัวเอง และเขาอยากให้หล่อนมีสถานะ ‘หย่าร้าง’

อยากจับเขาดีนัก เดี๋ยวพ่อจะจัดให้…

“อีกอย่าง…เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ฉันแอบรัก ไอ้ดนย์มันเข้าใจผิดไปเอง ที่ฉันไม่แก้ต่างในตอนนั้น เพราะไม่อยากให้เธอหน้าแตก”

“ขวัญรู้หรอกน่า … ” และเธอก็รู้ด้วยว่าเขาแอบรักใคร

“ฉันเคยเอ็นดูเธอในฐานะที่เธอเป็นเพื่อนสนิทของยัยปราง แต่ตอนนี้ความรู้สึกดีๆเหล่านั้นไม่เหลืออีกแล้ว” ปฐพีบอกออกไปตามตรง เขาไม่จำเป็นต้องรักษาน้ำใจหล่อนอีกต่อไป

“ขวัญเองก็เคยปลื้มพี่มาก แต่ตอนนี้ความรู้สึกดีๆเหล่านั้นไม่หลงเหลือแล้วเช่นเดียวกัน” เธอเชิดหน้าพรั่งพรูความในใจออกมา

พี่ดินที่เธอเคยรู้จัก ทั้งหล่อ เก่ง อบอุ่น และใจดีสุดๆ ไม่ได้ปากร้ายแบบนี้เลยสักนิด

“…แล้วเธอวางแผนจับฉันทำไม?”

“อย่ามาใส่ร้ายขวัญนะ” เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

“เธอเข้าห้องฉัน จะให้คิดยังไงวะ?”

“ก็คืนนั้นขวัญเมามาก จำอะไรไม่ได้เลย หรือว่าพี่จำได้?” เธอย้อนบ้าง

“ถ้าไม่แอบชอบฉันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำไมถึงยอมแต่งงานกับฉันง่ายๆล่ะ เธอมีสิทธิ์ปฏิเสธ และทุกคนก็จะรับฟังเธอ แต่ถ้าฉันปฏิเสธ ฉันก็จะกลายเป็นไอ้หน้าตัวเมียทันที” นี่แหละคือความไม่ทัดเทียมกันระหว่างชายกับหญิง

ก็เรื่องมันบานปลายจนเธอทำอะไรไม่ถูก เลยต้องตามน้ำไง อีกอย่างกลัวพ่อแม่จะเสียหน้าด้วยแหละ ตัวเองเป็นผู้หญิงแต่ดันเมาเข้าห้องผู้ชาย ถ้าไม่ยอมแต่งพ่อแม่คงผิดหวังมาก

ข้าวขวัญบีบมือเข้าหากันแน่นเพื่อรวบรวมความกล้า สายตามองใบหน้าเรียบเชยเย็นชานั่นอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจถามออกไปตรงๆ “พี่ดินคะ ไหนๆเราก็แต่งงานกันแล้ว มาลองศึกษาดูใจกันไปก่อนไหม เผื่อจะเวิร์คไง” ก้อนอกข้างซ้ายพลันเต้นตุบๆอย่างลุ้นคำตอบ

ปฐพีแสยะยิ้มเหยียด “จำไว้เลยนะขวัญ เธอจะเป็นได้แค่เพียงภรรยาในนามของฉัน”

คำพูดไม่ไยดีของเขา ทำเอาข้าวขวัญถึงกับสะอึก หน้าชาไปเลย ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครแสดงท่าทีรังเกียจเธอมากขนาดนี้

 

5บทที่ 45 นาที

วันต่อมา

ร่างเล็กมองสำรวจความเรียบร้อยในกระจกเงาร่วมสิบนาที ก่อนจะพาตัวเองเดินลงไปข้างล่าง

เห็นสามีกำลังนั่งทานข้าวอยู่ เธอสืบเท้าเข้าไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน พลันส่งยิ้มให้ คนใจร้ายไม่แม้แต่จะปรายหางตามามองกัน

“หนูขวัญจะรับอะไรดีคะ ป้าเตรียมเมนูที่หนูชอบไว้รอด้วยนะ” ป้าสำลีบอก แม่บ้านคุ้นเคยกับข้าวขวัญเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ข้าวขวัญคลี่ยิ้มเล็กน้อย แม้สามีจะไม่มองหน้า ทว่าแม่บ้านก็ยังให้การต้อนรับเธออย่างดีเหมือนเดิม รู้สึกอุ่นใจที่มีกองหนุน

“ถ้าป้าหมายถึงไข่เจียวกุ้ง และแกงจืด ยกมาเสิร์ฟขวัญได้เลยนะคะ ตอนนี้หิวมาก” นี่แหละคือเมนูโปรดของเธอ

“รอแป๊บหนึ่งนะคะ” ป้าแม่บ้านเดินเข้าไปในครัว เพียงไม่นานก็กลับออกมาพร้อมกับถาดอาหารในมือ

“ทานให้อร่อยนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“เพล้ง!” ปฐพีโยนช้อนลงจานข้าวอย่างแรง แล้วดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ สองหญิงต่างวัยถึงกับสะดุ้งโหยง

“คุณดินจะไปไหนคะ ให้ป้าช่วยยกไหม?” เจ้านายกำลังก้มหยิบเอาจานข้าว

“ไม่เป็นไรครับป้า ผมจะเปลี่ยนไปกินในห้องดูทีวี นั่งตรงนี้กลืนข้าวไม่ลง!”

ชายหนุ่มตวัดหางตามองภรรยาบังเอิญด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะเดินไปอีกห้อง เขาไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะกับหล่อน

ข้าวขวัญหน้าชา บอกเลยว่าตอนนี้ทั้งเจ็บทั้งอาย

“หนูขวัญอย่าไปสนใจคุณดินเลยนะคะ กินข้าวเถอะ ป้าตั้งใจทำไว้รอตั้งแต่เช้าเลยนะ” ป้าสำลีกระซิบบอกคนหน้าเจื่อน นางไม่รู้เบื้องลึก เบื้องหลังของคู่นี้ รู้เพียงแต่ว่าหญิงสาวตรงหน้าทั้งน่ารักและนิสัยดีมาก

“ค่ะป้า” ข้าวขวัญฝืนตักอาหารตรงหน้าเข้าปาก พลางข่มกลั้นความน้อยใจเอาไว้สุดฤทธิ์ เธอไม่เคยรู้สึกไร้ตัวตนแบบนี้มาก่อน

กินไม่ถึงสิบคำ มือเรียวก็รวบช้อน ฝืนกินต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ

“ป้าสำลี ขวัญจะออกไปนั่งเล่นที่สระว่ายนะคะ” ผู้ใหญ่สั่งห้ามเอาไว้ว่าสามวันแรกหลังแต่งงานห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด ไม่งั้นเธอคงออกไปช้อปแก้เซ็งแล้ว

อยากรู้เหมือนกัน ถ้าอยู่ครบตามความเชื่อ สามีจะเลิกเกลียดขี้หน้าไหม

ป้าสำลีมองตามหลังเจ้าสาวป้ายแดงด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ เจ้านายนางก็ช่างร้ายกาจใส่ภรรยาซะเหลือเกิน

 

ทางด้านปฐพี

ติ่ง  ติ่ง (เสียงแจ้งเตือนข้อความจากกลุ่มเพื่อน)

คุณภัทร {เป็นไงบ้างเข้าหอคืนแรก}

เจตน์ {คงกกเมียทั้งคืนแหละ ถามได้}

ปฐพี {กกบ้าอะไร มึงก็รู้ว่ากูไม่อยากแต่งงานกับเค้าตั้งแต่แรก”

สายป่าน {ดินใจร้ายจังเลยอะ ป่านชักเริ่มสงสารเมียดินแล้วนะเนี่ย”

คุณภัทร {ถ้าเบื่อมาก ออกมากินเหล้ากับพวกกูไหม?”

