เรื่องย่อ
โยธินเป็นทนายที่ป้าส่งให้มาดำเนินคดีกับอลินดา ทว่าเธอดันมีเรื่องเดือดร้อน เลยขอให้เขาว่าความให้ เรื่องราวเลยกลับตาลปัตร
ทดลองอ่าน
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง
“ถ้าคุณยังไม่ยอมถอย ผมจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย” ทนายหนุ่มยื่นคำขาดสีหน้าจริงจัง
“ถ้ามีหลักฐานเพียงพอก็ส่งหมายศาลมาได้เลย ฉันจะเคลียร์ตารางงานรอ” อลินดาเหยียดยิ้มเย็นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เขาขู่จะฟ้องเธอตั้งแต่ชาติที่แล้ว ยังไม่เห็นความคืบหน้าอะไรเลย เห่าอยู่ได้ รำคาญ!
ทนายหนุ่มกัดฟันข่มอารมณ์ ยัยนี่โคตรอวดดี แต่เขาจำเป็นต้องใจร่มๆ “ผมอยากเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน”
“คงไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะฟ้องฉันสินะ” อลินดาเอนหลังพิงพนักโซฟา ยกขาขึ้นมาไขว่ห้างอย่างผู้ชนะ เธอรู้ทันหรอกน่า
1บทที่ 16 นาที
หญิงสูงวัยก้มมองรูปถ่ายในโทรศัพท์ มองอยู่นานไม่ละสายตาไปไหน ทั้งที่รูปพวกนี้ทำให้นางเจ็บ
“ลุงแกมีเมียน้อยคราวลูก ป้าไม่ได้มโนไปเองแน่นอน” สุชาดาพึมพำเสียงสั่นอย่างเคียดแค้น
โยธินมองผู้เป็นป้าด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นรูปถ่ายแนบชิดของลุงอดุลย์กับอลินดา
“ตามประสบการณ์อรว่าหล่อนเป็นเมียน้อยของลุงอดุลย์แน่นอนค่ะ ทั้งสองเหมือนพยายามปิดบังสถานะ ไม่ยอมควงกันออกไปไหนเลย พลอดรักกันอยู่แต่ในบ้าน ชัดเจนเหลือเกินว่าพวกเค้าอยากเก็บความสัมพันธ์ครั้งนี้ไว้เป็นความลับ” อรอนงค์ให้ข้อมูล
‘อรอนงค์’ เป็นนักสืบที่คุณสุชาดาจ้างมาให้ติดตามความเคลื่อนไหวของสามี เธอไม่ได้เป็นเพียงนักสืบ แต่ยังเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิท เป็นอีกคนที่นางไว้วางใจ
“รูปพวกนี้ใช้เป็นหลักฐานฟ้องชู้ได้หรือยัง” ตาคำพันธ์ถามหลานชาย
“ยังไม่มีน้ำหนักพอครับ”
“ยังไม่มีน้ำหนักพออีกเหรอ ทั้งกอดทั้งหอม ทุกอิริยาบถแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้วนะ” สุชาดามองภาพถ่ายน้ำตาซึม
“นั่นสิ ลองยื่นศาลดูก่อนไหม” ชายสูงวัยแนะนำหลาน
“พวกเค้าสามารถหาเหตุผลมาปฏิเสธได้ครับ อาจจะอ้างว่าเป็นญาติ หรือเป็นแค่คนรู้จักกัน” โยธินให้เหตุผลอย่างใจเย็น หลักฐานไม่แน่น ฟ้องไปมีแต่จะเสียเวลาเปล่า
สุชาดาส่ายหน้าทั้งน้ำตา “อดุลย์เป็นลูกชายคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย อ้างไม่ขึ้นหรอก” พ่อแม่ของสามีเสียชีวิตตั้งนานแล้ว ลูกหลานก็ไม่มี เพราะฉะนั้นอลินดาไม่ได้เป็นเครือญาติแน่นอน
โยธินคิดตาม ที่ป้าพูดฟังดูมีเหตุผล
“ถ้าบริสุทธิ์ใจ ทำไมจะต้องแอบนัดเจอกันลับๆ ล่อๆ ด้วย … ยังไงสองคนนี้ก็ไม่ใช่แค่คนรู้จักแน่นอน ยิ่งดูจากภาพถ่ายพวกนี้ยิ่งไม่ใช่ใหญ่” สุชาดามั่นใจว่าคนทั้งสองเป็นชู้กัน เซนส์นางแรง และถูกเสมอ
“ผมอยากได้หลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ครับ” โยธินอธิบาย อลินดาดูเป็นคนฉลาด และคงจะเหลี่ยมจัดด้วย ถึงได้ทรัพย์สินจากลุงอดุลย์ไปครอบครองตั้งมากมาย
“อรจะพยายามหาหลักฐานเพิ่มนะคะ” นักสืบสาวบอก
“ขอบใจมากนะหนูอร” หญิงสูงวัยมองหน้าลูกสาวเพื่อนอย่างมีความหวัง แม่นั่นต้องได้ชดใช้ในการกระทำของตัวเอง
“พี่โยธินคะ ถ้ามีหลักฐานเพิ่มอรขออนุญาตติดต่อหาพี่โดยตรงได้ไหม” อรอนงค์ถามเสียงหวาน ปกติเธอจะส่งข้อมูลให้ป้าสุ และป้าสุจะส่งต่อให้เขาอีกที
ทนายหนุ่มพยักหน้า
อรอนงค์ยิ้มตาเป็นประกาย เธอกำลังจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้ชายที่ตัวเองแอบปลื้มมานาน อาจมีโอกาสได้พัฒนาความสัมพันธ์จากคนรู้จักเปลี่ยนไปเป็นคนรู้ใจ แค่คิดก็ฟิน
ภายในห้องรับแขกบังเกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะ แต่เพียงอึดใจเดียวหญิงสูงวัยก็ปล่อยโฮออกมา นางกลั้นน้ำตาไม่ไหว หลานชายได้แต่บีบมือให้กำลังใจ
ตาคำพันธ์รู้สึกสงสารลูกสาวจับใจ ไอ้ลูกเขยชั่วไม่น่านอกใจเมียเลย แก่จะลงโลงอยู่แล้ว ยังจะตัณหากลับอีก
“ป้าไม่ได้หวังให้ลุงกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันหรอกนะ ป้ารู้ตัวว่าสู้ความสาวความสวยของแม่นั่นไม่ได้” พูดไปปาดน้ำตาไปด้วย นางรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกสามีคู่บุญนอกใจ ขนาดเอาความป่วยมาอ้าง ฝ่ายนั้นยังไม่สะทกสะท้าน
น้ำตาของป้าทำคนเป็นหลานชายเจ็บตามไปด้วย จนเขาต้องเมินหน้าหนี ยิ่งเห็นยิ่งสงสารเข้าไปใหญ่
ตาคำพันธ์กัดกรามแน่น นึกอยากไปตะบันหน้าไอ้ลูกเขยชั่วกับชู้ของมันเสียตอนนี้!
