เรื่องย่อ

อนาวินประสบอุบัติเหตุ ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำบางส่วนที่หายไป เขาจำเพื่อนและคนในครอบครัวได้ ยกเว้นนางเอกคนเดียว

ทดลองอ่าน

100%
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง

อนาวินประสบอุบัติเหตุฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำบางส่วนที่หายไป แถมยังถูกตาต้องใจผู้หญิงที่แม่แนะนำให้ ทั้งที่ตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว …ก็เขาจำแฟนตัวเองไม่ได้

*********
ถึงแม้จะมีคนยืนยันอนาวินก็ไม่เชื่ออยู่ดี

“วิน …นี่พิมพ์ แฟนมึง” ภูมินท์ได้โอกาสเอ่ยแนะนำ

พิมพ์อักษรฉีกยิ้มสดใสให้แฟนหนุ่ม

“อะไรนะ! …ยัยเด็กนี่เป็นแฟนกู!?” อนาวินถามเพื่อนเสียงดัง ใบหน้าหล่อเหลาส่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่ …พิมพ์เป็นแฟนมึง”

*********
อยากไปจีบสาวคนใหม่ เลยรีบบอกเลิกแฟนตัวเอง

“พิมพ์ …เราเลิกกันเถอะ”

“ไม่เอาพิมพ์ไม่เลิก พี่จะทำแบบนี้กับพิมพ์ไม่ได้นะ เราสองคนรักกันมาก ความรักของเราราบรื่นดีมาโดยตลอด” น้ำเสียงของพิมพ์อักษรเริ่มสั่นเครือ แววตาหม่นพร่าไปด้วยความเจ็บปวด หยดน้ำใสๆคลอเบ้า

“ถึงเราจะเคยรักกันมาก แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนั้นแล้ว” อนาวินเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “ความสัมพันธ์ของเราทำให้ฉันอึดอัดมาก” ฟังดูเหมือนเขาใจร้าย แต่ยิ่งยื้อจะเป็นเธอที่เจ็บ อีกฝ่ายหน้าชา หัวใจปวดร้าวอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

“รอให้พี่จำพิมพ์ได้ก่อน ค่อยตัดสินใจนะคะ” คนกำลังโดนเทอ้อนวอนเสียงสั่น หัวใจบีบรัดแน่น น้ำตาหลั่งไหลไม่หยุด

“ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ฉันจะจำทุกอย่างได้ อาจจะอีกสามเดือน เจ็ดเดือน ปีหนึ่ง หรือนานกว่านี้ อย่าเสียเวลารอเลย”

*********
ความทรงจำกลับมาแล้ว …แต่ก็ยังแกล้งจำแฟนตัวเองไม่ได้

“กูจำพิมพ์ได้แล้ว”

“…แล้วทำไมมึงไม่บอกพิมพ์”

“กูอยากได้ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นที่ปรึกษา เป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ พิมพ์ไม่มีคุณสมบัติเหล่านั้น เธอเป็นแค่เด็กฝึกงานที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แถมยังมาจากครอบครัวชาวไร่ธรรมดา”

พิมพ์อักษรทรุดลงไปกองกับพื้น พร้อมกับหัวใจที่ดับวูบลงช้าๆ ไม่คิดเลยว่าการย้อนกลับมาเอากระเป๋าที่ลืมไว้ จะทำให้เธอได้รับรู้ความจริงทั้งหมด ความจริงอันแสนเจ็บปวด

เมื่อพิมพ์อักษรรู้ความจริง เธอก็ตัดใจเดินออกไปจากชีวิตเขา

1บทที่ 15 นาที

อนาวินซบหน้าลงบนอกอวบพร้อมกับเสียงลมหายใจถี่กระชั้น ความซาบซ่านยังคงคุกรุ่นลามเลียอยู่ทั่วทุกอณูเนื้อ มือซุกซนลูบวนสะโพกกลมกลึงของคนตัวเล็กหนักหน่วง

“อือ…” พิมพ์อักษรหยัดกายเข้าหาเขา สองร่างกอดรัดเบียดเสียดแนบชิดแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน แขนเรียวโอบรอบเอวสอบเอาไว้แน่น

ครืน ครืน ครืน (เสียงโทรศัพท์)

อนาวินจำเป็นต้องหยุดกิจกรรมหวาม ยันกายลุกขึ้นยืน คว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมากดรับสาย

(ว่าไงเจมส์…เออ กูไม่ลืมหรอกน่า) เอ่ยบอกคนขับรถ จากนั้นก็กดวางสาย แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เพียงครู่เดียวก็กลับออกมา

“คืนนี้พี่อาจจะกลับดึก หรืออาจจะนอนค้างที่บ้านเลย พิมพ์นอนก่อนได้เลยนะ ไม่ต้องรอพี่” อนาวินบอกแฟนสาว

นัยน์ตาคู่สวยดูหม่นลง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นผิดหวังชัดเจน ช่วงนี้พี่วินไม่ค่อยมีเวลาว่างให้เธอเลย ปากบอกว่าอาจจะกลับดึก แต่เขาไม่เคยกลับมาเลยต่างหาก

“เออ … ทำไมเหรอคะ”

อนาวินโน้มหน้าลงมาปิดปากคนตัวเล็กก่อนที่เธอจะได้ถามอะไรต่อ มือใหญ่รั้งท้ายทอยเข้ามาแนบชิด ดูดเม้มเรียวปากนุ่ม อีกฝ่ายเคลิ้มตาม เผยอริมฝีปากรับจูบอันแสนหวานของเขา

ครืน ครืน ครืน (เสียงโทรศัพท์)

อนาวินถอนจูบ เพื่อรับสายที่โทรเข้ามา (ผมกำลังจะไป…เจอกันที่งานเลี้ยงเลยนะครับแม่) จบบทสนทนาเขาก็เดินออกจากห้องไปเลย

ดวงตาคู่เศร้ามองตามหลังคนรักที่เดินจากไป หัวใจพลันสั่นกระตุก เกือบสองเดือนแล้วที่แฟนหนุ่มไม่ได้กลับมานอนค้างกับเธอ

มือเล็กตีแก้มตัวเองเบาๆเพื่อไล่ความน้อยใจออกไปจากหัว ‘พี่วินแค่ไปร่วมงานเลี้ยง ไม่ได้ทิ้งเราไปไหนสักหน่อย มีแฟนเป็นนักธุรกิจต้องทำใจ’ พิมพ์อักษรบอกกับตัวเองพลางล้มตัวนอนลงบนเตียง ซุกหน้าเข้าไปใต้หมอน แล้วหลับตา หวังว่าการนอนพักผ่อนจะช่วยลดความฟุ้งซ่านได้

 

ณ ห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมแห่งหนึ่ง

แยกกับแฟนสาว อนาวินก็ตรงมายังจุดนัดพบ มารดามาถึงก่อนหน้าแล้ว

“หนูดาเพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศ น้องเป็น CEO คนใหม่ของโรงแรมในเครือเดอะเอ็มเพรสกรุ๊ป อายุ 29 ปี โสดสนิท” คุณหญิงชนิกานต์กระซิบบอกคนที่ยืนอยู่ข้างกัน วันนี้นางถูกเชิญมางานเลี้ยงต้อนรับประธานคนใหม่ เลยหนีบลูกชายมาเป็นเพื่อน

อนาวินยืนฟังอยู่เงียบๆ ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ

“อยากลองออกเดตกับน้องดูไหม พาน้องไปกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง จะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น” หญิงสูงวัยรบเร้าต่อ

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ นัยน์ตาน้ำตาลเข้มมองคนที่ถูกเอ่ยถึง ยอมรับว่าวีรดาเป็นผู้หญิงที่สวยมาก หล่อนดูโดดเด่นกว่าผู้หญิงคนไหนๆในค่ำคืนนี้

“แค่ไปออกเดต แม่ไม่ได้ให้แกแต่งงานกับหนูดาสักหน่อย ถ้าแกไม่ชอบก็ไม่ต้องสานสัมพันธ์ต่อ” คุณหญิงชนิกานต์ย้ำจุดยืน ถึงนางจะชื่นชมวีรดามากกว่าผู้หญิงคนไหนๆ หากลูกชายไม่โอเค จะไม่มีการบังคับกันเด็ดขาด เพราะท้ายสุดการแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคน

หญิงสูงวัยหยุดบรรยายคุณสมบัติของว่าที่ลูกสะใภ้ในตอนที่หล่อนเดินเข้ามาใกล้

“สวัสดีค่ะคุณหญิงป้า” วีรดายกมือไหว้แขกคนพิเศษอย่างนอบน้อม แอบปรายหางตามองหนุ่มรูปงามที่ยืนอยู่ข้างนางด้วย

“ไหว้พระเถอะลูก…นี่พี่วินจ้ะ” คุณหญิงชนิกานต์เอ่ยแนะนำลูกชาย นางมองคนตรงหน้าด้วยแววตาชื่นชม รูปร่างอรชร สวยสง่า ออร่าพุ่งมาก อยากทาบทามมาเป็นลูกสะใภ้เสียตอนนี้ ลูกชายนางจะเห็นด้วยหรือเปล่านะ

“สวัสดีค่ะพี่วิน” เธอเอ่ยด้วยท่าทีและน้ำเสียงเคอะเขินไม่ลืมส่งสายตาหวานยั่วยวน

“สวัสดีครับ พี่ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” ลิลลี่ช่อใหญ่ถูกยื่นให้กับสาวสวย

“ขอบคุณมากค่ะพี่วิน” วีรดารับช่อดอกไม้มา ดวงตากลมโตลอบมองสำรวจอย่างหลงใหล คนอะไรหล่อไร้ที่ติ ใบหน้าคมคาย สันจมูกโด่งรับกับริมปากหยักสวย คิ้วเข้มได้รูปพาดยาวเหนือดวงตาคมลึก ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา ทุกองค์ประกอบราวกับภาพวาดที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีต

คุณหญิงชนิกานต์ยิ้มหน้าบาน วีรดาแสดงออกชัดเจนว่ามีใจให้ลูกชายนางแล้ว ต้องมาลุ้นว่าคนหวงความโสดอย่างตาวินจะลงไปเล่นด้วยไหม

“ดาชอบดอกลิลลี่มาก พี่วินเลือกดอกไม้ได้ถูกใจดา สุดๆ” แววตาหวานเยิ้มมองคนให้ยั่วๆ

อนาวินคลี่ยิ้มเล็กน้อย จะไม่ให้รู้ใจได้อย่างไร ในเมื่อแม่สุดที่รักเป็นคนเตรียมมาเองกับมือ

