เรื่องย่อ

เธอแอบรักเพื่อนสนิทของพี่ชายมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีมาตลอด สะดุดลงวันในวันที่เธอเมาจนเผลอบอกความในใจ เมื่อเขาได้รับรู้ความจริง เขาก็เริ่มเย็นชาใส่ และตีตัวออกห่าง

ทดลองอ่าน

100%
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง

“ความรักของน้ำมันน่ารังเกียจถึงขนาดที่ทำให้พี่ต้องเย็นชาใส่กันเลยเหรอคะ” สายธารถามเสียงสั่น ในเมื่อเขารู้แล้ว เธอก็ไม่อยากปฏิเสธอีกต่อไป

หมอหนุ่มเงียบ

“พี่จะให้โอกาสเราสองคนได้เรียนรู้กันไหมคะ” เธอตัดสินใจถามเขาออกไปตรงๆ

“น้ำไม่ใช่สเปคพี่ น้ำเป็นน้องข้างไร่ เป็นน้องสาวของเพื่อนสนิท พี่รู้สึกแบบนั้น” ราวินตอบแบบไม่อ้อม
คำพูดของหมอราวิน ทำให้สายธารรู้สึกชาวาบเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ ตอนนี้เธออายจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

“ฟังดูอาจจะใจร้าย แต่พี่อยากให้น้ำได้รับรู้มุมมองของพี่”

สายธารไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา เธอได้แต่ยืนอ้าปากค้าง

“พี่หวังว่าน้ำจะเข้าใจ”

“ขอโทษที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นนะคะ” ใบหน้าของสายธารตอนนี้ซีดเผือดลงจนไม่เหลือสีเลือด น้ำเสียงเหมือนกำลังจะร้องไห้

“น้ำจะไม่มารบกวนพี่หมอวินอีก”

1บทที่ 16 นาที

พอก้าวขาเข้ามาในห้องรับแขก ก็เห็นคนที่ไม่ได้เจอกันนานนั่งหน้าหล่อจิบกาแฟอยู่บนโซฟา สายธารยิ้มเขินอาย ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายวาววับฉับพลัน พวงแก้มนวลทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าจู่ๆ จะได้เจอกันแบบนี้ เธอคิดถึงคนตรงหน้าจับใจ คิดถึงมาโดยตลอด ปีกว่าๆแล้วมั้งที่ไม่ได้เห็นหน้าหล่อๆของเขา

“สวัสดีค่ะ พี่หมอวิน มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย”

“พี่มาถึงเมื่อวานนี้เอง ไม่ได้เจอกันนานเลย ทุกคนเป็นยังไงบ้าง น้ำสบายดีไหม” หมอราวินคลี่ยิ้มละมุนด้วยความดีใจ เขาทำงาน และอาศัยอยู่กรุงเทพฯ นานๆทีจะกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่ลำปาง

“ทุกคนสบายดีค่ะ น้ำก็เรื่อยๆ ช่วยงานในไร่เหมือนเดิม” เธอพาตัวเองมานั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหล่อเหลาของเขา

“ไอ้ลมเป็นยังไงบ้าง มีแนวโน้มไปรักษาดวงตาหรือยัง” พอสบโอกาส หมอหนุ่มก็เอ่ยปากถามถึงวายุเพื่อนสนิทที่สูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหลายปีก่อน

“ไม่มีวี่แวว พี่ลมเอาแต่ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง พวกเราจนปัญญา จ้างทั้งหมอ ทั้งนักจิตวิทยา ไม่มีใครสามารถพูดโน้มน้าวให้พี่ลมไปรักษาดวงตาได้เลยค่ะ”

คนหล่อยังไม่มีโอกาสได้ถามไถ่อะไรเพิ่ม เสียงใสๆของน้องสาวก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

 

“น้ำ พี่นึกว่ายังไม่มา กำลังจะไปตามที่ไร่อยู่แล้วเชียว” เป็นเสียงของรดาที่กำลังซอยเท้าเข้ามาในห้องรับแขก “พวกเรารออยู่สวนหลังบ้านโน้น ปาร์ตี้เริ่มแล้วจ้าคนสวย” เอ่ยบอกเพื่อนรุ่นน้อง ก่อนจะเอียงหน้าไปทางพี่ชาย “พี่วินไม่อยากไปนั่งกับพวกเราแน่นะ”

“วันนี้พี่จะปล่อยให้สาวๆได้จอยกัน มีพี่ไปนั่งด้วยเดี๋ยวงานกร่อย” น้องสาวจัดปาร์ตี้เล็กๆส่งท้ายก่อนที่จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ ราวินอยากให้น้องได้สนุกกับเพื่อนๆอย่างเต็มที่

“โทษทีนะคะที่เลท พอดีน้ำติดลูกค้าอยู่ ปลีกตัวออกมาไม่ได้เลย” สายธารอธิบายกับเจ้าของงาน แล้วหันกลับไปหาคนหล่อ “พี่หมอวิน แล้วค่อยคุยกันนะคะ”

“ครับ” หมอหนุ่มยิ้มให้เธออีกครั้ง

หลายชั่วโมงผ่านไป

ร่างสูงในชุดลำลอง กางเกงนอนสีดำ เสื้อสเวตเตอร์แขนยาวสีครีมเดินเข้ามาในสวนหลังบ้าน มาหยุดอยู่ที่โต๊ะสนามกลางสวนหย่อม เขาหลุบตามองน้องสาวที่กำลังหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์น้ำเมา แล้ว​เบือนหน้าไปมองเพื่อนน้อง 4-5 คนที่นั่งล้อมวงกันอยู่ สภาพของพวกเธอไม่ต่างกับเจ้าของปาร์ตี้เลยสักนิด

“สาวๆ พี่ว่าได้เวลาแยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้วนะ”

รดาเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย ยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกา พบว่าอีกสิบนาทีก็จะตีสองแล้ว สาวหน้าคมยันกายลุกขึ้นยืนโซเซ “พวกแกลุกไหวไหม แจ่มใสจ๋า ช่วยพาเพื่อนพี่ไปที่ห้องพักที” เธอบอกสาวใช้เสียงอ้อแอ้ลิ้นพันกัน

เพื่อนๆที่กำลังเมาจัด ต่างก็พากันผงกศีรษะรับ แจ่มใสจึงรีบช่วยนำทางพาคนเมาไปนอน

“พี่รดา น้ำกลับก่อนนะ ค่อยส่งข้อความหากัน” สายธารดีดตัวลุกขึ้น พลันยกมือขึ้นมากุมขมับบีบนวดสองสามที

“ขับรถไหวเหรอ นอนค้างที่นี่ดีกว่าไหม” รดาบอกอย่างเป็นห่วง

“ไหวค่า บ้านน้ำอยู่แค่นี้เอง อันที่จริงเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว” เสียงอ้อแอ้ตอบกลับไป “พี่หมอวินขา น้ำกลับก่อนนะ” ประโยคนี้เธอหันมาพูดกับคนหล่อที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง รถน้ำจอดไว้นี้แหละ พรุ่งนี้ค่อยมาเอา” ราวินเอื้อมมือไปประคองคนที่กำลังเดินโซเซ

 

เวลาต่อมา

@บ้านวรโชติเมธี

“น้องน้ำ…น้ำ” ราวินเอื้อมมือไปเขย่าไหล่ของคนที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม “ถึงบ้านแล้ว”

เปลือกตาบางค่อยๆเปิดขึ้นทีละนิด สายธารยันกายขึ้นจากเบาะพิงหลังงัวเงีย เอียงหน้าไปทางเสียงทุ้มละมุน ม่านตาเรียวเล็กเริ่มขยายกว้าง เธอเอื้อมสองมือไปกอบกุมกรอบหน้าคมคายลูบไล้ขึ้นลงเบาๆ อย่างหลงใหล “พี่หมอวินเหรอคะ น้ำไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ย” น้ำเสียงยังคงอ้อแอ้

