เรื่องย่อ
เมื่อพยาบาลคนเก่าลาออก ผู้เป็นย่าจำเป็นต้องจ้างพยาบาลคนใหม่มาดูแลหลานชาย เธอยังถูกไหว้วานให้มาทำภาระกิจบางอย่าง ภารกิจนั้นคืออะไร และจะสำเร็จหรือไม่?
ทดลองอ่าน
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง
“กู๊ดมอร์นิ่งค่ะคุณธามม์” เสียงหวานเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มสดใส
“ผมควรได้อาบน้ำตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว” เสียงเข้มตอบกลับ
หยาดพิรุณยิ้มอ่อน “ขอโทษค่ะ วันหลังหนูจะไม่ตื่นสาย” เวลาตอนนี้คือเก้าโมงสามสิบนาที
“คุณช่วยพาผมลงจากเตียงที ผมอยากอาบน้ำ” ธามม์ภพพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง
หยาดพิรุณรีบเข็นวีลแชร์ไปที่ขอบเตียง ตาโตมองใบหน้าหล่อเหลา ในขณะที่มือเล็กเอื้อมไปจับเอวสอบเอาไว้หลวมๆ
คนไข้หนุ่มย้ายตัวเองไปนั่งบนวีลแชร์ เธอเข็นเขาเข้าไปในห้องน้ำ
“คุณจะไปไหนเหรอครับ” พยาบาลสาวทำท่าจะหันหลัง
“ไปรอข้างนอกค่ะ คุณธามม์จะอาบน้ำไม่ใช่เหรอคะ”
“คุณต้องอาบน้ำให้ผมก่อน”
“อะอะไรนะคะ?!” หยาดพิรุณตกใจจนหน้าซีด
“คุณฝนครับ คุณฝนอยู่ไหนเอ่ย!” ขุนพลตะโกนมาแต่ไกล
“อยู่ในห้องน้ำค่ะ” หยาดพิรุณขานรับ
ฝ่ายนั้นวิ่งปราดเข้ามา “โอ๊ะโอ!” ขุนพลอ้าปากพูดไม่ออก ที่เขากล้าทะเล่อทะล่าเข้ามาแบบนี้ก็เพราะเห็นประตูห้องเปิดโล่งโจ้งทิ้งเอาไว้
“มีอะไรวะ” ธามม์ภพรู้สึกหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะ
“คุณฝนตามผมมาทางนี้ด่วนเลยครับ” ขุนพลไม่มีเวลาตอบผู้เป็นนาย
“โอเคค่ะ” หยาดพิรุณยิ้มร่า เธอรอดแล้ว แม้จะรอดเพียงชั่วคราวก็ตามเถอะ
“จะไปไหนกันแล้วผมล่ะ?” ธามม์ภพถามอย่างไม่สบอารมณ์ จะทิ้งกันกลางคันแบบนี้ได้ยังไง!
“คุณธามม์รอก่อน ทับทิมโดนงูกัดครับ”
“ห๊า!!!” หยาดพิรุณแทบลมจับ นึกอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียตอนนี้
“เร็วครับ ตามผมมาทางนี้”
เวรกรรม นี่มันหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ!!! หญิงสาวถึงกับก้าวขาไม่ออก
*********
1บทที่ 16 นาที
ณ บ้านดาวพฤกษา สระบุรี
“นางสาวหยาดพิรุณ รุ่งพิทักษ์ อายุ 24 ปี เรียนจบพยาบาลมาเมื่อสองปีก่อน มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยมาแล้วหลายราย” ธามม์ภพอ่านเอกสารในมือเสียงดัง แล้วเงยหน้าขึ้นมามองผู้เป็นย่า
“ใช่จ้ะ… หนูฝนเป็นพยาบาล ช่างเป็นอะไรที่เหมาะเจาะ ยังกับฟ้าดินได้ลิขิตเอาไว้แล้ว” ย่าสีจันทร์ตอบหลานชายที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ สีหน้าของนางดูชื่นมื่นมาก
“เธอไม่ได้ลงรายละเอียดในประวัติการทำงานเลยนะครับเนี่ย บอกแค่ว่ามีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วย แต่ไม่ได้ระบุอะไรมากไปกว่านี้” อัครินทร์แสดงความคิดเห็น เรซูเม่ดูแปลกชอบกล
อัครินทร์เป็นหลานชายอีกคนของย่าสีจันทร์
“หนูฝนมีใบประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดแนบมาด้วย พวกแกไม่เห็นหรือไง” ย่าสีจันทร์ให้ข้อมูลเพิ่ม
สองหลานนั่งเงียบ ไม่มีใครกล้าเถียง
“หนูฝนไม่ได้มาขอสมัครงานกับพวกเรา แต่ย่าเป็นคนเสนองานให้หนูฝนเอง” ย่าสีจันทร์อธิบาย ในเมื่อนางเป็นคนชักชวน ฝ่ายนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพรีเซนต์ตัวเองให้ยุ่งยาก นางเข้าใจ
รู้จักกันโดยบังเอิญแค่ผิวเผิน แถมยังไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนั้นคุณแม่ยังกล้าชวนเข้าบ้านเนอะ” คุณพริ้งพราวว่า
“พวกแกสามแม่ลูกเนี่ยจริงๆเลย หนูฝนเป็นคนมีน้ำใจมากเลยรู้ไหม” น้ำเสียงของหญิงสูงวัยแฝงแววตัดพ้อเต็มประดา
“ย่าครับ อันที่จริงผมก็มีไอ้ภูคอยมาดูแลอยู่แล้ว พยาบาลส่วนตัวไม่จำเป็นหรอก” ธามม์ภพบอก