“ดา …พอดีป้ามีธุระด่วน ยังไงป้าฝากดูแลพี่วินเป็นพิเศษด้วยนะ พี่เค้าไม่รู้จักใครในงานนี้…วิน แม่ทำธุระเสร็จจะกลับบ้านเลย ไม่ต้องห่วงแม่นะ” หญิงสูงวัยยิ้มส่งซิกให้ว่าที่ลูกสะใภ้คนสวย อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็นอันรู้กัน

ใบหน้าหล่อเหลาเอียงไปมองผู้เป็นแม่ จะมามีธุระด่วนอะไรตอนนี้ นอกเสียจากนางต้องการเปิดทางให้เขาใช้เวลาเพียงลำพังกับสาว รู้ทันหรอกนะ

หญิงสูงวัยแสร้งปั้นหน้าเรียบเฉย ทําเป็นไม่รู้ไม่ชี้

 

ตัดกลับมาที่พิมพ์อักษร

ติ๊งต๊อง ติ๊งต๊อง …

พิมพ์อักษรแหงนมองนาฬิกาที่ฝาผนังก่อนจะระบายยิ้มกว้าง เพิ่งจะสามทุ่มครึ่งเอง พี่วินกลับมาแล้วเหรอ ไม่น่าน้อยใจ ตีต้นไปก่อนไข้เลย ในที่สุดเขาก็กลับมานอนค้างคืนกับเธอ

ติ๊งต๊อง…

ร่างเล็กดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง วิ่งไปเปิดประตูด้วยความดีใจ

 

2บทที่ 24 นาที

“เซอร์ไพรส์จ้าเพื่อนรัก”

พิมพ์อักษรยิ้มเจื่อน นึกว่าพี่วินกลับมาค้างคืนด้วยเสียอีก แต่ก็แอบดีใจที่เพื่อนซี้แวะมาทักทายกัน

ร่างอรชรโผเข้าไปสวมกอดเจ้าของห้องด้วยความคิดถึง อีกฝ่ายกอดตอบ ทักทายกันอยู่ครู่หนึ่ง สองสาวก็ผละออกจากกัน

“ตอนนี้แกควรอยู่ภูเก็ตไม่ใช่เหรอ” พิมพ์อักษรถามพร้อมกับรั้งแขนเพื่อนเข้าไปในห้อง อีกคนเดินตามหลังไปยังมุมรับแขก

“ฉันย้ายกลับมากรุงเทพฯแล้วจ้า เบื่อทะเล” ปภาวรินท์อธิบาย ครอบครัวเธอทำธุรกิจอาหารแปรรูป มีสาขาอยู่ทุกภูมิภาคทั่วไทย ก่อนหน้าเธอเลือกไปฝึกงานที่ภาคใต้ เพิ่งจะกลับเมืองกรุงได้ไม่กี่วัน

“อ๋อ…”

“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

“เรื่องอะไรเหรอ”

“ฝึกงานเสร็จไปเที่ยวยุโรปกันไหม” ปภาวรินท์เอ่ยชวน ตอนนี้สองสาวอยู่ในช่วงฝึกงานโค้งสุดท้าย เหลือเวลาอีกสองเดือนก็จะจบการศึกษาแล้ว

พิมพ์อักษรมีท่าทีลังเล

“เรียนจบฉันต้องไปช่วยงานพ่อที่บริษัท แกเองก็ต้องกลับราชบุรีไปช่วยแม่ดูแลกิจการไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่ไปหลังฝึกงาน เราสองคนอาจจะไม่มีเวลาว่างตรงกันอีกเลย” ปภาวรินท์ให้เหตุผล

“ได้สิ แต่ฉันขอทำธุระก่อนได้ไหม” พิมพ์อักษรรับปาก เพราะสองสาวเคยตกลงกันแล้วว่าเรียนจบเมื่อไหร่จะไปทัวร์ยุโรปด้วยกัน

‘ปภาวรินท์’ เป็นเพื่อนสนิทของ ‘พิมพ์อักษร’ สองสาวรู้จักกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง

“ธุระอะไรของแก บอกฉันได้หรือเปล่า” ปภาวรินท์เลิกคิ้วสงสัย เพื่อนเธอมีท่าทีเขินอายแปลกๆ

พิมพ์อักษรระบายยิ้มกว้าง

“อย่าบอกนะว่าพี่วินขอแกแต่งงานแล้ว…โอ้มายก๊อด!!!”  ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ต้องใช่แน่ๆ คู่นี้คบหากันมาสามปี คงถึงเวลาเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์ คนโสดอิจฉาอย่างแรง!

“พี่วินยังไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้หรอกแก” พิมพ์อักษรบอก เขาเคยให้คำมั่นว่าจะรีบทำตามประเพณีทันทีที่เธอเรียนจบ และตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่สองเดือนเอง แต่เรายังไม่มีโอกาสได้คุยกันเรื่องนี้เลย ช่วงนี้พี่วินยุ่งมาก

“…แล้วทำไมแกหน้าแดง” ปภาวรินท์มองเพื่อนอย่างประเมิน ท่าทีเขินอายแบบนี้คงมีไม่กี่เรื่อง

“พี่วินเคยสัญญากับฉันไว้ ทันทีที่ฉันเรียนจบพี่เค้าจะไปแนะนำตัวเองกับครอบครัวฉัน และก็จะพาฉันไปทำความรู้จักกับครอบครัวเค้าด้วย”

“อ๋อ…จะเปิดตัวกันสู่สาธารณชนว่างั้น”

“อืม …ฉันเรียนจบแล้ว แม่คงไม่ห้าม ฉันไม่อยากเป็นคนในความลับของพี่วินอีกต่อไป อยากคบกันแบบเปิดเผยสักที”

“ฉันดีใจกับแกด้วยนะ …ว่าแต่ฝึกงานเสร็จ แกต้องกลับไปช่วยงานที่ไร่ไม่ใช่เหรอ ได้คุยกับพี่วินหรือยังว่าจะเอายังไง”

พิมพ์อักษรเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนถาม โดยไม่ต้องขยายความ “กรุงเทพไม่ได้ไกลจากราชบุรี ให้ฉันขับรถมาหาพี่วินทุกวันยังได้” ถ้าพี่วินไม่ว่างไปหา เธอจะเป็นฝ่ายมาเขาเอง

ปภาวรินท์ยิ้มยินดีกับเพื่อน

 

กลับมาที่งานเลี้ยง

วีรดามองคู่สนทนาแววตาเป็นประกาย เธอไม่คิดจะซ่อนความรู้สึก พี่วินหล่อกร้าวใจสุดๆ แถมยังโสดอีกต่างหาก

อนาวินก้มมองเวลาที่หน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาบอกกับเจ้าภาพสาว “พี่ขอตัวกลับก่อนนะครับ” เขาอยู่ร่วมงานกับหล่อนนานแล้ว เห็นควรได้เวลากลับ

“เออ … เดี๋ยวก่อนค่ะ” วีรดาเรียกคนที่กำลังจะยันกายลุก

“ว่าไงครับ”

“คุณหญิงป้าบอกว่าพี่วินโสด …ดาก็โสด เราสองคนลองเดตกันไหมคะ” CEO สาวป้ายแดงไม่คิดจะแทงกัก หลังจากได้ทำความรู้จักกันกว่าครึ่งค่อนคืน ยอมรับว่าเธอปลื้มเขามาก

พี่วินไม่ได้หล่อเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวยมาก โปรไฟล์เริ่ดสุดๆ เขาเป็นถึงประธานบริษัทสกายไลน์ อินทีเรีย ดีไซน์ ซึ่งเป็นบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในระดับแถวหน้าของประเทศ

อนาวินอึ้งไปชั่วขณะ รู้แหละว่าหล่อนเป็นสาวสมัยใหม่ที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะกล้าชวนเขาออกเดตโต้งๆ

“ดาไม่ใช่สายตื๊อ ถ้าเดตแล้วไม่โอเคก็แยกย้าย เราโสดทั้งคู่ เหมาะสมกันทุกด้าน … ออกไปทานดินเนอร์กันสักมื้อไม่น่าจะมีปัญหาใช่ไหมคะ” สาวมั่นรุกต่อ

ดวงตาคู่คมหรี่ลงอย่างครุ่นคิด

3บทที่ 36 นาที

“ดาไม่ใช่สายตื๊อ ถ้าเดตแล้วไม่โอเคก็แยกย้าย เราโสดทั้งคู่ เหมาะสมกันทุกด้าน … ออกไปทานดินเนอร์กันสักมื้อไม่น่าจะมีปัญหาใช่ไหมคะ” สาวมั่นรุกต่อ

ดวงตาคู่คมหรี่ลงอย่างครุ่นคิด

“ขอโทษค่ะคุณดา” บทสนทนาระหว่างอนาวินกับวีรดา ถูกตัดจบลงโดยหญิงสูงวัย

วีรดาเอียงคอไปมองผู้มาใหม่

“คุณท่านเรียกหาด่วน ตอนนี้รออยู่ข้างในค่ะ” หญิงสูงวัยบอก

“ดาขอตัว…แล้วพบกันใหม่นะคะพี่วิน” หญิงสาวแสดงสีหน้าเสียดาย ทำไมพ่อเธอต้องเรียกหาเวลานี้ด้วยนะ ขัดจังหวะโคตรๆ เลยไม่ได้คำตอบจากพี่วิน

สองหนุ่มสาวบอกลากัน แล้วแยกย้าย

“คุณวินจะให้ผมไปส่งที่คอนโดคุณพิมพ์เลย หรือว่าอยากแวะไหนก่อนไหมครับ” เจมส์เอ่ยถาม หลายปีแล้วที่เขาขับรถรับใช้อนาวิน จนรู้ใจกัน บางเรื่องไม่ต้องเอ่ย

“กูจะไปค้างที่คอนโดริมน้ำ”

คนขับรถหนุ่มมองเจ้านายด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไร ได้แต่เอื้อมมือไปเปิดประตูรถ

 

เวลาต่อมา

@คอนโด

ติ๊งต๊อง…

ร่างสูงเปิดประตูออกมาเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนกดออดหน้าห้อง

“ภูมึงนอนยัง กูขอเข้าไปหน่อยดิ” อนาวินเอ่ยถามเจ้าของห้อง

“ท่านประธานไม่ได้มาตามงานใช่ไหม” ภูมินท์ถามกลับ

อนาวินชูถุงเบียร์ในมือขึ้น อีกฝ่ายเดินนำหน้าเข้าไปในห้อง

“มึงแค่แวะมาทักทายกู หรือมึงจะมาค้างที่นี่” ภูมินท์ถามอย่างสงสัย

“ห้องกูอยู่นี่ จะให้กูไปนอนไหน”

