เรื่องย่อ

ยามแรกรักเขาดูแลเธอดุจเจ้าหญิง พอเริ่มเบื่อเขาก็เห็นเธอเป็นเพียงแม่บ้านผู้ไร้ค่า ไม่ควรคู่กับการเชิดหน้าชูตา เริ่มเย็นชาใส่ ละเลย เห็นเธอเป็นเพียงของตาย เป็นภรรยาผู้น่ารำคาญ มิหนำซ้ำเขายังเห็นผู้หญิงคนอื่น เก่งกว่า ดีกว่าภรรยาตัวเอง

ทดลองอ่าน

100%
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง

“พี่จะไปไหนเรายังคุยกันไม่เสร็จเลยนะ!”

“พี่ต้องเข้าออฟฟิศ”

“ทำไมต้องเข้าไปด้วย ไปเช็คงานเหรอ ส่งอีเมลมาไม่ได้หรือไง”

“นิศา อย่างี่เง่าได้ไหม!”

“ไฟล์ใหญ่ส่งไม่ได้อย่างนั้นเหรอ ข้ออ้างเดิมๆ ควรหาวิธีแก้ไขนะ ไหนบอกว่าเก่งหนักเก่งหนา!” ชนนิศาตวาดออกมาสุดเสียง ไม่ซ่อนสายตาโกรธเคือง ถึงเธอไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์ แต่ก็ไม่โง่ถึงขั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย!

กันต์ธรณ์ส่ายหน้าระอา “เค้าเก่งกว่าเธอละกัน เก่งกว่าเธอทุกอย่าง พี่บอกแล้วไงว่างานพวกนี้มันไม่ได้ง่ายเหมือนกวาดบ้าน ซักผ้า ปรุงน้ำแกง” เขาพ่นวาจาดูแคลนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว

ชนนิศาชาวาบไปทั้งตัว หัวใจปวดร้าวไปหมด “ดูพี่ชื่นชมเค้าซะเหลือเกินนะคะ!”

“พี่แค่พูดความจริง!”

คนเป็นภรรยากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออึกใหญ่ “ถ้าดีเลิศเลอขนาดนั้น ทำไมไม่ขอเค้าแต่งงานเลยล่ะ จะได้ช่วยกันทำธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองได้กำไรร้อยล้านพันล้าน นิศาจะหลีกทางให้!” เธอเหนื่อยและสู้คนเดียวไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

“เธออย่ามาประชดพี่นะ!”

“นิศาไม่ได้ประชดค่ะ เราหย่ากันดีกว่า!” ฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดสะบั้นลงแล้ว

“อย่ามาอวดดีกับพี่!”

“นิศารู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรดี รู้สึกไร้ค่า ไร้ประโยชน์ ไม่เคยสร้างความภูมิใจอะไรให้พี่เลย!” ความอัดอั้นในอกถูกปล่อยออกมาด้วยท่าทีดุดัน

“ก็เปลี่ยนแปลงตัวเองซะสิ!” เขาไม่ยอมอ่อนข้อ

“เราหย่ากันดีกว่าค่ะจะได้จบๆ” เธอเชิดหน้าขึ้นสูง แววตาแฝงความท้าทายเต็มเปี่ยม ยิ่งทำให้คนมองไม่ชอบใจเข้าไปใหญ่

“หย่าก็หย่า แต่บอกไว้ก่อนนะ เธอจะไม่ได้อะไรสักบาทเดียว ถ้าก้าวขาออกไปจากบ้านหลังนี้ ห้ามกลับเข้ามาอีก และห้ามวิ่งแจ้นไปอาศัยพ่อแม่พี่เด็ดขาด!” หล่อนไม่เคยพูดแบบนี้ คงคิดว่าเขาจะง้อ ไม่มีทาง!

ชนนิศาหัวใจแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี

เราจะรู้ตัวว่ารักมากแค่ไหนก็ตอนที่เสียเขาไปแล้ว …

1บทที่ 15 นาที

ชนนิศาวางน้ำส้มคั้นสดลงบนโต๊ะอาหาร สายตากวาดมองความเรียบร้อยไปพลาง อาหารทุกจานถูกจัดไว้อย่างสวยงามสมบูรณ์แบบตามที่เธอแพลนไว้

“ทำไมเช้านี้เธอทำอาหารเยอะจัง พี่กินคนเดียวไม่หมดหรอกนะ เธอเองก็กินนิดเดียวไม่ใช่เหรอ” กันต์ธรณ์ละสายตาจากหน้าจอมือถือ เงยขึ้นมาตำหนิภรรยาสาว บ้านหลังนี้อยู่กันแค่สองคน แต่เจ้าหล่อนทำอาหารมาซะล้นโต๊ะ

ผู้เป็นภรรยายิ้มหวาน แววตาเป็นประกาย “วันนี้นิศาอยากให้พี่ธรณ์ได้ทานของอร่อยๆ และเลือกทานได้หลากหลายตามใจชอบไง” เธอก้มลงหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ พอได้ชื่นใจก็เดินอ้อมไปหย่อนสะโพกนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกัน

กอดหอม เตรียมอาหารให้ทานคือกิจวัตรที่ชนนิศาทำให้สามีตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยละเลยแม้แต่วันเดียว

ทำไปทั้งหมดไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่เป็นเพราะความรักล้วนๆ เธออยากดูแลเขาให้ดีที่สุด

“ยังกับพี่ชอบกินข้าวเช้า” ใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมาเล็กน้อย รู้จักกันมาทั้งชีวิต แต่ใยไม่รู้จักหัดสังเกตบ้าง

“เริ่มจากข้าวต้มทรงเครื่องดีไหมคะ นิศาทำสุดฝีมือเลยนะ” เสียงนุ่มเอ่ยถามอย่างเอาอกเอาใจ

“ขอขนมปังปิ้งกับกาแฟร้อนละกัน” กันต์ธรณ์ตอบ เขาเพิ่งบอกไปหยกๆว่าไม่ชอบทานมื้อเช้า

คนเป็นภรรยายิ้มหวาน มือเรียวยกจานขนมปังปิ้งพร้อมไข่ดาวอีกสองฟองวางลงตรงหน้าให้สามี ตามด้วยกาแฟดำหอมกรุ่นอีกหนึ่งถ้วย ฝ่ายนั้นเริ่มจัดการกับอาหารตรงหน้า

“ช่วงนี้งานที่บริษัทยุ่งมากเลยเหรอคะ”

“อืม …”

“เย็นนี้พี่ธรณ์มีนัดกับลูกค้าที่ไหนไหมคะ”

“ทำไมเหรอ” มือใหญ่วางขนมปังปิ้งลงบนจาน เงยหน้าขึ้นมามองภรรยาสาว ปกติเจ้าหล่อนไม่เคยมายุ่งวุ่นวายกับตารางงานของเขานี่น่า

“พี่กลับบ้านเร็วสักวันได้ไหมคะ…กลับก่อนหนึ่งทุ่ม” ถามแล้วก็รอลุ้นกับคำตอบ ช่วงหลังๆ เราสองคนแทบจะไม่มีเวลาทานมื้อเย็นด้วยกันเลย