ย่าสีจันทร์ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “ภูไม่ได้อยู่ด้วย 24 ชั่วโมงนะ บางทีต้องไปประจำที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัด มีพยาบาลคอยดูแลตลอดเวลาย่าค่อยอุ่นใจหน่อย อีกอย่างแกยังต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง”
ธามม์ภพถอนหายใจเซ็ง เขาไม่ต้องการพยาบาลส่วนตัว ยิ่งเป็นคนแปลกหน้า ไม่รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน ยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่
“ยัยฝนของคุณแม่จะมาวันไหนคะ” คุณพริ้งพราวถาม
“วันศุกร์นี้” ย่าสีจันทร์ตอบลูกสะใภ้
“ทำไมด่วนแบบนั้นล่ะครับ” ธามม์ภพทำหน้าเซ็งกว่าเดิม
“แกคงลืมไปแล้วใช่ไหมว่าป้าแสนดีทำงานวันสุดท้ายพรุ่งนี้”
‘ป้าแสนดี’ ที่ย่าสีจันทร์เอ่ยถึงคือพยาบาลส่วนตัวของธามม์ภพ
ในเมื่อคนเก่าลาออก นางจำเป็นต้องหาพยาบาลคนใหม่มาดูแลหลานชาย
“ขอโทษค่ะ คุณธามม์ได้เวลาทำกายภาพแล้ว” เป็นเสียงของแสนดีพยาบาลวัยกลางคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น
ใบหน้าหล่อเหลาขยับตอบรับ
แสนดีก้มลงปลดล็อคล้อวีลแชร์ แล้วเข็นคนไข้ไปยังห้องทำกายภาพบำบัด
จังหวะเดียวกัน คุณพริ้งพราวก็พลิกแขนดูนาฬิกาที่ข้อมือ “พริ้งมีนัดทานข้าวกับเพื่อนๆ ขอตัวนะคะ” นางบอกแม่สามี
หญิงสูงวัยพยักหน้ารับรู้
“ขับรถดีๆนะครับ” อัครินทร์บอกอย่างเป็นห่วง
“จ้า…” คุณพริ้งพราวตอบ แล้วพาตัวเองออกไปจากห้องนั่งเล่น
“ย่าถูกชะตากับหนูฝนมาก เธอเป็นคนน่ารัก ดูสดใส มีชีวิตชีวา พยาบาลหาที่ไหนก็ได้ แต่พยาบาลที่มีคุณสมบัติแบบนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ เชื่อใจย่านะอัค”
อัครินทร์พยักหน้าเข้าใจ ย่าว่าดีเขาก็ตามนั้น
ทางด้านธามม์ภพ
พยาบาลแสนดีจัดท่าให้คนไข้หนุ่มนอนราบไปกับเตียง ก่อนจะเอื้อมมือไปจับที่ฝ่าเท้าของเขาแล้วกระดกขึ้นลงช้าๆ นี่คือหนึ่งในท่าบริหารข้อเท้าที่ธามม์ภพต้องฝึกทุกวัน
“ป้าแสนดี วันนี้คนไข้ผมเป็นยังไงบ้างครับ” เป็นเสียงของภูวิศ แพทย์หนุ่มวัย 28 ปี ผู้เชี่ยวชาญโรคทางด้านกระดูกและข้อที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง
“คุณธามม์ฝึกกายภาพครบตามตารางที่คุณหมอให้มาค่ะ” พยาบาลแสนดีรายงาน
ภูวิศยิ้มพอใจ “ดีมากครับ แล้วทำไมคนไข้ผมทำหน้าเบื่อโลกแบบนั้น เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ” หมอหนุ่มคุยกับพยาบาลเสร็จก็หันไปถามอาการคนไข้
หมอภูวิศเป็นเพื่อนสนิทของอัครินทร์ และเป็นหมอที่คอยมาดูแลธามม์ภพ
“ไม่เจ็บตรงไหนแต่เซ็ง” คนหน้านิ่งตอบ
“เป็นเพราะป้าแสนดีลาออกใช่ไหม แต่ย่าพี่ก็หาพยาบาลคนใหม่มาให้เรียบร้อยแล้วนิ” อัครินทร์บอกเขาเมื่อสักครู่นี่เอง
“นอกจากป้าแสนดีแล้วกูก็ไม่ต้องการใครทั้งนั้น”
กว่าสองปีแล้วที่แสนดีคอยดูแลธามม์ภพ นางเป็นคนละแวกนี้ และรู้จักมักจี่กับครอบครัวของย่าสีจันทร์เป็นอย่างดี
“ใจฟูเลยค่ะ ป้าเองก็อยากอยู่ดูแลคุณธามม์เหมือนกัน แต่ทำไงได้ลูกสาวดันแต่งงานกับหนุ่มเมืองกรุง ป้าเลยต้องย้ายตาม” นี้แหละคือเหตุผลที่พยาบาลแสนดีลาออกจากงาน นางเตรียมตัวจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่กรุงเทพฯ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“คุณหยาดพิรุณพยาบาลคนใหม่ของพี่ธามม์ก็เป็นคนกรุงเทพฯ เหมือนกันนิครับ” หมอหนุ่มเอ่ยขึ้น
“ชื่อเพราะจังเลย เจ้าของชื่อคงสวยไม่เบานะคะเนี่ย”
“ต้องถามคนโน่นเลยครับ น่าจะได้เห็นรูปกันแล้ว” โบ้ยหน้าไปทางพี่ชายเพื่อน
“ไม่รู้ กูไม่ได้สนใจดูเอกสารของเธอ กูดูแค่ประวัติการทำงานคร่าวๆ ซึ้งก็ไม่น่าสนใจอะไรเลย ไม่รู้อะไรเข้าสิงย่าถึงได้จ้างเค้ามาดูแลกู”
“หึ หึ หึ” หมอหนุ่มหัวเราะร่วน
“ย่ากูคงเอาเอกสารของพยาบาลคนใหม่ให้มึงดูแล้วใช่ไหม”
“เอาให้ดูแล้วครับ” เมื่อสักครู่นี่เอง
“มึงว่าไง?”