คราวนี้ภูมินท์เลิกคิ้วประหลาดใจ ปกติมันไปค้างที่คอนโดพิมพ์อักษรไม่ใช่เหรอ แต่ช่วงนี้กลับมานอนที่คอนโดตัวเองเกือบทุกวัน หรือว่าไอ้วินมันเลิกกับแฟนแล้ว

“มึงดูเครียดๆนะช่วงนี้ ถามจริง…มีปัญหาอะไรกับพิมพ์หรือเปล่า” ภูมินท์ไม่อาจต้านความสงสัยของตัวเองได้อีกต่อไป เขาไม่อยากสอดรู้เรื่องส่วนตัวของมันหรอกนะ แต่ก็แอบเป็นห่วงพิมพ์อักษร

คนถูกถามนิ่งไปชั่วครู่

“กูรู้สึกสับสนและยังไม่พร้อม…อีกสองเดือนพิมพ์ก็เรียนจบแล้ว” อนาวินเกริ่นแล้วยกกระป๋องเบียร์ขึ้นมาดื่ม

ไม่ต้องลงลึกรายละเอียด ภูมินท์ก็เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนพูด “พิมพ์ทวงสัญญากับมึงเหรอ” ถามแล้วก็เลิกคิ้วรอฟัง

‘ภูมินท์’ เป็นเพื่อนรัก และยังเป็นเสมือนผู้ช่วยมือขวาของอนาวิน ทั้งคู่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ เติบโตมาด้วยกัน แถมห้องพักยังอยู่ตรงข้ามกัน แน่นอนเขารู้เรื่องที่ไอ้เพื่อนตัวดีให้คำมั่นกับสาวว่าทันทีที่หล่อนเรียนจบมันจะยกขันหมากไปสู่ขอ

“พิมพ์ยังไม่ได้ทวงสัญญา …เพราะกูยังไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยถึงเรื่องนี้”

“มึงยังคบกับน้องเค้า ไปมาหาสู่ตามปกติ?”

“อืม …กูไปหาพิมพ์ทุกวัน”

“ไปมีอะไรกับเค้า แล้วกลับมานอนห้องตัวเองอย่างนั้นเหรอ” ภูมินท์รู้ทัน ไอ้วินมันขาดเรื่องอย่างว่าได้ที่ไหน

“เออ … กูกลัวว่าถ้าค้างด้วยกันทั้งคืน พิมพ์อาจทวงสัญญา และกูก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบเค้ายังไง”

“ไอ้เลว! ถ้ามึงหมดรักพิมพ์แล้ว ทำไมไม่บอกไปตรงๆ น้องเค้าดูไม่ใช่คนงี่เง่า”

“พูดง่าย แต่ทำยาก”

“หมายความว่าไง”

“กูไม่อยากไปต่อกับพิมพ์ แต่ก็ยังไม่อยากจบความสัมพันธ์ตอนนี้…กูสับสน กูไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่” เขามีความผูกพันอันลึกซึ้งกับเธอ มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย

“มึงทั้งเลวทั้งเห็นแก่ตัว”

อนาวินดื่มเบียร์ที่เหลือในกระป๋องจนหมด บีบแรงจนผิดรูป แล้วโยนลงถังขยะ แววตาดูว่างเปล่าอย่างคนคิดไม่ตก

“หมดรักไม่ผิด แต่ยื้อไว้เพื่อสนองตัณหาตัวเองเท่ากับเลวมาก” ภูมินท์ไม่ได้เข้าข้างเพื่อน

อนาวินไม่ปฏิเสธ เราสองคนเข้ากันได้ดีเรื่องอย่างว่า เวลาอยู่บนเตียงพิมพ์อักษรร้อนแรงมาก ตลอดสามปีที่คบกันเขากินเธอแทบทุกวัน ไม่มีเบื่อ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ

“มันมีหลายเหตุผลที่กูไม่อาจตัดจบความสัมพันธ์กับพิมพ์ได้”

“อย่ามาแถน้ำขุ่นๆ มึงก็แค่เห็นพิมพ์เป็นของตาย เป็นร้านสะดวกซื้อ หิวเมื่อไหร่ก็แวะไป อิ่มหนำสำราญก็กลับห้องตัวเอง” พฤติกรรมมันฟ้อง

“ถ้าแค่สนองความต้องการ กูหาซื้อกินที่ไหนก็ได้ไหมวะ สาวๆสวยๆ ต่อคิวรอขึ้นเตียงกับกูเพียบ” อนาวินสวน

ภูมินท์เถียงไม่ออก ไอ้วินทั้งหล่อทั้งรวย มีสาวๆสวยๆมากหน้าหลายตาเรียงหน้ากระดานมาเสนอตัวให้มันไม่เคยขาดจริงๆ

“ทำไมมึงยังยื้อพิมพ์ไว้วะ”

“กูสงสารพิมพ์ ตลอดสามปีที่คบกันเค้าไม่เคยละเมิดข้อตกลงของเรา ไม่งี่เง่า ไม่งอแง ไม่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไม่โทรจิก ไม่ส่งข้อความตาม ไม่พยายามเปิดเผยสถานะ”

ภูมินท์ยกเบียร์ขึ้นมาจิบ มันเป็นข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย

“อีกอย่าง…ถ้ากูบอกเลิกพิมพ์ตอนนี้ กูกลัวว่าเค้าจะโวยวายเอาเรื่องของเรามาเปิดเผย ถ้าถึงหูตาคงไม่ดีแน่ มึงก็รู้ว่าบริษัทเราห้ามผู้บริหารมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพนักงานเด็ดขาด” อนาวินอธิบายยาว ตามีปมเรื่องนี้ ภรรยาท่านเคยโกงบริษัทและหอบเงินจำนวนมหาศาลหนีไปกับหนึ่งในพนักงาน

“คำพูดมากมาย ความหมายกลัวกระทบกับตำแหน่งประธานบริษัทว่างั้น”

“มึงไม่คิดจะเข้าใจกูเลยใช่ไหมเนี่ย” อธิบายยาวเหยียด ไอ้ภูกัดเขาอยู่ได้

“ก็เหตุผลมึงมันโคตรจะเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ คนอย่างพิมพ์ไม่ควรมาพบเจอกับคนเลวๆแบบมึง”

คนโดนด่าถอนหายใจเสียงดัง

“มึงจะยื้อความสัมพันธ์จนน้องฝึกงานเสร็จ” ภูมินท์เดาทาง

“อือ …พิมพ์เคยบอกกูว่าหลังเรียนจบต้องไปช่วยงานที่ไร่ เห็นเปรยๆว่าครอบครัวปลูกส้มขาย ความห่างไกล จะทำให้ใจเราห่างกัน ถึงเวลานั้นกูกับเค้าคงเลิกกันไปเอง” เขาไม่อยากเป็นฝ่ายบอกเลิก เขาไม่อยากอยู่กับความรู้สึกผิด กับแฟนคนก่อนๆเขาสามารถตัดจบความสัมพันธ์ได้ไม่ยาก เพราะพวกหล่อนน่ารำคาญ งี่เง่า ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว แตกต่างกับพิมพ์อักษรโดยสิ้นเชิง

“กูไม่เห็นด้วยอย่างแรง แมนๆหน่อย ตอนจีบชักแม่น้ำทั้งห้ามาจูงใจ ถึงกับให้คำมั่นว่าจะยกขันหมากไปสู่ขอเค้า”

อนาวินไม่เถียง เพราะตอนนั้นเขาอยากได้พิมพ์อักษรมาเป็นแฟน เธอสวยสดใส ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน เธอเข้าถึงยาก ยิ่งทำให้เขาอยากครอบครอง

“ถ้าหมดรักก็ควรปล่อยมือ” ภูมินท์แนะนำน้ำเสียงจริงจัง แฟนคนที่ผ่านๆมาของมันเขาไม่เคยยุ่ง ขอเว้นพิมพ์อักษรไว้คนหนึ่ง

“มันมีแต่ความสับสนเต็มหัวไปหมด บอกตรงๆกูไม่รู้ว่ายังรักเค้าอยู่ไหม หรือแค่สงสาร แต่อย่างหนึ่งที่กูรู้ กูไม่อยากเห็นพิมพ์เจ็บ กูไม่อยากเห็นพิมพ์เสียใจ พิมพ์เป็นเด็กดี”

 

4บทที่ 44 นาที

วันใหม่

@สกายไลน์ อินทีเรีย ดีไซน์

“คุณสายน้ำ ช่วยให้แม่บ้านเตรียมอาหารเที่ยงมาเสิร์ฟให้ผมตามรายการนี้ด้วยนะครับ” อนาวินยื่นกระดาษโพสต์อิทให้กับผู้ช่วยสาว

สายน้ำรับกระดาษมาอ่านรายการ เธอรู้ว่าเจ้านายชอบทานข้าวในห้องทำงานตัวเอง แต่ทำไมวันนี้เมนูยาวเป็นหางว่าว

“คุณยาหยีจะแวะเข้ามาทานข้าวเที่ยงกับผม” อนาวินคลายความสงสัยให้กับผู้ช่วยคนสนิท โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องเอ่ยปากถาม

ได้ยินแบบนั้นสายน้ำก็รีบไปจัดการตามคำสั่งของเจ้านาย แน่นอนเธอรู้จักยาหยีดี เพราะหล่อนเป็นลูกค้าคนสำคัญของที่นี่

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง อาหารมากมายก็ถูกนำมาจัดวางบนโต๊ะอย่างสวยงาม

สักครู่ต่อมาลูกค้าคนพิเศษของอนาวินก็ปรากฏตัว

“สวัสดีค่ะพี่วิน” เป็นเสียงของหญิงสาวหน้าตาสะสวยรูปร่างสูงเพรียวกำลังเดินเข้ามาในห้อง

“สวัสดีครับยาหยี” อนาวินยิ้มทักทายลูกค้าคนสนิท

 

อีกห้องหนึ่ง

พิมพ์อักษรกดเชฟงาน ยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ อีกห้านาทีก็จะถึงเวลาพักเที่ยง พี่วินคงกลับมาถึงออฟฟิศแล้ว เมื่อเช้าเขามีงานข้างนอก วันนี้เราสองคนยังไม่มีโอกาสได้เจอกันเลย และเธอก็คิดถึงเขามากๆด้วย

‘พิมพ์อักษร’ ฝึกงานที่สกายไลน์ อินทีเรีย ดีไซน์ในตำแหน่งเลขาของอนาวิน ทำให้เธอรู้ตารางงานในแต่ละวันของเขาเป็นอย่างดี เธอฝึกงานอยู่ที่นี่ได้เดือนกว่าแล้ว

ร่างเล็กในชุดกระโปรงพลีทยาวจีบรอบ มวยผมขึ้นสูงเดินฉับๆบนรองเท้าคัทชูสีดำไปยัง ‘Skyline Pantry’ ซึ่งเป็นมุมชงเครื่องดื่มของบริษัท มาถึงก็จัดการชงชานมอย่างขะมักเขม้น เสร็จสรรพเดินตรงไปยังห้องทำงานของท่านประธานเฉกเช่นทุกวัน

พอเปิดประตูเข้ามา พิมพ์อักษรถึงกับไม่อยากเดินต่อ ดวงตาดำขลับมองไปที่มือของยาหยี หล่อนกำลังเอาช้อนจ่อที่ปากพี่วิน โมเม้นต์ของทั้งคู่ทำหัวใจเธอสั่น รู้แหละว่าสนิทกัน ทว่าการกระทำแบบนี้ดูจะเกินงามไปหน่อย

“อะ แฮ่ม…” พิมพ์อักษรกระแอมเบาๆ หล่อนจะถึงเนื้อถึงตัวคนของเธอเกินไปแล้วนะ!