คนเป็นสามียังไม่ได้รับปากในทันที

“นะคะพี่ธรณ์ นิศาจะทำอาหารอร่อยๆไว้รอ” เธอทำเสียงหวานออดอ้อน

และดูเหมือนจะได้ผล เพราะคนเป็นสามีได้พยักหน้าตกลงเรียบร้อยแล้ว

 

ครืด ครืด ครืด

กันต์ธรณ์รับสายที่โทรเข้ามา

{ว่าไง ….ว่างๆ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่เดิมนะ}

มือหนากดวางสายพลางยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้

“พี่ธรณ์ ไม่ทานต่อเหรอคะ” คนเป็นภรรยาถามหน้าเสีย อาหารที่เธอตั้งใจตื่นขึ้นมาทำตั้งแต่เช้าตรู่ เขาทานไปแค่สองสามคำเอง

“เอาไว้กินต่อตอนเย็นละกันนะ พี่มีธุระกับไอ้เขม” พูดเพียงแค่นั้น กันต์ธรณ์ก็หันหลังเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปเลย

คนเป็นภรรยาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เร่งฝีเท้าเดินตามไปส่งเฉกเช่นทุกเช้า เธอไม่ได้ถามอะไร เพราะพี่ ‘เขม’ คือเพื่อนสนิทของสามี และสองหนุ่มมักจะนัดเจอกันเป็นปกติอยู่แล้ว

“พี่ธรณ์”

คนตัวโตชะงักก้าว หญิงสาวเดินอ้อมไปยืนตรงหน้าเขา

“เย็นนี้นิศาจะรอ อย่าลืมนัดของเรานะคะ” ไม่ได้ทวงสัญญาเพียงอย่างเดียว เธอเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มเขาเบาๆด้วยความรัก

คนเป็นสามีเพียงพยักหน้า พาตัวเองเข้าไปนั่งในรถ ไม่นานรถยุโรปคันหรูก็เคลื่อนออกไป

ชนนิศาถอนหายใจปลง เดินคอตกกลับเข้าไปในบ้าน มาถึงโต๊ะทานข้าวถึงกับเหนื่อยใจ เธออุตส่าห์ตื่นมาทำอาหารก่อนไก่โห่ สามีแทบไม่ได้แตะอะไรเลย ขนมปังปิ้งบิ่นไปนิดเดียวเอง

 

“… พี่มาเช้าเกินไปหรือเปล่าเนี่ย” หญิงสาวผู้มาใหม่เอ่ยทักทายเจ้าของบ้าน

ชนนิศาหันหลังไปทางต้นเสียง …

“พี่วุ้น”

‘วุ้น’ หรือ ‘วุ้นเส้น’ คือภรรยาของ ‘ธันวา’ ธันวาเป็นพี่ชายคนเดียวของกันต์ธรณ์

“ธรณ์ยังไม่ออกไปทำงานเหรอ” วุ้นเส้นก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือไปด้วย เวลาตอนนี้คือสิบเอ็ดโมงเช้า

“พี่ธรณ์ออกไปทำงานเมื่อสักครู่นี่เองค่ะ”

คำตอบของอีกฝ่าย ทำวุ้นเส้นมองไปยังโต๊ะทานข้าวอีกหน บนนั้นยังเต็มไปด้วยอาหารหลากหลายละลานตา

“พี่ธรณ์มีธุระด่วน ไม่มีเวลาทานมื้อเช้าเลยค่ะ” ชนนิศารีบอธิบาย

วุ้นเส้นยิ้มบางๆ

“แต่เย็นนี้พี่ธรณ์สัญญาว่าจะมาทานข้าวที่บ้านนะคะ” ชนนิศารีบให้ข้อมูล

“งั้นเราเริ่มตกแต่งสถานที่กันเลยไหม”

“โอเคค่ะ … ขอบคุณมากเลยนะคะที่มาช่วยนิศา”

“ขอบคุณอะไรกัน พี่เต็มใจและก็ตื่นเต้นมากๆที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในวันพิเศษแบบนี้” วุ้นเส้นบอกยิ้มๆ เมื่อวันก่อนอีกฝ่ายวานเธอให้มาช่วยจัดงานปาร์ตี้เพื่อเซอร์ไพรส์สามี เธอตอบตกลงในทันที เพราะทั้งสองคือคนสำคัญในชีวิตเธอ

วันนี้คือวัน ‘ครบรอบแต่งงาน 4 ปี’ ระหว่าง ‘ชนนิศา’ กับ ‘กันต์ธรณ์’ เพราะแบบนี้ไงเธอถึงได้เตรียมของอร่อยหลากหลายไว้ให้สามีสุดที่รักทาน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะจำวันสำคัญของเราไม่ได้ หรือว่าเขาแกล้งลืมเพื่อที่จะเซอร์ไพรส์เธอตอนเย็น ต้องใช่แน่ๆ พี่ธรณ์จะไม่มีทางลืมวันสำคัญของเราแน่นอน เธอมั่นใจ

 

อีกสถานที่หนึ่ง

@ร้าน Meadow Cafe & Restaurants

กันต์ธรณ์ทิ้งสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้ตัวประจำ ชายหนุ่มมาฝากท้องที่นี่เกือบทุกวันเลยก็ว่าได้

Meadow Cafe & Restaurants เป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ มีเมนูหลากหลายทั้งอาหารไทย อาหารยุโรป และเครื่องดื่มสารพัดอย่าง เปิดให้บริการเช้ายันดึก

“สวัสดีค่ะคุณธรณ์” สาวสวยรูปร่างอรชรในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีดำส่งยิ้มหวานทักทายมาแต่ไกล

 

2บทที่ 27 นาที

“สวัสดีค่ะคุณธรณ์” สาวสวยรูปร่างอรชรในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีดำส่งยิ้มหวานทักทายมาแต่ไกล 

 

“สวัสดีครับคุณอร” กันต์ธรณ์ทักทายกลับ

มือเรียววางเค้กมะพร้าวอ่อนพร้อมกาแฟดำลงบนโต๊ะ

จังหวะนี้มีผู้ชายรูปร่างสูงโออ่าหน้าตาหล่อคมอีกคนเดินเข้ามาทิ้งสะโพกนั่งลงเก้าอี้ตัวว่าง

“ผมไม่ได้สั่งเค้กชิ้นนี้นะครับ สั่งแต่กาแฟ” กันต์ธรณ์เอ่ยขึ้น เพราะดูเหมือนว่าจะมีการเข้าใจผิด อยู่ดีๆผู้จัดการร้านก็เอาเมนูที่เขาไม่ได้สั่งมาเสิร์ฟซะงั้น

“นี่เป็นเค้กสูตรใหม่ของทางร้านเรา อรอยากให้คุณธรณ์ชิมค่ะ” หญิงสาวอธิบายพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อย

“อ๋อ… ขอบคุณมากครับ”