เจตน์ {เดี๋ยวเมียมันก็ว่าหรอก}

ปฐพี {ที่ไหน?}

คุณภัทร {จุดนัดพบพวกเรา}

ปฐพี {เวลา?}

เจตน์ {เดิม}

ปฐพี {โอเค}

 

เย็นวันเดียวกัน

เสียงสตาร์ทรถดังขึ้น ข้าวขวัญชะโงกคอมองออกไปหน้าบ้าน เห็นสามีตัวเองในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนชิลๆ กำลังก้าวขาเข้าไปนั่งในรถ สักพักก็ขับออกไป

“เออ… คุณดินอาจจะมีธุระก็ได้นะคะ” แววตาคู่เศร้าของภรรยาเจ้านาย ทำป้าแม่บ้านต้องรีบพูดปลอบขวัญ

ข้าวขวัญฉีกยิ้มสดใสเพื่อกลบเกลื่อนความเสียใจ แต่งตัวแบบนั้นไม่บอกก็พอเดาออกแหละ

เธอคงเป็นเจ้าสาวคนแรกที่เจ้าบ่าวไม่ยอมเข้าหอด้วยแม้แต่วันเดียว ยิ่งคิดยิ่งน้อยใจ

 

อีกสถานที่หนึ่ง

ผับ Chill & Cheer

สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังคนที่กำลังนั่งหน้าเครียดส่งน้ำเมาเข้าปาก

“ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างนายปฐพีจะยอมให้ผู้ใหญ่จับคลุมถุงชนได้ง่ายๆ” เจตน์แสดงความคิดเห็น

“กูไม่ได้โดนจับคลุมถุงชน กูโดนวางยาต่างหากล่ะ” เขาถึงดิ้นไม่หลุดไง ข้าวขวัญเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจมาก!

“ถ้าวางยาแล้วได้เมียสวยขนาดนั้น กูอยากโดนวางบ้างจัง” คุณภัทรว่า

“พูดซะป่านอยากรู้ โดนวางยังไง?” สายป่านซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มถามขึ้น

เจตน์ คุณภัทร และ สายป่านเป็นเพื่อนสนิทของปฐพี พวกเขาไม่รู้จักข้าวขวัญเป็นการส่วนตัว แต่ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นใคร เพราะครอบครัว ‘อนันต์ไพศาล’ เป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจมานานแล้ว

“กูไม่อยากพูดถึงผู้หญิงคนนั้น เอาไว้คราวหน้าเดี๋ยวเล่าความร้ายกาจของหล่อนให้ฟัง” ความหงุดหงิดใจทำให้เขาบีบแก้วในมือแน่น ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากจนหมดเกลี้ยง

แล้วเติมแก้วใหม่ดื่มต่อแบบไม่ยั้ง

 

อีกหลายชั่วโมงต่อมา

บ้านวงศ์สุรวัฒนา

“เดินดีๆหน่อย หนักนะเนี่ย” สายป่านประคองคนเมาเดินเข้าบ้านอย่างทุลักทุเล

คิดดูเถอะผู้หญิงบอบบางร่างเล็กกับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำ

“ไหนบอกไปออกกำลังกายทุกวัน แค่นี้ทำเป็นหนัก” ปฐพีที่เดินสะเปะสะปะพูดเสียงอ้อแอ้ลิ้นพันกัน

“โอ๊ย … อย่าแกล้งป่านดิ”

“หึ หึ หึ” “ไม่ได้แกล้งสักหน่อย” คนที่เมาแทบจะยืนไม่อยู่หัวเราะร่า

พลั่ก

“โอ๊ย…ดิน ป่านหนัก ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลยนะ”

เล่ม 2 สยบรักคู่หมั้นตัวร้าย 6 ตอน
1บทที่ 16 นาที

“วันนี้วันพระเหรอ จะไปวัดทำไมไม่บอกพี่แต่เช้า?” ปรเมศวร์เอ่ยถามคู่หมั้นเมื่อเห็นเธอเดินมาพร้อมกับตะกร้าใบใหญ่ในมือ แถมชุดที่ใส่ยังดูเรียบร้อยมากเหมือนคนกำลังจะไปปฏิบัติธรรมอย่างไรอย่างนั้น

“ใครจะไปวัดเหรอคะ?”  พลอยดาวมองคู่หมั้นหนุ่มที่นั่งรออยู่ในหรูสีแดงด้วยความสงสัย เธอไม่ได้กำลังจะไปวัดสักหน่อย

“ก็ดูเธอแต่งตัวสิ ไหนจะตะกร้านั่นอีก” ว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่แฝงประชดประชันนิดๆ

วันนี้ยัยคู่หมั้นที่เขาไม่ได้เลือกสวมกระโปรงพลีทยาวสีชมพูแชมเปญ เสื้อเชิ้ตสีขาว รองเท้าส้นเตี้ยสีครีม มัดผมครึ่งหัวดูเรียบร้อยยิ่งกว่าแม่ชีเสียอีก

ประโยคเสียดสีของเขา ทำเอาคนฟังถึงกับต้องกลอกตาซ้ายทีขวาที

“ในตะกร้านี้อาหารกลางวันของพี่ทั้งนั้นค่ะ” พลอยดาวพาตัวเองเข้าไปนั่งคู่กับคนขับ

เขามองตะกร้าเพียงเสี้ยววิ ใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมาอย่างขบขัน พลันยกเท้าออกจากเบรกให้รถเคลื่อนออกไป

“เมื่อไหร่รถจะซ่อมเสร็จเนี่ย?” เกือบสองเดือนแล้วที่ปรเมศวร์ต้องทำหน้าที่เป็นพลขับให้กับคู่หมั้นสาวแบบไม่เต็มใจ เพราะรถของเธอดันเครื่องพัง แถมยังไม่มีวี่แววว่าจะซ่อมเสร็จง่ายๆ ที่เขาเลี่ยงไม่ได้เป็นเพราะบ้านทั้งสองอยู่ในเขตรั้วเดียวกัน

“ช่างนัดรับรถอาทิตย์หน้าค่ะ” พลอยดาวรู้ดีว่าปรเมศวร์อึดอัดมากแค่ไหน

Rrrr Rrrr Rrrr  (เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น)

ปรเมศวร์ไม่ได้คุยกับคู่หมั้นต่อ เขารีบเอื้อมมือไปกดรับสายที่โทรเข้ามา

-“ว่าไงครับ?” –

-“บอกสถานที่มาได้เลยครับ” –

-“แล้วเจอกันครับผม” –

ปรเมศวร์กดวางสาย เบือนหน้ามามองคนที่นั่งอยู่ข้างกัน

ไม่ต้องรอให้เอ่ยอะไรออกมา พลอยดาวก็รู้แล้วว่าเธอควรจะทำอะไรต่อ

“พี่เมศวร์จอดป้ายรถเมล์ข้างหน้าให้พลอยได้เลยค่ะ” ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องพูดแบบนี้

ทุกครั้งที่อีกคนมีธุระ เธอต้องลงรถกลางทาง ไม่ว่าธุระของเขาจะด่วนหรือไม่ก็ตาม

เพียงไม่นานรถคันหรูสีแดงก็เคลื่อนเข้าไปจอดเทียบริมฟุตบาท

“เดี๋ยวตอนเย็นพี่จะแวะเข้าไปรับที่ร้านนะ” ปากเอ่ยบอก ทว่าสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูสีดำ

“พี่เมศวร์อย่าลืมทานอาหารในกล่องนะคะ แล้วเจอกัน” เธอก้าวขาลงมาจากรถด้วยสีหน้าผิดหวัง

อีกคนไม่ได้ตอบหรือมองมาที่เธอแม้แต่แวบเดียว

เมื่อรถคู่หมั้นขับออกไป พลอยดาวก็เดินคอตกไปขึ้นรถเมล์

ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสิบนาทีเธอก็มาถึงจุดหมาย

 

Flower House

“สวัสดีค่ะพี่เอี้ยง” เดินเข้ามาในร้านก็เห็นผู้จัดการสาวยุ่งอยู่กับการจัดช่อดอกไม้ พลอยดาวเอ่ยทักเฉกเช่นทุกเช้า