การมาของนักศึกษาฝึกงาน ทำให้ยาหยีต้องวางช้อนในมือลงอย่างหงุดหงิด จะไม่หงุดหงิดก็ไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยัยหน้าจืดเข้ามาขัดจังหวะเธอกับอนาวิน

อนาวินเงยขึ้นมอง สีหน้าของเขาไม่สู้ดีนัก เกรงว่าแฟนสาวจะเผลอแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะไม่ควรออกมา

“ดิฉันเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟคุณวินค่ะ” มือสั่นเทาวางชานมลงบนโต๊ะ ตาโตหลุบมองอาหารบนนั้นแวบหนึ่ง ทั้งสองมีนัดทานข้าวด้วยกันหรอกเหรอ ทำไมพี่วินไม่เอ่ยถึง ปกติเขาจะบอกเธอทุกเรื่อง

“ขอบใจมากนะ คราวหน้าคราวหลังก็รู้จักเคาะประตูด้วย” อนาวินตำหนิเลขาฝึกหัดเสียงเข้ม กฎระเบียบของที่นี่ทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ต่อให้เป็นแฟนประธานบริษัท ก็ไม่มีการละเว้น

“ดิฉันเคาะตั้งสามครั้งค่ะ” พิมพ์อักษรเชิดหน้าเถียง เธอเคาะแล้วจริงๆ เขาไม่ได้ยินเอง คงมัวแต่สนใจลูกค้า VIP คนสวยอยู่ละสิ!

อนาวินเงียบ เมื่อกี้เขาไม่ได้สนฟังเสียงรอบข้าง เพราะมัวแต่สนใจเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า

“ฉันขอชาแบบนี้แก้วหนึ่งสิ” ยาหยีเอ่ยบอกเสียงแข็ง กลิ่นนมหอมละมุนลอยมาแตะจมูก เธอเกิดอยากดื่มบ้าง อยากใช้หล่อนด้วยแหละ รู้สึกไม่ค่อยถูกชะตา ไม่ชอบหน้า ไม่รู้เป็นไร

พิมพ์อักษรเอียงหน้าไปมองแฟนหนุ่ม เขาพยักพเยิดให้เธอไปจัดการตามคำสั่งของลูกค้าสาว

“รีบไปชงชานมมาให้คุณยาหยีสิ” เลขาฝึกหัดยังคงยืนนิ่ง อนาวินจำเป็นต้องออกคำสั่งเสียงเข้ม

คนกำลังโดนใช้ขมวดคิ้วไม่พอใจ ตั้งแต่มาฝึกงานอยู่ที่นี่ เธอไม่ต้องชงเครื่องดื่มเสิร์ฟลูกค้าคนไหน นอกจากเขา เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ ทว่าต้องจำใจไปทำตามคำสั่งของแฟนหนุ่ม

ผ่านไปประมาณสิบนาที พิมพ์อักษรก็กลับมาพร้อมกับชานมกลิ่นหอมละมุน วางเสิร์ฟให้กับลูกค้า VIP ของเจ้านาย

ยาหยียกชาขึ้นมาดูด ยิ้มอย่างพึงพอใจ ยัยหน้าจืดฝีมือไม่เลว

“อยากได้เครื่องดื่มอะไรเพิ่มอีกไหมครับ” อนาวินถามลูกค้าคนพิเศษ

“ไม่เอาแล้วค่ะ” เธอตอบเสียงเล็กเสียงน้อย สายตาที่มองหวานเยิ้ม

พิมพ์อักษรมองหล่อนออดอ้อนแฟนหนุ่ม ขอบตาเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ

“คุณไปพักเที่ยงได้เลยนะ” อนาวินเอ่ยบอกแฟนสาว โดยที่ไม่ได้มองหน้าเธอ

พิมพ์อักษรเดินคอตกออกไปจากห้อง ขอบตายังคงร้อนผ่าว หัวใจเริ่มรู้สึกเจ็บแปลบแปลกๆ

 

5บทที่ 54 นาที

พิมพ์อักษรเดินคอตกออกไปจากห้อง ขอบตายังคงร้อนผ่าว หัวใจเริ่มรู้สึกเจ็บแปลบแปลกๆ

ครืน ครืน ครืน

พิมพ์อักษรกดรับสายที่โทรเข้ามา ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

(ว่าไงรินทร์)

(ฉันมาทำธุระแถวออฟฟิศแก ขอแวะเข้าไปดื่มกาแฟด้วยได้ไหม)

(ได้สิ ฉันจะรออยู่ที่ Skyline Pantry นะ)

(เคร…เจอกันจ้า) สองสาวจบบทสนทนาเพียงแค่นั้น

 

เวลาต่อมา

@Skyline Pantry

“แกอยากได้อะไรเพิ่มไหม” พิมพ์อักษรถามเพื่อน ตอนนี้สองสาวนั่งทานของว่างอยู่ที่ ‘Skyline Pantry’ ซึ่งเป็นมุมพักผ่อนของบริษัท มีขนมเค้ก เบเกอรี่ รวมถึงเครื่องดื่มหลากหลายชนิดไว้บริการพนักงานในช่วงพักเบรกระหว่างวัน

ปภาวรินท์ส่ายหน้าพลางยื่นมือไปตักเค้กสตอเบอรี่เข้าปาก ของว่างที่นี่อร่อยเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

ปกติมุมพักผ่อน ‘Skyline Pantry’ จะอนุญาตให้เฉพาะพนักงานและผู้บริหารของบริษัทเข้ามาใช้บริการ ที่ปภาวรินท์เดินเข้านอกออกในที่นี่ได้อย่างสบาย เพราะเธอเป็นญาติกับอนาวิน

“เป็นอะไรหรือเปล่าแก” ปภาวรินท์ถามอย่างเป็นห่วง กินเค้กกันอยู่ดีๆ สีหน้าของยัยพิมพ์ก็เปลี่ยนเป็นเซื่องซึมเหงาหงอย

พิมพ์อักษรไม่ตอบ แต่กลับตักเค้กเข้าปาก เคี้ยวอ้อยอิ่ง

“แก…” แววตาของปภาวรินท์แฝงความเป็นห่วงอยู่ลึกๆ เมื่อเหลือบไปเห็นพี่วินกับสาวสวยเดินผ่านโต๊ะพวกเธอไปอีกมุมหนึ่งของห้อง

“หล่อนชื่อยาหยี…เป็นลูกค้าบริษัทเรา” พิมพ์อักษรยื่นหน้าไปกระซิบบอกก่อนที่เพื่อนจะเอ่ยถาม พวกเขาคงกินของคาวเสร็จแล้วสินะ เลยต้องมาหาของหวานตบท้าย

หางตาของปภาวรินท์ยังคงอยู่ที่โต๊ะหัวมุมด้านในสุด ลอบมองท่าทีของพี่วินกับลูกค้าสาวสวย หัวข้อสนทนาคืออะไรเธอไม่ได้ยินหรอก แต่พอดูออกว่าพวกเขาคุยกันถูกคอทีเดียว ฝ่ายชายคลี่ยิ้มละมุน ฝ่ายหญิงหัวเราะแทบจะปากฉีกอยู่แล้ว หากเป็นลูกค้าผู้ชายจะบริการดีแบบนี้ไหม หัวร้อนแทน!

“แกไม่รู้สึกอะไรจริงๆเหรอ เห็นแฟนตัวเองแทคแคร์ผู้หญิงคนอื่นออกนอกหน้า คุยสนุกสนานหัวเราะร่า แต่กับคนเป็นเมียเดินผ่านไปเฉยเลย” เสียงในหัวของปภาวรินท์ดังก้องขึ้นมา เป็นเธอเดินไปร่วมวงสนทนาด้วยแล้ว หมั่นไส้อย่างแรง!