“แกต้องช่วยป้ารักษาทรัพย์สินไว้ให้น้องๆนะ อย่าให้นังเมียน้อยได้เสวยสุขอยู่คนเดียว” สุชาดามองหลานชายราวกับว่าอีกคนเป็นความหวังสุดท้าย
“แกต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด” ตาคำพันธ์ยื่นคำขาด
“ครับ” โยธินรับปาก
“แค่แม่นั่นผลาญสมบัติลุงแกไม่ได้ ป้าก็ตายตาหลับแล้ว” หญิงสูงวัยค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย หลานชายนางเป็นทนายความที่เก่งมาก ว่าความมาแล้วกี่คดีนางไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าชนะทุกคดี
“ป้าอย่าพูดแบบนั้นสิครับ” โยธินรู้สึกใจคอไม่ดี ไม่อยากได้ยินเรื่องล้มหายตายจาก
หญิงสูงวัยส่ายหน้าสิ้นหวัง นางหมดกำลังใจ ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว สามีคู่บุญมาตีตัวออกห่างตอนบั้นปลายชีวิต มันน่าน้อยใจสิ้นดี ถ้าไม่มีลูกๆนางคงตรอมใจตายแล้ว
ผู้เป็นพ่อน้ำตาตกใน ปกติลูกสาวเป็นคนสดใสร่าเริง
ทั้งสี่หารือกันต่ออีกพักใหญ่ถึงได้แยกย้ายกัน
ช่วงบ่าย
@Sweet Vow Studio
“ชมพู่มาพอดีเลย ช่วยส่งพวงมาลัยมะลิสดให้พี่หน่อย” อลินดาที่ยืนอยู่บนบันไดเหล็กเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา เธอกำลังตกแต่งสตูดิโอสำหรับถ่ายพรีเวดดิ้งธีม ‘White Fairy Tales’ ทั้งห้องถูกประดับประดาด้วยดอกไม้สีขาวนานาชนิด มีทั้งกุหลาบขาว มะลิ พุดซ้อน ลิลลี่ ทิวลิป และเดซี่ มอบบรรยากาศสดชื่นผ่อนคลาย กลิ่นหอมละมุนตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
มะลิสดพวงใหญ่ถูกยื่นให้ตามคำขอ อีกคนรับไปจัดการห้อยประดับเป็นอันว่าเสร็จ
“เอาอะไรอีกไหม”
เสียงนั้นสร้างความตกใจให้กับอลินดาเป็นอย่างมาก เธอหันหลังขวับโดยไม่ทันระวัง
“คุณระวัง!” โยธินรีบอ้าแขนรับในจังหวะที่อลินดาหงายหลังทำให้สองร่างล้มลงไปกองอยู่บนพื้น
เธอทาบทับอยู่บนตัวเขาแบบอัตโนมัติ
“นายอีกแล้วเหรอเนี่ย มาที่นี่ทำไม ว่างมากหรือไง!” อลินดายันกายลุกขึ้นมาอ้าปากต่อว่าแขกไม่ได้รับเชิญเสียงดัง
“ไม่เป็นไรครับ ผมโอเค ไม่เจ็บหลังเลย คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” โยธินประชดคนที่นั่งคร่อมอยู่บนตัวเขาในท่าวูแมนออนท็อป
“นายมาที่นี่ทำไม” ใบหน้าสวยดูเหวี่ยงวีน ช่วงนี้เขาตามติดเธอราวกับเป็นเงาตามตัวอย่างไรอย่างนั้น
“คุณควรขอบคุณผมก่อน”
“เรื่อง?”
“เอาหลังกระแทกพื้นแทน”
“นายต่างหากที่ควรขอโทษฉัน”
“เรื่อง?” คนถูกต่อว่าทำหน้างง
“นายทำให้ฉันตกใจ ถ้าเกิดฉันตกบันไดแขนขาหักขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ” อลินดาเชิดหน้าร่ายยาว โผล่มาเงียบๆใครบ้างจะไม่ตกใจ
“ให้ตายเถอะ ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ”
“นายยังไม่บอกเลยนะว่ามาที่นี่ทำไม”
“ผมอยากเจรจา”
พูดเพียงแค่นี้อลินดาก็รู้แล้วว่าเขาต้องการเจรจาเรื่องอะไร เธอตอบกลับไปด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย นายนี่คงเป็นเจ้ากรรมนายเวรข้ามภพชาติมาแน่นอนถึงได้กัดเธอไม่ปล่อย!
“ฉันยุ่งอยู่ไม่เห็นหรือไง”
“ผมรอได้”
“อุ๊ย… พวกเราเข้าไปได้ไหมคะเนี่ย” ชมพู่ที่เพิ่งจะกลับมาจากห้องน้ำเอ่ยถามเจ้านายสาว
อลินดาเบือนหน้าไปทางประตู “ทำไมจะเข้ามาไม่ได้”
“ก็คุณไม่ยอมลุกออกจากตัวผมสักที ท่วงท่านี้มันพาให้คนคิดไปไกลรู้ไหม” โยธินตอบแทนน้องพนักงาน
ตาโตหลุบมองคนใต้ร่าง ดวงหน้างามร้อนวูบวาบ เธอมัวแต่ต่อปากต่อคำกับเขา จนลืมดูท่วงท่าของตัวเอง
2บทที่ 26 นาที
อลินดาคลิกดูรูปภาพอย่างพิจารณา จากนั้นหันไปคุยกับตากล้องหนุ่ม “พี่ว่าแสงระดับนี้พอดี ต๊อดไม่ต้องปรับอะไรเพิ่มอีกแล้วนะ พี่อยากให้ภาพออกมาดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด”
“ครับผม” ต๊อดพยักหน้ารับ
‘ต๊อด’ เป็นตากล้องมือหนึ่งของ Sweet Vow Studio
“ชมพู่เอาสเปรย์น้ำยามาฉีดพรมตามดอกไม้ได้เลยนะ พี่เก็บรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว ดอกไม้จะได้สดนานๆ” เสร็จจากเรื่องจัดแสง อลินดาก็สั่งงานฝ่ายจัดสถานที่ต่อ
“โอเคค่ะ”
อลินดาเดินตรวจความเรียบร้อยภายในสตูดิโอเป็นรอบที่สาม เธอเป็นคนเป๊ะ ทุกรายละเอียดต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
‘อลินดา’ เป็นเจ้าของ Wedding Studio เธอรับจัดงานแต่งแบบครบวงจรทั้งในและนอกสถานที่
โยธินมองตามว่าที่ ‘จำเลยสาว’ ทุกฝีก้าว ในสายตาเขา อลินดาเป็นผู้หญิงที่เก่งรอบด้าน แถมยังขยันสุดๆ มาหาหล่อนทีไร เจ้าตัวไม่เคยว่างหรอก วุ่นวายอยู่กับงานใดงานหนึ่งตลอด
ทำไมผู้หญิงที่เพอร์เฟคแบบนี้ยอมลดตัวไปเป็นเมียน้อยคนแก่คราวพ่อวะ หรือว่ามันเป็นรสนิยมส่วนตัวของหล่อน อยู่กับชายวัยชราแล้วหัวใจกระชุ่มกระชวยอย่างนั้นเหรอ
แม่ง …โคตรเสียดายของ!