“สวัสดีค่ะคุณพลอย มาเช้าจังเลย” ผู้จัดการสาวยิ้มทักทายเจ้านาย

มาทำความรู้จักกับพลอยดาวกันคะ

พลอยดาว ทรัพย์ปรีชา สาวน้อยวัย 22 ปี  รูปร่างอรชร ผิวขาว สูงราวๆ 160 เซนติเมตร หน้าตาสวยหวาน ผมยาวตรงสลวยสีดำขลับ ดวงตากลมโตสดใส มีนิสัยเรียบร้อยและก็ชอบแต่งตัวเรียบร้อย เธอทำธุรกิจร้านดอกไม้แบบครบวงจร รับออกแบบตกแต่งสถานที่จัดงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานอีเว้นท์ งานปาร์ตี้ งานฉลองครบรอบ รวมถึงงานแต่ง

“พลอยเห็นมีออร์เดอร์เข้ามาเยอะ ก็เลยอยากมาช่วยกัน” ช่วงนักศึกษารับปริญญาแบบนี้ ดอกไม้จากร้านของเธอก็จะขายดิบขายดีเป็นพิเศษ

ผ่านไปประมาณสามชั่วโมงช่อดอกไม้สวยๆ หลากหลายขนาดก็ถูกนำมาวางเรียงรายพร้อมนำส่งให้กับลูกค้า

“พี่เอี้ยงค่ะ ช่อดอกไม้บนโต๊ะฝากพนักงานจัดส่งตามที่อยู่ได้เลยนะ”

“ได้ค่ะเดี๋ยวพี่รีบจัดการให้”

“วันนี้พลอยมีนัดทานข้าวกับเพื่อน อาจจะกลับมาเย็นๆนะคะ” บอกผู้จัดการคนสนิทแล้วเดินออกจากร้านไป

**********

The Grand Hotel (ห้องผู้บริหาร)

“มีเอกสารด่วนอะไรที่จะให้กูเซ็น” ปรเมศวร์ถามผู้ช่วย

มาทำความรู้จักกับปรเมศวร์บ้าง

ปรเมศวร์ วงศ์สุรวัฒนา CEO หนุ่มเนื้อหอมวัย 26 ปี เจ้าของส่วนสูง 188 เซนติเมตร ทายาทโรงแรมหรูกลางกรุง หน้าตาหล่อเหลา เขาเป็นทายาทอันดับที่สองของ ‘ตระกูลวงศ์สุรวัฒนา’ มีพี่ชายหนึ่งคนและน้องสาวหนึ่งคน ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ของโรงแรม The Grand Hotel ร่วมกับ ‘ปฐพี’ พี่ชายคนโตหนุ่มโสดสุดฮอตวัย 28 ปี

“คุณดินต้องการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ในห้องจัดเลี้ยง VIP ใหม่ทั้งหมด ฝ่ายจัดซื้อส่งรายการมาให้แล้วครับ” เตชิตยื่นเอกสารไปให้เจ้านายดู

อีกคนก้มอ่านประมาณห้านาทีก่อนจะลงลายมือชื่อ

“วันนี้กูมีนัดกินข้าวกับคุณโรส อาจจะกลับเข้ามาช้าหน่อย” เป็นเพราะมีสาวสวยโทรนัดให้ออกไปกินข้าวด้วย เขาเลยต้องรีบเข้ามาเคลียร์งานที่ออฟฟิศจนต้องทิ้งคู่หมั้นไว้กลางทาง

ผู้ช่วยพยักหน้ารับทราบ

“อาหารเที่ยงมึง” บอกพลางโบ้ยหน้าไปทางโซฟารับแขก

เตชิตมองตามสายตาเจ้านายไปเห็นตะกร้าใบใหญ่วางอยู่บนโต๊ะ “ข้าวกล่องคุณพลอยเหรอครับ?”

“อืม…พลอยเตรียมให้” เขาไม่เคยกิน เธอยังขยันเตรียมให้ทุกวัน

เตชิตมองเจ้านายแบบไม่เข้าใจ พลอยดาวทำอาหารอร่อยทุกเมนู เสียดายที่เจ้านายเขาไม่ชอบทาน

“กูไปแล้ว กินข้าวให้อร่อยนะ”

 

**********

ร้านอาหารไทย

“ขวัญ แกนัดฉันออกมากินข้าวเที่ยงด้วยมีเรื่องอะไรเปล่า?” พลอยดาวถาม

“ฉันอยากจ้างแกไปตกแต่งห้องจัดเลี้ยงให้” ข้าวขวัญบอก

ข้าวขวัญเป็นทายาทของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของไทย เธอถูกมอบหมายให้มาตกแต่งสถานที่จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า ซึ่งบิดามักจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และปีนี้ทางบริษัทได้จองห้องจัดเลี้ยงพิเศษของโรงแรม The Grand Hotel ล่วงหน้าเอาไว้

ข้าวขวัญเป็นเพื่อนสนิทของพลอยดาว

“แจ้งคอนเซ็ปต์ที่ต้องการได้เลย” เจ้าของร้านคนสวยยิ้มรับโปรเจกต์ใหม่ ช่วงนี้มีงานเข้ามารัวๆ

“ง่ายๆเลย เรียบหรูแต่ดูดี เน้นตกแต่งด้วยดอกไม้ไทยๆ ฉันจะส่งรายละเอียดที่พ่ออยากได้ให้ทางอีเมลอีกที”

“โอเค”

“พลอยดูโน้น” ข้าวขวัญเชิดหน้าไปทางร้านอาหารอิตาเลียนที่อยู่อีกฝั่ง “คู่หมั้นแกมากับใครวะ?”

 

2บทที่ 24 นาที

ร้านอาหารอิตาเลียน

“เห็นคุณโรสบอกว่ามีธุระจะคุยกับผม”

“ใช่ค่ะ โรสอยากได้ห้องจัดงานแฟชั่นโชว์ แต่อยากได้ห้องที่ใหญ่กว่าปีที่แล้ว” รสรินทร์ตอบ เธอนัดปรเมศวร์มากินข้าวเที่ยงด้วยกันก็เพราะเหตุผลนี้แหละ อีกอย่างเธออยากทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้นด้วย

รสรินทร์เป็นหนึ่งในลูกค้า VIP ของ The Grand Hotel และก็เป็นเจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ดัง ทุกครั้งที่มีการปล่อยคอลเลคชั่นใหม่ๆออกมา เธอมักจะเช่าพื้นที่ของ The Grand Hotel จัดแสดงแฟชั่นโชว์เพื่อโปรโมตสินค้าเสมอ คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน

เธอได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากปรเมศวร์

“โรสอยากได้คำแนะนำจากคุณ”

รอยยิ้มอันทรงเสน่ห์​แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาตรงมุมปากของเขา

“ยินดีครับ อยากเข้าไปดูห้องวันไหนโทรหาผมได้เลย”

รสรินทร์ระบายยิ้มออกมาอย่างเขินอาย

“ทานข้าวกันดีกว่านะครับ เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด เรื่องงานเอาไว้คุยต่อทีหลัง” ปรเมศวร์บอกกับลูกค้าคนสวย

 

**********

ร้านอาหารไทย

“พร้อมจะถอนตัวหรือยัง?”