พิมพ์อักษรถอนหายใจยาว ความจริงเธอรับไม่ได้หรอกนะ รู้สึกขัดหูขัดตาทุกครั้งที่เห็นพี่วินคุยสนิทสนมกับลูกค้าสาวๆแบบนี้ โดยเฉพาะยัยยาหยี แต่นั่นมันคืองานของเขา เธอจำเป็นต้องสะกดจิตตัวเองไม่ให้คิดมาก

“พี่วินไม่ได้ขอให้ฉันปกปิดสถานะของเรา แต่มันเป็นความต้องการของสองฝ่าย แม่อยากให้ฉันโฟกัสที่การเรียนเพียงอย่างเดียว” พิมพ์อักษรอธิบาย

“ฉันไม่น่ายุให้แกมาฝึกงานกับพี่วินเลยว่ะ จะได้ไม่ต้องเห็นอะไรที่มันบั่นทอนจิตใจแบบนี้” ปภาวรินท์โทษตัวเอง และตอนนี้รู้สึกหมั่นไส้พี่วินอย่างแรง หัวเราะร่ากับสาวอื่นโดยไม่นึกถึงจิตใจเพื่อนเธอเลย ยัยพิมพ์หน้าซีดแล้วหน้าซีดอีก

“แกยุที่ไหน พี่วินเป็นคนชวนฉันมา ฉันเองก็อยากมาอยู่ใกล้ๆเขา” ยัยรินทร์ก็แค่สนับสนุนให้มา

“พี่เจมส์…คุณยาหยีเป็นแฟนบอสใช่ไหมคะ” เป็นเสียงกระซิบกระซาบของพนักงานที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ

พิมพ์อักษรเงี่ยหูฟัง

“คุณยาหยีเป็นลูกค้าของบริษัทเรา” เจมส์ตอบ ในฐานะที่เป็นคนขับรถของคุณวิน บ่อยครั้งมักจะเจอคำถามทำนองนี้

“จริงเหรอ … ไอ้เราก็คิดว่าหล่อนเป็นแฟนบอสเสียอีก คุณยาหยีสวยมาก บอสเราก็หล่อออร่าพุ่ง แถมยังรวยทั้งคู่ ดูเหมาะสมกันสุดๆ” พนักงานหญิงวัยกลางคนว่า

“ถึงบอสจะไม่เคยเปิดตัวว่าคุณยาหยีเป็นแฟน แต่ทั้งคู่ก็สนิทกันมาก …ผู้หญิงสวยเซ็กซี่เบอร์นั้น ใครจะอดใจไหว เคยได้ยินไหมน้ำตาลใกล้มด” พนักงานอีกคนผสมโรง

เสียงซุบซิบนั่นสะกิดใจพิมพ์อักษรอย่างจัง เธอลอบมองแฟนหนุ่ม เห็นจังหวะที่เขายกชามขนมหวานไปเสิร์ฟให้ยาหยีพอดี หัวใจบ้าๆปวดหนึบขึ้นมาอีกแล้ว

 

6บทที่ 66 นาที

@คอนโด

อนาวินสืบเท้าเข้าไปสวมกอดพิมพ์อักษรที่ยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า

“ยังไม่ต้องใส่เสื้อผ้าหรอก เดี๋ยวก็ได้ถอด พี่ขออาบน้ำแป๊บเดียว” ใบหน้าคมโน้มกระซิบข้างลำคอระหง กลิ่นกายหอมละมุนของเธอ กระตุ้นอารมณ์เขาอย่างหนัก ลูกชายจะดีดเด้งออกมานอกซิปรอมร่อ

“รีบไปสิคะ” พิมพ์อักษรที่สวมเพียงผ้าขนหนูเอ่ยบอก เธอเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จก่อนที่เขาจะกลับถึงห้อง

“หรือว่าจะเอาก่อนอาบดี” คนกำลังเครื่องร้อนบอกเสียงกระเส่า มือใหญ่เริ่มลูบไล้ไปตามเรียวขานุ่ม

“ไปอาบน้ำก่อนนะคะ…รีบไปสิคะ”

ชายหนุ่มยอมผละออกจากร่างนุ่มนิ่ม เดินเข้าห้องน้ำ สักพักก็กลับออกมาในสภาพเนื้อตัวประปรายไปด้วยหยดน้ำ ทั้งร่างกำยำมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันรอบเอวสอบเอาไว้ลวกๆ

“พี่บอกแล้วไงว่ารอแป๊บเดียว” อนาวินมองแฟนสาวงงๆ ทำไมเธออยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเสียแล้ว

“พิมพ์อยากคุยกับพี่ก่อน” เธอยังไม่มีอารมณ์ทำเรื่องอย่างว่าหรอกนะ

ร่างสูงทิ้งสะโพกนั่งลงบนเตียง เลิกคิ้วรอฟัง เธอจะคุยอะไรกับเขา อย่าเพิ่งทวงสัญญาแล้วกัน เพราะยังไม่มีคำตอบให้

“พิมพ์เห็นตอนที่คุณยาหยีกำลังจะป้อนข้าวพี่ …พิมพ์รู้ว่าพวกพี่สองคนสนิทกันมาก แต่ป้อนข้าวเนี่ยเกินไปนะคะ” พิมพ์อักษรดึงเข้าประเด็น การกระทำของยาหยีเมื่อตอนกลางวันส่อไปทางชู้สาวชัดเจน

“แล้วเค้าได้ป้อนยังล่ะ” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์เอ่ยถาม

“พิมพ์เข้าไปขัดจังหวะพอดี ไม่งั้นช้อนคงเข้าปากพี่แล้ว”

“ไร้สาระน่า …พี่บอกแล้วไงว่ายาหยีกับพี่รู้จักกันมานาน เราสองคนนับถือกันแบบพี่น้อง และวันนี้เธอก็มาปรึกษาพี่เรื่องจะตกแต่งภายในบ้านหลังใหม่” ใบหน้าของอนาวินเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด น้ำเสียงติดรำคาญ

“หล่อนถึงเนื้อถึงตัวพี่มากเกินไป พิมพ์ไม่โอเค พิมพ์หึง” พิมพ์อักษรเลือกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเองออกไปตรงๆ

“อย่างี่เง่าได้ไหมพิมพ์” เขาสวนเสียงแข็ง

“งี่เง่าเหรอคะ?” ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นมาบนดวงหน้าสวย เห็นผู้หญิงคนอื่นมาทำรุ่มร่ามเกินงามกับแฟนตัวเอง ใครจะรับได้วะ!

“มันไม่ได้มีอะไรเลยนะ” อนาวินยืนยันคำเดิม ยาหยีคงเห็นเขาเป็นพี่ชาย บางครั้งหล่อนอาจลืมตัว

“ถามจริงถ้ามีผู้ชายมาป้อนข้าวพิมพ์บ้างพี่จะรู้สึกยังไง นั่งมองอยู่เฉยๆ โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย?” พิมพ์อักษรรั้นพอตัว อะไรที่มองข้ามได้ จะมองข้ามให้ แต่อะไรที่มันเกินงามเธอไม่ยอมหรอกนะ

“ไปกันใหญ่แล้ว ถ้าพิมพ์ไม่เข้ามาพี่ก็ผละออกอยู่ดี พี่ไม่ให้ยาหยีป้อนหรอกน่า พี่มีมือ กินข้าวเองได้” เขาว่าอย่างรำคาญ

พิมพ์อักษรนิ่งอยู่ชั่วขณะ เธอพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเอง

“พี่ต้องพบปะพูดคุยติดต่อธุรกิจกับผู้คนมากมาย อย่าบอกนะว่าทุกครั้งที่มีคุยงานกับลูกค้าผู้หญิง เราสองคนจะมานั่งทะเลาะกันแบบนี้” ใบหน้าหล่อเหลาส่ายช้าๆอย่างเหนื่อยหน่าย

คนตัวเล็กมองแฟนหนุ่มด้วยสายตาตัดพ้อน้อยใจ เขาไม่คิดจะพูดอะไรให้เธอสบายใจเลยเหรอ

“มิน่าตาพี่ถึงได้ออกกฎห้ามผู้บริหารมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพนักงาน”

คิ้วเรียวได้รูปเลิกขึ้นสูง

“มันก็จะมีปัญหาหึงหวงโผล่มาแบบนี้ไง”

“พิมพ์ไม่ได้หึงแบบไม่ลืมหูลืมตานะคะ” เธอโต้ กับลูกค้าผู้หญิงคนอื่นๆเธอก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

“เรานั่งทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ทำงานมาเหนื่อยๆแทนที่จะได้กินข้าวพักผ่อน แต่กลับต้องมาฟังเรื่องไร้สาระอะไรก็ไม่รู้”

พิมพ์อักษรฝืนกลืนก้อนสะอึกลงคอ สีหน้าท่าทางบอกชัดว่าพี่วินเปลี่ยนไป

“เกิดอะไรขึ้นระหว่างเราคะ” เธอจะไม่ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังเด็ดขาด

“หมายความว่าไง”

“พี่วินเปลี่ยนไป พี่หงุดหงิดง่าย เมื่อก่อนพี่จะอธิบายตัวเองตลอด แต่ตอนนี้ถามอะไรนิดหน่อยพิมพ์ก็กลายเป็นคนงี่เง่าซะงั้น”

ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย พิมพ์อักษรอ่านสีหน้าเขาไม่ออก

“เกือบสองเดือนแล้วที่พี่ไม่กลับมาค้างคืนกับพิมพ์เลย” น้ำเสียงของเธอแฝงแววตัดพ้อเจือน้อยใจ

“ช่วงนี้พี่ยุ่งมาก ไหนจะต้องไปร่วมงานเลี้ยง ไหนจะต้องไปเจรจาธุรกิจกับลูกค้า พอมีเวลาว่างก็ต้องกลับไปบรีฟงานให้พ่อฟัง”

หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้ เธอรู้ว่าช่วงนี้พี่วินต้องดูแลบริษัทแทนพ่อที่กำลังวางแผนเกษียณตัวเอง

“อธิบายอะไรไปเด็กฝึกงานอย่างพิมพ์คงไม่เข้าใจหรอก ถ้ามีโอกาสเป็นผู้บริหารเมื่อไหร่พิมพ์จะรู้เองว่าทุกนาทีมีค่าแค่ไหน” สายตาที่มองแฟนสาวช่างดูแคลน

พิมพ์อักษรกลืนน้ำเหนียวหนืดลงคอ พยายามข่มอารมณ์น้อยใจเอาไว้

อนาวินทำท่าจะลุก แต่ในจังหวะเดียวกันพิมพ์อักษรรีบดึงแขนเขาให้นั่งลงตามเดิม

“คืนนี้นอนค้างกับพิมพ์นะคะ” พิมพ์อักษรมองเขาอ้อนๆ ก่อนจะแนบหน้าลงบนแผ่นอกกว้าง มือเล็กลูบต้นแขนอย่างเอาอกเอาใจ ทุกครั้งที่พี่วินโกรธ เธอจะใช้วิธีนี้ และมันก็ได้ผลทุกครั้ง

คนกำลังโดนอ้อนนั่งนิ่ง

“วีคเอ็นนี้อยู่กับพิมพ์นะคะ” พิมพ์อักษรอ้อนต่อ ปกติเสาร์ อาทิตย์ พี่วินไม่ต้องเข้าบริษัท เพราะสกายไลน์ อินทีเรีย ดีไซน์ เปิดทำการจันทร์ถึงศุกร์ นอกเสียจากเขาจะมีงานด่วนเข้ามา

อนาวินยังไม่ได้รับปาก พรุ่งนี้ไม่ต้องรีบตื่นเช้าเข้าบริษัทก็จริง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เขาไม่อยากอยู่กับเธอนานๆเพราะกลัวโดนทวงสัญญา

ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มแหงนขึ้นมองคนตัวโตตาแป๋วคล้ายกำลังเรียกคะแนนความสงสาร