“ส่วนนายตามฉันมาทางนี้” หลังจากสตูดิโอดูเรียบร้อยลงตัวทุกรายละเอียดพร้อมให้บริการลูกค้า อลินดาก็สืบเท้าเข้ามาหาคู่กรณี ถ้าเธอไม่คุยด้วย เขาคงจะไม่ไปไหน
น้ำเสียงแข็งกระด้างดึงให้โยธินหลุดออกมาจากห้วงความคิด
อลินดาเดินนำหน้าแขกไม่ได้รับเชิญไปยังห้องทำงานตัวเอง มาถึงเธอก็ต้อนรับเขาด้วยชาร้อนเฉกเช่นทุกครั้ง
“จะเจรจาอะไรก็รีบๆว่ามา” อลินดาเปิดฉาก รู้แล้วว่าเขาจะหารือเรื่องอะไร แค่ถามไปอย่างนั้นแหละ
“ผมเคยขอร้องให้คุณเลิกยุ่งกับคุณอดุลย์ดีๆ แต่คุณไม่ยอมทำตาม” โยธินไม่อ้อมโลกให้เสียเวลา
หญิงสาวถอดถอนหายใจเซ็ง เขาหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดอีกแล้ว
“ถ้าคุณยังไม่ยอมถอย ผมจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย” ทนายหนุ่มยื่นคำขาดสีหน้าจริงจัง
“ถ้ามีหลักฐานเพียงพอก็ส่งหมายศาลมาได้เลย ฉันจะเคลียร์ตารางงานรอ” อลินดาเหยียดยิ้มเย็นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เขาขู่จะฟ้องเธอตั้งแต่ชาติที่แล้ว ยังไม่เห็นความคืบหน้าอะไรเลย เห่าอยู่ได้ รำคาญ!
ทนายหนุ่มกัดฟันข่มอารมณ์ ยัยนี่โคตรอวดดี แต่เขาจำเป็นต้องใจร่มๆ “ผมอยากเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน”
“คงไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะฟ้องฉันสินะ” อลินดาเอนหลังพิงพนักโซฟา ยกขาขึ้นมาไขว่ห้างอย่างผู้ชนะ เธอรู้ทันหรอกน่า ถ้าฟ้องได้คงฟ้องไปนานแล้ว
“คุณควรมีศีลธรรมบ้างนะ ทรัพย์สินก็ได้ไปครอบครองเยอะพอสมควรแล้วนิ ยังจะเอาอะไรอีก” โยธินพยายามต่อรองอย่างใจเย็น
“เป็นแค่ทนายอย่าอวดดีมาสอนฉัน!” อลินดาตวาดตอบด้วยท่าทีฉุนเฉียว
“ตกลงจะไม่ยอมถอย จะหลอกเอาทรัพย์สินของคนแก่ไปเรื่อยๆแบบนี้ใช่ไหม”
“ฉันไม่เคยหลอก ฉันไม่เคยร้องขอ คุณอดุลย์พอใจยกทรัพย์สินให้ฉันเอง!” เธอมองเขาอย่างท้าทาย
“คุณอดุลย์ยังไม่ได้หย่ากับภรรยา ฝ่ายหญิงสามารถดำเนินการฟ้องชู้ได้ ทั้งสาวทั้งสวยแบบคุณไม่น่าคิดสั้นไปเป็นเมียน้อยของคนแก่คราวพ่อเลยนะ…รูปลักษณ์เต็มสิบ แต่ศีลธรรมติดลบ” โยธินอดค่อนแคะไม่ได้
ลลินดากำหมัดแน่น ใบหน้าเรียบเฉยเริ่มสั่นระริกด้วยความโกรธ “นายเป็นใคร รู้จักฉันดีพอแค่ไหนถึงได้มาวิจารณ์ฉันแบบนี้!”
“ผมแค่ช่วยดึงสติคุณ” โยธินพูดเสียงลอดไรฟัน เขาอุตส่าห์หาทางออกช่วยแล้วนะ!
อลินดายักไหล่ไม่แคร์
“ไตร่ตรองดูดีๆนะอลิน มันจะไม่ใช่แค่การฟ้องชู้ธรรมดา แต่เรื่องจะยาวไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดที่อยู่ในความครอบครองของคุณ สุดท้ายคุณอาจจะไม่ได้อะไรเลย แถมยังต้องจ่ายค่าเสียหายตามคำพิพากษา ถอยตอนนี้คุ้มกว่าเยอะ”
“นายขู่ฉันเหรอ!” อลินดาควันออกหู
“ไม่ได้ขู่ แต่ผมจะพิสูจน์ให้คุณได้เห็นเร็วๆนี้”
ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด (เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น)
ลลินดาจำเป็นต้องหยุดวิวาทกับคู่กรณีชั่วคราวเพื่อรับสายที่โทรเข้ามา
(อะไรนะคะแม่ พวกมันมาพร้อมกับรถแม็คโคร มีทนายมาด้วยเหรอ ขัดขวางพวกมันไว้ก่อนนะคะ)
(จะให้อลินไปหาทนายที่ไหน ตอนนี้คงไม่ทันหรอกค่ะ) สิ้นประโยค อลินดาก็กดวางสาย ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล
ตาโตมองไปที่คู่กรณี อยู่ดีๆคำพูดของเพื่อนก็ผุดขึ้นมาในหัว
“พี่โยธินเป็นเพื่อนกับพี่ธรณ์ พี่เค้าเป็นทนายที่เก่งมากๆเลยนะ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร ไม่เคยแพ้แม้แต่คดีเดียว แม้คดีเหล่านั้นจะมีขาใหญ่อยู่เบื้องหลังก็ตาม” ครั้งหนึ่งชนนิศาเคยเล่าถึงประวัติของนายนี่ให้เธอฟัง
“ก่อนที่นายจะฟ้องฉัน นายช่วยเป็นทนายให้ฉันก่อนได้ไหม” อลินดามองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาตาปริบๆ วินาทีนี้ไม่รู้จะไปหาทนายเก่งๆได้จากที่ไหน ตั้งแต่เกิดมาเธอก็ไม่เคยมีคดีที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลสักครั้งเดียว
โยธินเอนหลังพิงพนักโซฟา ยกขาขึ้นมาไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์
“ฉันโดนผู้มีอิทธิพลไล่ที่ พวกเค้ากำลังจะรื้อถอนบ้าน สาบานได้ว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของครอบครัวเราจริงๆ นายช่วยฉันหน่อยนะ” คนกำลังร้อนใจอธิบายเรื่องราวคร่าวๆ
“พูดเพราะๆขอร้องดีๆ” โยธินยกแขนขึ้นมากอดอกอย่างวางมาด วาจาเหมือนมะนาวไม่มีน้ำ เขาไม่ลดตัวลงไปช่วยหรอกนะ
“ฉันพูดไม่เพราะตรงไหน” อลินดาเม้มปาก โทนเสียงเธอก็ปรับให้นุ่มนวลขึ้นแล้วนิ ยังจะเอาอะไรอีก ต้องก้มลงกราบแทบเท้าเหรอถึงจะยอมช่วย!