“ย่าพี่ว่าดี ผมก็ว่าดี” ใครจะกล้าขัดคำสั่งย่าสีจันทร์
ได้ยินแบบนี้คนที่เซ็งอยู่แล้ว ถึงกับถอนหายใจเสียงดัง
“ป้าแสนดีไปพักผ่อนได้เลยนะครับ ผมจะดูแลพี่ธามม์ต่อเอง”
“ขอบคุณค่ะหมอภู” นางคลี่ยิ้มบางๆให้คุณหมอใจดี ก่อนจะพาตัวเองออกไปจากห้อง
“พี่ควรมีพยาบาลส่วนตัว ย่าสีจันทร์ทำถูกต้องแล้ว”
“กูอยากเลือกพยาบาลเอง กูอยากให้คนที่คุ้นเคยกันอยู่แล้วมาดูแล ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ไม่รู้” น้าสาวของไอ้ภูก็เป็นพยาบาล ทำไมย่าเขามองข้ามวะ
ภูวิศมองหน้าธามม์ภพด้วยความเห็นใจ ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้น อีกคนก็ไม่ค่อยอยากสนทนากับคนแปลกหน้า
“กูจะหาวิธีกดดันให้เธอลาออก คงอยู่ได้ไม่นานหรอก” คนหน้านิ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน พยาบาลส่วนตัวเขาต้องเป็นคนเลือกเองเท่านั้น
“เจ้าตัวยังไม่มาเลยนะ จะหาทางกำจัดเสียแล้ว” หมอหนุ่มส่ายหน้าขำๆ
ธามม์ภพกระตุกยิ้มร้าย
2บทที่ 26 นาที
สองวันต่อมา
ณ สถานีขนส่งในตัวจังหวัดสระบุรี
“สวัสดีค่ะ ลุงเป็นเจ้าของรถสองแถวคันนั้นหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถาม ปลายคางเรียวมนเชิดไปยังรถคันสีฟ้าที่จอดเทียบอยู่ริมฟุตบาท
“ใช่”
“ช่วยไปส่งหนูที่นี่หน่อยได้ไหมคะ” นิ้วเรียวชี้ตรงพิกัด
“บ้านดาวพฤกษา ลุงไม่เคยไปแถวนั้นเลย แต่เคยได้ยินผ่านหูบ้าง” แถวนั้นสวยมากมีภูเขารอบล้อม บรรยากาศดี แต่อยู่ไกลจากตัวเมืองสระบุรีพอสมควร
“ไม่ใช่ปัญหาค่ะ เดี๋ยวหนูเปิด GPS ให้ ลุงมีหน้าที่ขับอย่างเดียว”
“งั้นหนูไปนั่งข้างหน้าเลยนะ เดี๋ยวกระเป๋าเดินทางลุงจัดการให้เอง”
หญิงสาวยิ้มแป้นเป็นอันว่าตกลง
อีกสถานที่หนึ่ง
ณ บ้านดาวพฤกษา
“วันนี้มึงไม่ไปทำงานหรือไง” ธามม์ภพถามน้องชาย ปกติเวลานี้มันต้องอยู่ที่ออฟฟิศแล้ว
“วันนี้ผมหยุดพักผ่อนครับ” คนน้องตอบ
ครอบครัวของธามม์ภพทำธุรกิจรับสร้างบ้านในนามบริษัท ‘ดาวพฤกษาเรียลเอสเตท’ ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อก่อนทำบ้านจัดสรรขายด้วย ทว่าทุกวันนี้รับงานก่อสร้างเพียงอย่างเดียว
บริษัท ‘ดาวพฤกษาเรียลเอสเตท’ มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านโครงการ ‘ดาวพฤกษาฮิลล์’ ไม่ไกลจากบ้านดาวพฤกษามากนัก เดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 15 -20 นาที
แต่เพราะความไม่สะดวกในการเคลื่อนไหวร่างกาย ธามม์ภพจึงทำงานจากที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ เขาช่วยงานบริษัทในฐานะวิศวกรเขียนแบบและวิศวกรควบคุมงานก่อสร้าง
“พี่ควรหยุดพักผ่อนบ้าง” อัครินทร์แนะนำ กว่าสองปีแล้วที่พี่ชายเขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่ยอมออกไปไหน ยาวมาตั้งแต่ตอนเกิดอุบัติเหตุนั่นแหละ
คนพี่ไม่ยอมละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
“พี่อยากไปดูวิวหลังบ้านไหม เดี๋ยวผมพาไป” บริเวณหลังบ้านมีธารน้ำไหล
ธามม์ภพส่ายหน้าและบอกกับน้องชาย “ถ้ากูอยากไปกูไปเองได้” วีลแชร์เขามีระบบที่ผู้ป่วยสามารถหมุนบังคับทิศทางได้เองอย่างสะดวก โดยไม่จำเป็นต้องมีคนช่วยเข็นตลอดเวลา มันก็รู้
คนน้องแอบถอนหายใจยาว พลันเปลี่ยนเรื่องคุย “สิบโมงเช้าพอดี ป่านนี้พยาบาลพี่น่าจะมาถึงแล้วมั้งครับ” เธอแจ้งกำหนดการเดินทางกับย่าสีจันทร์เมื่อวานนี้
“ดูมึงตื่นเต้นเหลือเกินนะ ที่หยุดอยู่บ้านวันนี้เพราะอยากเจอเธอสิท่า” ท่าทางมันฟ้อง
“ผมอยากเจอเธอ ปกติย่าพวกเราไม่เสนองานให้ใครง่ายๆนะพี่” อัครินทร์ตอบ
คนพี่ไม่เถียง ย่าสีจันทร์ไม่เอ็นดูใครง่ายๆ ทว่าคราวนี้นางดูปลื้มผู้หญิงที่ชื่อหยาดพิรุณเหลือเกิน ขนาดรู้จักกันโดยบังเอิญยังกล้าเสนองานให้ทำ
“ไปห้องนั่งเล่นกันเถอะครับ” อัครินทร์อยากทำความรู้จักกับพยาบาลคนใหม่ของพี่ชายเต็มแก่แล้ว
“ไม่ไป มึงบอกป้าแม้นเอากาแฟมาให้กูด้วยนะ”
“พี่ไม่อยากเจอเธอเหรอ”
คนพี่ส่ายศีรษะ ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ
อีกหลายชั่วโมงผ่านไป
ร่างเล็กก้าวขาลงจากรถ สายตากวาดมองรอบๆบริเวณ ภายในใจก็รู้สึกโหวงหวิวแปลกๆ
“โชคดีนะหนู” ลุงสองแถวยื่นหน้าออกมาตะโกนบอก ก่อนจะถอยรถกลับออกไป