พลอยดาวละสายตาจากภาพบาดตานั่น แล้วหันมาตักน้ำซุปใส่ปากต่อ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้เห็นภาพแบบนี้ ทว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นผู้หญิงคนนี้ หล่อนดูสวยเซ็กซี่แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด

มิน่าเขาถึงชอบเรียกเธอว่า ‘ยัยแม่ชีหน้าจืด’

“มีเพชรอยู่ในมือแท้ๆ ไม่เข้าใจพี่เมศวร์เลยจริงๆ ไม่ไหวอย่าฝืนนะพลอย” ข้าวขวัญไม่ได้คิดจะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเพื่อน ทว่าฝ่ายชายเล่นไม่รักษาน้ำใจกันเกินไป

“ฉันใกล้จะยอมแพ้แล้วแก” ครั้งแรกที่เห็นคู่หมั้นตัวเองควงสาวอื่นแบบนี้พลอยดาวรู้สึกเสียใจมาก แต่เมื่อได้เห็นบ่อยๆ มันกลายเป็นความชาชิน หรือว่าหัวใจของเธอตายด้านไปแล้วก็ไม่รู้

“ฉันไม่เคยเห็นพี่เมศวร์พาแกไปกินข้าวแบบนี้เลยว่ะ สักครั้งเดียวก็ไม่มี” เห็นแล้วก็ขึ้นแทนเพื่อน

พลอยดาวพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เพื่อข่มกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

“ขอโทษนะแก ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้นอยด์” แววตาคู่เศร้าของเพื่อนทำเอาข้าวขวัญรีบหุบปาก

“ไม่ต้องขอโทษหรอก แกพูดความจริง ดีเสียอีกฉันจะได้

มูฟออนจากเขาเสียที” อย่าว่าแต่พาไปกินข้าวเลย เขาไม่เคยควงเธอออกไปไหนด้วยซ้ำ

“เราไปเดินเล่นกันดีกว่า” ข้าวขวัญเห็นว่าอีกคนกลืนข้าวไม่ลงแล้ว

คนกำลังอกหักพยักหน้าเอื่อยๆ

จากนั้นข้าวขวัญก็พาคนเหม่อเดินช้อปปิ้งแวะร้านโน้นทีร้านนี่ที เพราะเธอคิดว่าเสื้อผ้าสวยๆอาจจะช่วยฮีลหัวใจอันบอบช้ำของเพื่อนได้

เมื่อได้ของครบทุกรายการตามที่ต้องการ สองสาวก็แยกย้ายกันกลับ

 

**********

Flower House

“เธอไปไหนมา พี่มารอตั้งนาน?” ปรเมศวร์เดินเข้ามาถามคู่หมั้นที่กำลังก้าวขาลงมาจากรถแท็กซี่

ใบหน้าเคร่งขรึมบวกกับน้ำเสียงไม่พอใจของเขา ทำเอาเธอเจ็บแปลบในอก ทว่ายังฝืนยิ้ม “พลอยไปช้อปกับขวัญมาค่ะ เดินเพลินไปหน่อย ขอโทษนะคะที่ให้รอนาน”

“มาสายตั้งสิบห้านาที เธอก็รู้ว่าช่วงนี้เราต้องกลับบ้านด้วยกันทุกวัน” เสียงติดรำคาญบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

“วันหลังพลอยจะเรียกแท็กซี่ค่ะ” รอแค่สิบห้านาทีมาทำเป็นอารมณ์เสียใส่ เอาจริงๆ ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาเธอไม่เคยช้าแม้แต่ครั้งเดียว สายวันแรกก็โดนวีนเสียแล้ว

“ไม่ต้องมาประชดพี่ ไปขึ้นรถจะได้กลับบ้านเสียที” ออกคำสั่งเสียงดุ

“พลอยไม่ได้ประชดค่ะ” เธอเองก็อึดอัดเหมือนกันแหละ

“พี่เลือกได้ด้วยเหรอพลอย วันไหนที่เธอเรียกแท็กซี่ มีหวังแม่พี่บ่นจนหูชา” พลอยดาวเป็นสะใภ้ในฝันของมารดา แตะเธอได้ที่ไหน

คนตัวเล็กถอนหายใจยอมแพ้ ต่อปากต่อคำไปก็ไร้ประโยชน์ เธอจึงรีบเดินไปขึ้นรถ

ตลอดการเดินทางทั้งสองเอาแต่นั่งเงียบไม่มีใครพูดอะไรเลย ทำให้ภายในรถหรูที่กำลังเคลื่อนไปข้างหน้ามีเพียงเสียงเพลงเปิดคลอเคลียเบาๆ

ผ่านไปประมาณยี่สิบนาทีทั้งสองก็เดินทางมาถึงจุดหมาย

“อย่าลืมเอาตะกร้าของเธอไปด้วยล่ะ” ว่าแล้วก็หันหลังเดินเข้าบ้านตัวเอง

เมื่อพูดถึงตะกร้าความน้อยเนื้อต่ำใจก็พลันถาโถมเข้ามาใส่ เธออุตส่าห์ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ตั้งใจทำเมนูโปรดให้ ทว่าเขากลับไปนั่งหน้าระรื่นกินข้าวกับหญิงอื่นอย่างสบายอารมณ์

มือเรียวถือตะกร้า สายตายังคงมองตามแผ่นหลังของคู่หมั้นพลางถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ มีคนเคยบอกว่า ‘เจ็บให้สุด แล้วจะหยุดได้เอง’ มันต้องเจ็บขนาดไหน ทำไมเธอถึงยังหยุดรักเขาไม่ได้สักที

3บทที่ 35 นาที

เช้าวันใหม่

ร่างเล็กสืบเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคนที่กำลังจัดของใส่ตะกร้า

“วันนี้คุณแม่จะไปทำบุญที่ไหนคะ?” พลอยดาวถามมารดา เธอเห็นว่ามีสังฆทานหลายชุดวางเรียงรายกันอยู่บนโต๊ะ

“ป้าศศิชวนแม่ไปแก้ปีชงแถวอยุธยาจ้ะ แม่อาจจะต้องได้ค้างคืนนะ ถ้าไปกลับกะว่าจะชวนพลอยไปด้วยกัน” คุณภาสินีตอบลูกสาว ศศิที่เอ่ยถึงก็คือมารดาของปรเมศวร์ เพื่อนสนิทของนางเอง

“แก้ปีชงต้องไปไกลถึงอยุธยาเลยเหรอคะ?” พลอยดาวไม่แปลกใจที่มารดาไปทำบุญต่างจังหวัด เพราะเป็นเรื่องปกติของนางกับป้าศศิอยู่แล้ว ก็แค่สงสัยว่าวัดในกรุงเทพไม่มีให้แก้ปีชงเหรอ เธออยากไปแก้บ้าง ตั้งแต่หมั้นกับปรเมศวร์มาเหมือนดวงจะไม่ค่อยดีเอาเสียเลย เพราะมีหลายครั้งที่เธอต้องนอนน้ำตาซึม

“ป้าศศิบอกว่าพึ่งไปเจอวัดเด็ดมา ใครมีโอกาสได้ไปที่นั่นจะโชคดีมากๆ ไอ้เราก็คนขี้สงสัยด้วยสิ” คนเป็นแม่อธิบาย

ลูกสาวพยักหน้ารับรู้

“ทริปนี้ป้าพิณกับป้าสำลีขอตามไปด้วยนะ เห็นบอกอยากถูกหวยบ้าง” พูดไปหัวเราะไป

“ไม่มีปัญหาค่ะ พลอยดูแลตัวเองได้” ที่พลอยดาวบอกแบบนี้ เพราะป้าพิณเป็นแม่บ้านคอยดูแลเธอในยามที่มารดาไปต่างจังหวัด ส่วนป้าสำลีเป็นแม่บ้านของปรเมศวร์

ถ้าแม่บ้านไม่อยู่พลอยดาวต้องดูแลตัวเอง ซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเธอเลย

 

“คุณนี ป้าจะเอาสัมภาระไปขึ้นรถเลยนะ ลุงสันติพร้อมแล้ว” ป้าพิณเดินมาบอกสองแม่ลูก ลุงสันติที่นางพูดถึงเป็นคนขับรถของบ้านโน้น

“เตรียมของเสร็จพอดีเลย” คุณภาสินีบอกกับแม่บ้าน

จากนั้นทั้งสามก็พากันลำเลียงข้าวของไปขึ้นรถ ซึ่งก็มีคุณศศิภากับป้าสำลียืนรออยู่ก่อนแล้ว