เจ้าของชื่อหัวเราะร่วน คนเมาช่างดูน่าขัน

“ไม่ฝันหรอก เราเพิ่งจะทักทายกันไปเมื่อตอนเย็นๆ ลืมแล้วเหรอ” เขายังคงให้เธอลูบไล้ใบหน้าอยู่อย่างนั้น

“ถ้าเป็นพี่หมอวินจริงๆ น้ำมีเรื่องจะสารภาพค่ะ” เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีชาเข้ม เขาเองก็มองดวงตากลมโตของเธออย่างนึกฉงน

“ไปทำผิดอะไรไว้ ไหนลองเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ” ราวินเร่งเร้า อีกคนเอาแต่นั่งนิ่งจ้องมองมาที่เขา แววตาของเธอแลดูหวานหยาดเยิ้มแปลกๆ คงกำลังเมาได้ที่

“พี่หมอวินหล่อมาก รู้ตัวไหมคะ”

เจ้าของใบหน้าหล่อคมหัวเราะเสียงดัง

“อืม … ได้ยินบ่อยจนหูชา” ตอบคนเมาจัดอย่างอารมณ์ดี

“พี่สุภาพ อบอุ่น ใจดีมากๆด้วย”

“พี่เพิ่งรู้นะเนี่ย”

“น้ำรักพี่หมอวินค่ะ … รักมานานแล้ว” ไม่พูดเปล่า เธอโน้มหน้าไปประกบจูบริมฝีปากหยักสวยนั่นอย่างดูดดื่มด้วย

คนกำลังถูกรุกรานโดยไม่ได้ทันตั้งตัวสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ แต่ผ่านไปเพียงครู่เดียว คนเมาก็ยอมถอนจูบโดยดี

“น้ำพูดจริงๆนะคะ” น้ำเสียงของเธอยังคงอ้อแอ้ ทว่าดวงตากลมโตคู่นั่นช่างดูหวานเยิ้มยิ่งนัก

*****

ปัจจุบัน

@ลำปาง – โรงพยาบาล

“พี่หมอวิน…พี่หมอวินคะ!” สายธารเรียกซ้ำ อีกคนเอาแต่นั่งเหม่อไม่พูดไม่จา

เสียงกังวานหวานของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน ทำให้หมอราวินหลุดออกมาจากภาพเหตุการณ์ในคืนนั้น …คืนที่เธอจูบเขาดูดดื่ม

จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ผ่านมาได้ปีกว่าๆแล้ว แต่เขายังคงจำภาพในคืนนั้นได้ขึ้นใจ ราวกับว่ามันเพิ่งจะเกิดขึ้น นึกไม่ถึงว่าน้องสาวข้างไร่ที่เห็นกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกจะกล้าทำเรื่องแบบนั้นกับเขา

“พาคุณสายธารไปที่แผนกจักษุได้เลยครับ” หมอราวินเอียงหน้าไปสั่งพยาบาลที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง

พยาบาลวัยกลางคนพยักหน้ารับ

“หมอพลอยจันทร์รออยู่ห้องตรวจแล้ว” หมอราวินบอกกับคนไข้สาว

“แต่น้ำนัดตรวจกับพี่หมอวินไว้นิคะ” สายธารค้านเสียงแข็ง วันนี้เธอตั้งใจเข้ามาตรวจสุขภาพดวงตากับหมอราวิน ไม่ต้องการใช้บริการกับหมอคนไหนทั้งนั้น

“พี่ติดประชุมด่วน” จักษุแพทย์หนุ่มยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน เตรียมพร้อมพาตัวเองออกไปจากตรงนี้

“ไม่จริง พี่จงใจหลบหน้าน้ำ” สายธารลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างน้อยใจ

หมอหนุ่มไม่ตอบโต้

“น้ำเผลอไปทำอะไรให้พี่ไม่พอใจหรือเปล่า ทำไมพี่ถึงได้เย็นชากับน้ำแบบนี้”

ราวินเหลือบไปมองพยาบาลแวบหนึ่ง แล้วชักสายตากลับมามองคนหน้าบึ้ง ความรำคาญใจฉายชัดขึ้นมาในดวงตาสีชาเข้ม

สายธารรับรู้ถึงอารมณ์ของเขาผ่านทางดวงตาคมกริบคู่นั้น  เธอจึงหันไปพูดกับพยาบาลที่ยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่หน้าประตู “คุณพยาบาลพาฉันไปที่ห้องตรวจได้เลยค่ะ”

พยาบาลวัยกลางคนพยักหน้า แล้วผายมือให้สาวสวยเดินตามหลังเธอ

หมอราวินได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

2บทที่ 26 นาที

@ไร่วรโชติเมธี

ห้องทำงาน

“ว๊าย!…ขอโทษค่ะ”

“ไม่มีมือหรือไม่มีมารยาท เข้าห้องคนอื่นถึงไม่รู้จักเคาะประตู” วายุต่อว่าผู้มาใหม่ทันควัน

สายธารมองค้อนพี่ชาย ใครจะไปรู้ว่าในออฟฟิศ กลางวันแสกๆ จะมีคนกล้าทำเรื่องแบบนี้

“นี่มันออฟฟิศแพรว พี่ไม่มีการมีงานทำเหรอ ถึงมาเฝ้าเมียอยู่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน” สายธารต่อว่า

วายุกับแพรวไหมแต่งงานกันแล้ว ทั้งคู่จัดงานแต่งเล็กๆในไร่วรโชติเมธีนี้แหละ ทำให้ตอนนี้แพรวไหมได้ยกสถานะจากเพื่อนสนิทเลื่อนขึ้นมาเป็นพี่สะใภ้ของสายธารไปโดยปริยาย

‘วายุ’ ‘แพรวไหม’ เป็นตัวละครเอกจาก Four Flavors of Love (ซีรีย์รัก 4 รส) VOL 1 ดวงตาของวายุ

แพรวไหมเด้งตัวลงจากโต๊ะทำงานด้วยท่าทีขัดเขิน

“น้ำมีงานอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า” คนหน้าตื่นถาม เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเอกสารปึกใหญ่ในมือของเพื่อน เดือนกว่าแล้วที่แพรวไหมได้เข้ามาทำงานที่ไร่วรโชติเมธีในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประสานงานต่างประเทศ เธอเป็นผู้ช่วยของสายธารนั่นแหละ

“มีงานเพียบเลย”

“พี่ลมกลับไปทำงานได้แล้วค่ะ” แพรวไหมหันไปบอกสามีหนุ่มที่ยังคงยืนค้างเติ่งอยู่ตรงนั้น

วายุโน้มหน้าลงไปหอมแก้มเนียนของเมียรักฟอดใหญ่ แล้วเดินออกจากห้องไปโดยดี

 

“นอกจากแกจะทำให้พี่ลมกลับมามองเห็นได้แล้ว แกยังทำให้เขาสยบแทบเท้าได้อีกเนอะ อานุภาพของความรักช่างยิ่งใหญ่จริงๆ นี่เป็นเอกสารสั่งซื้อชาจากโซนยุโรป” สายธารส่งแฟ้มสีน้ำตาลให้เพื่อน อีกคนรับไป

“พี่หมอวินของแกต่างหากที่เป็นคนช่วยรักษาพี่ลมให้กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง” มือเรียวค่อยๆเปิดดูเอกสารทีละหน้า

“เขาไม่ใช่พี่หมอวินที่ฉันเคยรู้จักอีกต่อไป เราเคยสนิทกันมาก กลับมาคราวนี้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยว่ะแก” เจ้าของใบหน้าหวานพูดด้วยท่าทางอิดโรย เธอไม่ได้เหนื่อยกาย ทว่าเหนื่อยใจ

“ทำไมเหรอ”

“เมื่อวานเขายังหาทางเลี่ยงไม่ตรวจดวงตาให้ฉันเลย” สายธารปรับทุกข์ เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ติดประชุมอะไรนั่นหรอก มันเป็นเพียงข้ออ้างมากกว่า