“เธอชื่ออะไรมาหาใคร” เป็นเสียงของชายหนุ่มรูปร่างสันทัด
หญิงสาวเอียงคอไปทางต้นเสียง “ฉันชื่อหยาดพิรุณ มีนัดกับย่าสีจันทร์ค่ะ”
“อ๋อ งั้นก็ส่งกระเป๋าเดินทางมาให้ผมเลยครับ”
หญิงสาวไม่ทำตาม
“ผมชื่อขุนพล เป็นคนสวนของย่าสีจันทร์” ชายหนุ่มแนะนำตัวเอง
หญิงสาวยิ้มทักทายพลางเลื่อนกระเป๋าเดินทางไปให้
“ตามผมมาเลย ย่าสีจันทร์กำลังรอคุณอยู่” ว่าแล้วก็ก้าวขาเดินนำหน้าเข้าไปในบ้าน
ร่างเล็กเดินตามหลังไป
อีกมุมหนึ่งของบ้าน
ในห้องอาหาร
“ไหนล่ะคะพยาบาลคนใหม่ของลูกชายพริ้ง” คุณพริ้งพราวมองไปรอบๆห้อง
“นั่นนะสิอัค ติดต่อหนูฝนได้ไหม” ย่าสีจันทร์ถามหลานชายด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“ผมโทรหลายรอบแล้วนะครับย่า แต่ดูเหมือนไม่มีสัญญาณตอบรับเลย”
“หรือว่าหนูฝนจะให้เบอร์มาผิด”
“พริ้งว่าเด็กคนนี้ไร้ความรับผิดชอบมากกว่าค่ะ มีปัญหาอะไรก็ควรโทรแจ้งเรา ไม่มีความเป็นมืออาชีพเอาเสียเลย แบบนี้บอกยกเลิกสัญญาเถอะค่ะ”
“อย่าพึ่งนะคะ…” ร่างเล็กเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเร่งรีบ น้ำเสียงหอบ
คนบนโต๊ะอาหารมองมาที่เธออย่างสนใจ
“สวัสดีค่ะ หยาดพิรุณมาถึงแล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มสดใส
“นัดพวกเราไว้กี่โมง” คุณพริ้งพราวอ้าปากถามผู้มาใหม่ทันควัน
“สิบโมงเช้าค่ะ”
“ตอนนี้กี่โมงแล้ว?” น้ำเสียงแฝงแววประชด
“หนึ่งทุ่มตรงค่ะ” หยาดพิรุณตอบแล้วกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ลุงที่มาส่ง พาหนูหลงทางค่ะ” มันดูเหมือนเป็นการแก้ตัว แต่มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ก็ ‘บ้านดาวพฤกษา’ อยู่ไกลจากตัวเมืองพอสมควร ถนนหนทางสลับซับซ้อนเอาการ
“แล้วทำไมหล่อนไม่โทรมาบอก ปล่อยให้พวกเรารอทั้งวัน” ปากบอกว่าจะมาถึงสิบโมงเช้า
‘อะแฮ่มๆ’ ย่าสีจันทร์กระแอมไอ คุณพริ้งพราวหยุดพูด นางหันไปหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มแทน
“ขอโทษจริงๆค่ะ มือถือหนูแบตหมด” หยาดพิรุณบอกเหตุผล เพราะเหตุนี้ไงถึงไม่มีมือถือจับ GPS ลุงคนขับสองแถวก็ไม่มีเครื่องมือสื่อสารอะไรเลย
“ไม่เป็นไรหนู ขุนพลเอากระเป๋าไปเก็บให้แล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ” ขุนพลแยกไปอีกห้อง และบอกให้เธอเดินมาที่ห้องอาหาร
“มานั่งข้างย่าเร็ว กินข้าวกินปลาก่อนค่อยคุยกัน มาถึงช้าดีกว่าไม่มา” ย่าสีจันทร์พูดติดตลกให้อีกคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
หยาดพิรุณมีท่าทีอึกอัก ทว่าก็เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตามที่นางบอก
ย่าสีจันทร์เอ่ยแนะนำหยาดพิรุณให้รู้จักกับลูกสะใภ้และหลานชายคนเล็กของนาง
“สวัสดีค่ะคุณพริ้งพราว คุณอัครินทร์” หยาดพิรุณไหว้ทักทายคนทั้งสองอย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับ” อัครินทร์ยิ้มให้พยาบาลคนใหม่อย่างเป็นมิตร
ส่วนคุณพริ้งพราวสะบัดหน้าเล็กน้อย นางไม่อยากสนทนากับหล่อน
หยาดพิรุณแอบกลอกตาสองรอบ ดูเหมือนป้าหน้าตึงคนนี้จะไม่ชอบเธอ เจอตอแล้วสิเรา
“… โน่นคนไข้หนูมาพอดีเลย” ย่าสีจันทร์เชิดหน้าบอก
หยาดพิรุณมองตามสายตาของหญิงสูงวัยไป หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรัวแรงราวจะทะลุออกจากอก อย่าบอกนะว่าผู้ชายตรงหน้าคือคุณ ‘ธามม์ภพ’
3บทที่ 34 นาที
“หนูฝนนี่ตาธามม์หลานชายย่า / ตาธามม์นี่หนูฝนพยาบาลคนใหม่ของแก” ย่าสีจันทร์แนะนำคนทั้งสองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“สวัสดีค่ะคุณธามม์” หยาดพิรุณฉีกยิ้มกว้างทักทายคนไข้หนุ่ม
“สวัสดีครับ” ธามม์ภพตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารเข้าปากเพื่อตัดจบบทสนทนา
เมื่อฝ่ายนั้นเบือนหน้าหนี หยาดพิรุณจึงเริ่มลงมือรับประทานอาหารบ้าง ในเมื่อเขาไม่อยากคุย เธอก็จะไม่ฝืน
“เด็กสาวอย่างเธอจะดูแลลูกชายฉันและใช้ชีวิตอยู่กลางป่ากลางเขาได้เหรอ” คุณพริ้งพราวถามขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