ใช้เวลาไม่นานชุดสังฆทานและของทำบุญต่างๆก็ได้ถูกจัดเรียงไว้บนรถ

“คุณป้า พลอยขออนุญาตใช้ห้องครัวนะคะ” พลอยดาวพูดกับคุณศศิภา ทุกครั้งที่บรรดาแม่ๆไปต่างจังหวัดแบบนี้ เธอจะเป็นคนคอยเตรียมอาหารให้ลูกชายนางเสมอ

“ตามสบายเลยลูก ทีหลังไม่ต้องขอป้าหรอก” คุณศศิภายิ้มกว้าง แสนดีแบบนี้จะไม่ให้นางเอ็นดูอย่างไรไหว มิเสียแรงที่มอบตำแหน่งลูกสะใภ้ในฝันให้

บอกลากันเสร็จ สายแก้ปีชงก็พากันไปขึ้นรถเตรียมตัวออกเดินทาง ส่วนพลอยดาวซอยเท้าเดินไวๆเข้าบ้านคู่หมั้น เธออยากไปเตรียมอาหารก่อนที่เขาจะตื่น เพราะเวลาตอนนี้เกือบจะสิบเอ็ดโมงแล้ว

วันหยุดสุดสัปดาห์คู่หมั้นของเธอจะตื่นสายหน่อย

พอมาถึงห้องครัว พลอยดาวก็จัดการทำข้าวต้มหมูสับเป็นอันดับแรก ตามด้วยต้นอ่อนทานตะวันผัดน้ำมันหอย กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา ผักกาดดองผัดไข่ ตบท้ายด้วยแกงจืดเต้าหู้

 

“พลอยทำอะไรอยู่หอมเชียว” ปฐพีเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ก้มมองอาหารตรงหน้า “ยกออกไปตั้งโต๊ะเลยได้ไหมเนี่ย ไอ้เมศวร์ก็ตื่นแล้ว” คนกำลังหิวจัดถามว่าที่น้องสะใภ้

“โอเคค่ะ พลอยกำลังจะยกออกไปพอดี”

ผ่านไปเพียงอึดใจเดียวอาหารก็ถูกจัดวางเรียงรายไว้บนโต๊ะ

“พี่ดินทานก่อนเลยนะคะ พลอยออกไปตามพี่เมศวร์ก่อน” เธอเดินไปยังห้องนั่งเล่น ซึ่งก็อยู่ติดกับห้องอาหารนี่เอง

คนตัวเล็กยิ้มแป้นให้คู่หมั้นหน้าขรึม เมื่อเห็นเขาเงยหน้าขึ้นมามอง

“มีอะไรเหรอยัยแม่ชี?” ปรเมศวร์ถามคนจุ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ตื่นมาก็ได้เจอหน้าเธอก่อนใครๆ ขนาดวันหยุดยังไม่เว้นช่องว่างให้เขาได้หายใจเลย จะตามตื๊อกันไปถึงไหน

น้ำเสียงแข็งกระด้างของเขา ทำเอาพลอยดาวถึงกับหุบยิ้มแทบจะไม่ทัน

“ไปทานข้าวกันค่ะ”

 

“เมศวร์ขอโทษที รอนานไหม?” เสียงใสๆร้องเรียกมาแต่ไกล

“ไม่เลย เราพึ่งตื่นเหมือนกัน” ปรเมศวร์บอกหญิงสาว เธอคนนี้ชื่อมัดหมี่เป็นเพื่อนของเพื่อนเขาอีกที

“มีแขกเหรอ ถ้าไม่สะดวกเอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้นะ” หญิงสาวผู้มาใหม่เห็นว่าปรเมศวร์ไม่ได้อยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียว

“ไม่ใช่แขกที่ไหนหรอก แค่น้องข้างบ้านเฉยๆ”

พลอยดาวเหลือบมองคู่หมั้นด้วยแววตาตัดพ้อ ทั้งที่เขาขีดเส้นใต้ด้วยปากกาสีแดงอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่าเราสองคนเป็นได้แค่พี่น้องกัน ทว่าได้ยินทีไรใจมันก็ยังเจ็บช้ำอยู่ดี

“งั้นไปกันเลยไหม ตาร์บอกเราว่าช่วงบ่ายสำเพ็งคนจะเยอะมาก” ตาร์คือลูกพี่ลูกน้องของเธอ

มัดหมี่วานให้ปรเมศวร์เป็นพลขับให้ ด้วยความที่เธอเป็นคนต่างจังหวัดเลยไม่ค่อยคุ้นชินกับถนนในเมืองกรุงมากนัก เธอมาเยี่ยมญาติที่กรุงเทพฯ ขากลับเกิดอยากซื้อของไปฝากคนที่บ้าน

เมื่อได้ยินสถานที่ที่คนทั้งสองกำลังจะไป พลอยดาวเกือบหายใจไม่ออก เพราะความน้อยเนื้อต่ำใจกำลังวิ่งพล่านไปทั่วร่าง คู่หมั้นของเธอเกลียดอากาศร้อนและสถานที่แออัดเป็นที่สุด ยิ่งถ้าต้องให้ไปเดินตลาดแบบนั้น ไม่มีทาง หล่อนเป็นใครกันเขาถึงได้ตามใจ

“โอเค”

ปรเมศวร์เดินตามมัดหมี่ออกไป โดยไม่สนใจคู่หมั้นตัวเองแม้แต่นิด

 

“พลอยทำอะไรกันอยู่” ปฐพีออกมาตาม เขาเห็นว่าอีกคนไม่กลับเข้าไปสักที

“พี่ดินทานให้อร่อยเลยนะคะ พลอยขอตัวก่อน” วินาทีนี้เธอคงกินอะไรไม่ลงหรอก

พลอยดาวเดินหน้าหงอยพาหัวใจช้ำๆของตัวเองกลับไปรักษาที่บ้าน

 

 

 

4บทที่ 45 นาที

สองวันต่อมา

“เมศวร์ วันนี้กูจะไม่เข้าออฟฟิศนะ มึงไหวเปล่า?” ปฐพีมองน้องชายอย่างวิเคราะห์ “มึงเมาค้างไหมเนี่ย?” คนพี่รัวคำถามเป็นชุด เพราะช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ไอ้น้องตัวดีออกไปปาร์ตี้กับแก๊งเพื่อนตั้งแต่หัววันยันสว่าง คนหรือเครื่องจักรเดินได้ก็ไม่รู้

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณพี่ชาย ผมเป็นคนประเภททำงานเต็มที่ปาร์ตี้เต็มเหนี่ยว พี่ก็รู้นิ ไม่เสียการเสียงานแน่นอน”

คนพี่พยักหน้าโล่งอก เขาก็รู้แหละว่าน้องชายไม่เคยเหลวไหลเรื่องงานเลยสักครั้ง ทว่ายังอยากย้ำอยู่ดี เพราะบ่ายนี้มันต้องเข้าประชุมสำคัญแทนเขา

“พี่ผมไปก่อนนะยัยแม่ชีมาโน้นแล้ว”

“เรียกน้องดีๆหน่อยก็ไม่ได้ กูไม่เห็นว่าพลอยจะเหมือนแม่ชีตรงไหนเลยนะ”

“เหมือนทุกตรง พี่ดูชุดหล่อนสิ วันนี้มาขาวทั้งตัว วันก่อนๆยังพอมีสีอื่นปะป่นอยู่บ้าง” พลอยดาวเดินออกจากบ้านมาในชุดเดรสลูกไม้สีขาวแบบเรียบร้อย

“น่ารักออก” คนพี่แย้ง

“คนอะไรไม่มีเซนส์เรื่องแฟชั่นเอาเสียเลย ตัวเองจืดชืด เป็นทุนเดิมอยู่แล้วยังชอบใส่ชุดแบบนี้อีก” บ่นพลางก้าวขาเดินออกไป

ปฐพีได้แต่ส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย

 

“จะไปแก้ปีชงวัดไหนอีกล่ะเนี่ย บอกไว้ก่อนเลยนะว่าวันนี้พี่ไม่ว่างพาเธอไปหรอก ตอนบ่ายพี่มีประชุม” ปรเมศวร์ยิ้มล้อเลียน