“อาจเป็นเพราะไม่ได้เจอกันนานหรือเปล่าแก พี่เขาเพิ่งย้ายกลับมาอยู่ลำปางได้ 4-5 เดือนเองนิ” แพรวไหมให้เหตุผล

“ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน ฉันมั่นใจว่าต้องมีอะไรแน่ๆ ฉันจะต้องรู้ให้ได้” พี่หมอวินเปลี่ยนไป เธอสัมผัสได้

เสียงโทรศัพท์ของสายธารดังขึ้น ทำให้บทสนทนาของสองสาวหยุดลงชั่วขณะ เจ้าของเครื่องล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพายข้าง

{สวัสดีค่ะ}

{บอกทุกคนด้วยนะว่าวันนี้ทานข้าวเย็นทุ่มครึ่ง มาให้ตรงเวลากันด้วย}

{มีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะเนี่ย}

{แม่นัดหมอวินมากินข้าวเย็นกับพวกเรา แม่อยากเลี้ยงขอบคุณพี่เขา}

{โอเคค่ะคุณแม่}

 

“ปรับโหมดเร็วจังเลยนะ เมื่อกี้ยังหน้าเศร้าอยู่เลย” พอเห็นเพื่อนวางสาย แพรวไหมก็เปิดปากแซวทันที

เรียวปากอวบอิ่มสีส้มสดเผยยิ้มกว้าง “แม่นัดพี่หมอวินมากินข้าวเย็นที่บ้าน ฝากบอกพี่ลมด้วยนะ ทุ่มครึ่งเจอกันที่บ้าน ฉันต้องไปแล้ว” พอสิ้นคำพูด สายธารก็พาตัวเองออกไปจากห้อง

 

เย็นวันเดียวกัน

@บ้านวรโชติเมธี

“หมอวิน ขอบใจมากนะที่หาเวลามากินข้าวกับป้า” คุณฟองนวลเอ่ยขึ้น ที่นางชวนหมอราวินมาทานมื้อเย็นด้วย เป็นเพราะอยากขอบคุณที่อีกคนช่วยรักษาลูกชายคนโตจนกลับมามองเห็นเป็นปกติได้อีกครั้ง

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ ฝีมือคุณป้ากินเมื่อไหร่ไม่มีผิดหวังจริงๆครับ”

หญิงสูงวัยระบายยิ้มอบอุ่น

“อาหารพวกนี้ยัยน้ำเป็นคนทำเองทั้งหมดจ้ะ ป้าทำอาหารญี่ปุ่นไม่เป็นหรอกนะ”

“น้ำดีใจที่พี่หมอวินชอบ” สายธารบอกยิ้มๆ พอรู้ว่าเขาจะมาทานข้าวเย็นด้วยเท่านั้นแหละ เธอก็รีบกลับบ้านมาเตรียมอาหารไว้รอเลย จำได้ดีพี่หมอวินชอบทานอาหารญี่ปุ่นมาก

หมอราวินเบือนหน้าไปหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มเกือบทันทีที่สายธารมองมา

“ก็ว่าอยู่ อย่างคุณนายฟองนวลนี้นะจะทำอาหารอินเตอร์แบบนี้เป็น” อัคคีเอ่ยเย้าแหย่แม่ด้วยสีหน้าหน้าระรื่น

คนถูกแซวหรี่ตามองลูกชายคนเล็กอย่างนึกหมั่นไส้ “ขอให้แกได้เมียที่ทำกับข้าวไม่เป็นสักอย่าง” นางว่าทีเล่นทีจริง

แผ่นภพกับวายุที่กำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยหลุดขำออกมาพร้อมกัน แต่เพียงครู่เดียววายุก็รีบหุบปากและเงียบเสียงลง เขาลืมไปว่าเมียหมาดๆของตัวเองก็ทำกับข้าวไม่เป็น ส่งผลให้อัคคีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เข้าตำราหัวเราะทีหลังดังกว่า ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูครื้นเครงขึ้น

สายธารเอาแต่มองใบหน้าหล่อเหลาของหมอราวินอยู่เนืองๆ บางครั้งก็เผลอจ้องนานเกินไป จนแพรวไหมที่นั่งอยู่ข้างกันต้องยกเท้าขึ้นมาสะกิดหน้าขาเพื่อให้เธอรู้ตัว

หลังมื้อค่ำ คุณฟองนวลก็ปลีกตัวไปพักผ่อน พรุ่งนี้นางจะต้องเดินทางไปเชียงใหม่แต่เช้า นางจะไปเยี่ยมตายายของหลานๆนั่นแหละ ตั้งใจว่าจะอยู่ที่โน่นสักเดือนสองเดือน

ตั้งแต่ลูกชายคนโตกลับไปช่วยงานในไร่ นางก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว แถมตอนนี้ยังมีลูกสะใภ้มาช่วยดูแลความเรียบร้อยในบ้านแทน

หมอราวินนั่งคุยกับสามหนุ่มต่ออีกสักพัก ก็ขอตัวกลับไร่เช่นกัน

 

“พี่หมอวิน รอแป๊บหนึ่งค่ะ” สายธารส่งเสียงเรียกคนที่กำลังจะเปิดประตูรถ

หมอหนุ่มหยุดรอ

“ทำไมพี่รีบกลับจังเลยคะ” สายธารเห็นเขาคุยกับพวกพี่ๆของเธอไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ

“พรุ่งนี้พี่ต้องไปขึ้นเวรแต่เช้า น้ำมีอะไรหรือเปล่า” ราวินตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“น้ำจะฝากขนมเค้กไปให้คุณป้าค่ะ เป็นชีสเค้กญี่ปุ่น น้ำทำเอง ของพี่กล่องหนึ่งนะคะ” ว่าแล้วก็ยื่นถุงขนมไปให้คนหน้านิ่ง

“ขอบใจนะ” เขายื่นมือมารับกล่องขนมจากเธอ แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถทันที

“ขับรถดีๆ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

อีกคนมองมาด้วยสายตาเย็นยะเยียบพลางเลื่อนกระจกขึ้นแล้วขับรถออกไปเลย

สายธารยืนมองรถยนต์คันหรูที่เคลื่อนตัวห่างไปเรื่อยๆจนลับตา

 

3บทที่ 36 นาที

 

@ไร่ลัดดาวัลย์

ราวินใช้เวลาขับรถจากบ้านวรโชติเมธีประมาณสิบนาทีก็ถึงบ้านตัวเอง เดินเข้ามาในห้องรับแขกเห็นมารดานั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา เขาสับเท้าเข้าไปหา

“น้ำฝากชีสเค้กมาให้แม่ครับ” ราวินบอกพร้อมวางถุงในมือลงบนโต๊ะ

รอยยิ้มปลื้มปริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคุณลัดดาวัลย์ทันที “หนูน้ำทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งมีน้ำใจ”  นางหยุดพูดชั่วขณะ แล้วหันมามองหน้าลูกชายเพื่อดูท่าที

หมอหนุ่มยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย

“รู้ไหมบ้านวรโชติเมธี โดยเฉพาะหนูน้ำคอยแวะเวียนมาหาแม่ตลอดเลยนะ”

“ผมขอโทษที่ปล่อยให้แม่อยู่คนเดียวนาน อาทิตย์หน้าผมก็จะย้ายกลับมาอยู่บ้านเราแล้วนะครับ”

“แม่อยู่คนเดียวที่ไหนกัน สาวใช้ก็มี คนงานก็เต็มไร่”

“ผมอยากกลับมาดูแลแม่” ราวินบอก พอเขาเรียนจบก็ได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯเลย ด้วยตารางงานที่อัดแน่น ทำให้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมแม่เพียงปีล่ะครั้ง

ราวินเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคจักษุ เคยทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังหลายแห่ง เพิ่งย้ายกลับมาบ้านเกิดเมื่อห้าเดือนก่อน