“นานมากแล้วที่เราสองคนไม่ได้ดูหนัง หรือใช้เวลาว่างร่วมกันเลย พิมพ์คิดถึงช่วงเวลาดีๆเหล่านั้น” พิมพ์อักษรไม่ได้บอกความในใจเพียงอย่างเดียว เธอยื่นหน้าไปจูบเขาอย่างออดอ้อน คลอเคลียอยู่อย่างนั้น อนาวินเผยอปากรับเรียวลิ้นนุ่มในทันที จากจูบอ่อนโยนกลายเป็นจูบที่เร่าร้อนดูดดื่ม

มือเล็กกระตุกปมผ้าขนหนูที่พันอยู่รอบเอวสอบให้พ้นทาง มืออีกข้างลูบไล้ไปตามแผ่นหลังแข็งแรงเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ เขาถอนจูบแล้วพลิกขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวเธออย่างรวดเร็ว

 

7บทที่ 73 นาที

เที่ยงของวันต่อมา

เสียงตะหลิวกระทบกระทะดังแว่วมาจากห้องครัว อนาวินขมวดคิ้วมุ่น รีบสาวเท้าไปดู อย่าบอกนะว่าแฟนสาวจ้างแม่บ้านมาคอยรับใช้

พิมพ์อักษรเอื้อมมือไปปิดเตา นำผัดไทยกุ้งสดในกระทะมาตักใส่จานที่จัดเตรียมไว้สองที่ เสร็จแล้วก็รินน้ำเย็นใส่แก้ว เงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มสดใสให้แฟนหนุ่ม

ร่างสูงยังคงยืนงง มองทุกการกระทำของคนตัวเล็ก เธอทำกับข้าวเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่

“เชิญนั่งค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอก

อนาวินลากเก้าอี้ออกมานั่ง

“พิมพ์ทำกับข้าวเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” เขายังงงไม่หาย

“สักพักแล้วค่ะ”

ตาคมหลุบมองผัดไทยในจาน แล้วเงยขึ้นมามองหน้าแฟนสาว ถ้าไม่เห็นกับตา คงคิดว่าเธอโทรสั่งเหมือนทุกครั้ง

“พิมพ์แอบไปเข้าคอร์สเรียนทำอาหารมา เรียนหลังเลิกงาน อาทิตย์ล่ะ 2 ครั้ง พิมพ์เรียนได้ครึ่งปีแล้วนะคะ จบคอร์สวันก่อนนี้เอง” เธออธิบายเสียงใส ฉีกยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง

“ไหนบอกว่าไม่ชอบทำอาหาร และเกลียดการทำงานบ้าน” ในวันที่ตกลงคบหากันเป็นแฟน เธอเกริ่นเรื่องนี้ให้เขารับรู้เพื่อจะได้ไม่มีปัญหากันภายหลัง

“แฟนพิมพ์เป็นคนกินยากม๊าก ร้านไหนทำผิดสูตรนิดหน่อยก็จะไม่กิน พิมพ์ก็เลยตัดสินใจไปเรียนซะเลย” เธอรู้ว่าเขาชอบกินอาหารรสชาติแบบไหน

หัวใจคนฟังไหวกระตุกเอาดื้อๆ

“ทั้งที่ตัวเองไม่ชอบทำอาหาร?”

“เพื่อคนที่พิมพ์รัก พิมพ์ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”

อนาวินนิ่งไปชั่วขณะ ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้าใส่

“พิมพ์รักพี่ พิมพ์อยากดูแลพี่ รับรองว่าพี่จะได้กินอาหารหลากหลายเมนูไม่ซ้ำกันในแต่ละวันแน่นอนค่ะ” เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เธออยากให้เขารับรู้ว่าทุกถ้อยคำกลั่นออกมาจากหัวใจ

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววสับสน

“กินสักทีสิคะ เดี๋ยวก็เย็นก่อนพอดี”

มือหนาหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบผัดไทยเข้าปาก สัมผัสแรกตาคมถึงกับลุกวาว

คนทำลุ้นจนหายใจไม่ทั่วท้อง พี่วินจะชอบอาหารฝีมือเธอหรือเปล่านะ

“ติชมตามความจริงได้เลยนะคะ พิมพ์พร้อมปรับปรุง”

“อร่อยมาก” รสชาติที่เขาชอบเลย

“Yes!!!” มือเล็กทั้งสองข้างชูขึ้นสูง มิเสียแรงที่ไปฝึกปรือฝีมือนานตั้งครึ่งปี

อนาวินคลี่ยิ้มเล็กน้อย ก้มหน้าก้มตากินผัดไทยกุ้งสดต่อ รสชาติถูกปากแบบนี้ไม่ได้หากินง่ายๆ เธอพูดถูก เขาเป็นคนที่ค่อนข้างกินยากมาก

ทานมื้อเที่ยงเสร็จ ทั้งสองก็ย้ายไปห้องนั่งเล่น

“พี่วินคะวันพฤหัสหน้าพิมพ์ขอลางานนะ” พิมพ์อักษรเอ่ยขึ้น ถึงแม้จะเป็นแฟนเขา แต่เธอต้องทำตามกฎของบริษัทเหมือนกับพนักงานคนอื่นๆอย่างเคร่งครัด

“ทำไมเหรอ”

“อาจารย์เรียกนักศึกษาที่ฝึกงานอยู่ในเขตกรุงเทพเข้าพบค่ะ”

“ได้สิ”

“เออ … อีกสองเดือนพิมพ์ก็จะเรียนจบแล้วนะ” พอได้โอกาสเหมาะ พิมพ์อักษรก็รีบจั่วหัว ตาโตมองลุ้นๆ เธออยากพาเขาไปแนะนำกับแม่ และก็อยากคบกันแบบเปิดเผยเสียที

บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้น อนาวินยกชานมตรงหน้าขึ้นมาดูดหลายอึกจนพร่องไปค่อนแก้ว ค่อยวางลง

“พิมพ์วางแผนหรือยังว่าเรียนจบอยากทำอะไร” อนาวินถามหยั่งเชิง

ใบหน้าสวยส่ายไม่รู้

“เออ…พี่วินคะ” พิมพ์อักษรเอ่ยขึ้นแล้วเงียบไป เธออยากทวงสัญญากับพี่วิน ทว่าใจไม่กล้าพอ เรื่องแบบนี้ผู้ชายควรเป็นฝ่ายเปิดก่อน แต่เขาก็ไม่ยอมเอ่ยถึงสักที

“ว่า?”

ครืน ครืน ครืน

อนาวินลอบถอนหายใจโล่งอก รีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูโดยไม่ได้มองว่าใครเป็นคนโทรมาด้วยซ้ำ

ดวงตาของพิมพ์อักษรเปลี่ยนเป็นผิดหวัง เธอจะไม่มีโอกาสได้หารือเรื่องของเราเลยเหรอ

 

8บทที่ 84 นาที

 

@คฤหาสน์วรเมธากูล

“กูนึกว่าพวกมึงจะอยู่ต่างประเทศเลย” พอก้าวเข้ามาในบ้าน เห็นน้องๆนั่งยิ้มอยู่ที่โซฟา อนาวินเอ่ยแซวทันที พวกมันกลับมาจากฮอลิเดย์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่ยักบอกกัน

“ผมมีไอเทมเด็ดจากอียิปต์มาฝากพี่เพียบเลย” อลงกรณ์เอ่ยขึ้น

“ผมก็เหมือนกันครับ” อธิปไม่น้อยหน้า

ใบหน้าหล่อเหลาเผยแววดีใจ ชักอยากเห็นไอเทมเด็ดของพวกมันแล้วสิ

“มีน้องๆกลับมาช่วยงานแล้ว แกอยากลาพักร้อนยาวบ้างก็ได้นะวิน” พิทักษ์บอกกับลูกชาย

‘พิทักษ์’ มีลูกทั้งหมดสี่คน เป็นผู้ชายสามคน และผู้หญิงหนึ่งคน อนาวินเป็นลูกคนโต อลงกรณ์คนกลาง ตามด้วยอธิป และไอยวริญเป็นน้องเล็กของบ้าน เธอกำลังเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ นานๆ ทีจะกลับไทยครั้ง

‘บริษัทสกายไลน์ อินทีเรีย ดีไซน์’ ขับเคลื่อนด้วยการบริหารงานของสามหนุ่ม

“ผมยังไม่อยากไปพักผ่อนหรอกครับ” อนาวินตอบแบบไม่ลังเล ช่วงนี้ขอทำตัวยุ่งอยู่กับงานก่อนแล้วกัน ถ้าทำตัวว่างเกรงว่าแฟนสาวจะจี้ทวงสัญญา

คนเป็นพ่อยิ้มบางๆ มองลูกชายทั้งสามด้วยแววตาชื่นชม เก่ง ขยัน เอาการเอางานสุดๆ โชคดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

“เออ … แม่ครับ ที่โทรไปตามผมมา บอกว่ามีข่าวดีจะประกาศ ข่าวดีอะไรเหรอครับ” อนาวินถาม ตอนเขาอยู่กับแฟนสาวนางนี่แหละเป็นคนโทรหา

“แม่ก็ยังไม่รู้รายละเอียด” คุณหญิงชนิกานต์หันไปมองลูกชายคนกลางในตอนที่พูดประโยคนี้

“ในเมื่ออยู่กันพร้อมหน้า ผมขอประกาศข่าวดีเลยแล้วกัน” อลงกรณ์ไม่รอช้า รีบรับไม้ต่อจากแม่ เกริ่นนำสิ่งที่ตัวเองอยากพูดทันที

ทุกคนเผยสีหน้าตื่นเต้น และต่างมองไปที่เขา

“ผมมีแฟนแล้วนะครับ…คนนี้รักจริงหวังแต่ง เดี๋ยวจะหาโอกาสพาเธอมาแนะนำ” นี่แหละข่าวที่อลงกรณ์อยากประกาศ

“อะไรนะ …แกไปแอบมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแม่ไม่รู้” หญิงสูงวัยถามเสียงตื่น ไม่เคยพามาที่บ้านสักครั้ง

“ผมกับเธอคบหากันได้เกือบสองปีแล้วครับ” ก็เขาเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง

คุณหญิงชนิกานต์ร้องกรี๊ดดีใจ ปีนี้ลูกชายคนกลางอายุสามสิบ วัยสมควรออกเรือน พิทักษ์ยิ้มยินดี เช่นเดียวกับผู้เป็นตา และพี่น้องทั้งสอง