หยาดพิรุณมีท่าทีลังเล ตัดสินใจไปแล้วจะให้ถอยกลับตอนนี้คงไม่ได้ “หนูทราบเงื่อนไขทุกอย่างแล้วค่ะ หนูทราบว่าบ้านดาวพฤกษาตั้งอยู่กลางหุบเขา และหนูต้องย้ายมาอยู่ที่นี่” เธออธิบายให้ป้าปากร้ายฟัง ย่าสีจันทร์ให้ข้อมูลละเอียดยิบก่อนหน้า
“ทำไมสาวชาวกรุงอย่างหล่อนยอมย้ายมาอยู่บ้านนอกแบบนี้ เพราะเงินเดือนใช่ไหม” คุณพริ้งพราวเป็นคนที่ถามอะไรตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ อีกอย่างผู้หญิงตรงหน้าไม่มีออร่าความเป็นพยาบาลเอาเสียเลย ตัวก็เล็กนิดเดียวจะดูแลลูกชายนางไหวไหมเนี่ย
‘แค่ก แค่ก แค่ก’ หยาดพิรุณถึงกับสำลักน้ำ ป้าปากร้ายกัดเธอไม่ปล่อยจริงๆ
คนบนโต๊ะต่างก็รอฟังคำตอบจากพยาบาลคนใหม่
“หนูยอมรับนะคะว่าแรงดึงดูดใจที่ทำให้หนูรับงานนี้เพราะค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว” ป้าปากร้ายคงอยากได้ยินคำตอบทำนองนี้ เธอเลยจัดให้
คุณพริ้งพราวอึ้งกับคำตอบเล็กน้อย ไม่คิดว่าอีกคนจะตอบตรงๆ เช่นเดียวกับลูกชายคนเล็กของนาง
ย่าสีจันทร์ยิ้มพอใจกับคำตอบที่ไม่ได้ปรุงแต่งอะไร นางดูคนไม่ผิดจริงๆ
‘แค่ก แค่ก แค่ก’ ส่วนธามม์ภพที่เงียบฟังมาตลอดถึงกับสำลักน้ำ เธอมาที่นี่เพราะเงิน ชัดเจนดี
เวลาล่วงเลยมาถึงสองทุ่มนิดๆดินเนอร์แสนอร่อยก็ได้สิ้นสุดลง ย่าสีจันทร์ชวนทุกคนไปนั่งรับลมที่ระเบียงหลังบ้าน นางอยากให้พยาบาลคนใหม่ได้เห็นบรรยากาศยามค่ำคืนของบ้านดาวพฤกษา
“บรรยากาศแบบนี้พออยู่ได้ไหม ถ้าอยู่ไม่ได้บอกย่าได้เลยนะ”
‘บ้านดาวพฤกษา’ ตั้งอยู่กลางหุบเขา ห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควร บรรยากาศยามค่ำคืนเงียบสงบไร้ซึ่งแสงสี มีเพียงแสงสว่างจากดวงดาวบนฟากฟ้า และแสงไฟรำไรจากไร่ที่อยู่ข้างกัน หลายคนคงไม่ชอบสภาพแวดล้อมแบบนี้
ย่าสีจันทร์เกรงว่าคนที่เคยอยู่ในเมืองใหญ่ที่ศิวิไลซ์มาก่อน แถมอายุยังน้อยอย่างเธออาจจะอยู่ไม่ได้
หยาดพิรุณมองไปรอบๆ เห็นเพียงความมืดมิดและความเงียบเหงา ถ้าถามว่าชอบบรรยากาศแบบนี้ไหม บอกเลยว่าไม่ เพราะเธอไม่ใช่สายรักธรรมชาติ
“หนูอยู่ได้ค่ะ” ตอบออกไปภายในใจก็รู้สึกหวาดหวั่นนิดๆ หยาดพิรุณไม่คุ้นชินกับความเงียบเหงากลางป่ากลางเขาแบบนี้
ย่าสีจันทร์ยิ้มโล่งอก นึกว่าอีกคนจะถอดใจเก็บกระเป๋ากลับกรุงเทพฯเสียแล้ว
“หากหนูต้องการเข้าเมืองไปซื้อของสามารถบอกเจ้าขุนพลได้เลย หรือหนูจะขับรถไปเองก็ได้ รถสองสามคันที่จอดอยู่ในโรงรถ ชอบคันไหนเอาไปใช้ได้เลยนะ” ย่าสีจันทร์บอก
หญิงสาวคลี่ยิ้มเล็กน้อยแทนคำตอบ
คุยสัพเพเหระต่ออีกไม่นาน ก็ได้เวลาแยกย้ายกันไปพักผ่อน
“ห้องนอนหนูอยู่เชื่อมกับห้องตาธามม์ เดี๋ยวย่าให้ป้าแม้นพาไป”
“ขอบคุณค่ะ”
“คุณควรเริ่มทำหน้าที่ของตัวเอง” ธามม์ภพพูดขึ้นมา
“คุณพูดกับหนูเหรอคะ” หยาดพิรุณไม่แน่ใจ กว่าหลายชั่วโมงเขาไม่ยอมคุยกับเธอ อยู่ดีๆก็โพล่งสั่ง
“จะให้พูดกับใครล่ะ คุณเป็นพยาบาลส่วนตัวของผมไม่ใช่เหรอครับ”
“แต่หนูฝนเพิ่งจะเดินทางมาถึงคงเหนื่อยแย่ ให้เริ่มงานพรุ่งนี้ดีกว่า” ย่าสีจันทร์ว่า
“แต่ป้าแม้นดูแลผมทั้งวัน ไหนจะต้องทำงานบ้านอีก คงเหนื่อยแย่เหมือนกัน” ธามม์ภพแย้ง หลังจากที่พยาบาลแสนดีลาออก แม่บ้านต้องมาทำหน้าที่แทนชั่วคราว
“ป้าไม่เหนื่อยหรอกค่ะคุณธามม์” ป้าแม้นบอก
“หนูเริ่มทำหน้าที่ตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ” หยาดพิรุณจำเป็นต้องแสดงสปิริต
เมื่อพยาบาลคนใหม่ตอบตกลงธามม์ภพก็ส่งสัญญาณให้ป้าแม้นไปพักผ่อน นางทำตามโดยง่าย
“ถ้าคุณฝนมีอะไรโทรหาผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ” อัครินทร์เอ่ยขึ้น
“ค่ะ” หยาดพิรุณตอบ แล้วสาวเท้าไปหาคนที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ “ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณย่า คุณอัครินทร์ คุณพริ้งพราว”
สองยายหลานตอบด้วยรอยยิ้มอบอุ่น คุณพริ้งพราวเพียงสะบัดหน้าน้อยๆ
หยาดพิรุณเม้มปากเบาๆ แล้วเดินอ้อมไปด้านหลังเพื่อเข็นรถให้คนไข้
“คุณธามม์ช่วยบอกทางไปห้องด้วยนะคะ” เธอฉีกยิ้มสดใสให้เขา อีกคนมองมาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
4บทที่ 46 นาที
หยาดพิรุณหลุบตามองเตียงนอน สมองคิดหาวิธีเอาคนไข้หน้าหล่อขึ้นไปบนนั้น ให้ตายเถอะเธอลืมศึกษาข้อมูลตรงนี้มา พลาดไปได้อย่างไร เอาไงดีล่ะคราวนี้!