“ลูกคิดดีแล้วใช่ไหม” คุณลัดดาวัลย์ถาม ที่นางถามแบบนี้เป็นเพราะลูกชายตัดสินใจลาออกจากโรงพยาบาลชื่อดังเพื่อที่จะมาเปิดคลินิกในอำเภอเล็กๆแทน

“ครับ ผมจะได้อยู่บ้านกับแม่สักที” ตอนนี้หมอราวินทำงานอยู่ที่รพ. เอกชนชื่อดังในตัวจังหวัด ซึ่งก็อยู่ห่างไกลจากไร่ลัดดาวัลย์พอสมควร ขับรถไป-กลับ วันล่ะเกือบสองชั่วโมง ทำให้บางวันเขาต้องพักอยู่ในตัวเมือง

คุณลัดดาวัลย์ยิ้มดีใจ นางคิดถึงลูกๆเหลือเกิน

เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราวินต้องล้วงออกมาดู

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาเอ่ยบอกพลางกดรับสายที่โทรเข้ามา “สวัสดีครับณิริน”

‘อย่าบอกนะว่ายังรอผู้หญิงคนนั้นอยู่’ คุณลัดดาวัลย์พึมพำกับตัวเอง สายตามองลูกชายที่กำลังก้าวขาขึ้นบันได มิน่า อายุสามสิบแล้ว ยังไม่คิดที่จะคบหาใครจริงจัง แบบนี้ลูกสาวเพื่อนสนิทก็เป็นได้แค่สะใภ้มโนสิ

 

เช้าวันต่อมา

“โห้ แม่ตื่นเช้าแบบนี้ทุกวันเลยเหรอครับ” ราวินเอ่ยถาม พอเดินลงบันไดมาก็เห็นแม่นั่งจิบชาอยู่ในห้องนั่งเล่นแล้ว เวลาตอนนี้เพิ่งจะตีห้าครึ่งเอง

“จ้ะ เป็นธรรมดาของคนแก่ แม่เข้านอนแต่หัววัน เลยตื่นเช้า” ยิ่งตื่นเต้นแบบนี้ยิ่งนอนไม่ค่อยหลับ นางดีใจที่ลูกชายจะกลับมาอยู่บ้านเสียที ลูกสาวคนเล็กก็ใกล้จะเรียนจบเต็มทีแล้ว

“อาทิตย์นี้ผมจะนอนค้างที่คอนโดเลยนะครับ จะไม่ขับรถกลับมาที่ไร่ ผมต้องช่วยอาจารย์หมอเคลียร์เอกสารก่อน”

คุณลัดดาวัลย์พยักหน้าน้อยๆ

ราวินพูดกับแม่เสร็จก็ขอตัวออกไปเลย

 

เที่ยงของวันเดียวกัน

“คุณป้าขา น้ำมาแล้วค่ะ” สายธารเดินเข้ามาในห้องครัว ส่งเสียงหวานทักทายเจ้าของบ้าน

“มาๆ” คุณลัดดาวัลย์ที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารเอ่ยบอก

“พี่แจ่มใสคะ น้ำเอาดอกไม้มาฝากด้วยนะ” ปากอวบอิ่มขยับบอก มือเรียวยื่นกุหลาบหลากสีหอบใหญ่ไปให้

เจ้าของชื่อยิ้มหน้าบาน

“ของพี่ช่อสีแดงนะคะ” สายธารยิ้มอย่างมีเลศนัย

สาวใช้วัยยี่สิบปลายๆรับเอาดอกไม้มาด้วยท่าทีเอียงอาย

“หน้าแดงเชียว เป็นอะไร” คุณลัดดาวัลย์เอ่ยถามสาวใช้คนสนิท

“วันนี้เป็นวันเกิดพี่เมธีค่ะ” สายธารทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเจ้าของบ้าน ‘เมธี’ ที่เธอเอ่ยถึงเป็นหัวหน้าคนงานของที่นี่ และเป็นแฟนหนุ่มของแจ่มใสด้วย

หญิงสูงวัยปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

“ป้าบอกให้หล่อนโทรไปชวนหนูมากินข้าวเที่ยง หล่อนดันโทรไปขอดอกไม้หนูด้วยเหรอ จริงๆเลยแม่คนนี้” คุณลัดดาวัลย์ส่ายหัวนิดๆ พลางเลื่อนจานอาหารไปตรงหน้าอีกคน “ป้าทำขนมจีนน้ำเงี้ยว เลยนึกถึงหนู”

สายธารก้มมองอาหารในจานตาโต เธอโปรดปรานเมนูนี้เป็นที่สุด

“น้ำกำลังอยากทานขนมจีนน้ำเงี้ยวพอดีเลยค่ะ” สายธารบอก พลันยื่นไปหยิบช้อนขึ้นมาเตรียมพร้อม

“เสียดายหนูแพรวไม่ได้มากินด้วยกัน” ที่คุณลัดดาวัลย์พูดแบบนี้ เพราะทุกครั้งจะมีแพรวไหมมาร่วมวงด้วย

“วันนี้ยัยแพรวเข้าเมืองไปช้อปปิ้งกับพี่ลมค่ะ”

คุณลัดดาวัลย์วางแก้วน้ำในมือลงบนโต๊ะ เพื่อนสนิทของลูกชายก็เป็นฝั่งเป็นฝาไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อไหร่จะถึงคิวเจ้าวิน

“ขอบใจหนูน้ำมากนะที่คอยแวะมาหาป้าบ่อยๆ” ถ้าไม่มีอีกคนนางคงเหงาแย่

เจ้าของชื่อคลี่ยิ้มสดใสให้หญิงสูงวัยแทนคำตอบ

“คุณป้าจะเอาอะไรคะ เดี๋ยวน้ำหยิบให้” สายธารบอก เมื่อเห็นอีกคนทำท่าเหมือนจะลุกจากเก้าอี้

“พอกินคาวเสร็จป้าก็นึกอยากกินหวานต่อ วานหนูไปหยิบไอศกรีมสตอเบอรี่กับเค้กในตู้เย็นให้ป้าหน่อย ชีสเค้กที่หนูฝากมาให้ป้านั่นแหละ”

สายธารลุกขึ้น เดินไปยังมุมห้อง แล้วเอื้อมมือไปเปิดตู้เย็น ดวงหน้างามดูเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นชีสเค้กสองกล่องวางอยู่ข้างกัน กล่องหนึ่งถูกกินไปครึ่งค่อน อีกกล่องยังคงสภาพเดิมทุกประการ นั่นหมายความว่าหมอราวินไม่ได้สนใจของฝากเธอเลยสักนิด หรือว่าเขาแค่ลืมหยิบติดมือไปด้วย

หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองเดือนก่อน เธอเคยทำซูชิไปให้เขา ดูเหมือนว่าตอนนั้นอีกคนไม่อยากจะรับเอาไว้เลย

เท่าที่จำได้ พี่หมอวินเคยชอบรสมือเธอ

 

ย้อนไปเมื่อสองปีก่อน – ตอนที่หมอราวินกลับมาเยี่ยมคุณลัดดาวัลย์ที่ลำปางในช่วงปีใหม่

“สวัสดีค่ะพี่หมอวิน มาหาพี่ลมเหรอคะ” สายธารเห็นราวินยืนอยู่ตรงประตูรั้วหน้าบ้าน เธอจึงรีบเดินเข้าไปถามไถ่

“ไอ้ลมมันไม่เจอใครหรอก กับพี่มันก็ตัดขาดแล้ว พี่แวะมาขอบคุณ เค้กมะพร้าวอ่อนที่น้ำทำ อร่อยมาก ขอบคุณที่แบ่งไปให้พี่ทานนะครับ” 

“น้ำดีใจที่พี่หมอวินชอบ พี่รดาบอกว่าพี่มาเยี่ยมคุณป้า น้ำเลยอยากให้พี่ได้ชิมเค้กโฮมเมดค่ะ” สายธารเอ่ยอธิบายด้วยท่าทีเขินอายหน่อยๆ