“หล่อนเป็นลูกเต้าเหล่าใคร พื้นเพเป็นคนที่ไหน” หญิงสูงวัยสอบประวัติต่อ

“เธอชื่อลัน …ลันเป็นลูกสาวของคุณพสิษฐ์ ครอบครัวเธอทำธุรกิจโรงพยาบาล เธอเป็นคนราชบุรีครับ”

คนเป็นแม่ยิ้มพอใจ โปรไฟล์ดีทีเดียว ต้องแบบนี้สิ

“ลันเป็นหมอ …สูตินรีแพทย์ครับ” อลงกรณ์ขยายความ

“ว๊าว … ว่าที่ลูกสะใภ้ฉันเป็นคุณหมอเหรอเนี่ย เริ่ดมาก” คุณหญิงชนิกานต์ตาเบิกโต

“ต้องอย่างนี้สิ ตาภูมิใจในตัวแกจริงๆ จะมีคู่ครองทั้งทีต้องเลือกให้เหมาะสมกับเรา ควงไปไหนมาไหนจะได้ไม่อายคน” ตาเจริญร่ายยาว ท่านเกิดในตระกูลเก่าแก่ร่ำรวยที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจมาหลายชั่วอายุคน หลานสะใภ้ต้องอยู่ในระดับเดียวกัน

ตาเจริญพูดกับหลานคนกลาง แต่คำพูดของท่านดันไปกระแทกใจหลานคนโตอย่างจัง

“รีบนัดเธอมากินข้าวเย็นกับพวกเรานะ แม่อยากรู้จักกับว่าที่ลูกสะใภ้เต็มที”

“ครับแม่”

“เมื่อไหร่พี่จะพาคนในความลับมาเปิดตัวบ้าง” พอเรื่องดีๆของพี่คนกลางได้ข้อสรุป อธิปก็ถามพี่คนโตต่อ

อนาวินสะดุ้งเฮือก ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

น้องเล็กพยักหน้ายิ้มๆ ถามพี่นั่นแหละ

“กูยังไม่มีแฟน” อนาวินปฏิเสธเสียงแข็ง

“ไม่เชื่อ ผมไม่เคยเห็นพี่โสดนานเกินสามเดือน แต่นี่อะไรสามปีแล้วไม่เห็นควงใครเลย เป็นไปไม่ได้ ต้องมีซ่อนไว้เหมือนพี่กรณ์แน่ๆ”

“เออ…พ่อเองก็สงสัยเหมือนกัน คนอย่างแกจะต้องมีสาวข้างกายตลอด” พิทักษ์หรี่ตามองลูกชายอย่างคาดคั้น มันไม่เคยปล่อยให้ตัวเองโสดนานขนาดนี้

สายตาทุกคู่มองไปที่อนาวิน ใครจะเชื่อว่าหนุ่มนักรักอย่างเขาจะไม่มีสาวข้างกายเลย

ใบหน้าของพิมพ์อักษรผุดขึ้นมาในหัวแวบหนึ่ง อนาวินรีบสลัดออกไป “ผมยังไม่เจอคนที่ใช่ครับ”

“แสดงว่ามุมมองเรื่องความรักของแกเปลี่ยนไปแล้วสินะ ดีแล้วเรื่องหัวใจไม่ต้องรีบหรอกลูก ช้าๆได้พร้าเล่มงาม” พิทักษ์ตบไหล่ให้กำลังใจลูกชาย ที่ผ่านมาไอ้วินคบสาวไม่ซ้ำหน้า ล้วนเป็นสาวไฮโซมาจากตระกูลร่ำรวยทั้งนั้น แต่เขาไม่ถูกชะตาสักราย

“ไอ้วินไม่น่าห่วงหรอก คนอย่างมันฉลาดเลือกอยู่แล้ว บรรดาแฟนเก่าลูกสาวเศรษฐีทั้งนั้นนิ ห่วงไอ้อธิปเถอะ ไอ้นี่ชอบคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาทำแฟน” ตาเจริญได้โอกาสประชดประชันหลานคนเล็ก

อธิปเม้มปากเซ็ง อยู่ดีๆก็โดนตาเลคเชอร์

“ภาพลักษณ์ทางสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญมากรู้ไหม ผู้หญิงข้างกายต้องเป็นคนที่ช่วยส่งเสริมบารมีให้เรา” ตาเจริญทิ้งท้ายให้คิด

คำพูดนั้นทำหัวใจอนาวินหนักอึ้งขึ้นมาดื้อๆ

9บทที่ 95 นาที

เช้าวันจันทร์

@สกายไลน์ อินทีเรีย ดีไซน์

(วันนี้พี่วินของพิมพ์หล่อมาก หล่อลอยมาเลย)

(ทุกวันไม่หล่อ?)

(ทุกวันก็หล่อค่ะ พิมพ์ไม่ได้เห็นหน้าพี่ตั้งวันหนึ่ง โคตรคิดถึงอะ อยากกอด อยากหอม อยาก…)

(เดี๋ยวเย็นนี้พี่แวะเข้าไปหา)

(เมื่อไหร่จะเย็นเนี่ย)

(หึ หึ หึ… อีกไม่กี่ชั่วโมงเอง)

(พิมพ์กำลังจะชงเครื่องดื่มไปให้พี่ เช้านี้รับอะไรดีคะท่านประธาน)

(ขอเหมือนเดิม)

(ได้เลยค่ะ)

อนาวินอ่านข้อความสุดท้ายของแฟนสาว แล้วยัดโทรศัพท์กลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกงตามเดิม หยิบปากกามาเซ็นเอกสารต่อ

ผ่านไปประมาณห้านาที พิมพ์อักษรก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับชานมเย็นแก้วโตวางเสิร์ฟให้แฟนหนุ่ม

“พิมพ์ขอแจ้งตารางงานของวันนี้ด้วยนะคะ”

อนาวินพยักหน้าให้แฟนสาว

“บ่ายโมงตรงพี่มีประชุมกับทีมออกแบบ และก็ตอนหกโมงเย็นพี่ต้องไปตรวจไซต์งานกับพี่ภู … โปรเจกต์ตกแต่งห้องอาหารที่บางรักรีสอร์ต วันนี้มีแค่สองงานค่ะ”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงเปิดเข้ามา

“บอสคะ มีคนมาขอพบ แต่เธอไม่ได้นัดล่วงหน้าไว้ค่ะ” สายน้ำเอ่ยบอกเจ้านาย

“เธอต้องนัดก่อน” อนาวินว่า จะมาคุยงานกับเขาต้องแจ้งล่วงหน้าทุกครั้ง จู่ๆโผล่มาแบบนี้ไม่ได้หรอก

“เออ …เธอชื่อวีรดา แจ้งว่าจะมาปรึกษาเรื่องตกแต่งภายในค่ะ” ผู้ช่วยสาวรีบให้ข้อมูลเพิ่ม

“อ๋อ …งั้นเชิญเธอเข้ามาเลย ส่วนคุณกลับไปทำงานได้” ประโยคแรกอนาวินสั่งผู้ช่วยคนสนิท ประโยคถัดมาบอกกับเลขาฝึกหัด

สองสาวค้อมศีรษะรับคำสั่ง

 

นอกห้อง

“เชิญคุณวีรดาค่ะ คุณวินรออยู่” สายน้ำผายมือให้สาวสวย

“ขอบคุณมากค่ะ” วีรดายิ้มบางๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้อง

พิมพ์อักษรมองตามร่างเพรียวระหงไปจนบานประตูปิดสนิท หล่อนคงเป็นลูกค้า VIP อีกคนของพี่วินแน่เลย ยัยยาหยีว่าสวยเซ็กซี่แล้ว ยัยวีรดาครบเครื่องกว่าเยอะ หวังว่าพี่วินคงไม่หวั่นไหวนะ

ในขณะที่พิมพ์อักษรยังคงยืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ประตูห้องของประธานหนุ่มก็ถูกเปิดออกมา

“คุณพิมพ์ช่วยเลื่อนประชุมบ่ายโมงวันนี้เป็นบ่ายสองพรุ่งนี้ให้ผมด้วยนะ” อนาวินสั่งเลขาฝึกหัด

“รับทราบค่ะ”

“อุ๊ยตาย…พี่วินมีประชุมเหรอคะเนี่ย ขอโทษนะคะดาไม่ทราบจริงๆ” ใบหน้าสวยเปลี่ยนเป็นตกใจคล้ายกับรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรครับ พี่เลื่อนได้”

วีรดายิ้ม มองสบตาอนาวินอย่างเผลอไผล โดยไม่คิดจะซ่อนความรู้สึกเอาไว้

“คุณวินคะ แล้วเรื่องตรวจไซต์งานกับคุณภูต้องเลื่อนไหม” พิมพ์อักษรรีบเอ่ยขัดจังหวะ ผู้หญิงคนนั้นจะกลืนกินแฟนเธอด้วยสายตาแล้ว ขนาดไม่ได้อยู่กันสองคน หากอยู่เพียงลำพังไม่อยากคิดเลย

“เรื่องนั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดการเอง…เราไปกันเถอะ” อนาวินบอกกับเลขาหน้าห้อง มือหนาผายเชิญลูกค้าสาว ทั้งสองเดินจากไป

พิมพ์อักษรมองตามหลังแฟนหนุ่ม บังเกิดความเจ็บหน่วงบางอย่างแล่นผ่านอกซ้าย หล่อนทอดสะพานให้พี่วินอย่างเปิดเผย คนของเธอก็ดูเหมือนจะชอบด้วย

ใบหน้าเรียวสะบัดเบาๆเพื่อปัดความคิดว้าวุ่นออกไปจากหัว เธอควรเชื่อใจพี่วิน ตลอดสามปีที่คบหากันเราไม่เคยมีปัญหาเรื่องมือที่สามเลยสักครั้ง เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง

หลังเลิกงาน พิมพ์อักษรตรงกลับคอนโดไม่แวะไหน เธอตั้งใจจะทำอาหารสักสามสี่เมนูไว้รอแฟนหนุ่ม แม้ช่วงนี้เขาไม่ค่อยค้างคืนด้วย ทว่าเขามาทานข้าวเย็นกับเธอตลอด

 

อีกสถานที่หนึ่ง

“ดาชอบสไตล์เรียบๆ เฟอร์นิเจอร์สีไม้ เน้นบรรยากาศผ่อนคลายค่ะ” วีรดาเอ่ยบอกความต้องการของตัวเองหลังจากที่พาแขกคนพิเศษเดินสำรวจทั่วบ้านเรียบร้อยแล้ว