“ผมมีสิทธิ์ชิมไหมครับเนี่ย” เขมนันท์โพล่งขึ้น นั่งอยู่กันสองคน เจ้าหล่อนคุยแต่กับไอ้ธรณ์ ไม่เห็นหัวเขาเลย เขาก็หล่อพอๆกับไอ้ธรณ์ เผลอๆหล่อกว่ามันอีก

เขารวยกว่ามัน ฮอตกว่ามัน แถมยังโสดทั้งแท่ง ไอ้ธรณ์มันมีเมียแล้ว! มันมีดีอย่างเดียวก็แค่ตัวสูงกว่า เขาไม่ได้เตี้ยนะ สูงตั้ง 180 เซนติเมตร แต่ไอ้ธรณ์ยังสูงกว่าอยู่ดี

“สวัสดีค่ะคุณเขม … ชิมได้สิคะ” ผู้จัดการสาวบอก

“นึกว่าจะไม่ทักกันเสียแล้ว” เขมนันท์ว่าลอยๆ

“อรขอตัวนะคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกกับทั้งสองก็จริง ทว่าจุดโฟกัสสายตาของเธออยู่ที่กันต์ธรณ์เพียงคนเดียว

สองหนุ่มยิ้มเล็กน้อย ผู้จัดการคนสวยหันหลังเดินจากไป

 

“หล่อนรู้ว่ามึงมีเมียหรือยัง”

“หึ?”

“ถ้ากูไม่อยู่หล่อนคงเขมือบมึงเข้าไปทั้งตัวแล้วมั้ง”

คนฟังส่ายหน้าขำ

“กูเป็นลูกค้าประจำร้านเค้า” กันต์ธรณ์มาฝากท้องที่นี่เกือบทุกเที่ยง เพราะออฟฟิศเขาอยู่ถัดไปไม่กี่ก้าว

แน่นอนทุกครั้งที่มาก็จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ไม่ใช่เพียงจากผู้จัดการคนเดียว พนักงานสาวๆก็ด้วย พวกหล่อนมักจะเล่นหูเล่นตา ส่งยิ้มหวานทักทาย เขาชินแล้ว

“มึงนัดกูออกมามีอะไรหรือเปล่า”

“มึงกำลังหาคนออกแบบเฟอร์นิเจอร์อยู่ใช่ไหม”

“อืม … พนักงานคนเก่าจะออกต้นเดือนหน้าแล้วว่ะ ออกพร้อมกันสองคน เหลือดีไซน์เนอร์แค่คนเดียว”

กันต์ธรณ์เป็นเจ้าของบริษัท ‘The Home Décor’ ร่วมกับธันวาพี่ชายของเขา บริษัทนี้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับขายเฟอร์นิเจอร์ และของแต่งบ้านแบบครบวงจร

‘The Grand Décor’ เป็นธุรกิจขนาดเล็กหากแต่มีชื่อเสียงมากในละแวกนี้ เพราะเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นถูกออกแบบมาอย่างประณีตสวยงาม มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับเจ้าอื่น

กันต์ธรณ์รับผิดชอบในส่วนของงานบริหารและการตลาด ส่วนพี่ชายดูแลเรื่องการผลิต

‘The Grand Décor’ มีโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่จังหวัดนครนายก

เขมนันท์ส่งไอแพดไปให้เพื่อน “เลื่อนดูรูปได้เลยนะ”

กันต์ธรณ์รับไอแพดมาคลิกดูรูปตามที่อีกฝ่ายบอก ภาพที่เขากำลังเลื่อนดูตอนนี้คือเฟอร์นิเจอร์หลากหลายสไตล์ ที่สำคัญสวยๆทั้งนั้นเลย

“เจ้าของผลงานคือใครวะ” ชักอยากเห็นหน้าคนออกแบบแล้วสิ

“เพื่อนน้องสาวกูเอง เพิ่งจะจบสถาปัตย์มาจากต่างประเทศหยกๆ แต่เค้ามีประสบการณ์งานด้านออกแบบมาแล้วนะ หล่อนทำงานส่งตัวเองเรียน”

กันต์ธรณ์ยังคงเลื่อนดูเฟอร์นิเจอร์ไปเรื่อยๆ

“มึงอยากเรียกสัมภาษณ์ดูก่อนไหมล่ะ ถ้าไม่โดนก็ไม่จำเป็นต้องจ้าง น้องกูขอร้องมาแน่ะ ที่บริษัทกูก็ไม่ได้ต้องการบุคลากรด้านนี้” เขมนันท์ถาม เขาทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหาร

“ผู้หญิง?”

คราวนี้เขมนันท์ยื่นมือถือของตัวเองให้เพื่อน กันต์ธรณ์รับไปดู ดวงตาของเขาถึงกับลุกวาว คนหรือนางฟ้าวะเนี่ย…

“หล่อนชื่อขนมผิง น้องกูการันตีมาว่าหล่อนสู้งานมาก หนักเอาเบาสู้ ทั้งสวยและเก่ง อึดทนด้วย”

“กูอยากสัมภาษณ์เค้า” กันต์ธรณ์บอกแบบไม่ลังเล

“ให้นัดวันไหนดี”

“อาทิตย์หน้าเลยก็ได้”

“อย่างที่กูบอก ถ้าสัมภาษณ์แล้วไม่เข้าตาจะปฏิเสธก็ได้นะ” เขมนันท์ย้ำ น้องสาวขอร้องให้ทาบทามงานให้เพื่อน ตัวเขาเกรงใจมันสุดๆ เดี๋ยวหาว่ายัดเยียดพนักงานให้

“อืม”

“มีอีกเรื่อง กูกำลังจะเปิดร้านใหม่ อยากให้มึงออกแบบเฟอร์นิเจอร์ให้ด้วย”

กันต์ธรณ์พยักหน้า

สองหนุ่มนั่งคุยงานกันต่ออีกหลายชั่วโมง

 

ช่วงพลบค่ำของวันเดียวกัน

@บ้านรัตนเศรษฐ์

“ยังต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกไหมจ๊ะ” วุ้นเส้นเอ่ยถามเจ้าของงาน ในขณะที่สายตาของเธอมองสำรวจความเรียบร้อยไปด้วย

“สวยและก็ลงตัวสุดๆแล้วค่ะ” ชนนิศายิ้มไม่หุบ บัดนี้สวนหลังบ้านได้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนสำหรับเฉลิมฉลองวันครบรอบแต่งงานของเธอกับสามี

กลางสวนมีโต๊ะไม้ตัวยาวปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดตา ประดับด้วยแจกันดอกไม้สดหลากชนิด กลิ่นหอมละมุนของกุหลาบ ลาเวนเดอร์ และดอกลิลลี่ลอยฟุ้งทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความโรแมนติก

รอบรั้วถูกประดับประดาด้วยไฟสนามสีเหลืองทองพร้อมเถาวัลย์ดอกไม้หลากสี ดูงดงามราวกับสวนสวยในเทพนิยาย พี่ธรณ์ของเธอต้องชอบแน่ๆ