“คุณฝนช่วยเปิดประตูห้องน้ำให้ผมหน่อย”
พยาบาลสาวหน้าเสียอย่าบอกนะว่าเขาจะให้เธอ…
“ผมต้องแปรงฟันก่อนนอน คุณแค่เปิดประตูให้ ที่เหลือผมทำเองได้” คนที่นั่งอยู่บนวีลแชร์อธิบาย อีกฝ่ายคลี่ยิ้มโล่งอกแล้วเดินไปเปิดประตูให้เขาได้เข้าไปทำธุระส่วนตัว
ธามม์ภพใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีก็กลับออกมา และถึงเวลาที่พยาบาลสาวต้องพาคนไข้ขึ้นเตียง
“คุณธามม์ รบกวนรอหนูสักครู่นะคะ” พูดเพียงแค่นั้น หยาดพิรุณก็สับเท้าไวๆออกไปจากห้อง โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ถามอะไร เธอต้องการเวลาตั้งหลักอย่างน้อยสิบนาที
คนไข้หนุ่มได้แต่มองตามหลังสาวเจ้าไปด้วยความสงสัย
ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีหยาดพิรุณค่อยกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง
“เดี๋ยวหนูพาคุณขึ้นเตียงนะคะจะได้พักผ่อน”
ชายหนุ่มพยักหน้า
หยาดพิรุณเลื่อนรถเข็นไปทำมุม 45 องศากับเตียงนอน แล้วล็อคล้อทั้งสองข้าง จากนั้นก็เอาที่วางเท้าขึ้น
จังหวะนี้ธามม์ภพได้โน้มตัวมาด้านหน้า พยายามยันกายลุก หยาดพิรุณรีบสวมกอดเอวเขา ความร้อนรุ่มในกายสาวเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอย่างห้ามไม่อยู่
ทำไมเธอต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยนะ เป็นเพราะคุณธามม์หล่อเกินไป ตัวหอมเกินไป หรือว่าเธอไม่เคยแนบชิดกับผู้ชายแบบนี้มาก่อน
ถ้าเขาหล่อน้อยกว่านี้นิดหนึ่ง ใจเธอคงไม่สั่นระรัวแบบนี้ใช่ไหม เจองานหยาบแล้วสิเรา!
“คุณฝน”
ร่างเล็กยังคงกอดคนตัวโตเอาไว้แบบนั้น สมองยังไม่สั่งการ ขาเลยไม่ขยับ
ในเมื่อพยาบาลสาวเอาแต่ยืนนิ่งกอดเขาแน่น คนไข้หนุ่มจำเป็นต้องช่วยเหลือตัวเอง เขาค่อยๆหมุนลำตัวแล้วนั่งลงบนเตียง เอนหลังพิงหมอนใบใหญ่
หยาดพิรุณปล่อยมือออกจากเอวเขา แต่ยังคงยืนนิ่งงันอยู่อย่างนั้น เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ เมื่อสักครู่แอบไปส่อง ‘วิธีเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากรถเข็นไปเตียง’ มา ทว่าตอนที่ร่างกายสัมผัสกันแบบแนบชิด ทฤษฎีในหัวเลือนหายไปหมดเลย
“คุณฝน!”
เสียงทุ้มเข้มของคนบนเตียง พาหยาดพิรุณหลุดออกมาจากห้วงความคิด
“คะ?”
“ผมต้องทานยาก่อนนอน”
“โอเคค่ะ เดี๋ยวหนูจัดให้” เธอก้มลงไปหยิบยาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมาอ่านฉลากทีละซอง
ผ่านไปร่วมห้านาทีสาวเจ้าก็ยังหายาก่อนนอนไม่เจอ
“เม็ดสีขาว สีส้ม และสีแดงอย่างล่ะหนึ่งเม็ด” คนไข้หนุ่มเอ่ยบอก ไม่งั้นคืนนี้คงไม่ได้กิน
“ยาคลายกล้ามเนื้อ วิตามินซีและวิตามินดีใช่ไหมคะ” หยาดพิรุณถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ไม่อยากจัดยาให้เขาผิดๆ
“ใช่ครับ”
หยาดพิรุณยิ้มแป้น จัดการเอายาออกมาจากซองตามจำนวนที่เขาบอก เสร็จแล้วก็รินน้ำใส่แก้วเตรียมพร้อม
ธามม์ภพมองทุกการกระทำของพยาบาลสาวไม่วางตา
“ยาค่ะ” มือเล็กแบออก มืออีกข้างยื่นแก้วน้ำไปให้
คนไข้หนุ่มไม่ยอมหยิบยาจากพยาบาลสาว
“คุณธามม์คะ ทานยาค่ะ” หยาดพิรุณเร่ง
“คุณเคยดูแลผู้ป่วยมากี่รายแล้ว” ธามม์ภพยังไม่ยอมหยิบยาจากมือของเธอ
“ประมาณหนึ่งค่ะ” หยาดพิรุณเชิดหน้าตอบอย่างมาดมั่น ทั้งที่ในใจหวาดหวั่นนิดๆ ทำไมเขาต้องถามอะไรแบบนี้ด้วย
อีกคนยอมหยิบยาขึ้นมาใส่ปาก แล้วรับน้ำมาดื่ม ก่อนจะค่อยๆเอนหลังลงนอนโดยมีเธอช่วยประคองจัดแจงท่า
เรียวปากอวบอิ่มขยับยิ้มโล่งอก มือเล็กดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายให้คนไข้หนุ่ม เอาจริงๆเป็นพยาบาลส่วนตัวไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย
“กู๊ดไนท์ค่ะ ถ้ามีอะไรกดปุ่มเรียกหนูได้ตลอดเวลาเลยนะคะ” หยาดพิรุณบอกยิ้มๆ เธอต้องพร้อมปฏิบัติงานทุกครั้งที่คนไข้เรียกหา นั่นคืออีกหนึ่งเงื่อนไขในสัญญาจ้าง
“ผมตื่นเจ็ดโมงครึ่งทุกวัน”
หญิงสาวทำหน้างง ทำไมเขาต้องบอกข้อมูลนี้ด้วย
“เวลาเริ่มงานของคุณ”
เจ้าของใบหน้าหวานร้องอ๋อ เธอลืมไปชั่วขณะว่าตัวเองเป็นพยาบาลส่วนตัวของเขาแล้ว
“รับทราบค่ะ” หยาดพิรุณฉีกยิ้มสดใสให้คนหน้านิ่ง ก่อนจะเดินเข้าห้องตัวเองที่อยู่ติดกับห้องเขา
ตาคมวาวมองตามแผ่นหลังบางอย่างวิเคราะห์
อีกมุมหนึ่งของบ้าน
“อัคว่าหนูฝนเป็นยังไงบ้าง” ย่าสีจันทร์ถามหลานชายคนเล็ก
“ย่าหมายถึงอะไรล่ะครับ” อัครินทร์ถามกลับ
“รวมๆ”
“เธอสวย ดูสดใสน่ารักเหมือนที่ย่าบอก แต่ถ้าถามเรื่องงานคงต้องดูกันยาวๆ” อัครินทร์ตอบตามความจริง
ผู้เป็นย่ายิ้มพอใจกับคำตอบ หวังว่าหลานชายคนโตของนางจะเห็นความน่ารักของหยาดพิรุณบ้าง
กลับมาที่หยาดพิรุณ
นิ้วเรียวกดเข้าไปในแอปพลิเคชันคุ้นเคยแล้วเริ่มลงมือพิมพ์ข้อความ
{หนูมาถึงบ้านดาวพฤกษาตอนหนึ่งทุ่มตรงเด๊ะ ย่าสีจันทร์ให้การต้อนรับดีมาก ทานมื้อเย็น อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว กำลังจะเข้านอนค่ะ หลับฝันดีนะคะทุกคน} หยาดพิรุณส่งข่าวให้คนทางบ้านรับรู้ ก่อนจะตั้งนาฬิกาปลุก แล้วล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า
วันใหม่
ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด
เสียงสัญญาณขอความช่วยเหลือปลุกให้คนที่กำลังหลับสบายลืมตาตื่นขึ้นมา มือเล็กเอื้อมไปกดปุ่มรับสาย
{คุณธามม์ต้องการอะไรหรือเปล่าคะ}
{เงยหน้าขึ้นมองผนังด้วยครับ}
หญิงสาวทำตามที่อีกฝ่ายบอก ‘เชี่ย!’