“ผมรุ่นราวคราวเดียวกับไอ้ธรณ์” โยธินบอกเป็นนัยๆ จิกเรียกเขา ‘นาย’ อยู่ได้ ไม่มีความเคารพให้กันเลยสักนิด หล่อนเด็กกว่าเขาตั้งหลายปี
(ธรณ์ หรือ กันต์ธรณ์เป็นสามีของชนนิศา ชนนิศาเป็นเพื่อนสนิทของอลินดา สองสามีภรรยาเป็นตัวละครเอกจากเรื่อง ‘เมื่อรักจางหาย’ โยธินกับอลินดาเคยปะทะฝีปากกันมาก่อนตั้งแต่คราแรกที่เจอกันในเรื่องเมื่อรักจางหาย)
อลินดาฝืนกลืนน้ำลายลงคอ เอาว่ะเพื่อปกป้องที่ดินของพ่อแม่ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือคนพาล เธอจะยอมถอยให้หนึ่งก้าว
“คุณโยธินช่วยอลินหน่อย”
“จะพูดเพราะกี่โมง หรือจะให้คนพวกนั้นรื้อถอนบ้านออกไปก่อน” คนกำลังถือไพ่เหนือกว่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หน้าสิ่วหน้าขวานหล่อนยังกล้าดื้อรั้นกับเขา
“ช่วยอลินด้วยนะคะ” เธอบีบเสียงนุ่มอ้อน
“ก็แค่เนี้ย” มุมปากหยักกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะ
3บทที่ 34 นาที
ทันทีที่รถยุโรปคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านเรือนไทยไม้สักหลังสวย อลินดาก็รีบพาตัวเองลงจากรถ กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปสมทบกับคนกลุ่มใหญ่ที่ยืนโต้เถียงกันอยู่ โยธินสาวเท้าตามหลังไปติดๆ
“ที่ดินผืนนี้ตกทอดมาจากปู่ย่าตาทวดของผม คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้” บุญชัยอ้างสิทธิ์ของตัวเอง
เสี่ยไพบูลย์หัวเราะดังลั่นราวกับเป็นตัวร้ายในละครไทย
สองสามีภรรยาหน้าสลด หัวใจล่วงไปอยู่ตาตุ่ม มองคนพาลด้วยสายตาสิ้นหวัง
“ไอ้สินเริ่มรื้อถอนบ้านพวกมันได้เลย!” เสี่ยไพบูลย์ออกคำสั่งกับลูกน้อง ปลายคางเชิดไปยังรถแม็คโครคันใหญ่
‘เสี่ยไพบูลย์’ เป็นผู้มีอิทธิพล ละแวกนี้ใครๆก็เกรงกลัวอำนาจของเขา
สินเตรียมจะก้าวขาไปทำตามคำบัญชาของนายใหญ่
“พวกแกหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!” อลินดาปราดเข้ามายืนขวางทาง
“ถอยไป!” สินง้างมือขู่
“แตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายเล็บ มึงได้ไปนอนกินข้าวแดงในตะรางแน่!” เสียงทรงอำนาจทำให้กลุ่มคนหันขวับไปมอง
“มึงเป็นผัวอินี่เหรอถึงได้กระโดดมาป้องมัน มึงคงไม่รู้ว่ากูเป็นใครสินะ!” เสี่ยไพบูลย์ชี้หน้าขู่
“กูไม่รู้หรอกว่ามึงเป็นใคร กูรู้แต่ว่าถ้าพวกมึงยังอยู่ที่นี่ต่ออีกแม้แต่นาทีเดียว พวกมึงโดนข้อหาบุกรุกสถานที่ส่วนบุคคลแน่!” โยธินขยับเข้าไปยืนเผชิญหน้ากับเสี่ยไพบูลย์อย่างไม่เกรงกลัว
“ผมเป็นทนายของเสี่ยไพบูลย์ พวกเรามีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง คนพวกนี้ต้องย้ายออกจากพื้นที่” ชายสูงวัยเอ่ยขึ้น
“ผมเป็นทนายของคุณบุญชัย ผมขอดูเอกสารหน่อย” โยธินแนะนำตัวเอง
ชายสูงวัยจัดให้ตามคำขอ โยธินรับเอกสารมาดู
“เมื่อก่อนที่ดินแปลงนี้อาจจะเป็นของปู่ย่าตาทวดคุณก็จริง แต่ตอนนี้เจ้าของเปลี่ยนมือแล้ว พวกเรามีเอกสารทุกอย่าง” ทนายฝ่ายเสี่ยไพบูลย์ย้ำกับเจ้าของบ้าน
“เอกสารสิทธิ์ของพวกคุณดูแปลกๆนะ ไม่เห็นมีเอกสารขออนุญาตรื้อถอนจากหน่วยงานราชการเลย” โยธินพูดกับทนายฝ่ายตรงข้าม
“ไม่จำเป็นหรอกคุณ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว” ชายสูงวัยตอบแบบข้างๆคูๆ
“แสดงว่าไม่มีสินะ ผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าพวกคุณไม่ได้ทำเอกสารสิทธิ์ปลอมขึ้นมาทับที่ดินแปลงนี้” โยธินถาม ระหว่างเดินทางมาที่นี่อลินดาเล่าให้เขาฟังว่าเสี่ยไพบูลย์อยากครอบครองที่ดินผืนนี้มาก บีบคั้นมาหลายวิธีแล้ว ทั้งขู่ให้ขายในราคาถูก ล่าสุดก็แอบเปลี่ยนแนวเขตที่ดิน พอวันนี้ก็มีเอกสารสิทธิ์โผล่มาเฉยเลย
“มึงอย่าแส่หาเรื่องดีกว่า!” เสี่ยไพบูลย์ตวาดเสียงดัง แววตาของเขาลุกเป็นไฟด้วยความโมโห ไม่มีใครหน้าไหนกล้าตอบโต้เขาแบบนี้มาก่อน
โยธินล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดโทรหาใครบางคนแล้วยกขึ้นมาแนบหู สักพักเขาก็ยื่นโทรศัพท์ให้กับเสี่ยไพบูลย์ “มีคนอยากคุยด้วย”
เสี่ยบ้าอำนาจรับโทรศัพท์มาแนบหูแบบงงๆ แต่เพียงอึดใจต่อมา (ผู้กำกับทองดี!) เขาพูดเพียงแค่นั้นแล้วเงียบฟัง สักครู่ก็กดวางสาย ยื่นโทรศัพท์กลับคืนให้เจ้าของด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
“พวกเรากลับ!” เสี่ยไพบูลย์บอกกับลูกน้อง แววตาเคียดแค้นมองไปที่โยธิน อีกคนยักไหล่ไม่แยแส
“เดี๋ยวหมายศาลตามไปทีหลังนะ” โยธินทิ้งท้าย
เสี่ยไพบูลย์ไม่ได้ต่อความ เขารีบส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอยทัพ
บุญชัยอ้าปากเหวอ ตาค้าง เขาไม่คิดว่าคนอย่างเสี่ยไพบูลย์จะถอยง่ายๆแบบนี้ ภรรยาที่ยืนอยู่ข้างกันก็ด้วย บอกเลยว่าตอนนี้รู้สึกโล่งอกเป็นที่สุด
อลินดารู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เรียวปากอวบอิ่มเผลอยิ้มชื่นชม โยธินในยามดุดันช่างน่าเกรงขาม เธอไม่เคยเห็นเขาในเวอร์ชันนี้มาก่อน แต่บอกเลยว่าโคตรฮอต โคตรหล่อ โคตรกระแทกใจ!