 

“เจอไหมหนูน้ำ”

สายธารสะบัดหน้าเล็กน้อยเพื่อไล่ความทรงจำในวันวานออกไป

“เจอค่ะ” มือเรียวเอื้อมไปหยิบไอศกรีมสตอเบอรี่กับซีสเค้กออกมา ปิดตู้เย็นไว้ตามเดิม แล้วพาตัวเองกลับไปยังโต๊ะอาหารพร้อมกับความรู้สึกสับสน

อะไรที่ทำให้พี่หมอวินเปลี่ยนไปได้มากมายขนาดนี้

 

4บทที่ 44 นาที

สองอาทิตย์ต่อมา

“เรียบหรูดูดีมากมึง เหมือนคอนโดมากกว่าคลินิกนะกูว่า” วายุบอกราวินที่ยืนอยู่ข้างกัน วันนี้มันชวนเขามาดูคลินิกที่เพิ่งจะตกแต่งเสร็จ

ห้องนี้ตกแต่งเรียบหรู คุมโทนน้ำตาลอ่อน ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น มีมุมอ่านหนังสือแยกออกเป็นสัดส่วนให้ด้วย ให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลายมาก

“กูอยากให้คนไข้รู้สึกว่าเหมือนรักษาตัวอยู่บ้านตัวเองส่วนญาติที่มารอก็จะได้มีมุมนั่งพักผ่อนสบายๆ” สายตาของหมอราวินเป็นประกายบ่งบอกว่ากำลังมีความสุขกับสิ่งที่เขามองอยู่เป็นอย่างมาก

“ใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ เมื่อไหร่มึงจะเปิดให้บริการ”

“กูอยากพักสักเดือนก่อนว่ะ เดี๋ยวค่อยว่ากัน”

เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันจากมือถือของวายุดังขึ้น เขาก้มลงอ่านข้อความ

“แพรวซื้อของเสร็จแล้ว เดี๋ยวค่อยเจอกันนะมึง กูต้องไปก่อน” วายุเอ่ยบอกเพื่อน ในขณะที่กดพิมพ์ข้อความตอบกลับภรรยา

พอเพื่อนก้าวขาออกไป หมอราวินก็เดินไปยังมุมพักผ่อน

 

 ร่างเล็กเดินย่องเบาเข้ามาที่มุมอ่านหนังสือ มาถึงก็วางถุงอาหารลงบนโต๊ะกลางอย่างเบามือพลางทิ้งตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับคนที่กำลังหลับอยู่บนโซฟารับแขก

ดวงตากลมโตหลุบมองกรอบหน้าคมคายอย่างสำรวจ หมอราวินผิวขาวมาก ตัวสูงใหญ่  ไหล่กว้างกำยำ คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากสีสดหยักสวยได้รูป กรามแกร่งของเขาประปรายไปด้วยไรหนวดเขียวครึ้ม จับทุกองค์ประกอบมารวมกัน ผู้ชายคนนี้หล่อไร้ที่ติ

“นั่งจ้องคนอื่นแบบนี้เสียมารยาทมาก รู้ไหม”

เสียงห้วนกระด้างของคนที่เพิ่งจะลืมตาตื่นขึ้นมา ทำสายธารสะดุ้งโหยง

ราวินยกมือขึ้นมาบีบขมับตัวเองสองสามทีเพื่อไล่ความง่วง

“คลินิกพี่ยังไม่ได้เปิดให้บริการ” น้ำเสียงของเขาไม่มีแววล้อเลียน

สายธารอ้าปากค้างไปชั่วขณะ

“น้ำไม่ได้มาตรวจดวงตาหรอกค่ะ น้ำแค่แวะเอาข้าวมาให้พี่”

“พี่อยากพักผ่อนมากกว่าอยากกินข้าว”

สายธารมองอาการเมินเฉยของคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เธอทำผิดอะไร อีกคนถึงได้เย็นชาใส่กันเช่นนี้ คิดหาเหตุผลไม่ออกเลยจริงๆ

“แถวนี้มีร้านอาหารตามสั่งเยอะแยะ ไม่ต้องลำบากน้ำทำมาให้หรอก” ราวินเอ่ยด้วยสีหน้ารำคาญ แล้วเอนหลังพิงโซฟาทำท่าเหมือนจะนอนต่อ

คนโดนไล่ทางอ้อมรีบลุกขึ้น

“น้ำขอตัวนะคะพี่จะได้พักผ่อน”

สายธารเดินออกจากห้องไปแบบงงๆ

 

เย็นวันเดียวกัน

@บ้านวรโชติเมธี

ร่างเล็กหย่อนสะโพกนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทางอิดโรย

“น้ำ แกโอเคไหม” แพรไหมถามอย่างเป็นห่วง หน้าตาอีกคนดูเศร้าสร้อยผิดปกติ

สายธารถอนหายใจปลง ก่อนจะเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลินิกหมอราวินให้เพื่อนฟัง

“เท่าที่ฟังมาก็แปลกนะ” แพรวไหมแสดงความคิดเห็น พลางรินน้ำผลไม้ใส่แก้ว แล้วเลื่อนไปให้เพื่อนดื่มแก้เหนื่อย

สายธารยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนเกือบหมด

“อะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ ฉันอยากรู้มากเลยว่ะแก”

 

“รู้อะไร” วายุที่กำลังเดินลงบันไดมาเอ่ยถามน้องสาว

“แต่งตัวอย่างหล่อ กำลังจะออกไปไหนคะ” สายธารพยายามเบี่ยงเบนประเด็น เธอไม่อยากให้พี่ชายรู้ว่ากำลังนินทาหมอราวินกันอยู่

“ไปกินข้าวเย็นบ้านพ่อตา” พอตอบน้องเสร็จก็ก้มลงหอมแก้มเมียฟอดใหญ่

คนถูกจู่โจมมองหน้าสามีเชิงตำหนิ เธออาย

สายธารส่ายหน้าเบาๆ ภาพหวานๆของคู่นี้เธอเห็นจนชินตาแล้ว

“ไปกินด้วยกันไหมแก พ่อฉันทำกับข้าวไว้รอตั้งหลายอย่าง” แพรวไหมเอ่ยชวน เธอมักจะพาสามีไปทานข้าวกับพ่อแม่ทุกครั้งที่มีโอกาส

“เอาไว้คราวหลังดีกว่าแก ฉันกะว่าจะอาบน้ำแล้วเข้านอนเลย” สายธารปฏิเสธ

วายุยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกา เงยหน้าขึ้นพูดกับน้องสาว “19.00 น.จะเข้านอนแล้ว?”

คนที่เคยอยู่ในสถานะแอบรักมาก่อนอย่างแพรวไหมรู้ว่าเพื่อนกำลังเผชิญอยู่กับอะไร เธอส่งซิกให้เป็นเชิงบอกว่าอย่าคิดมาก อีกคนพยักหน้าตอบกลับ

“พี่ลม แพรวหิวข้าวแล้ว ไปกันเถอะ” แพรวไหมชวนพลางยันตัวลุกขึ้นจากโซฟายื่นมือไปคล้องแขนสามีดึงรั้งให้เขาเดินไปด้วยกัน

ขืนอยู่ต่ออีกนิดเกรงว่าเขาจะสัมภาษณ์น้องสาวเอานะสิ

 

5บทที่ 54 นาที

วันใหม่

@วัดป่า

“หนูน้ำจะกลับแล้วเหรอ”

เสียงคุ้นหูเอ่ยเรียกชื่อ สายธารหันขวับกลับไปมอง

“คุณป้า พี่หมอวิน น้ำส่งข้าวให้คุณพ่อเสร็จแล้วค่ะ” สายธารตอบคุณลัดดาวัลย์ ไม่ลืมส่งยิ้มสดใสให้กับคุณหมอสุดหล่อที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างนางด้วย