พลอยดาวมองหน้าคู่หมั้นแบบงอนๆ ทำมาเป็นพูดจาเสียดสีใส่ ตั้งแต่หมั้นกันมาเขาไม่เคยพาเธอไปไหนเลยสักครั้งเดียว

“อ้าว ลืมตะกร้าเหรอ?” ในมือของเธอว่างเปล่า ตลอดสองเดือนที่ผ่านมายัยคู่หมั้นหน้าจืดเตรียมข้าวกล่องให้เขาทุกวัน ลืมเอาไปแบบนี้เตชิตก็อดได้กินของอร่อยกันพอดี

“พลอยเลิกแพ็คข้าวกล่องให้พี่แล้วค่ะ” เพราะแพ็คให้ พี่ก็ดอดไปกินข้าวกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ดี

ใบหน้าหล่อเหลาเหยียดยิ้มพึงพอใจกับคำตอบนั่น ปรเมศวร์พอเห็นสัญญาณอะไรบางอย่างแล้ว สิ่งที่เขากำลังพยายามทำอยู่กำลังจะเป็นผลในทางบวก อีกไม่นานยัยหน้าจืดคงวิ่งแจ้นไปขอถอนหมั้นเอง

“ไปกันเดี๋ยวสาย” คนหล่อผิวปากพาตัวเองเข้าไปนั่งในรถอย่างอารมณ์ดี อีกหน่อยเขาก็จะได้เป็นหนุ่มโสดโดยสมบูรณ์แบบ

รถเคลื่อนออกไปราวห้านาที ปรเมศวร์ก็เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ แล้วขับไปจอดเทียบริมฟุตบาท

“เธอลงไปนั่งข้างหลังเร็ว”

ใบหน้าสวยดูงงเป็นอย่างมาก แม้เขาจะใจร้ายกับเธอเพียงใด ทว่าที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่เคยไล่เธอไปนั่งเบาะหลังสักครั้งเดียว มีแต่ไล่ลงกลางทาง

“พี่มีแขก” ปรเมศวร์บอกเหตุผล

พลอยดาวถึงบางอ้อเมื่อเห็นสาวหน้าหมวยคุ้นตาเดินมาที่รถ

“พลอยจะเรียกแท็กซี่ไปเองค่ะ” พลอยดาวเอ่ยบอกเสียงเรียบ ในขณะที่มือเล็กกำเข้าหากันแน่น เธอจะไม่ยอมร่วมทางกับผู้หญิงของเขาเด็ดขาด

ที่ผ่านมาปรเมศวร์ควงหญิงไม่ซ้ำหน้าก็จริง ทว่าเขาไม่เคยพามาหยามกันถึงถิ่นแบบนี้ การกระทำในครั้งนี้มันหักหาญน้ำใจกันมากเกินไป

“เธออย่ามาประชดพี่นะพลอย แค่ลงไปนั่งเบาะหลังอย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ พี่ไม่ชอบคนงี่เง่าไร้เหตุผล” เสียงดุออกคำสั่ง

“พลอยต้องรีบไปร้าน ช่วงนี้ลูกค้าเยอะ”

“เธอคิดว่าพี่ว่างมากนักเหรอ พี่ต้องเข้าไปบริหารโรงแรมเหมือนกัน ร้านดอกไม้เล็กๆของเธอจะยุ่งแค่ไหนกันเชียวถ้าเทียบกับธุรกิจของพี่”

พลอยดาวมองอีกคนด้วยแววตาผิดหวัง ก่อนจะพาตัวเองไปนั่งเบาะหลังตามที่เขาต้องการ คู่หมั้นของเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ปรเมศวร์ไม่ใช่คนที่จะมาพูดจาดูถูกใครแบบนี้ เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนเหมือนที่ใครๆบอกจริงๆ

สาวหน้าหมวยเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ

“เมศวร์เรายังไม่มีโอกาสได้ขอบคุณเลย เมื่อคืนเราสนุกมาก ขอบคุณมากนะที่พาไปท่องราตรีเมืองกรุง สนุกจนไม่อยากกลับต่างจังหวัดเลย” มัดหมี่ยิ้มหวานให้คนหล่อ อีกคนตอบกลับด้วยรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์

บทสนทนาของพวกเขาทำเอาพลอยดาวถึงกับจุกในอก ที่อีกคนไม่อยู่บ้านช่วงเสาร์อาทิตย์ เพราะมัวแต่ไปเทคแคร์หล่อนนี่เอง

แม้มันไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินว่าเขาออกไปแฮงค์เอาท์ กับสาวๆ ทว่าทำไมครั้งนี้มันเจ็บกว่าครั้งไหน ๆ หรือแท้ที่จริงแล้วหัวใจของเธอยังไม่ตายด้านอย่างที่คิด

ตลอดการเดินทางทั้งเขาและหล่อนไม่แม้จะมองมาสนทนากับเธอเลย เอาแต่คุยกันอย่างออกรส หัวเราะสนุกสนาน หยิบยกเรื่องนั้นเรื่องนี้มาหารือ ทำราวกับว่านั่งอยู่ในรถสองคนเพียงลำพัง

แล้วเขาจะให้เธอมาอยู่เป็นส่วนเกินทำไมวะ

ผ่านไปประมาณยี่สิบนาทีรถหรูสีแดงก็เคลื่อนเข้ามาจอดเทียบริมฟุตบาทหน้าร้าน Flower House พลอยดาวรีบเอ่ยขอบคุณพร้อมกับพาตัวเองลงมาจากรถทันที

อีกฝ่ายไม่ได้สนใจ เขาเพียงขับรถออกไปเลย

 

พอผลักประตูเข้ามาในร้าน เห็นมีลูกค้าคนหนึ่งกำลังเดินดูดอกไม้ พลอยดาวจึงยิ้มทักทาย “สวัสดีค่ะ”

ลูกค้าหนุ่มเผลอจ้องคนตรงหน้าอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะทักทายกลับ “สวัสดีครับ” ตาคมวาวยังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้างามของเธอ

5บทที่ 55 นาที

พอผลักประตูเข้ามาในร้าน เห็นมีลูกค้าคนหนึ่งกำลังเดินดูดอกไม้พลอยดาวจึงยิ้มทักทาย “สวัสดีค่ะ”

ลูกค้าหนุ่มเผลอจ้องคนตรงหน้าอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะทักทายกลับ “สวัสดีครับ” ตาคมวาวยังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้างามของเธอ

“ถ้าเลือกไม่ถูกฉันช่วยคุณได้นะคะ” เธอเอ่ยอาสา เพราะรู้ว่าปัญหาโลกแตกของผู้ชายส่วนใหญ่คือจะซื้อดอกอะไรดี

“หึ หึ หึ” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ และตอบอีกคนว่า “สวยๆทั้งนั้นทำเอาผมเลือกไม่ถูกเลยครับ”

“อยู่ที่ว่าจะเอาไปให้ใครด้วยนะคะ นอกจากความสวยแล้ว ดอกไม้แต่ละชนิดยังมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป” เจ้าของร้านผู้ชำนาญเรื่องดอกไม้ให้คำแนะนำเพิ่ม

“คุณแม่ของเพื่อนกำลังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลครับ” ชายหนุ่มต้องการซื้อดอกไม้ไปเยี่ยมคนป่วย

“กุหลาบขาวแซมกับดอกทานตะวัน…หมายถึงความห่วงใยที่มอบให้อย่างจริงใจค่ะ” พลอยดาวอธิบายพลางหยิบกระเช้าดอกไม้สีสันสดใสชูขึ้นให้อีกคนดู

“งั้นผมเอากระเช้านี้เลยแล้วกัน ขอบคุณมากนะครับ คุณ …?” คิ้วเข้มได้รูปเลิกขึ้นสูง สิ่งที่เขาอยากรู้มากกว่าความหมายของดอกไม้ก็คือชื่อของเธอ

“พลอยดาวหรือเรียกพลอยเฉยๆก็ได้ค่ะ”