“งั้นเจอกันทุ่มตรงนะ” วุ้นเส้นบอก อีกฝ่ายได้เชิญครอบครัวของเธอมาร่วมฉลองด้วย

“ค่ะ …ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่วุ้น”

สองสาวแยกย้ายกันไปทำกิจวัตร บ้านของวุ้นเส้นอยู่ในซอยเดียวกันถัดไปแค่สองหลัง เดินประมาณห้านาทีก็ถึงแล้ว

 

เวลาหนึ่งทุ่มตรง

“อานิศา…น้องมีนาคิดถึงจังเลยค่า” เด็กหญิงวัยสี่ขวบปล่อยมือจากพ่อแม่ วิ่งเข้ามาสวมกอดคุณอาคนสวยด้วยท่าท่างตื่นเต้นดีใจยังกับไม่เจอกันมานานหลายปี ทั้งที่เมื่อวานขลุกอยู่ในสวนดอกไม้ด้วยกันทั้งวัน

อีกคนย่อตัวลงอ้าแขนสวมกอดเด็กหญิงตัวป้อมทันที “อานิศาก็คิดถึงน้องมีนาเหมือนกันค่า” น้อง ‘มีนา’ คือลูกสาวคนเดียวของพี่วุ้นกับพี่ธัน หลานสาวสุดที่รักของพี่ธรณ์

สองสาวต่างวัยผลัดกันหอมแก้มไปมาอยู่พักหนึ่ง เป็นน้องมีนาที่ผละออกก่อน เพราะเด็กหญิงตัวน้อยเหลือบไปเห็นมุมขนมหวานนานาชนิด แถมยังมีไฟส่องแสงระยิบระยับเป็นพักๆ ช่างล่อตาล่อใจ

“ไอ้ธรณ์ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ” ธันวาสาดสายตาสำรวจรอบๆบริเวณจัดงานปาร์ตี้ ไร้เงาน้องชายตัวดี

“ยังเลยค่ะ” ชนนิศาตอบพี่ชายสามี

“พี่ขับรถมาจากนครนายก ยังมาถึงก่อนมันอีกเหรอเนี่ย” ธันวาพูดเป็นเชิงตำหนิน้องชาย วันนี้เขาต้องไปเช็คเฟอร์นิเจอร์ที่โรงงานยังกลับถึงบ้านก่อนมันอีก

“รถน่าจะติดแน่เลยค่ะ พี่ธันกับพี่วุ้นไปนั่งรอก่อนนะคะ เดี๋ยวนิศาขอตัวแป๊บหนึ่ง” เจ้าของบ้านคนสวยผายมือเชื้อเชิญสองสามีภรรยา ทั้งคู่เดินตามหลังกันไปที่โต๊ะกลางสวน ส่วนตัวเองแยกไปห้องครัว

ชนนิศาต้องการไปเช็คความเรียบร้อยของเค้กช็อกโกแลตที่เธอตั้งใจทำให้สามีสุดที่รักในวันพิเศษของพวกเรา

 

ผ่านไปพักใหญ่

แสงไฟที่สาดส่องผ่านรั้วบ้านเข้ามาริบหรี่ทำให้คนที่รอการกลับมาของสามีอย่างใจจดใจจ่อดันตัวเองลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

“พี่ธรณ์น่าจะกลับมาแล้วค่ะ นิศาขอไปรับพี่เค้าแป๊บหนึ่งนะคะ เดี๋ยวหาพวกเราไม่เจอ” น้ำเสียงตื่นเต้นเอ่ยบอก

“อืม … เดี๋ยวพี่จะปิดไฟรอ พามันเดินมาจุดนัดพบได้เลยนะ” ธันวาย้ำแผนเซอร์ไพรส์ เห็นบรรยากาศบอกเลยว่าตื่นเต้นแทนน้องชายมาก ไอ้น้องรักคงดีใจสุดๆ

 

อีกอึดใจต่อมา

“คุณคะ …เปิดไฟได้เลยค่ะ” วุ้นเส้นกระซิบสั่งสามีเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ธันวาเอื้อมมือไปกดเปิดสวิตช์ไฟ

“เซอร์ไพรส์ / เซอร์ไพรส์!!!/” สามเสียงประสานดังขึ้นพร้อมกัน

 

3บทที่ 35 นาที

ธันวาเอื้อมมือไปกดเปิดสวิตช์ไฟ

“เซอร์ไพรส์ / เซอร์ไพรส์!!!/” สามเสียงประสานดังขึ้น

 

“ไม่ใช่พี่ธรณ์ รถบ้านข้างๆค่ะ” ชนนิศาฝืนยิ้มแห้งเดินหน้าหงอยไปหย่อนสะโพกนั่งลงข้างเด็กหญิงมีนา สามีเธอยังไม่กลับมาตามที่นัดกันไว้

“เดี๋ยวพี่โทรตามมันให้” ธันวาเริ่มหน้าเครียด เห็นท่าทางผิดหวังของน้องสะใภ้อดสงสารไม่ได้ ช่วงนี้ไอ้ธรณ์กลับบ้านดึกตลอด

“นิศาโทรไปหลายรอบแล้วค่ะ แต่พี่ธรณ์ไม่รับสาย”

“นัดเวลากันแล้วไม่ใช่เหรอ” วุ้นเส้นแอบหงุดหงิดแทน

เป็นอีกครั้งที่ชนนิศาต้องฝืนยิ้มแห้ง ภายในใจรู้สึกปวดหนึบๆ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งที่เขาลืมนัดของเรา

 

อีกสถานที่หนึ่ง

ครืด ครืด ครืด

เสียงเพลงคลอเคลียเบาๆทั่วห้อง แสงไฟสีเหลืองทองวาววับไล่ระดับกับแสงนีออนม่วงฟ้า สะท้อนบนแก้วเหล้าที่วางเรียงรายอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ ผู้คนโยกตัวไปมาเบาๆตามจังหวะเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่ เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยกลมกลืนไปกับเสียงดนตรี กลบเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์จนแทบจะไม่ได้ยิน

“ไอ้ธรณ์ … กูได้ยินเสียงโทรศัพท์มึงสั่น” เขมนันท์สะกิดบอกเพื่อน

“โทรหากูเวลานี้คงไม่มีใครหรอกนอกจากนิศา” กันต์ธรณ์ยกแก้วเบียร์ขึ้นมาซด โดยไม่ได้สนใจมือถือเลยสักนิด

“มึงไม่คิดจะรับสายเค้าหน่อยเหรอวะ เผื่อมีเรื่องด่วนไง” เขมนันท์บอก เขาเห็นมือถือไอ้ธรณ์สั่นสามสี่ครั้งแล้ว

“ไม่มีอะไรหรอกมึง มีแต่คำถามเดิมๆ จะกลับบ้านตอนไหน อย่าดื่มเยอะนะ กูไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะต้องมาตอบคำถามพวกนี้ทุกวัน” กันต์ธรณ์ตอบด้วยสีหน้าเอือมระอา