มือเล็กยกขึ้นมาตบแก้มเรียกสติให้กับตัวเอง ปลื้มเขาอยู่ได้ เสร็จจากคดีนี้ เธอคงเป็นรายต่อไป เวลาอยู่หน้าบัลลังก์เขาก็คงเด็ดขาดดุดันแบบนี้แน่เลย ถึงชนะได้ทุกคดี
“ขอบคุณมากนะครับที่มาช่วยเคลียร์ปัญหาให้พวกเรา” บุญชัยขอบคุณจากใจจริง ถ้าไม่ได้คนตรงหน้ามาเป็นปากเป็นเสียงให้ ป่านนี้ไอ้เสี่ยไพบูลย์คงเริ่มรื้อถอนเรือนไทยแล้ว
“ยินดีครับ”
“ป้าขอเชิญคุณทนายขึ้นไปบนเรือนก่อน” หญิงสูงวัยผายมือไปทางบันได
โยธินค้อมศีรษะรับคำเชิญ เดินตามหลังสองคนสูงวัยไป
ในขณะที่อลินดากำลังเหม่อ ทุกคนก็ได้ขึ้นไปบนเรือนเรียบร้อยแล้ว
“อลินจะยืนเหม่ออยู่ตรงนั้นอีกนานไหม” ดวงจันทร์ตะโกนเรียกลูกสาว
หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมองบนเรือน พบว่าพ่อแม่ตัวเองกับนายนั่นนั่งล้อมวงกันอยู่ที่มุมรับแขกนอกชานเรียบร้อยแล้ว
4บทที่ 46 นาที
“คุณทนายดื่มน้ำเย็นๆก่อนนะจ๊ะ” เจ้าของบ้านเสิร์ฟน้ำให้กับทนายหนุ่ม อีกคนค้อมศีรษะขอบคุณ
ชายสูงวัยเบือนหน้าไปทางลูกสาว เขาอยากรู้ชื่อเสียงเรียงนามของหนุ่มตรงหน้าเต็มที ละแวกนี้ไม่ค่อยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับไอ้เสี่ยไพบูลย์หรอกนะ แต่ดูเหมือนว่าพ่อหนุ่มหน้าหล่อคนนี้ไม่ได้เกรงกลัวมันเลยสักนิด ได้ใจไปเต็มๆ
“พ่อแม่ …นี่พี่โยธินค่ะ” อลินดาเอ่ยแนะนำเสียงแผ่วเบา
‘แค่ก แค่ก แค่ก’ โยธินสำลักน้ำที่กำลังดื่ม หูไม่ได้ฝาดใช่ไหม ยัยอลินเรียกเขาว่า ‘พี่โยธิน’ น้ำเสียงของหล่อนนุ่มนวลชวนขนหัวลุก หล่อนจะมาไม้ไหน
โยธินเอ่ยสวัสดีพร้อมยกมือไหว้เจ้าของบ้านอย่างนอบน้อม
สองสามีภรรยายิ้มตอบอย่างเป็นมิตร เดาว่าลูกสาวต้องสนิทกับอีกฝ่ายประมาณหนึ่งถึงได้เรียก ‘พี่’
โยธินลอบมองคนทั้งสาม เขาคิดมาตลอดว่ายัยอลินอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีครอบครัวหรือญาติพี่น้องที่ไหน คนรอบข้างหล่อนบอกมาแบบนั้นนี่น่า
“ไหนบอกว่าหาทนายไม่ได้ไง” คนเป็นแม่ข้องใจ
“เออ…พี่โยธินเป็นทนายความ ตอนแม่โทรไปเราสองคนอยู่ด้วยกันพอดี อลินเลยขอให้พี่เค้ามาช่วย ไม่งั้นไอ้เสี่ยบ้าอำนาจคงไม่หยุดระรานพวกเรา”
“อยู่ด้วยกันพอดีเหรอ” หญิงสูงวัยลอบยิ้มแววตาเป็นประกาย อะไรยังไง ทำไมลูกสาวไม่เคยเอ่ยถึงพ่อหนุ่มหน้าหล่อคนนี้ให้ฟังเลย
“พี่โยธินแวะไปทักทายอลินตามประสาคนรู้จักกันค่ะ” รู้ว่าแม่สงสัยเลยรีบอธิบาย
“อ๋อ…รู้จักกันเป็นทุนเดิม” ดวงจันทร์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ปรายหางตาไปมองสามีคู่บุญ ฝ่ายนั้นเลิกคิ้วยิ้มอย่างรู้กัน
“เออ … เป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกันนะเหรอ” บุญชัยถามบ้าง คนรุ่นใหม่มักจะใช้คำนิยามอะไรทำนองนี้
“ค่ะ…วันนี้อากาศดีเนอะ ไม่ร้อน” คนโดนต้อนพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย ชำเลืองไปทางทนายหนุ่มเพื่อส่งซิกขอความช่วยเหลือ
คนหล่อรับมุก
“ที่นี่เงียบสงบน่าอยู่มากนะครับ” โยธินเพิ่งจะมีโอกาสได้มองสำรวจบริเวณรอบๆ บ้านเรือนไทยของอลินดาซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนสีเขียวอันร่มรื่น ตามริมรั้วเต็มไปด้วยไม้ผลหลากหลายชนิด รอบเรือนรายล้อมด้วยพุ่มดอกไม้น้อยใหญ่หลากสีสัน ส่งกลิ่นหอมลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“ชอบบรรยากาศแบบนี้เหรอ” บุญชัยถาม
“ครับ ชอบมาก” ยิ่งเป็นช่วงตะวันคล้อยต่ำแบบนี้ บรรยากาศโคตรดี
“ถ้าอย่างนั้นอยู่กินข้าวเย็นกับป้าก่อนค่อยกลับเข้าเมืองนะ” ดวงจันทร์ถือโอกาสชวน นางอาศัยอยู่บ้านสวน ส่วนลูกสาวอาศัยอยู่ในตัวเมือง
“พี่โยธินอาจจะไม่สะดวก พรุ่งนี้อลินจะมาทานด้วยนะคะ” อลินดาชิงปฏิเสธ
“อ้าว …มีธุระต่ออีกเหรอ น่าเสียดายจัง” บุญชัยว่า
“ผมไม่มีธุระที่ไหน และกำลังหิวข้าวพอดีครับ” โยธินรีบตอบรับน้ำใจของสองสามีภรรยา เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้รู้จักเทือกเถาเหล่ากอของอลินดา
ดวงจันทร์แอบส่งสายตาตำหนิลูกสาว แขกพิเศษมา เยี่ยมเยือนถึงเรือนต้องต้อนรับขับสู้ไม่ให้ขาดตกบกพร่องสิ
อลินดาฝืนยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนความกังวลภายในใจ โยธินกำลังหิวข้าวจริงๆ หรือเขาเพียงต้องการอยู่กินข้าวเย็นที่นี่เพื่อจุดประสงค์อื่น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า
“หนุ่มๆรอสักครู่นะ… อลินไปช่วยเป็นลูกมือแม่หน่อย” ดวงจันทร์ยันกายลุกขึ้นจากม้านั่งตัวยาวเตรียมจะไปเข้าครัว