{รอหนูแป๊บหนึ่งนะคะ}
ร่างเล็กลุกพรวดจากเตียงนอนวิ่งหน้าตั้งไปยังห้องที่อยู่ติดกัน
“กู๊ดมอร์นิ่งค่ะคุณธามม์” เสียงหวานเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มสดใส
“ผมควรได้อาบน้ำตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว” เสียงเข้มตอบกลับ
หยาดพิรุณยิ้มอ่อน “ขอโทษค่ะ วันหลังหนูจะไม่ตื่นสาย” เวลาตอนนี้คือเก้าโมงสามสิบนาที
“คุณช่วยพาผมลงจากเตียงที ผมอยากอาบน้ำ” ธามม์ภพพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง
หยาดพิรุณรีบเข็นวีลแชร์ไปที่ขอบเตียง ตาโตมองใบหน้าหล่อเหลา ในขณะที่มือเล็กเอื้อมไปจับเอวสอบเอาไว้หลวมๆ
คนไข้หนุ่มย้ายตัวเองไปนั่งบนวีลแชร์ เธอเข็นเขาเข้าไปในห้องน้ำ
“คุณจะไปไหนเหรอครับ” พยาบาลสาวทำท่าจะหันหลัง
“ไปรอข้างนอกค่ะ คุณธามม์จะอาบน้ำไม่ใช่เหรอคะ”
“คุณต้องอาบน้ำให้ผมก่อน”
“อะ…อะไรนะคะ?!” หยาดพิรุณตกใจจนหน้าซีด
5บทที่ 56 นาที
“ผมยืนนานไม่ได้ รีบถอดกางเกงให้ผมเร็ว” ธามม์ภพที่ยืนจับราวอยู่อ้าปากสั่งคนตัวเล็ก ก็เจ้าหล่อนเอาแต่มองรูปร่างเขาตาเป็นมันยังกับไม่เคยเห็นผู้ชายเปลือยท่อนบนมาก่อนในชีวิต
หยาดพิรุณละสายตาจากอกกว้างกำยำ หลุบมองลงต่ำกว่าเอว กล้ามหน้าท้องของเขาเรียงตัวกันเป็นลอนสวยงาม มีไรขนประปรายตรงใต้สะดือด้วย คุณธามม์ดูดีทุกมิติ
หุ่นดียิ่งกว่านายแบบในนิตยสารเสียอีก ไม่ไหวแล้วนะ!
“คุณฝนผมเริ่มปวดขาแล้ว” ธามม์ภพยังไม่สามารถยืนเป็นเวลานานๆได้ เขาอยู่ในช่วงฟื้นฟูสภาพร่างกาย
หยาดพิรุณหน้าร้อนวูบวาบ มือเล็กสั่นเทาเอื้อมไปจับที่ขอบกางเกงนอนของเขา หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
ร่างสูงกระตุกยิ้มร้าย มองพยาบาลตัวน้อยอย่างมีเลศนัย
“คุณพยาบาลผมจะไม่ไหวแล้วนะ” เสียงแหบพร่าเอ่ยบอกเบาๆ
น้ำเสียงป่นกระเส่าพาลให้คนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะดึงกางเกงเจ้าปัญหานั่นลง วงหน้างามเงยขึ้น เธอไม่กล้ามองตรงนั้นของเขาหรอกนะ
“คุณฝนครับ คุณฝนอยู่ไหนเอ่ย!” ขุนพลตะโกนมาแต่ไกล
“อยู่ในห้องน้ำค่ะ” หยาดพิรุณขานรับ
ฝ่ายนั้นวิ่งปราดเข้ามา “โอ๊ะโอ!” ขุนพลอ้าปากพูดไม่ออก ที่เขากล้าทะเล่อทะล่าเข้ามาแบบนี้ก็เพราะเห็นประตูห้องเปิดโล่งโจ้งทิ้งเอาไว้
“มีอะไรวะ” ธามม์ภพรู้สึกหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะ
“คุณฝนตามผมมาทางนี้ด่วนเลยครับ” ขุนพลไม่มีเวลาตอบผู้เป็นนาย
“โอเคค่ะ” หยาดพิรุณยิ้มร่า เธอรอดแล้ว แม้จะรอดเพียงชั่วคราวก็ตามเถอะ
“จะไปไหนกันแล้วผมล่ะ?” ธามม์ภพถามอย่างไม่สบอารมณ์ จะทิ้งกันกลางคันแบบนี้ได้ยังไง!