“ทุกทีโทรมาแค่ครั้งเดียว แต่วันนี้น้องเค้าโทรมาหลายรอบแล้วนะ” เขมนันท์รู้จักชนนิศาเป็นการส่วนตัว หล่อนไม่ใช่ผู้หญิงประเภทจู้จี้ขี้บ่น อาจมีเรื่องด่วนจริงๆ

“เค้าอยากให้กูกลับไปกินข้าวเย็นด้วย”

“อ้าว! ไอ้เชี่ย … มีนัดกินข้าวกับเมียก็ไม่บอก”

“เออ … กูเคลียร์ได้ ถึงจะชอบโทรตาม แต่เค้าก็ไม่งี่เง่า” นี้แหละคือข้อดีของชนนิศา

 

อีกหลายชั่วโมงต่อมา

@บ้านรัตนเศรษฐ์

“ไปไหนมาคะ ถึงได้กลับเอาป่านนี้” พอสามีก้าวขาเข้ามาในห้อง ชนนิศาที่รออยู่ค่อนคืนไม่รอช้า เธอเปิดปากถามทันควัน

คนตัวสูงชะงักก้าวพลันยกมือขึ้นมาทาบอก “ตกใจหมดเลย พี่ซ็อกตายได้เลยนะเนี่ย!” กันต์ธรณ์ว่าเสียงตื่น เขาไม่ทันสังเกต ก็เจ้าหล่อนเล่นนั่งอยู่มุมมืด ในห้องมีเพียงแสงสว่างร่ำไรจากโคมไฟหัวเตียง

นึกว่าโดนผีหลอกเข้าแล้ว!

“พี่ดื่มมาใช่ไหมเนี่ย” ชนนิศาถามหน้าตึงไม่พอใจ สามีเธอเป็นคนผิวขาวมาก ในยามที่ดื่มแอลกอฮอล์มาใบหน้าเขาจะแดงก่ำมองเห็นได้ชัดเจน เหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้

คนเป็นสามีส่ายหน้ารำคาญ ขายาวก้าวไปทางตู้เสื้อผ้า เขาเบื่อที่จะต้องมานั่งอธิบายตัวเองซ้ำๆ

“เราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้วไม่ใช่เหรอคะ!” ชนนิศาเด้งตัวลุกขึ้นจากโซฟา สับเท้าตามหลังไปคว้าแขนสามีเอาไว้ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องน้ำ

“นิศา … เธอเป็นบ้าอะไรเนี่ย!” กันต์ธรณ์สะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุม ที่ผ่านมาหล่อนไม่เคยขึ้นเสียงกับเขาแบบนี้ นับวันชักแข็งข้อขึ้นเรื่อยๆ

“นิศาเคยขอร้องพี่แล้วนะว่าถ้าวันไหนดื่มห้ามขับรถเองเด็ดขาด” เธอเป็นห่วงความปลอดภัยของเขา

“พี่ก็บอกเธอไปหลายรอบแล้วเหมือนกัน… พี่ไม่ได้ดื่มเอาเป็นเอาตาย พี่อายุ 36 แล้ว ไม่ใช่เด็กอมมือ พี่รู้ตัวหรอกน่าว่าทำอะไรอยู่!” กันต์ธรณ์โต้เสียงดัง เขาดื่มเพื่อผ่อนคลายไม่กี่แก้ว ไม่มีผลต่อการขับรถแน่นอน

ชนนิศานับหนึ่งถึงสิบในใจ เพื่อระงับอารมณ์โกรธที่กำลังจะระเบิดออกมา เธอไม่อยากมีเรื่องหมางใจในวันครบรอบของเรา

“พี่บอกว่าจะมาทานข้าวเย็นด้วยกัน” เธอทวงคำสัญญาด้วยโทนเสียงที่นุ่มนวลลง

“พี่ส่งข้อความมาบอกแล้วไงว่ามีงานด่วน”

“พี่ส่งมาตอนห้าโมงเย็น แต่เรานัดทานข้าวกันหนึ่งทุ่มตรง…” เธอเถียง

“นิศา…เธอกลายเป็นคนงี่เง่าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เขาชักสีหน้าไม่พอใจ

ชนนิศาพยามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา สามีเธอคงลืมวันสำคัญของเราแล้วจริงๆ เมื่อเช้าคิดว่าอีกฝ่ายแกล้งไม่สนใจ ที่ไหนได้ เขาจำไม่ได้จริงๆ

ผ่านไปแค่สี่ปีเองนะ …

คนกำลังน้อยใจหันหลังเดินก้มหน้าไปล้มตัวนอนลงบนเตียง ทำเอาอีกฝ่ายยืนงงอยู่ชั่วครู่ โต้กันอยู่ดีๆ อยากหยุดก็หยุดอย่างนั้นเหรอ

ร่างสูงเดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปจัดการกับตัวเอง บอกเลยว่าตอนนี้ง่วงสุดๆ ไม่มีอารมณ์จะทะเลาะกับใครทั้งนั้น

 

สายๆของวันต่อมา

กันต์ธรณ์เดินลงบันไดมา สาวเท้าไปที่โต๊ะทานข้าว พบเพียงอาหารเช้าที่ภรรยาเตรียมไว้รอ

“นิศาอยู่ไหน!” ชายหนุ่มตะโกนเรียก สายตาสอดส่องหาทั่วบ้าน

ในเมื่อไม่มีเสียงขานรับตอบกลับมา กันต์ธรณ์จึงเดินเข้าไปในห้องครัว เขาต้องการจะคุยเรื่องเมื่อคืนต่อ หล่อนคงกำลังงอนอยู่แน่ๆ แต่ก็ไม่เป็นไร ชนนิศาง้อง่ายจะตาย แค่หอมแก้มทีเดียว ทุกอย่างก็จบแล้ว

ก้าวขาเข้ามาในห้องครัว ไร้เงาภรรยา มีเพียงเค้กช็อกโกแลตก้อนโตวางอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อนพร้อมดอกกุหลาบสีขาววางไว้รอบล้อม ตรงกลางมีข้อความเขียนว่า “Happy Anniversary” หน้าเค้กถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยผลไม้สดนานาชนิด ซึ่งล้วนเป็นผลไม้โปรดของเขาทั้งนั้น

เมื่อวานวันครบรอบแต่งงานของเราอย่างนั้นเหรอ ทำไมเขาลืมสนิทไปเลย หรือว่าเขาไม่อยากจดจำกันแน่ กันต์ธรณ์ถามตัวเอง…

 

4บทที่ 46 นาที

ชนนิศามองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย เช่นเดียวกับขาของเธอที่ก้าวเดินไปอย่างคนหมดแรง

เช้านี้เธอตั้งใจออกมาเดินเล่น หวังใช้ธรรมชาติบำบัดจิตใจที่กำลังขุ่นมัว

หมู่บ้านที่เธออาศัยอยู่ค่อนข้างร่มรื่น สองข้างทางเรียงรายไปด้วยไม้ดอกนานาชนิด เจ้าของโครงการให้ความสำคัญกับภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมมาก ลูกบ้านเลยได้รับอานิสงส์เต็มๆ

เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านตัวเอง ชนนิศาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเปิดรั้วเดินเข้าไปข้างใน ตั้งใจจะไปคุยกับสามีให้รู้เรื่อง

มาถึงห้องโถง เห็นสามีนั่งจิบกาแฟอยู่ที่โซฟารับแขก เธอพาตัวเองไปนั่งลงข้างเขา

“เมื่อวานพี่มีงานกับไอ้เขม” ใบหน้าแสนเศร้าของภรรยาสาว ทำให้กันต์ธรณ์รีบเอ่ยอธิบายก่อนที่หล่อนจะถาม

ชนนิศามองคนเป็นสามีด้วยแววตาตัดพ้อ เขาออกไปเจอพี่เขมตั้งแต่สิบเอ็ดโมงเช้า มีธุระด้วยกันทั้งวันอย่างนั้นเหรอ

“ไอ้เขมมันเปิดร้านอาหารใหม่แถวซานเมือง เพิ่งจะสร้างเสร็จ มันจะสั่งเฟอร์นิเจอร์กับพี่ไปแต่งร้าน พี่เลยไปประเมินหน้างานให้มัน คุยงานเสร็จเลยไปนั่งดื่มกันต่อ” กันต์ธรณ์ขยายความ

“แสดงว่างานเสร็จก่อนเวลานัดของเรา แต่พี่ก็เลือกที่จะไปดื่มกับเพื่อนแทนที่จะกลับมาทานข้าวเย็นกับนิศา” คำอธิบายจากปากคนรัก ยิ่งทำให้เธอน้อยใจเข้าไปใหญ่

กันต์ธรณ์เพียงนั่งนิ่ง เมื่อวานเย็นวันศุกร์ไงเขาเลยติดลม ปกติช่วงสุดสัปดาห์เขาจะเข้าออฟฟิศตอนบ่าย หรือไม่ก็หยุดพักผ่อนอยู่บ้าน

“พี่ลืมวันครบรอบแต่งงานของเราใช่ไหมคะ” เธอมองสบตาเขานิ่ง

“ใช่…พี่ลืมจริงๆ ช่วงนี้มีออเดอร์เยอะมาก ที่บริษัทก็มีปัญหาเยอะตามมาด้วย” กันต์ธรณ์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

วันครบรอบแต่งงานสำหรับเขาแล้วมันก็แค่วันธรรมดาวันหนึ่ง ช่วงนี้ปัญหารุมเร้าเข้ามาไม่ขาดสาย ขอเอาเวลาไปจัดการกับตรงนั้นก่อน

ชนนิศายิ้มหยันให้ตัวเอง เป็นเธอที่อินอยู่คนเดียว เอาว่ะอย่างน้อยๆเขาก็พูดความจริง

“ช่วงนี้พี่ไม่กลับมาทานข้าวเย็นกับนิศาเลยนะคะ นิศาเหงาและน้อยใจ” ชนนิศาตัดสินใจบอกความรู้สึกของตัวเอง พี่วุ้นเคยแนะนำว่าถ้ามีอะไรค้างคาใจให้เปิดอกคุยกัน ชีวิตคู่ถึงจะยืนยาว

ตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา เขากลับมาทานข้าวเย็นกับเธอนับครั้งได้

คนเป็นสามีขมวดคิ้วยุ่งอย่างนึกรำคาญ “พี่เพิ่งจะอธิบายไปหยกๆว่าช่วงนี้มีออเดอร์ใหม่ๆเข้ามาเยอะมาก และที่บริษัทก็มีปัญหาเยอะตามมาด้วย เธอไม่เข้าใจหรือไง”

“ปัญหาอะไรเหรอคะ” ชนนิศาถามต่อ

คนเป็นสามีถอนหายใจแรง

“เผื่อนิศาจะช่วยพี่ได้ไง” เขามีท่าทีหงุดหงิด เธอเลยรีบอธิบาย ไม่ได้กำลังจะจับผิด แต่มีเจตนาอยากช่วยจริงๆ

“ดีไซน์เนอร์ลาออกพร้อมกันสองคน บอกล่วงหน้าแค่อาทิตย์เดียว แถมเครื่องจักรที่โรงงานก็พัง ทำฟอร์นิเจอร์ไม่ทัน เมื่อวานพี่ต้องโทรเลื่อนนัดลูกค้าไม่ต่ำกว่าสิบราย บางคนยกเลิกออเดอร์ไปเรียบร้อยแล้ว สูญเงินหลายล้าน” กันต์ธรณ์ร่ายยาว

“เออ … มีอะไรพอที่จะให้นิศาช่วยได้ไหมคะ” ชนนิศาหน้าเสีย มิน่าพี่ธันถึงต้องไปนครนายกด่วน

“เธอออกแบบเฟอร์นิเจอร์เป็นไหมล่ะ มันไม่ได้ทำง่ายเหมือนกวาดบ้าน ซักผ้า ปรุงน้ำแกงนะ” เขาว่าอย่างประชด

ชนนิศากลืนความน้อยใจลงไปในคออึกใหญ่ เธอไม่ถนัดงานด้านนั้น

อันที่จริงเธอยังไม่เคยทำงานอะไร

เรียนจบปริญญาตรีปุ๊บ ชนนิศาก็แต่งงานกับกันต์ธรณ์ และเป็นแม่บ้านให้เขานับตั้งแต่ตอนนั้นมา

“ทำงานแต่ละวันพี่ก็เหนื่อยมากพอแล้วนะ กลับมาบ้านยังต้องเจอเธอบ่นอีก” คนเจ้าอารมณ์ชักสีหน้าหงุดหงิด

“เออ … นิศา” ชนนิศารู้สึกผิดกำลังจะเอ่ยปากขอโทษ แต่ยังไม่มีโอกาส

“พี่จะขึ้นห้องไปนอน คงไม่ลงมากินข้าวเที่ยง ไม่ต้องขึ้นไปปลุกนะ” กันต์ธรณ์เด้งตัวลุกเดินหนีอย่างไม่สบอารมณ์ วันนี้เขาตั้งใจจะพักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่หล่อนกลับทำให้เสียบรรยากาศ

คนเป็นภรรยาได้แต่นั่งมองตามแผ่นหลังสามีที่เดินจากไปตาละห้อย ไยอยู่ดีๆเธอกลับกลายเป็นคนผิดซะงั้น

 

เย็นวันเดียวกัน

ชนนิศาก้าวขาขึ้นไปบนเตียง ล้มตัวนอนลงข้างสามี พลางสอดแขนโอบกอดเอวเขาจากด้านหลัง “ที่รัก ยังโกรธนิศาอยู่เหรอคะ สองทุ่มแล้วนะไม่หิวข้าวเหรอ” เธอถามเสียงหวาน

คนตัวโตยังคงนอนนิ่ง

“นิศายกอาหารขึ้นมาให้แล้วนะ กำลังร้อนๆเลย มีต้มยำปลาทับทิม ผัดผักบุ้งฝอยใส่กุ้ง และยอดฟักแม้วผัดน้ำมันหอย” บอกเมนูเสร็จ เธอก็กดจมูกหอมไปทั่วแผ่นหลังกว้างเบาๆ เหมือนแมวน้อยที่กำลังขอความเห็นใจจากเจ้าของมัน