อลินดามีสีหน้าเป็นกังวล เธอไม่อยากปล่อยให้โยธินอยู่กับพ่อสองคนเพียงลำพัง ดวงหน้างามก้มงุดอย่างคนคิดไม่ตกเมื่อรู้ตัวว่าพลาด ไม่น่าพาเขามารู้จักกับครอบครัวเลย ก็ตอนนั้นเธอกลัวว่าเสี่ยไพบูลย์จะรื้อถอนเรือนไทยหลังนี้ออกไปจริงๆ
โยธินลอบมองอากัปกิริยาของอลินดาอยู่เนืองๆ จากสีหน้าบอกบุญไม่รับนั่น ตีความได้ว่าหล่อนมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่
“อลินลุกได้แล้ว” คนเป็นแม่อ้าปากเร่ง
อลินดาจำใจต้องทำตามคำสั่งของแม่
ระหว่างที่รออาหารเย็น โยธินก็ถือโอกาสสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินเพิ่มเติม ฟังที่มาที่ไปรวมถึงข้อพิพาทก่อนหน้า เขาเดาว่าเสี่ยไพบูลย์น่าจะออกโฉนดมาทับซ้อนที่ดินแปลงนี้ รายนั้นมักจะใช้วิธีนี้ในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น
ผ่านไปประมาณชั่วโมงนิดๆ สองแม่ลูกก็นำอาหารเย็นมาเสิร์ฟ เมนูมาแบบครบทุกประเภท ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด
เจ้าของบ้านตักข้าวเสิร์ฟ จากนั้นทุกคนก็ลงมือทานมื้อเย็นกัน อาหารบนโต๊ะไม่เพียงแต่ดูดีน่ารับประทาน ทว่ารสชาติอร่อยกว่าในภัตตาคารห้าดาวเสียอีก โยธินชักจะอยากรู้แล้วว่าใครเป็นคนปรุง
ระหว่างทานอาหาร บุญชัยก็ชวนทุกคนคุยสัพเพเหระ ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครง
ดวงจันทร์ลอบมองลูกสาวกับเพื่อนชายเป็นระยะ มองจนโยธินสัมผัสได้ แต่เขาก็ไม่ได้อึดอัด เพราะสายตาของนางเต็มไปด้วยความชื่นชม
“รู้จักกันได้ยังไง รู้จักกันนานหรือยัง” คนเป็นแม่ไม่อาจต้านความสงสัยได้อีกต่อไป
“พี่โยธินเคยทานไก่ใต้น้ำไหม อร่อยมากเลยนะ” อลินดารีบตักไก่ชิ้นอวบพอดีคำไปป้อนเขา
โยธินสะดุ้งตกใจ ทว่าก็ยอมอ้าปากชิมเมนูแนะนำของหล่อน
สองคนสูงวัยตาเบิกค้าง ยัยอลินจะลงมาจากคานทองแล้วเหรอเนี่ย! ขอให้จริงเถอะ สาธุ ขอให้ได้แต่งปีนี้ด้วยเถิด ถ้าเกิดขึ้นจริงลูกช้างจะไปวิ่งรอบสนามฟุตบอล
“เราสองคนรู้จักกันผ่านการแนะนำของเพื่อนค่ะ” อลินดาตอบข้อสงสัย
โยธินเข้าใจแจ่มแจ้ง ยัยอลินป้อนข้าวเพื่อปิดปากเขานี่เอง ยัยนี่ร้ายกาจคงเส้นคงวา วิเคราะห์จากท่าทีของคนสูงวัยตรงหน้า เขาค่อนข้างมั่นใจว่าพวกท่านไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของลูกสาวตัวเอง
“อีกหนึ่งเมนูอร่อยที่อลินอยากนำเสนอค่ะ” อลินดาบอกทนายขี้เก๊กเสียงนุ่ม แขนเรียวเอื้อมไปตักทอดมันปลากรายมาวางใส่จานให้ด้วย
ชายหนุ่มมองคนเจ้าเล่ห์พลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างรู้ทันความคิด หญิงสาวปั้นหน้ายิ้มทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
สองคนสูงวัยลอบมองลูกสาวเป็นระยะ
มุมปากได้รูปของโยธินกระตุกเล็กน้อย ยัยอลินมารยาจริงๆ มิน่าลุงอดุลย์ถึงได้หลงหล่อนหัวปักหัวปำ คิดจะใช้มารยาล่อลวงเขาเหรอ ไม่เวิร์คหรอกนะ!
5บทที่ 55 นาที
วันใหม่
อลินดากวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านหลังนี้ดูกว้างขวางโอ่อ่า หรูหราไม่เบา เจ้าของน่าจะรวยระดับหนึ่ง สองขาเรียวกำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อสำรวจมุมอื่นๆ ทว่าต้องชะงักเท้าเอาไว้เสียก่อน
“คุณอลินดา” เป็นเสียงของโยธินที่กำลังเดินลงบันไดมาจากชั้นสอง
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมอง เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มทักทายเจ้าของบ้าน
“กำลังจะเดินไปไหนเหรอ” โยธินถาม สายตาหลุบมองเรียวขาขาวเนียน ทุกครั้งที่เจอกันยัยอลินมักจะสวมเสื้อแขนตุ๊กตาสีขาวสไตล์น่ารักแมตช์กางเกงยีน รวบผมหางม้า ลุคหวานนิดๆทะมัดทะแมงหน่อยๆ แต่ไฉนวันนี้เจ้าหล่อนแต่งตัวโชว์เนื้อหนัง เสื้อเปิดไหล่กว้าง กางเกงที่ใส่สั้นแค่คืบ
พอเห็นซองน้ำตาลในมือของหล่อน โยธินเข้าใจในทันที ยัยนี่คงตั้งใจแต่งตัวล่อแหลมมายั่วเขาเพื่อให้งานตัวเองสำเร็จเร็ว คงใช้วิธีนี้ทำให้ลุงอดุลย์โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ละสิ ร้ายกาจจริงๆนะแม่คุณ!
“กำลังเดินหานาย ฉันเอาโฉนดที่ดินมาให้แน่ะ”
นั่นไงผิดคาดที่ไหน ยั่วเก่งแบบนี้เองลุงอดุลย์ถึงได้หลงหล่อนหัวปักหัวปำจนลืมลูกเมีย!
โยธินเดินมานั่งที่โซฟาตัวใหญ่ เขาไม่สนใจคุยกับคนเจ้าเล่ห์
“นายไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง” อลินดาเดินไปหาคนขี้เก๊ก
“วันนี้ผมไม่ว่าง” พูดจามะนาวไม่มีน้ำ ใครจะอยากช่วย!