“งั้นตกแต่งสไตล์ Nordic ดีไหม พี่จะให้ทีมดีไซน์ออกแบบมาให้ดูก่อน” อนาวินนำเสนอ ที่เขาต้องยกเลิกประชุมกะทันหัน เป็นเพราะวีรดาขอให้มาช่วยดูบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งจะสร้างเสร็จ หล่อนตกลงว่าจ้างทีมงานเขาให้เข้ามาดูแลเรื่องตกแต่งภายใน

“ตกลงค่ะ”

“โอเค… ศุกร์หน้าพี่จะส่งแบบมาให้ดูนะครับ

“ค่ะ …พี่วินคะ” เธอทิ้งช่วงคล้ายอยากถามอะไรต่อ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปาก

“อยากเพิ่มเติมส่วนไหน หรือแก้ไขอะไรบอกพี่ได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” เธอดูลังเลเหมือนไม่กล้าบอกความต้องการของตัวเอง

“ไม่ใช่เรื่องงานค่ะ”

อนาวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“เราสองคนลองเดตกันไหมคะ พี่วินยังไม่ได้ให้คำตอบกับดาเลยนะ” เอ่ยชวนอย่างไม่กลัวเสียศักดิ์ศรี คนที่มีครบทุกองค์ประกอบแบบนี้ ใช่ว่าจะมีเข้ามาในชีวิตบ่อยๆ

ด้วยสังคมรอบตัว เธอมีโอกาสได้เจอคนรวยเยอะแยะอยู่แล้ว แต่ทั้งหล่อทั้งรวย แถมยังหนุ่มยังแน่นแบบนี้ไม่ค่อยมีหรอก

อนาวินรู้สึกอึดอัดใจแปลกๆ เขาไม่ได้อึดอัดเพราะคำถามของหล่อน หากแต่อึดอัดในสถานภาพของตัวเองต่างหาก เขาไม่ใช่หนุ่มโสดอย่างที่ใครๆรับรู้

ตาคมวาวมองคนตรงหน้านิ่ง และนึกถึงคำแนะนำของตา  “ภาพลักษณ์ทางสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญมากรู้ไหม ผู้หญิงข้างกายต้องเป็นคนที่ช่วยส่งเสริมบารมีให้เรา”

วีรดาเป็นเจ้าของธุรกิจมูลค่ามหาศาล แถมยังเป็นผู้บริหารสูงสุด เธอสวยสง่า ดูภูมิฐาน อายุก็ใกล้เคียงกับเขา

ตัดไปที่พิมพ์อักษร เด็กสาววัยยี่สิบสอง ที่ยังไม่รู้อนาคตตัวเองด้วยซ้ำ ไม่นับที่หล่อนเด็กกว่าเขาตั้งสิบปี

แต่จะให้ไปเดตกับสาวอื่นทั้งที่ตัวเองยังมีแฟน ทำไม่ได้หรอกนะ เขาเป็นคนประเภทรักง่ายหน่ายเร็วก็จริง แต่ก็ไม่เคยคบซ้อน  ไม่เคยแทงข้างหลังใคร

คงถึงเวลาที่เขาจะต้องเปิดอกคุยกับพิมพ์อักษรเสียที

 

10บทที่ 104 นาที

อนาวินมองอาหารที่จัดวางอย่างพิถีพิถันบนโต๊ะ แล้วสายตาก็ไล่ไปทั่วห้อง เพิ่งสังเกตว่าตามมุมต่างๆถูกประดับไว้ด้วยแจกันดอกไม้สดหลากหลายชนิด แสงไฟส่องสว่างถูกปรับเป็นโหมดเหลืองนวล บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ราวกับค่ำคืนนี้ถูกเตรียมไว้เป็นพิเศษ เขาลืมอะไรไปหรือเปล่า

กลิ่นหอมละมุนของดอกฟรีเซียพร้อมกับเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้องครัว พาอนาวินออกมาจากภวังค์

“กลับมานานแล้วเหรอคะ พิมพ์ไม่ได้ยินเสียงพี่เลย”

“กลับมาถึงเมื่อสักครู่นี้เอง” แยกกับวีรดา เขาก็ตรงดิ่งมาที่นี่เลย อยากมาเคลียร์กับเธอ

“พิมพ์เตรียมอาหารเย็นไว้รอค่ะ”

“วันนี้ไม่ใช่วันเกิดพิมพ์ และก็ไม่ใช่วันเกิดพี่ด้วย”

“ก็ถูกค่ะ”

“เออ…ถ้าไม่ใช่วันเกิดพวกเรา วันนี้เป็นวันพิเศษอะไรเหรอ” อนาวินพยายามนึก แต่ก็นึกไม่ออก

“ไม่ใช่วันพิเศษอะไรหรอกค่ะ”

“ทำไมจัดห้องใหม่ แถมยังแต่งตัวซะสวยเลย อาหารที่เตรียมไว้ก็น่ากินมาก ของโปรดพี่ทั้งนั้น” อนาวินเอ่ยชม แฟนสาวสวมชุดมินิเดรสปาดไหล่ลูกไม้สีขาวดูหวานละมุน แถมยังแต่งหน้าบางเบา ลุคนี้ไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว

“นานมากแล้วที่เราสองคนไม่ได้ออกไปทานดินเนอร์ด้วยกัน พิมพ์เลยจำลองบรรยากาศขึ้นมา พี่วินชอบไหม”

อนาวินพยักหน้า บรรยากาศในห้องดูแปลกตาดี

พิมพ์อักษรขยับเข้าใกล้แฟนหนุ่ม เขย่งเท้าขึ้นไปจูบแก้มสากอย่างออดอ้อน รั้งแขนเขาให้นั่งลงบนเก้าอี้ จัดการเอาข้าวมาตักเสิร์ฟ จากนั้นก็เดินอ้อมไปนั่งประจำที่ตัวเอง

อนาวินมองทุกการกระทำของแฟนสาว แววตาของเขาสั่นกระตุก ความรู้สึกตอนนี้บอกไม่ถูกเลยจริงๆ มันมีแต่ความสับสนเต็มหัวไปหมด

“พี่วินขา เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” แฟนหนุ่มดูเหม่อๆผิดปกติ

ใบหน้าเรียบเฉยส่ายเบาๆ

มือเรียวเอื้อมไปตักไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์เอาไปวางใส่จานให้แฟนหนุ่ม

อนาวินตักข้าวเข้าปาก สมองพลันไตร่ตรอง เธอทำราวกับกำลังเตรียมตัวเป็นแม่บ้านให้เขาอย่างไรอย่างนั้น

ต้องใช่แน่ๆ คนที่เคยประกาศกร้าวว่าตัวเองไม่ชอบทำอาหาร เกลียดการทำงานบ้านที่สุด จู่ๆก็ลุกขึ้นมาสนใจงานบ้านงานเรือน คิดไปในทางอื่นไม่ได้เลยจริงๆ หรือนี่เป็นการทวงสัญญาทางอ้อม เธอคงอยากให้เขาไปสู่ขอสินะ

เขาไม่อยากได้แม่บ้าน เขาอยากได้ผู้หญิงสักคนที่เป็นทั้งเพื่อนคู่คิด เป็นที่ปรึกษา และพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่ช่วยส่งเสริมกัน ดูเหมือนว่าพิมพ์อักษรไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้เลยสักนิด

ระหว่างทานมื้อเย็น พิมพ์อักษรเป็นคนชวนคุยจิปาถะเสียมากกว่า แฟนหนุ่มของเธอดูซึมๆ แถมยังถามคำตอบคำ

มื้อเย็นผ่านไป ทั้งคู่ก็ย้ายไปที่ห้องนั่งเล่นเฉกเช่นทุกครั้ง

“พี่วินมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” แฟนหนุ่มดูนิ่งขรึม ไม่ค่อยพูดค่อยจา ผิดแปลกไปจากเดิม เป็นแบบนี้มาได้สักระยะแล้ว

บนใบหน้าหล่อเหลานั้นปรากฏความยุ่งยากใจ อนาวินกลืนไม่ได้คายไม่ออก เขาตั้งใจมาตัดจบความสัมพันธ์กับเธอปากดันไม่ขยับ

“พี่โอเคไหม” พิมพ์อักษรเขย่าแขนแฟนหนุ่ม เขาชักจะเงียบนานเกินไป นานจนบรรยากาศในห้องเริ่มหนักอึ้ง

“โอเคสิ”

“พี่ดูเบลอๆ”

“พี่เหนื่อย ช่วงนี้งานเยอะ” ตอบปัดไป พอให้จบ

“งั้นไปอาบน้ำนะคะจะได้พักผ่อน”

อนาวินพยักหน้าแล้วลุกขึ้น

“เออ …พรุ่งนี้พิมพ์แจ้งทีมออกแบบด้วยนะว่าคุณอลงกรณ์จะเข้าประชุมแทนพี่” สองน้องชายพร้อมกลับมาช่วยงานเสียที ปล่อยให้เขาทำงานคนเดียวตั้งหลายเดือน

“รับทราบค่ะ แสดงว่าน้องชายพี่กลับมาจากฮอลิเดย์แล้วเหรอคะ” พิมพ์อักษรรู้ว่าเขามีน้องชายสองคน และน้องสาวหนึ่งคน น้องชายคนกลางช่วยงานด้านบริหาร อีกคนช่วยงานด้านดีไซน์ ทว่ายังไม่เคยเจอหน้า เพราะช่วงที่เธอเข้ามาฝึกงานที่นี่ สองหนุ่มลาพักร้อนพอดี

“กลับมาแล้ว”

พิมพ์อักษรยิ้มแป้น ต่อไปพี่วินคงจะมีเวลาให้เธอมากขึ้น “เออ…ว่าแต่พรุ่งนี้พี่มีงานด่วนเหรอคะ” เธอไม่ได้ละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว แต่ในฐานะเลขา จำเป็นต้องรู้ตารางงานของเจ้านาย

“อืม …พี่มีนัดกับคุณวีรดา”

“อ้าว …ปิดดีลแล้วไม่ใช่เหรอคะ” ด้วยความที่เป็นเลขา ผู้ช่วยสายน้ำแจ้งเธอทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องตกแต่งภายในบ้านหลังใหม่ของลูกค้ารายใหม่ที่ชื่อวีรดาด้วย

“ปิดดีลแล้ว เธอแค่ขอให้พี่ไปเลือกเฟอร์นิเจอร์ช่วย”

คำตอบนั้นทำพิมพ์อักษรหัวใจเจ็บวาบ พ่วงด้วยความรู้สึกโหวงหวิวในอกแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจะถูกแย่งไป

 

ชอบไหม อ่านต่อได้ที่