น้ำเสียงสำนึกผิดของภรรยาสาวผสานกับกลิ่นอาหารหอมๆ ทำให้คนที่อารมณ์เสียค้างมาตั้งแต่เช้ายอมลุกขึ้นจากเตียงนอน ไปกินอาหารที่หล่อนเตรียมมาให้ พออิ่มท้องเขาก็กลับไปนอนตามเดิมโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรเลย

ชนนิศาหลุบตามองคนที่กำลังนอนหลับ เกิดอะไรขึ้นกับสามีของเธอกันแน่ เขาดูเย็นชา ละเลย ไม่ใส่กันเหมือนแต่ก่อน

ผู้ชายเปลี่ยนไปมีไม่กี่เรื่อง …

ทำให้ย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่ออาทิตย์ก่อน เธอตั้งใจนำอาหารไปให้พี่วุ้นกับพี่ธันที่บ้านของทั้งสอง บังเอิญได้ยินบทสนทนาบางส่วนของพวกเขา

“ทำไมออฟฟิศพี่จ้างแต่พนักงานสาวๆสวยๆ ทั้งนั้นเลย วุ้นควรกังวลใจไหม” วุ้นเส้นถามสามี

“ไอ้ธรณ์เป็นคนสัมภาษณ์และจ้างพนักงานเอง วุ้นก็รู้ว่านานๆทีพี่ถึงจะเข้าออฟฟิศ…พี่รักวุ้นคนเดียว ไม่มีนอกกายนอกใจแน่นอนครับ”

 

ชนนิศาลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปหน้ากระจกเงา มองตัวเองอย่างสำรวจ ปัจจุบันเธออายุ 26 ปี ทว่ารูปร่างยังดูดีไม่มีเปลี่ยน หน้าตาก็ยังเต่งตึง ขาวกระจ่างใสไม่มีริ้วรอยเหี่ยวย่น

เอาจริงๆเธอยังไม่แก่เลยสักนิด กำลังเป็นสาวสะพรั่งเลยก็ว่าได้

ใบหน้าสวยสะบัดไปมาสองสามที เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่แอบเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาใส่หัว

รู้จักพี่ธรณ์มาทั้งชีวิต เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย ใช่ไหม?

 

5บทที่ 56 นาที

วันต่อมา

@ร้านต้นไม้

กันต์ธรณ์ก้าวขาลงมาจากรถ ตาคมวาวกวาดมองไปรอบๆบริเวณ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันยุ่ง เบื้องหน้าของเขาเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับหลากประเภท

“ไหนเธอบอกว่ามีธุระ ทำไมเธอถึงพาพี่มาร้านต้นไม้” กันต์ธรณ์ถามภรรยา เค้าลางความไม่พอใจเริ่มฉายบนใบหน้าหล่อเหลา

“นี้แหละธุระของนิศา” คนเป็นภรรยาฉีกยิ้มกว้าง เอื้อมมือไปคล้องแขนของสามี แล้วดึงเขาให้เดินไปด้วยกัน

ชายหนุ่มเลิกคิ้วไม่พอใจ เมื่อเช้าหล่อนชวนเขาให้พามาทำธุระ เขาก็คิดว่าเป็นธุระสำคัญ

“นิศาอยากปลูกดอกไม้ ไปเลือกดอกไม้ช่วยนิศาหน่อยนะคะ” เธอทำหน้าอ้อน

“ดอกไม้เต็มสวนแทบจะไม่มีที่เดินอยู่แล้ว” คนเป็นสามีไม่อินตาม

“อย่าบ่นนักสิคะที่รัก นิศาจะเอาไปปลูกที่สวนหลังบ้าน”

“เธอไปเลือกเถอะ พี่ไม่มีความรู้เรื่องดอกไม้ เดี๋ยวพี่ไปนั่งรอตรงโน้น” ใบหน้าหล่อคมเชิดไปทางม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่

ดวงหน้าสวยหม่นลงด้วยความผิดหวัง

“เป็นอะไรของเธออีก” แค่ไม่ไปเลือกต้นไม้ช่วยหน้าหักหน้างอ

“ไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรอกค่ะ แค่ไปชี้ๆว่าพี่ชอบดอกอะไรเท่านั้นเอง” ชนนิศามองหน้าสามี น้ำเสียงของเธอติดงอน

ชายหนุ่มเดินไปทางแปลงดอกไม้ หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ถึงเขาจะหงุดหงิดใส่ แต่เขาก็ยังตามใจเธอเหมือนเดิม

เขาคงเครียดเรื่องงานจริงๆ ที่เย็นชาละเลยคงไม่ได้เป็นเพราะหมดรักกัน คนตัวเล็กระบายยิ้มโล่งอก เธอคงคิดมากไปเอง

ชนนิศาชวนสามีมาช่วยเลือกซื้อดอกไม้วันนี้ เป็นเพราะเธออยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง

พี่ธรณ์ของเธอไม่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท เขาเป็นคนขี้ร้อน เกลียดสายลมและแสงแดดเป็นชีวิตจิตใจ

แต่ดูตอนนี้สิ เขายอมเดินเลือกซื้อดอกไม้กับเธอโดยไม่มีข้อแม้

“ยิ้มอะไรหนักหนา ไม่ร้อนบ้างหรือไง” กันต์ธรณ์เห็นภรรยายิ้มร่าท้าแดด เจ้าหล่อนดูมีความสุขไม่ได้กลัวแสงยูวีเลยสักนิด ผิดกับเขาร่างกายจะหลอมละลายอยู่แล้ว อยากกลับบ้านไปนอนตากแอร์เย็นๆเต็มที

“นิศาคิดว่าพี่จะไปนั่งรอในร่มเสียอีก แต่พี่กลับมาช่วยนิศาเลือกซื้อดอกไม้จริงๆ” ใบหน้าสวยเชิดขึ้นสูงอย่างอารมณ์ดี

“ถ้าไม่มาเธอจะจบไหมล่ะ ไม่คิดบ้างเหรอว่าที่พี่ยอมมาเพราะตัดรำคาญ” น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น ใบหน้าดูบูดบึ้ง

ชนนิศาหุบยิ้มฉับ สีหน้าของเขาไม่มีแววล้อเล่นแฝงอยู่เลยสักนิด

“หนูนิศา … วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวนิ” หญิงสูงวัยซึ่งเป็นเจ้าของร้านต้นไม้เดินเข้ามาทักทายลูกค้าประจำ

“วันนี้นิศาพาสามีมาด้วยค่ะ” เธอเชิดปลายคางไปทางคนรัก เขาเพียงคลี่ยิ้มเล็กน้อยเป็นการทักทายกลับตามมารยาท

“โห้! สามีหนูนิศาเป็นดาราหรือนายแบบเนี่ย หล่อออร่าพุ่งเชียว”