“อ้าว … เมื่อคืนนายเป็นคนนัดให้ฉันเอาโฉนดที่ดินตัวจริงมาให้ดูเองนะ” อลินดารีบทักท้วง ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงลืมแล้วเหรอ
“เมื่อคืนคุณยังเรียกผม ‘พี่’ อยู่เลยนะ” ทำไมเปลี่ยนสรรพนามเร็วจัง หล่อนทั้งมารยา เจ้าเล่ห์ แถมยังดื้อรั้นสุดๆ
“อ่า … อลินชินปาก” อลินดาพึมพำพลางลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือเล็กวางเอกสารเอกสารลงบนโต๊ะกลม เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้ม “พี่โยธินนี่คือโฉนดที่ดินของพ่ออลินค่ะ” เอ่ยบอกเสียงหวาน เพื่อให้งานลุล่วง เธอจำเป็นต้องถอยอีกก้าว จะให้ก้มลงไปกราบแทบเท้ายังจะยอม
“ก็แค่เนี้ย” สองแขนยกขึ้นมากอดอก วางมาดอย่างผู้ชนะ
“อลินขอตัวนะคะ”
“อ้าว …คุณจะรีบไปไหน” แต่งตัวล่อแหลมมายั่วเขาไม่ถึงสิบนาทีนี่นะ ยั่วให้อยากแล้วจากไป แสบมากแม่คุณ
“กลับสิคะ” ถามได้
“คุณยังไม่ได้เซ็นใบแต่งตั้งทนายความให้ผมเลยนะ”
“แต่พี่รับปากอลินแล้วนิ อย่าบอกนะว่าจะเปลี่ยนใจ” คนสวยหน้าเสีย
“ผมไม่ได้จะเปลี่ยนใจ ผมต้องทำหน้าที่แทนครอบครัวคุณ จำเป็นต้องมีเอกสารไปอ้างอิงกับเจ้าหน้าที่”
อลินดารู้สึกโล่งอกขึ้นมาหน่อย
“ระหว่างที่ผมไปเตรียมเอกสารคุณทำมื้อเช้ารอได้ไหม”
“คะ?” หูเธอไม่ได้ฝาดใช่ไหม นายนี่ได้คืบจะเอาศอก!
“แค่บอกให้ทำมื้อเช้ารอ ทำไมตาโตเป็นไข่ห่านแบบนั้น”
ดวงหน้างามส่ายไม่เอา ฝันไปเถอะ ชาติหน้าตอนบ่ายๆโน้นแหละเธอถึงจะทำให้!
“งั้นก็ไปหาทนายคนใหม่ได้เลย” คนถือไพ่เหนือกว่าวางเอกสารลงบนโต๊ะตามเดิม
อลินดากัดฟันข่มอารมณ์โกรธ ภายในใจนับหนึ่งถึงสิบเพื่อสะกดจิตให้ตัวเองใจเย็นลง หากคู่กรณีไม่ใช่ไอ้เสี่ยไพบูลย์บ้าอำนาจ เธอจะไม่อยู่ที่นี่ต่อแม้แต่นาทีเดียว เพราะทนายหาที่ไหนก็ได้ แต่ทนายที่สามารถต่อกรกับผู้มีอิทธิพลไม่ได้มีอยู่ทั่วไป
ที่ยังยืนอยู่ตรงนี้เป็นเพราะเธอเคยเห็นเขาปราบขาใหญ่มาแล้ว เคสที่ลูกสาวยัยนิศาโดนรถชน คู่กรณีใหญ่คับฟ้าเลยแหละ แต่ท้ายสุดก็แพ้เขาราบคาบ ชัดเจนเหลือเกินว่าคนตรงหน้ามีอิทธิพลไม่น้อย ไม่งั้นคงไม่สามารถยกหูถึงผู้กำกับได้โดยตรง
โยธินยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร “เชิญ โน้นประตู” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ในเมื่อหล่อนคิดนานก็ไปหาทนายคนใหม่ได้เลย
“พี่โยธินอยากทานอะไรเหรอคะ” น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นหวานนุ่มละมุนหูขึ้นมาทันที ราวกับไม่ใช่อลินดาคนเดิม
ใบหน้าหล่อเหลาเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ชนะ ยามยัยอลินหน้าเจือนช่างเป็นภาพที่ชวนมอง อยากอวดดีกับเขาก่อนต้องโดนสั่งสอนแบบนี้แหละ
“ข้าวต้มกุ้ง ผัดผักบุ้ง ไข่เจียวหมูสับ ผัดถั่วงอกเต้าหู้”
“พี่จะ…” บ้าเหรอ อลินดาไม่กล้าพูดจบประโยค สายตาขู่เข็ญของเขาทำให้เธอต้องยืดอกฮึดสู้ “เดี๋ยวอลินจะจัดการให้ค่ะ” เห็นเธอเป็นร้านอาหารตามสั่งหรือไงวะ!
“ห้ามทำเหมือนในละครเด็ดขาด”
“คืออะไร อลินไม่เข้าใจ” พล่ามบ้าอะไรของเขาเนี่ย?
“แกล้งทำหวานบ้าง เค็มบ้าง … ถ้าไม่อร่อยผมไม่กินและคุณต้องทำใหม่” โยธินรีบดักทาง คนเจ้าเล่ห์อย่างหล่อนต้องมามุกนั่นแน่นอน
อลินดาลอบกำหมัดแน่น ปลายคางมนเชิดขึ้นน้อยๆ นึกอยากกระโจนเข้าไปข่วนหน้ายียวนของเขาซะเหลือเกิน แต่ต้องดึงสติตัวเองให้ใจร่มๆ “ห้องครัวอยู่ทางไหนคะ” เธอถามเสียงหวาน ขอให้เคสเสร็จก่อนเถอะ เราสองคนจะได้เห็นดีกัน!
ใบหน้าหล่อเหลาเชิดไปทางขวามือ อลินดาสะบัดหางม้า กระทืบเท้าเดินไปตามทิศทางที่เจ้าของบ้านบอกอย่างเลี่ยงไม่ได้
โยธินยกยิ้มสะใจ
6บทที่ 65 นาที
ใบหน้าหล่อเหลาเชิดไปทางขวามือ อลินดาสะบัดหางม้า กระทืบเท้าเดินไปตามทิศทางที่เจ้าของบ้านบอกอย่างเลี่ยงไม่ได้
โยธินยกยิ้มสะใจ
ผ่านไปประมาณห้าสิบนาที แม่ครัวจำเป็นก็นำอาหารมาเสิร์ฟให้กับคนเผด็จการ
โยธินหลุบตามองอาหารบนโต๊ะ เจ้าหล่อนทำได้น่ากินทีเดียว หวังว่ารสชาติจะอร่อยเหมือนเมื่อคืน
“อลินเซ็นเอกสารได้หรือยังคะ”
“หิวข้าวจะตายอยู่แล้ว” จะมาเซ็นเอกสารอะไรตอนนี้ บ้าหรือเปล่า
“อลินต้องรอพี่ใช่ไหม…คะ” คนสวยหน้าเหวี่ยง รู้ว่าเขาจงใจแกล้ง ฝ่ายนั้นคงแค้นที่หาหลักฐานมาเอาผิดเธอไม่ได้
“ถ้าไม่อยากรอ ค่อยกลับมาเซ็นทีหลังก็ได้ ผมกินข้าวเสร็จจะโทรบอก”
อลินดานับหนึ่งถึงสิบในใจเป็นครั้งที่สาม นึกอยากกระโจนเข้าไปบีบคอเขาซะเหลือเกิน แต่มันทำไม่ได้ไง!