เขาไม่ได้ยิ้มตอบกลับมาเช่นเคย

“หนูรีบไหม ป้ากำลังจะไปปล่อยปลา เตรียมมาหลายถุงเลย … ป่ะ ไปปล่อยปลากัน” คุณลัดดาวัลย์เอ่ยชวน

เจ้าของชื่อหลุบตามองถุงปลาในมือของหมอหนุ่ม มีปลายหลายถุงจริงๆด้วย

“ไม่รีบค่ะ น้ำขอไปด้วยคนนะคะ” สายธารสืบเท้าเข้าไปหาหมอราวินพร้อมกับยื่นมือออกไป “พี่หมอวิน น้ำช่วยถือค่ะ” เธอเอ่ยอาสาเมื่อเห็นคนตัวโตถือถุงปลาพะรุงพะรังเต็มสองมือ

เขาไม่ได้ยื่นถุงให้เธอ แต่กลับก้าวขาเดินไปข้างหน้าต่อ

“เมื่อกี้ น้ำบอกว่ามาส่งข้าวให้พ่อ” ราวินเอ้ยขึ้นอย่างสงสัย ในเมื่อพ่อเธอเสียชีวิตไปนานแล้ว ทำไมยังต้องมาส่งข้าวกัน หรือเธอกำลังพูดถึงพ่อคนไหนอีก

คุณลัดดาวัลย์ที่เดินอยู่ข้างลูกชายหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

“น้องมาทำบุญ กรวดน้ำ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลส่งไปให้พ่อ น้องมาทำบุญให้พ่อทุกวันพระ” คุณลัดดาวัลย์ตอบแทนคนสวย

“ใช่ค่ะ” สายธารยืนยันอีกเสียง

คนตัวสูงไม่ได้ถามอะไรต่อ ได้แต่สาวเท้ายาวๆ เดินไปข้างหน้าอย่างเร่งรีบ

มือเล็กเอื้อมมือไปคว้าท่อนแขนของหมอราวินให้หยุดเดิน

“ถึงสระที่เราจะปล่อยปลาแล้วค่ะ” ใบหน้าเรียวโบ้ยไปทางซ้ายมือ

ชายหนุ่มมองตามทิศทางที่เธอบอก เบื้องหน้าเป็นสระขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกบัวนับร้อยนับพันกำลังแข่งกันเบ่งบาน มีทั้งสีแดง สีขาว สีชมพู และสีม่วง บรรยากาศรอบๆ สระสงบ ร่มรื่น สวยงามมาก

“น้ำพาพี่วินเดินไปท่าน้ำฝั่งโน้นด้วยนะ เดี๋ยวป้าจะไปนั่งรอในศาลา” คุณลัดดาวัลย์บอก

สายธารคลี่ยิ้มสดใสแทนคำตอบ

“ไหนแม่บอกว่าอยากมาทำบุญปล่อยปลาครับ” หมอราวินทักท้วง

“เมื่อเช้าแม่สวดมนต์อธิษฐานล่วงหน้ามาแล้ว วินแค่เอาปลาไปปล่อยให้แม่ก็พอ” คนเป็นแม่อธิบาย ใบหน้าของนางเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

แต่สำหรับราวินแล้ว มันเป็นรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัยหน่อยๆ ยังไงไม่รู้

พอแม่เดินยิ้มหน้าระรื่นไปยังศาลาริมน้ำ ชายหนุ่มก็หันหน้ามาหาคนตัวเล็ก “พี่เดินเองได้” เขาหลุบตามองมือเรียวของเธอที่ยังเกาะท่อนแขนเขาอยู่

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ” สายธารรีบปล่อยแขนเขาให้เป็นอิสระ ขาเรียวเดินนำหน้าลิ่วๆ ไปยังท่าน้ำ

 

มือหนาแกะปากถุงออก แล้วปล่อยปลาลงไปในสระบัว รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ราวินไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้

“น้ำไม่เห็นพี่หมอวินอธิษฐานเลยนะ” สายธารติง เธอสังเกตว่าทันทีที่ปากถุงถูกเปิดออก อีกคนจะปล่อยปลาลงน้ำเลย

“ใครอยากได้อะไร ก็แค่ซื้อปลามาปล่อย แล้วอธิษฐานเอา อย่างนี้นะเหรอ”

“พี่ไม่เชื่อในคำอธิษฐานบ้างเลยเหรอคะ”

ราวินปล่อยปลาอีกถุงลงในสระบัว โดยที่ไม่ได้อธิษฐานอะไรเลย ย้ำชัดว่าเขาไม่เชื่อเรื่องพวกนี้

สายธารมองการกระทำนั่น พร้อมกับย่นจมูกใส่เขาอย่างนึกหมั่นไส้

“เอ้า…อยากได้อะไร อธิษฐานเอาเอง” ราวินว่าแล้วก็ยื่นปลาถุงสุดท้ายให้เธอ

“นึกว่าจะไม่ให้น้ำปล่อยด้วยแล้วเชียว” เธอฉีกยิ้มกว้างจนแก้มป่องในตอนที่ยื่นมือไปรับถุงปลาจากเขา

“พี่กลัวว่ามือน้ำจะเปื้อน”

สายธารฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม เธอเริ่มตั้งจิตอธิษฐานขอพรในสิ่งที่ตัวเองต้องการ จากนั้นค่อยๆ เปิดปากถุงปล่อยปลาลงในน้ำอย่างช้าๆ เสร็จแล้วก็เอียงหน้ามาสบตากับคนหล่อ

“ขอให้คำอธิษฐานของน้ำเป็นจริงด้วยเถิด” พูดเสร็จก็อมยิ้มอย่างเอียงอายพลันเด้งตัวลุกขึ้นเดินนำหน้าไปยังศาลาริมน้ำ

ราวินยันกายลุกขึ้น เดินตามหลังเธอไปติดๆ

หลังจากแยกย้ายกัน สายธารก็ขับรถเข้าไร่ตามปกติเฉกเช่นทุกวัน ทว่าวันนี้เป็นการขับรถที่สุขใจอย่างบอกไม่ถูก

 

6บทที่ 65 นาที

วันใหม่

บ้านวรโชติเมธี

@ห้องนั่งเล่นชั้นสอง

สายธารทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ เบือนหน้าไปทางวายุ “พอหายจากตาบอด ก็เป็นโรคมือไม้อ่อนแรงต่อเหรอคะ” ถามคนพี่อย่างยียวน เพราะภาพที่เห็นตอนนี้คือแพรวไหมกำลังตักไข่ดาวใส่ปากพี่ชายเธอ

พอเคี้ยวอาหารเสร็จ วายุก็เงยหน้าขึ้นมาพูดกับน้องสาว “ใครเชิญ ข้างล่างไม่มีข้าวกินหรือไง ไม่คิดบ้างเหรอว่าเพื่อนอาจจะอยากกินข้าวกับผัวสองคนบ้าง คนอื่นไม่เคยขึ้นมาวุ่นวายบนนี้เลยนะ” กวนมาคนพี่ก็กวนตอบทันควัน คนน้องกลอกตามองบนไปทีหนึ่ง

แพรวไหมรินน้ำส้มให้เพื่อน สายตาชำเลืองมองสามีเป็นเชิงตำหนิ

“เด็กโข่ง ไม่ยอมกินข้าวเช้า ข้าวเที่ยงก็ไม่อยากจะกิน กำลังปรับพฤติกรรมให้อยู่” แพรวไหมบ่นพลางตักข้าวต้มจากชามใหญ่ใส่ถ้วยเล็ก แล้วยกไปวางตรงหน้าสายธาร “แกก็ต้องกินข้าวเช้าก่อนเข้าไร่เหมือนกันนะ”

สายธารหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มใส่ปาก สายตาลอบมองเพื่อนกับพี่ชายไปพลาง บางครั้งก็มีแอบอิจฉาบ้าง เพราะสองคนตรงหน้าหวานไม่เคยเกรงใจใครจริงๆ และก็หวานได้ทุกวันแบบไม่เกรงใจสาวโสดอย่างเธอด้วยนะ