ชนนิศายิ้มแป้นรับคำชม พี่ธรณ์ของเธอหล่อมาก เขาสูงกำยำ ผิวขาวดูเปล่งประกายมีออร่า ไปไหนใครๆก็ชมแบบนี้แหละ เป็นเรื่องธรรมดา

คนโดนชมไม่มีปฏิกิริยา เพราะเขาได้ยินจนชินหูแล้ว

“สามีนิศาไม่ได้เป็นดาราหรอกค่ะคุณยาย”

หญิงสูงวัยมองคู่รักตรงหน้าด้วยแววตาชื่นชม คนเป็นสามีหล่อราวเทพบุตร แถมยังแต่งตัวดีดูภูมิฐาน ส่วนภรรยาก็สวยยังกับนางเอกละครไทย

หญิงเจ้าของร้านคนนี้ชื่อ ‘ยายพัน’ นางคุ้นเคยกับชนนิศามาก เพราะอีกคนแวะมาดูดอกไม้ที่ร้านนางแทบทุกอาทิตย์

 

ช่วงบ่าย

ชนนิศาวางน้ำส้มแก้วโตลงตรงหน้าให้สามี ฝ่ายนั้นรีบยกขึ้นดื่มด้วยความกระหาย ทั้งสองเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

กันต์ธรณ์เอนหลังพิงโซฟา เดินซื้อดอกไม้ค่อนวัน บอกเลยว่าเหนื่อยโคตร วันหยุดแต่กลับไม่ได้พักผ่อน โคตรเซ็ง!

 

ครืด ครืด ครืด

กันต์ธรณ์รับสายผู้ช่วยที่โทรเข้ามา …

{ … อะไรนะ?! ทำไมมึงเพิ่งโทรมาบอกกู … เออ กูออกไปทำธุระข้างนอก ลืมเอาโทรศัพท์ไปด้วย เดี๋ยวกูเข้าไปตอนนี้เลย บอกให้ลูกค้ารอสักครู่ }  

“นิศาพี่มีธุระด่วนที่ออฟฟิศ พี่อาจจะกลับบ้านดึกหน่อยนะ” ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นจากโซฟาเตรียมจะก้าวขาออกจากบ้าน

“มีเรื่องอะไรเหรอคะ” สามีดูเครียดมาก คนเป็นภรรยารู้สึกใจคอไม่ดี

“มี …ลูกค้าแคนเซิลออเดอร์ใหญ่ เขาต้องการจะคุยกับพี่ก่อน แต่ติดต่อพี่ไม่ได้ …เป็นเพราะอะไรรู้ไหม” เขาหยุดพูดและมองมาที่เธอด้วยสายตาตำหนิ

“?”

“เป็นเพราะพี่รีบพาเธอไปร้านต้นไม้ จนลืมเอามือถือไปด้วย เขาพยายามติดต่อหาพี่ตั้งแต่เช้าแล้ว พอติดต่อไม่ได้เค้าเลยเข้าไปหาพี่ที่ออฟฟิศ” กันต์ธรณ์อธิบายด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ น้ำเสียงแข็งกระด้าง

“ตกลงนิศาผิดอีกแล้วใช่ไหมคะ” ชนนิศาโพล่งออกมาอย่างสุดจะทน หลังๆมาเธอทำอะไรก็ผิดไปหมด!

“เมื่อเช้าเธอบอกพี่ว่าพาไปทำธุระหน่อย พี่ก็คิดว่าธุระสำคัญไง พี่รีบจนลืมหยิบมือถือติดตัวไปด้วย คราวหลังเธอก็แค่บอกว่าพาไปร้านต้นไม้หน่อย” หล่อนใช้คำผิดยังจะมายืนเถียงเขาฉอดๆ

ต่อว่าภรรยาเสร็จ ชายหนุ่มก็รีบไปออฟฟิศ

มือเล็กกำเข้าหากันแน่นเพื่อข่มความโกรธเอาไว้ ครั้งนี้ชนนิศามั่นใจว่าตัวเองไม่ผิด เธอถอนหายใจปลง แล้วเดินลับไปทางหลังบ้าน เชื่อว่าการทำสวนจะช่วยให้อารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านเย็นลงได้

 

วันต่อมา

“ลูกค้าคนเมื่อวานนี้เคลียร์ได้ไหมคะ” ชนนิศาเอ่ยถามสามีในขณะที่นำอาหารเช้ามาเสิร์ฟให้เขา

“อืม … โชคดีที่เค้ายอมรอสินค้า ไม่แคนเซิลออเดอร์” กันต์ธรณ์ตอบ เป็นเพราะเครื่องจักรที่โรงงานมีปัญหาพร้อมกันหลายเครื่อง ทำให้เฟอร์นิเจอร์ผลิตได้ล่าช้ากว่าปกติ ลูกค้าไม่อยากรอ แต่เขามีวิธีเจรจาจนลูกค้ายอมต่อเวลาให้อีกตั้งเดือนหนึ่ง

ชนนิศายิ้มดีใจ

“พี่ธรณ์อิ่มแล้วเหรอคะ” สามีเธอลุกขึ้นจากเก้าอี้หลังจากที่ดื่มกาแฟไปแค่อึกเดียว

“วันนี้พี่มีนัดสัมภาษณ์งานตอนสิบโมง กลัวรถจะติดแน่ะ”

พูดเพียงแค่นั้นเขาก็รีบหันหลังเดินออกไปเลย คล้ายกับว่านัดครั้งนี้สำคัญเหลือล้น ทั้งที่เหลือเวลาอีกเกือบสองชั่วโมง

จากบ้านไปออฟฟิศใช้เวลาเดินทางแค่สามสิบนาทีเอง

ไม่มีคําร่ำรา ไม่แม้แต่จะบอกว่า ‘เจอกันตอนเย็น’

คนเป็นภรรยามองตามหลังสามี ภายในใจก็ว้าวุ่นแปลกๆ

 

เวลาต่อมา

@The Home Décor

“บอสครับ ดีไซน์เนอร์คนใหม่มาถึงแล้ว ให้เธอเข้ามาเลยไหม” ไต้ฝุ่นถามเจ้านาย

“ให้เข้ามาเลย” กันต์ธรณ์บอกกับผู้ช่วยหนุ่ม

ไต้ฝุ่นเดินออกไปตาม …

สักพักหญิงสาวรูปร่างเพรียวระหงหน้าตาสวยคมได้รูปก็เดินเข้ามาในห้อง

“สวัสดีค่ะคุณกันต์ธรณ์”

เสียงใสพาให้คนที่กำลังเซ็นเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมามอง

“ดิฉันชื่อขนมผิงค่ะ” เธอยิ้มหวานให้กับว่าที่เจ้านายคนใหม่ สายตาคู่สวยมองสำรวจไปพลาง คุณกันต์ธรณ์สวมสูทสไตล์เรียบหรู ดูหล่อเนี้ยบสมาร์ตไร้ที่ติ สมกับเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรจริงๆ …สเปคเธอเลย

 

ชอบไหม อ่านต่อได้ที่