“คุณธามม์รอก่อน ทับทิมโดนงูกัดครับ”
“ห๊า!!!” หยาดพิรุณแทบลมจับ นึกอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียตอนนี้
“เร็วครับ ตามผมมาทางนี้”
‘เวรกรรม’ นี่มันหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ!!! หญิงสาวถึงกับก้าวขาไม่ออก
“คุณฝน!” ขุนพลหันมาเรียกอีกครั้ง หยาดพิรุณจำใจต้องวิ่งตามเขาไป
“หนูฝนช่วยหลานป้าด้วย” เมื่อเห็นพยาบาลสาววิ่งปราดเข้ามา ป้าแม้นรู้สึกใจชื้นขึ้นเป็นกอง
หยาดพิรุณหน้าสลด เธอทำอะไรไม่ถูก ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยปฐมพยาบาลคนที่ถูกงูกัดเลยสักครั้ง
เด็กหญิงตัวน้อยมองมาด้วยแววตาอ้อนวอน เร่งเร้าให้พี่พยาบาลคนสวยเข้ามารักษา
“ป้าแม้นคะ คือว่าหนู…”
“เดี๋ยวผมดูแลน้องเขาเองครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อนที่หยาดพิรุณจะพูดจบ
ป้าแม้นรีบขยับหลีกทาง
ชายหนุ่มผู้มาใหม่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เด็กหญิง เขาทำทุกขั้นตอนอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว
“ทับทิมมองหน้าหมอ ไม่ต้องกลัวนะหนูจะปลอดภัย” ระหว่างนั้นหมอหนุ่มก็ชวนคนเจ็บคุยไปด้วย
เด็กหญิงวัย 12 ขวบ พยักหน้าเชื่อฟังคุณหมอใจดี
หยาดพิรุณเข้าใจแจ่มแจ้ง มิน่าเขาถึงได้ดูชำนาญจัง เป็นหมอนี่เอง
“ขุนพลเอารถออก เราต้องไปโรงพยาบาล ป้าไปกับผมด้วยนะครับ” ชายหนุ่มออกคำสั่งเสร็จก็ช้อนอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาพาเดินไปโรงจอดรถ ป้าแม้นเดินตามไปติดๆ
‘เฉียดฉิว’ หยาดพิรุณพึมพํากับตัวเองอย่างโล่งอก
“คุณฝนรีบกลับไปหาคุณธามม์ด่วนเลย วันนี้คุณอัคเข้าออฟฟิศ ย่าสีจันทร์กับคุณพริ้งก็ออกไปทำธุระข้างนอก” ขุนพลตะโกนกลับมาบอก
ได้ยินแบบนั้นหยาดพิรุณก็รีบวิ่งหน้าตั้งกลับไปหาธามม์ภพ ป่านนี้อีกคนจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้
ทว่าพอก้าวขาเข้ามาในห้อง หยาดพิรุณถึงกับตาโต
“คะ… คุณธามม์!”
“ทับทิมปลอดภัยดีใช่ไหม” ธามม์ภพเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เขาเห็นเด็กตัวน้อยมาตั้งแต่เกิดแล้ว พอได้ยินว่าเธอถูกงูกัดใจคอไม่ดีเลยจริงๆ
“มีคุณหมอพาไปโรงพยาบาลแล้วค่ะ ขุนพลกับป้าแม้นก็ไปด้วยกัน”
ใบหน้าหล่อเหลาขยับรับรู้
“อะ เออ … คุณธามม์ให้หนูช่วยอะไรไหม”
“ช่วยสิ แต่คุณควรไปอาบน้ำก่อนดีกว่า”
“อะไรนะคะ ทำไมหนูต้องอาบน้ำก่อนด้วย คุณจะให้หนูช่วยอะไร หนูเป็นพยาบาลนะคะ!” หยาดพิรุณตกใจกับคำสั่งของคนไข้หนุ่มเป็นอย่างมาก
อย่าบอกนะว่าเขาจะให้เธอ…!?
“ก่อนรับงานนี้รู้ยังว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้าง” น้ำเสียงของธามม์ภพเริ่มเข้มขึ้น เช่นเดียวกับสีหน้าของเขา
“ทราบค่ะ ย่าสีจันทร์แจ้งหน้าที่ความรับผิดชอบที่หนูต้องทำในแต่ละวันเรียบร้อยแล้ว”
“มีอะไรบ้างครับ”
“1. ให้ยาและรักษาตามแผนการรักษาของหมอประจำตัวคนไข้ 2. ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิด 3. ทำกายภาพบำบัดให้คนไข้ตามเวลาที่ได้ระบุไว้”
“ตอนนี้กี่โมงแล้วครับ”
พยาบาลสาวพลิกแขนดูนาฬิกาที่ข้อมือ “สิบโมงเช้าค่ะ”
“มันควรเป็นเวลาทำอะไรครับ”
“… เวลาทำกายภาพบำบัดรอบแรกของวันค่ะ” หยาดพิรุณเพิ่งจะนึกขึ้นได้
คิ้วเข้มได้รูปเลิกขึ้นสูง
“เออ … ก็คุณธามม์ไม่ใส่เสื้อผ้า แถมยังบอกให้หนูไปอาบน้ำก่อน” ตอนนี้ธามม์ภพนั่งเอนหลังพิงหมอนอยู่บนเตียงนอน ร่างกำยำของเขามีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันท่อนล่างเอาไว้
ภาพตรงหน้าพาให้เธอเข้าใจผิดอย่างมหันต์! นึกว่าเขาจะให้ช่วยอะไรแบบนั้นไง…
“ผมแทบต้องคลานออกมาจากห้องน้ำ ผมไม่มีปัญญาเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่เองหรอก แค่พาตัวเองขึ้นเตียงได้ก็บุญแล้ว ผมยังยืนหรือเดินเป็นเวลานานๆไม่ได้ ถึงต้องจ้างพยาบาลส่วนตัวมาคอยช่วยดูแลไง” ธามม์ภพว่าเสียงดุ
หยาดพิรุณลอบกลืนน้ำลายลงคอ เธอรู้ประวัติเจ็บป่วยของคนไข้หนุ่มตรงหน้าแบบละเอียดยิบจากย่าสีจันทร์แล้ว
ตาคมไล่มองคนตรงหน้าอย่างสำรวจ “ที่ผมบอกให้คุณไปอาบน้ำก่อนก็เพราะผมเห็นว่าคุณยังสวมชุดนอนอยู่เลย” พยาบาลที่ไหนทำกัน ไม่มีความเป็นมืออาชีพสักนิด
หยาดพิรุณก้มมองพื้นอย่างเขินอาย เพิ่งฉุกคิดได้ว่าตัวเองยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันด้วยซ้ำ คิ้วก็คงจะหายหมดแล้ว ไหนจะผมเผ้าที่ยังไม่ได้จัดแต่งทรงอีก เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่ตื่นขึ้นมาแล้วสวยเลย
“หนูขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็รีบหันหลัง
“เดี๋ยว”
“คะ?” หยาดพิรุณชะงักเท้า ทว่าก็ไม่กล้าหันหน้ากลับมามองเขา เธอรู้สึกไม่มั่นใจในสารรูปตัวเอง
ธามม์ภพลอบยิ้มมุมปากแวบหนึ่ง ก่อนจะออกคำสั่งกับพยาบาลตัวน้อย “คุณไปทานข้าวก่อนก็ได้นะ ผมรอได้”
“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบพลางเร่งฝีเท้าเข้าห้องตัวเองอย่างไว บอกเลยว่าตอนนี้อายมาก อายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหน เขาไม่ควรได้เห็นเธอในสภาพนี้!