“ผมอาชวินทร์หรือเรียกวินทร์เฉยๆก็ได้ครับ”

เจ้าของร้านคนสวยพยักหน้ารับทราบ

“พี่เมย์ขาช่วยจัดการดอกไม้ช่อนี้ให้พลอยด้วยนะคะ” เมย์คือหนึ่งในพนักงานของที่นี่

เจ้าของชื่อสืบเท้าเข้ามารับกระเช้าดอกไม้จากเจ้านาย

 

**********

The Grand Hotel

“มึงอยากถามอะไรกู?” ปรเมศวร์มองไปที่ผู้ช่วย ก็ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาในออฟฟิศ มันก็เอาแต่มองอยู่นั่นแหละ

“วันนี้คุณเมศวร์ลืมอะไรหรือเปล่าครับ?” เตชิตทำหน้าสงสัย

“ไม่นะ พี่ดินบอกว่าเอกสารประชุมอยู่กับมึงหมดแล้ว”

“ใช่ครับผมเตรียมไว้หมดแล้ว”

“แล้วกูต้องลืมอะไรวะ?” คิ้วเข้มขมวดยุ่งอย่างไม่เข้าใจ

“ข้าวกล่องแสนอร่อยของคุณพลอยดาวไงครับ” เตชิตแปลกใจที่วันนี้เจ้านายไม่ถือตะกร้ามาด้วย

ปรเมศวร์ยิ้มหน้าระรื่น

“ทำไมคุณเมศวร์ดูมีความสุขจังเลยครับ?”

“พลอยเลิกทำข้าวกล่องให้กูแล้ว มึงรู้ไหมว่ามันหมายความว่าอะไร?”

ผู้ช่วยหนุ่มทำหน้างง

“อีกหน่อยหล่อนคงถอดใจไม่อยากมีอะไรเกี่ยวข้องกับกูไง” เขาจะได้เป็นอิสระจากเธอเสียที

เตชิตส่ายหน้ายิ้มๆ

 

ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด (เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปรเมศวร์หยิบขึ้นมาแนบหู)

บทสนทนาทางโทรศัพท์

-สวัสดีครับคุณโรส โทรหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?-

-สวัสดีค่ะ ถ้าไม่มีธุระสำคัญ แค่คิดถึงโทรหาได้ไหมคะ?”

-เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับผม-

-โรสอยากชวนคุณไปหาอะไรดื่มชิลๆ เจอกันเย็นนี้ได้ไหมคะ…คือโรสมีเรื่องปรึกษาด้วย –

-คุณโรสอยากไปที่ไหนส่งโลเคชั่นมาให้ผมได้เลยนะครับ-

-โอเค เจอกันเย็นนี้ค่ะ / เจอกันครับ-

หลังจากกดวางสาย ปรเมศวร์ก็ส่งข้อความไปหาคู่หมั้นสาวทันที

[ปรเมศวร์: เย็นนี้เธอกลับบ้านเองนะ]

[พลอยดาว: ค่ะ]

 

“กูมีความรู้สึกว่ามึงมองหน้ากูอีกแล้ว มีอะไรหรือเปล่า?” หัวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย

“ไม่กล้ามีหรอกครับ” ใครจะไปกล้าละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย

“มึงคุยกับกูได้ทุกเรื่อง” ปรเมศวร์บอก เขาเกิดก่อนเตชิตแค่ปีเดียว ทำให้สองหนุ่มสนิทกันมาก

เตชิตอึกอักที่จะพูด

“ว่ามาเถอะ” ปรเมศวร์รบเร้า

“คุณโรสเธอแสดงออกชัดเจนว่าชอบคุณ” ทอดสะพานให้ทุกย่างก้าวขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าดูออกไม่ออก อีกอย่างตัวเองก็ไม่ใช่หนุ่มโสด

“หึ หึ หึ” คนหล่อหัวเราะอย่างมีนัย “หล่อนทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ มึงว่าไหม?”

ผู้ช่วยหนุ่มยิ้มฝืนๆ ถามมาแบบนี้เขาควรจะตอบอย่างไรดีถึงจะไม่ตกงาน

 

**********

Flower House

มือเรียววางการ์ดสีชมพูลงบนโต๊ะ “พี่มาชวนคุณพลอยไปเที่ยวสระบุรีตามสัญญาค่ะ” เอี้ยงพูดด้วยสีหน้าชื่นบาน

พลอยดาวหยิบการ์ดขึ้นมาอ่านดู “ว๊าว…ผู้จัดการคนสวยของพลอยจะสละโสดแล้วเหรอเนี่ย ยินดีด้วยนะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะ” ว่าที่เจ้าสาวยิ้มแป้นแล้วพูดต่อ “น้องๆคอนเฟิร์มว่าจะไปร่วมงานแต่งพี่ทุกคนเลย” เอี้ยงหมายถึงพนักงานในร้าน

“พลอยก็จะไปค่ะ อันที่จริงเรานัดกันล่วงหน้าแล้วว่าจะไปช่วยพี่ตกแต่งสถานที่ก่อนวันงาน” พลอยดาวรู้แพลนแต่งงานของผู้จัดการสาวตั้งนานแล้ว

เอี้ยงยิ้มกว้างกว่าเดิม “ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณพลอย”

“พวกเรายินดีค่ะ พี่เอี้ยงก็รู้ว่าที่นี่อยู่กันแบบครอบครัว” พลอยดาวรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ ‘Flower House’ เป็นร้านดอกไม้เล็กๆ ที่มีพนักงานประจำเพียงไม่กี่คน ทว่าทุกคนทำงานให้เธอแบบถวายหัว แถมนิสัยใจคอยังดีเลิศ ในวันหยุดพิเศษต่างๆไม่ว่าจะเป็นปีใหม่หรือสงกรานต์ เธอมักจะตอบแทนพวกเขาด้วยโบนัสก้อนงามเสมอ

 

เย็นวันเดียวกัน

“คุณแม่กลับมาแล้วเหรอคะ?” พลอยดาวยิ้มกว้างพร้อมสับเท้าไวๆเข้าไปในห้องนั่งเล่น

“จ้า แม่ซื้อขนมอร่อยๆจากอยุธยามาฝากเพียบเลย”

“กำลังหิวพอดีเลยค่า”

“แกะกินได้เลยลูก” นางบอกพลางชะโงกหน้ามองหาป้าแม่บ้าน

“มีอะไรหรือเปล่าคะแม่?”

“พิณไปไหนแล้ว … มีไข่เค็มของป้าศศิติดมาด้วย แม่หยิบมั่วตลอดทั้งที่เช็คดีแล้วนะ” คุณภาสินีบ่นตัวเอง นางมองหาแม่บ้านหมายจะให้เอาของไปคืนบ้านโน้น

“ถุงไหนคะเดี๋ยวพลอยจะเอาไปให้คุณป้าเอง” พลอยดาวอาสา

หญิงสูงวัยหยิบถุงพลาสติกสีใสใบใหญ่ส่งไปให้ พลอยดาวยื่นมือออกมารับ แล้วหันหลังเดินซอยเท้าไวๆไปบ้านคู่หมั้นหนุ่ม เธอคิดถึงเขาจะแย่อยู่แล้ว ปกติได้เจอกันทุกเย็น ทว่าวันนี้เขาไม่ได้รับเธอกลับมาด้วย คนขี้สงสัยเลยอยากรู้ว่าเขาติดธุระสำคัญอะไร

6บทที่ 65 นาที

“จะออกไปไหนเมศวร์ ไม่กินข้าวก่อนเหรอลูก ป้าสำลีกำลังเตรียมมื้อเย็นอยู่นะ” คุณศศิภาถาม เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กเดินผิวปากออกมาจากบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่งเนื้อแต่งตัวเหมือนกำลังจะออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่อย่างไรอย่างนั้น

“ไปเที่ยวตามประสาผู้ชายสิครับแม่” ตอบหน้าตาเฉย

“เมศวร์ แม่ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเรามากนักหรอกนะ” หญิงสูงวัยมองลูกชายด้วยสีหน้าอึดอัดแววตาเต็มไปด้วยความหนักใจ