“ฉันจะเข้าเมืองก่อนเข้าไร่ คุณพี่สะใภ้จะเอาอะไรไหม” สายธารถามเพื่อน วันก่อนเห็นอีกคนบอกว่าของใช้ส่วนตัวหมด

บ้านวรโชติเมธีอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร หากเดินทางด้วยรถยนต์จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วานกันซื้อของเป็นเรื่องปกติของสมาชิกในบ้าน

“เอา เดี๋ยวฉันส่งรายการให้นะ”

ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของสายธารก็ดังขึ้นมาเสียก่อน เจ้าของเครื่องกดรับสายด้วยสีหน้าระรื่น

 {สวัสดีค่ะคุณป้า…ได้ค่ะ เดี๋ยวน้ำจะเข้าไปหาตอนนี้เลยนะคะ} มือเรียวกดวางสายต่อจากนั้น

วายุมองน้องสาวอย่างวิเคราะห์

“ส่งข้อความมาเลยนะแก ฉันต้องไปแล้ว” สายธารบอกเพื่อนพลันยันตัวลุกขึ้นเดินไปทางบันได

 

“คุณป้าที่ไอ้น้ำคุยด้วยนิ ป้าไหนเหรอ” วายุถามภรรยา

“ป้าที่น้ำพูดถึงบ่อยๆ ก็มีอยู่ป้าเดียวค่ะ ป้าลัดดา” ว่าที่แม่สามีมัน ประโยคนี้แพรวไหมไม่ได้พูดออกมาหรอก

“แล้วทำไมต้องยิ้มจนปากแทบฉีกขนาดนั้น”

“สงสัยมีเรื่องดีๆมั้งค่ะ”

 

เวลาต่อมา

@ไร่ลัดดาวัลย์

“คุณป้ามีอะไรจะให้น้ำเหรอคะ” สายธารถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เมื่อสักครู่อีกคนโทรให้เธอเข้ามาหา

คุณลัดดาวัลย์ยื่นถุงกระดาษใบใหญ่ให้ เธอรับไปคลี่ดูของข้างใน รอยยิ้มแห่งความดีใจผุดขึ้นมาบนใบหน้าหวาน

“กระดาษโน้ตหล่นค่ะน้องน้ำ” แจ่มใสก้มหยิบกระดาษสีฟ้าบนพื้นส่งให้กับสายธาร

 

สายธารก้มอ่านข้อความในกระดาษ

To … สายธาร

 

พี่ส่งชุดกระโปรงสวยๆไปให้ หลายแบบหลากสไตล์ เอาไว้หยิบใส่เวลาไปออกงานนะ พี่รู้ว่าเธอยังไม่มีชุดอะไรแบบนี้ติดตู้ไว้หรอก หรือว่าคนสวยเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวแล้ว? … ล้อเล่น พี่อยากตอบแทนน้ำใจที่คอยแวะมาดูแลแม่พี่…ต้องหาโอกาสใส่นะ ไม่งั้นคนให้น้อยใจแย่

รดา…

 

สายธารหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลางก้มมองสำรวจตัวเองไปด้วย เธอชอบใส่กางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุดทับด้วยเสื้อคลุมแขนยาว รองเท้าบูตข้อสั้น ก็ใช้ชีวิตอยู่แต่ในไร่ทั้งวัน เลยเน้นความสบายเป็นหลัก แม้หน้าที่ส่วนใหญ่จะทำงานเอกสารในออฟฟิศก็ตามเถอะ ชุดสวยๆแบบที่พี่รดาฝากมาให้แทบจะไม่ได้มีโอกาสได้ใส่

หลังจากรับของฝากจากคนแดนไกล เธอก็ขอตัวเข้าเมืองเลย  เพราะมีธุระยาวทั้งวัน

 

“น้องน้ำ ทั้งสวย ทั้งน่ารัก นิสัยก็ดีๆ แต่ไม่มีแฟน งงใจสุดๆ” พอลับหลังสายธาร แจ่มใสก็แสดงความคิดเห็นออกมา

คุณลัดดาวัลย์ถอนหายใจพรืด ใครๆก็เห็นความน่ารักของสายธาร เว้นลูกชายนางเอาไว้คนหนึ่ง ตัวเองเป็นหนุ่มโสดแท้ๆ หน้าที่การงานก็ดี แต่ดันรอผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้ว โง่บรม  พอคิดถึงตรงนี้ คนเป็นแม่ก็รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาทันควัน

 

เย็นวันเดียวกัน

@คลินิกหมอราวิน

“พี่หมอวิน รอน้ำด้วย!” สายธารวิ่งเข้ามาหาคนที่กำลังจะเปิดประตูรถ

คนหล่อหันหลังมามอง

“น้ำขอติดรถกลับบ้านด้วยนะคะ วันนี้น้ำเข้ามาทำธุระ รถยางแบน จอดทิ้งไว้ที่อู่เฮียศักดิ์โน้นค่ะ พรุ่งนี้แกถึงจะเปลี่ยนยางให้ เด็กที่ร้านแกกลับบ้านกันหมดแล้ว” สายธารอธิบายยาวเหยียด อู่เฮียศักดิ์ที่เธอบอกก็อยู่ไม่ไกลจากคลินิกของหมอราวินมากนัก

“ได้สิ” เขาตอบสั้นๆ แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ

“น้ำกำลังจะโทรไปให้ที่บ้านมารับ แต่มองเห็นพี่พอดี” เธอบอกในตอนที่เปิดประตูเข้ามานั่งเบาะหน้าคู่กับเขา

หมอหนุ่มไม่ได้ต่อบทสนทนา

“คลินิกยังไม่เปิดให้บริการ แต่คุณป้าบอกว่าพี่เข้ามาทุกวัน” สายธารชวนคุยต่อ

หมอราวินหันไปมองคนช่างพูด “พี่มาสัมภาษณ์ผู้ช่วยพยาบาล” เขาเอื้อมมือไปกดเปิดเพลงในขณะที่ตอบคำถามเธอ จากนั้นก็ขับรถออกไปเลย

สายธารดึงสายตาไปมองวิวข้างหน้าแทน เพราะตอนนี้อีกคนเปิดเพลงเสียงดังมาก เหมือนเป็นการส่งสัญญาณบอกเป็นนัยๆว่าให้เธอหยุดพูดสักที ทำให้ภายในรถหรูที่กำลังเคลื่อนไปข้างหน้ามีเพียงเสียงเพลงจากเครื่องเล่น ปราศจากเสียงสนทนาของทั้งสอง

 

ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง รถยนต์คันหรูสีดำก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้านวรโชติเมธี

“ขอบคุณมากนะคะพี่หมอวิน” สายธารเอียงหน้าไปบอกคนหล่อ

หมอหนุ่มไม่ได้สนใจ แต่กลับเอื้อมมือไปหรี่เสียงเพลงลง แล้วกดรับสายที่โทรเข้ามา

{สวัสดีครับณิริน}

สายธารหน้าเจื่อน มือเรียวเอื้อมไปเปิดประตู พาตัวเองลงมาจากรถ

ไม่ถึงเสี้ยววิ ราวินก็ถอยรถออกไปเลย เขาดูรีบร้อนมาก

7บทที่ 75 นาที

@บ้านวรโชติเมธี

ห้องนั่งเล่น

“น้ำ นั่งลงคุยกับพี่ก่อนแป๊บหนึ่ง” แผ่นภพเอ่ยเรียกคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” คนน้องถามเสียงตื่น

“พี่จะไปพักผ่อนสัก 3-4 เดือน”

“ก็ดีสิพี่ไม่เคยได้หยุดพักเลย” สายธารยิ้มโล่งอก นึกว่าพี่ชายคนกลางมีเรื่องซีเรียสอะไรเสียอีก ก็เห็นนั่งหน้านิ่งอยู่ ทำเอาตกอกตกใจหมด