“ยกชามข้าวต้มมาให้ผมหน่อย ตั้งไว้ซะไกลเชียว มือผมไม่ได้ยาวขนาดนั้นนะ” โอกาสแกล้งไม่ได้มีมาบ่อยๆ โยธินจำเป็นต้องจัดหนักจัดเต็ม อยากเชิดหน้าเถียงฉอดๆดีนัก
อารมณ์ข้างในของอลินดาพลันพลุ่งพล่าน นายนี่จะแกล้งเธอไปถึงไหน!
คนหล่อเลิกคิ้วเร่ง
หญิงสาวจำใจต้องยกชามข้าวต้มไปวางไว้ตรงหน้าชายหนุ่ม จากนั้นเธอก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างเขา เอื้อมมือไปหยิบช้อนตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าให้เย็น “อ้าปากค่ะอลินจะป้อน” เธอบีบเสียงหวานประชด ไม่งั้นวันนี้คงไม่ได้เซ็นเอกสารแต่งตั้งทนายความแน่!
ชายหนุ่มอ้าปากรับข้าวต้มหอมกรุ่นโดยไม่ลังเล รู้แหละว่าเธอแสร้งทำ แต่มันดีต่อใจไง
“โอ๊ะ…โอ” ศักดิ์พำพึม
“อุ๊ย!” คมน์อุทานตกใจ
“พวกเรามาผิดเวลาหรือเปล่าครับเนี่ย” ศักดิ์เป็นคนถาม
‘ศักดิ์’ และ ‘คมน์’ เป็นลูกน้องคนสนิทของโยธิน ทั้งคู่พักอยู่บ้านหลังนี้ด้วยเหมือนกัน
อลินดาเบือนหน้าไปมองสองหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาในห้องเล่น พวกเขายิ้มแหยทักทาย เธอยิ้มตอบตามมารยาท
สองหนุ่มเลิกคิ้วส่งซิกให้เจ้านาย ก่อนจะรีบเดินผ่านห้องนั่งเล่นไปยังห้องทำงาน พวกเขาไม่อยากขัดจังหวะสวีทหวานของทั้งคู่
“ป้อนผมต่อสิ ยังไม่อิ่มเลยนะ” เอ่ยบอกอย่างหยอกเย้า
อลินดาตอบด้วยใบหน้าบึ้งตึง โยธินถึงกับกลั้นขำไม่อยู่ มือใหญ่เอื้อมไปหยิบช้อนตักไข่เจียวเข้าปาก เคี้ยวอย่างอารมณ์ดี นึกไม่ถึงว่ายัยรั้นจะยอมสยบแทบเท้าเขา โคตรสะใจ!
ทานมื้อเช้าเสร็จ ทนายหนุ่มก็พาลูกความคนสวยมายังห้องทำงานเพื่อเซ็นเอกสาร
“เซ็นชื่อลงตรงช่องนี้เลยนะ” โยธินชี้บอก อลินดาตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงในช่องว่างทันที
จังหวะนี้ศักดิ์กับคมน์แอบยกนิ้วโป้งให้เจ้านายหนุ่มอย่างชื่นชม พวกเขาคิดว่าลูกพี่ตัวเองปิดเคสบ้านเล็กของลุงอดุลย์ได้เรียบร้อยแล้ว
โคตรเทพ โคตรเก่ง คดีเล็ก คดีใหญ่ คดีไหนๆจัดการได้หมด ไกล่เกลี่ยยอมความก่อนส่งฟ้องคืองานถนัดของพี่โยธินเลยแหละ
“พี่โยธินอลินฝากด้วยนะคะ ที่ดินแปลงนี้สำคัญกับพ่อแม่มาก พวกท่านคงเสียใจหากมรดกของปู่ย่าตกไปอยู่ในมือของคนพาล” อลินดาขอร้องทนายหนุ่มสีหน้าจริงจัง
“ไม่ต้องกังวลหรอกเคสนี้ไม่น่าจะยาก” โยธินดูจากเอกสารคร่าวๆ เขาคิดว่าน่าจะปิดคดีได้เร็วๆนี้
จังหวะนี้ศักดิ์หันไปมองหน้าคมน์อึ้งๆ อะไร ยังไงกันแน่ ทั้งคู่ไปสนิทกันตอนไหน?
เซ็นเอกสารแต่งตั้งทนายความเสร็จสรรพ อลินดาก็ขอตัวกลับทันที เธอมีธุระที่ต้องไปทำต่อ เกือบเสียฤกษ์เพราะทนายขี้เก๊ก
“พวกมึงมองอะไรกูหนักหนา” แววตาของสองลูกน้องคนสนิทที่มองมาพาให้โยธินอารมณ์ขึ้น มองอยู่ได้ มองคล้ายกับเขาไปทำผิดอะไรมาอย่างไรอย่างนั้น
“หล่อนต้องเป็นจำเลยของพี่ไม่ใช่เหรอ ทำไมอยู่ดีๆกลายเป็นลูกความเฉยเลย ถ้าป้าพี่รู้จะไม่ปรี๊ดแตกเหรอครับ” คมน์แสดงความคิดเห็น ส่งหลานชายมาจับบ้านเล็ก ทว่าหลานดันไปเป็นทนายให้บ้านเล็กเสียเอง มีที่ไหน ใครทำกัน
“พวกมึงก็อย่าเอ่ยถึงเรื่องนี้สิ”
“อย่าบอกนะว่าพี่ชอบหล่อนเข้าแล้ว” ศักดิ์เอ่ยออกมาในที่สุด
“มึงจะบ้าเหรอ!” ปฏิเสธเสียงสูงมาก
“พี่รับทำคดีให้หล่อนทำไม” คมน์ถาม ไม่ชอบแต่ช่วยเขา ช่างย้อนแย้ง
“กูแค่ต้องการทำความรู้จักกับครอบครัวหล่อนเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่ม” คนอย่างนายโยธินเลือกกินโว๊ย ใครจะกล้ากินผู้หญิงต่อจากสามีป้าตัวเอง แค่คิดก็ขยะแขยง
สองลูกน้องทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ ลูกพี่ไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนป้อนอาหารแบบนั้นหรอกนะ
“โปรยเหยื่อรอวันงับ…พวงมึงเคยได้ยินไหม”
คราวนี้สองหนุ่มทำหน้างง
“สรุปแบบรวบรัดเลยนะ กูมั่นใจว่าพ่อแม่อลินยังไม่รู้เรื่องที่ลูกสาวตัวเองไปเกี่ยวพันกับลุงอดุลย์ และดูเหมือนหล่อนพยายามปกปิดความลับเอาไว้”
สองหนุ่มเริ่มเข้าใจ
“ถ้าอลินไม่ยอมออกไปจากชีวิตลุงอดุลย์ …พี่ก็จะเผยความลับนี้ให้พ่อแม่หล่อนรับรู้” ศักดิ์เดาทาง
“เริ่มฉลาดขึ้นแล้วนิ…ในเมื่อเราไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับหล่อน คงต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีกดดันให้หล่อนถอยออกไปเอง”
“แยบยล” คมน์เอ่ยชื่นชม
“ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา”
สองลูกน้องยกนิ้วโป้งขึ้นมาพร้อมกัน
ใบหน้าหล่อเหลาเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ ยัยอลินตามเขาไม่ทันหรอก