ปรเมศวร์เพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอฟังว่ามารดาจะบ่นอะไรให้เขาอีก

“ออกไปเที่ยวไม่ติดบ้านแบบนี้ หนูพลอยจะคิดอย่างไร?” คนเป็นแม่ว่าอย่างเหลืออด

ตั้งแต่ลูกชายหมั้นกับลูกสาวเพื่อนมาสองปีกว่าๆ นางก็ไม่เคยเห็นอีกคนทำหน้าที่คู่หมั้นเลยสักครั้งเดียว แถมยังออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่ควงหญิงไม่ซ้ำหน้าอีกต่างหาก

“คู่หมั้นที่ผมไม่ได้เลือก คู่หมั้นที่ผมไม่ได้รักนั้นเหรอครับ?” น้ำเสียงดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมฉับพลัน

“หนูพลอยดีไม่มีที่ติ แถมยังรักและเอาใจใส่แกทุกอย่าง” คุณศศิภามองหน้าลูกชายอย่างไม่เข้าใจ ว่าที่สะใภ้เล็กของบ้าน คุณสมบัติเพียบพร้อมทุกประการ ทั้งสวยและเก่ง มารยาทก็งาม มันยังจะเอาอะไรอีก

“คุณแม่ฟังให้ดีนะครับ ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยแม่ชีหน้าจืดเด็ดขาด ที่ผมยอมหมั้นกับหล่อนก็เพราะไม่อยากมีปัญหากับคุณปู่เท่านั้นเอง”

ปรเมศวร์ไม่เคยเห็นด้วยกับการหมั้นหมายในครั้งนี้ เขาถูกผู้ใหญ่บีบบังคับ

“เมศวร์!”

“ถ้าไม่ใช่ลูกสาวอากิตติ ผมคงถอนหมั้นไปนานแล้ว”

ปรเมศวร์รู้ดีว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันมากเพียงใด แถมพ่อเขายังเป็นเพื่อนรักกับพ่อเธอ

“เมศวร์!” คนเป็นแม่ได้แต่ทวนชื่อลูกชายด้วยความโมโห

“ผมรอให้ยัยแม่ชีหน้าจืดถอนหมั้นอยู่นะครับเนี่ย เป็นอิสระเมื่อไหร่ผมจะปิดโรงแรมฉลองทันที”

หญิงสูงวัยได้แต่ยืนอ้าปากค้าง นางคิดหาคำด่าไม่ทัน

“ผมจะไม่คุยเรื่องนี้อีกแล้วนะครับแม่ คืนนี้ผมจะค้างที่โรงแรมเลยนะ” พูดจบก็เดินออกจากบ้านไปด้วยท่าทีหงุดหงิด

 

พลอยดาวที่ยืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ทว่าน้ำตายังไหลออกมาเป็นทาง ทั้งๆที่รู้มาตลอดว่าเขาไม่เคยอยากมีพันธะด้วย แต่เธอก็ยังเจ็บอยู่ดี

เมื่อเห็นคู่หมั้นก้าวขาเข้าไปนั่งในรถคันหรู เธอก็ออกมาจากพุ่มไม้ เดินคอตกกลับบ้านตัวเอง

 

“มานั่งคุยกับแม่ก่อนลูก” เป็นเสียงของคุณภาสินี นางเห็นลูกสาวเดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางเหม่อลอย ดวงตาก็เศร้าสร้อยแถมยังเดินอ้อยอิ่งคล้ายกับคนหมดแรง

พลอยดาวหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาข้างแม่พร้อมกับวางถุงไข่เค็มลงบนโต๊ะ

“ยังไม่ได้เอาไข่เค็มไปให้ป้าเหรอลูก?”

“กำลังจะเอาไปให้ค่ะ” แต่ดันไปเจอแจ็คพอตเสียก่อน ไข่เค็มเลยไม่ถึงมือป้าศศิ

“เรื่องพี่เขาอีกแล้วใช่ไหม?” ด้วยความที่บ้านอยู่ติดกัน ทำให้คุณภาสินีรู้ความเคลื่อนไหวของคู่หมั้นลูกสาวเกือบทุกอย่าง เพราะฝ่ายนั้นไม่เคยปิดบังอะไรเลย

“พลอยไม่น่าจะไหว พลอยทำเต็มที่แล้ว” ใบหน้าสวยแสดงออกมาชัดเจนว่าถอดใจแล้ว ที่ผ่านมาเธอรักและเอาใจใส่ดูแลคู่หมั้นเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

“อย่างน้อยๆเราก็ได้ทำเต็มที่แล้วนะ จะไม่ได้เสียใจภายหลังไงลูก” คนเป็นแม่รู้ว่าลูกสาวตัวเองตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ตอนเรียนอยู่มัธยมแล้ว

“ทันทีที่คุณพ่อกับลุงไตรภพกลับมา พลอยจะถอนหมั้นค่ะ”

ลุงไตรภพที่พลอยดาวเอ่ยถึงคือบิดาของปรเมศวร์

ตอนนี้พ่อเธอกับพ่อเขาไปทำธุระเรื่องซื้อขายที่ดินอยู่ต่างจังหวัด กลับมาเมื่อไหร่เธอจะถอนหมั้นให้อีกฝ่ายได้เป็นอิสระทันที

คุณภาสินีมองหน้าลูกสาวอย่างนึกสงสาร พลางขยับเข้าไปกอด “เวลาจะช่วยเยียวยาจิตใจได้” บอกอย่างปลอบโยน เห็นลูกเศร้าแบบนี้ คนเป็นแม่เศร้ามากกว่าหลายร้อยเท่า

สองแม่ลูกปรับทุกข์กันอยู่พักใหญ่ จากนั้นพลอยดาวก็ขอตัวขึ้นห้องไปพักผ่อน เธอไม่ได้เหนื่อยกาย ทว่าเหนื่อยใจเหลือคณา

 

เช้าวันใหม่

Flower House

“ขอบคุณมากนะคะพี่ดินที่แวะมาส่งพลอย”

เมื่อคืนปรเมศวร์ไม่ได้กลับไปนอนที่บ้าน ทำให้พลอยดาวต้องติดรถออกมากับพี่ชายของเขาแทน

“เดี๋ยวเย็นนี้พี่แวะมารับนะ” ปฐพีบอก ตาคู่คมมองน้องสาวข้างบ้านด้วยความเห็นใจ แสนดีที่หนึ่ง สวยหวานมารยาทงามที่สุด ยังโดนไอ้น้องชายตัวดีเมินใส่

หญิงสาวมีท่าทีเกรงใจ

“ไม่ต้องคิดมาก พี่เต็มใจมารับ”

“พรุ่งนี้ช่างก็เอารถมาส่งแล้วค่ะ” พลอยดาวอธิบาย ปฐพีมีน้ำใจต่อเธอเสมอมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“งั้นเย็นนี้กลับกับพี่ก่อน”

พลอยดาวพยักหน้าเบาๆ เธอไม่อยากปฏิเสธน้ำใจเขา

พอรถสปอร์ตหรูสีแดงเคลื่อนออกไป หญิงสาวก็หมุนตัวเดินเข้าไปในร้าน

เปิดประตูเข้ามาก็เจอลูกค้าใหม่ที่คาดว่าจะกลายมาเป็นลูกค้าประจำเร็วๆนี้

“กู๊ดมอร์นิ่งค่ะคุณวินทร์ ถ้ายังตัดสินใจไม่ถูกว่าอยากได้ดอกอะไร โยนโจทย์มาให้พลอยได้เลยนะคะ” เจ้าของร้านคนสวยยิ้มแป้นทักทายลูกค้าคนแรกของวัน

ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “วันนี้ผมไม่ได้มาซื้อดอกไม้หรอกครับ แต่ผมมีเรื่องให้คุณพลอยช่วย”

“เรื่องอะไรเหรอคะ?”

 

ชอบไหม ซื้อทั้งชุดได้ที่