“แพรวกับพี่ลมจะช่วยงานในออฟฟิศ ส่วนไอ้ไฟมันถนัดงานในไร่ ช่วงที่พี่ไม่อยู่ พี่อยากให้น้ำขึ้นมาทำงานแทนพี่” แผ่นภพขยายความ งานในส่วนที่เขาทำคือเจรจาต่อรองทางธุรกิจ และพบปะสังสรรค์กับลูกค้า

สายธารพยักหน้าตกลง

“น้ำพอมีประสบการณ์ น่าจะราบรื่นดี” คนพี่เอ่ยเสริม ในยามที่เขาติดงาน น้องสาวก็จะเป็นคนไปทำหน้าที่แทน

“สบายมากค่ะพี่ดิน” คนไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มากนัก ยิ้มแบบไม่เต็มปาก ที่ตอบตกลงง่ายๆ เพราะอยากให้พี่ชายได้ไปเที่ยวพักผ่อนบ้าง

ตั้งแต่บิดาเสีย แผ่นภพก็ขึ้นมาบริหารงานในไร่ทุกอย่าง เขาทำหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัวมาโดยตลอด

“ไม่ต้องกังวลหรอก พี่จะคอยเป็นที่ปรึกษาให้ แม้ตัวไม่อยู่ แต่ติดต่อหาได้ทุกเมื่อ” คนพี่เอื้อมมือไปตบไหล่น้องสาวเบาๆอย่างให้กำลังใจ

สายธารยิ้มแบบมีความมั่นใจขึ้นมาเป็นกอง พอคุยธุระกับพี่ชายเสร็จ หญิงสาวก็ขอตัวไปพักผ่อนเลย ช่วงนี้เธอรู้สึกว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่หมอราวินกลับมานั่นแหละ

 

วันต่อมา

@คลินิกหมอราวิน

สายธารผลักประตูเข้าไปข้างใน เดินตรงไปยังมุมอ่านหนังสือที่มีหมอราวินนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่

“สวัสดีค่ะพี่หมอวิน” เธอยิ้มสดใสทักทายคนหน้าขรึม

“ถ้าจะเอาอาหารมาแทนคำขอบคุณที่พี่ให้ติดรถกลับบ้านด้วยเมื่อวาน ไม่จำเป็นหรอกนะ” หมอราวินดักทาง เพราะตอนนี้สายธารกำลังวางกล่องอาหารลงบนโต๊ะกลาง

“เออ… คือว่า” สายธารยังไม่มีโอกาสได้เปิดปากพูดอะไร หมอราวินก็พูดแทรกขึ้นมาอีก

“ไม่ต้องทำกับข้าวมาให้พี่หรอก พี่ไม่ต้องการ การที่น้ำเอาโน้นเอานี่มาให้พี่บ่อยๆ มันทำให้พี่รู้สึกอึดอัดมาก” ราวินตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ

“แค่เอาข้าวมาให้นี่นะ ทำให้พี่อึดอัด” สายธารหน้าถอดสี ถามคนใจร้ายด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ คำพูดตรงไปตรงมาของเขา ทำหัวใจเธอหล่นไปกองอยู่ตาตุ่ม

“พี่รู้ว่าน้ำพยายามเข้าหาพี่”

ดวงตาคู่หวานเบิกกว้าง

“พี่รู้ว่าน้ำรักพี่”

ดวงตาคู่หวานเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม เธอแปลกใจว่าเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร รู้ตั้งแต่ตอนไหน เธอไม่เคยบอกเขา ไม่เคยบอกใครๆด้วยซ้ำ หรือว่าจะเป็นแพรวไหม เพราะนางเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้!?

“น้ำเป็นคนบอกพี่เองกับปาก คนเมามักจะพูดความในใจออกมาเสมอ” ราวินไขข้อสงสัยให้เธอ

ใบหน้าขาวจัดซับสีแดงระเรื่อเพราะความอาย สายธารมองสบประสานนัยน์ตาสีชาเข้มพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ความรักของน้ำมันน่ารังเกียจถึงขนาดที่ทำให้พี่ต้องเย็นชาใส่กันเลยเหรอคะ” สายธารถามเสียงสั่น ในเมื่อเขารู้แล้ว เธอก็ไม่อยากปฏิเสธอีกต่อไป

หมอหนุ่มเงียบ

“พี่จะให้โอกาสเราสองคนได้เรียนรู้กันไหมคะ” เธอตัดสินใจถามเขาออกไปตรงๆ

“น้ำไม่ใช่สเปคพี่ น้ำเป็นน้องข้างไร่ เป็นน้องสาวของเพื่อนสนิท พี่รู้สึกแบบนั้น” ราวินตอบแบบไม่อ้อม

คำพูดของหมอราวิน ทำให้สายธารรู้สึกชาวาบเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ ตอนนี้เธออายจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

“ฟังดูอาจจะใจร้าย แต่พี่อยากให้น้ำได้รับรู้มุมมองของพี่”

สายธารไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา เธอได้แต่ยืนอ้าปากค้าง

“พี่หวังว่าน้ำจะเข้าใจ”

“ขอโทษที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นนะคะ” ใบหน้าของสายธารตอนนี้ซีดเผือดลงจนไม่เหลือสีเลือด น้ำเสียงเหมือนกำลังจะร้องไห้ “น้ำจะไม่มารบกวนพี่หมอวินอีก” เธอรีบหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกไป พูดมาขนาดนี้ใครจะกล้าอยู่ต่อ

หมอราวินนั่งมองแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ พลางเป่าปากอย่างโล่งอก แล้วค่อยๆปิดเปลือกตาลง

 

ทว่าผ่านไปเพียงสิบนาที ก็ต้องลืมตาขึ้นมาอีก

“คุณวิน แจ่มใสกลับไร่แล้วเหรอครับ” เป็นเสียงของเมธีหัวหน้าคนงานที่กำลังเดินเข้ามาที่มุมอ่านหนัง

“แจ่มใสยังไม่ได้เข้ามาคลินิกเลยนะ” หมอราวินทำหน้างง

“อ้าว งั้นใครเอาอาหารพวกนี้มาให้คุณครับเนี่ย”

“น้ำเป็นคนเอามาให้”

“แจ่มใสแวบไปไหนน่า” เมธีพึมพำ เขารู้ว่าวันนี้แฟนสาวจะเอาอาหารมาส่งลูกชายเจ้านาย เลยกะว่าจะรับเธอไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนกลับไร่

“อาหารพวกนี้ใครเป็นคนทำเหรอ”

“นายหญิงเป็นคนทำ และใช้ให้แจ่มใสเอามาส่งคุณ แจ่มใสน่าจะวานน้องน้ำต่ออีกทอดหนึ่ง เพราะเธอต้องมาส่งดอกไม้แถวนี้เกือบทุกวันอยู่แล้ว”

“แม่เป็นคนทำงั้นเหรอ” หมอหนุ่มมีสีหน้าตกใจ

“คุณวินคิดว่าใครเป็นคนทำเหรอครับ”

“_”

“นายหญิงกลัวว่าอาหารตามสั่งแถวนี้จะไม่ถูกปากคุณ เลยคอยทำอาหารเที่ยงมาให้ อย่าบอกนะครับว่าแจ่มใสไม่เคยเอาอาหารมาส่งคุณเลย” เมธีเห็นสีหน้าเจ้านายหนุ่มดูงงๆ ก็เลยอดถามไม่ได้

หมอหนุ่มนั่งนิ่ง ตกลงเขาเข้าใจผิดใช่ไหมเนี่ย

 

ตี๊ดๆ ตี๊ดๆ ตี๊ดๆ

“ขอโทษนะครับ แจ่มใสโทรมาพอดี ผมขอตัวเลยนะครับ” เมธีล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงพลางหมุนตัวเดินออกจากห้องไป

ราวินหลุบตามองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะชั่วครู่ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักโซฟาแล้วถอนหายใจยาว ต่อว่าเธอไปแล้ว ทำไงดีล่ะคราวนี้

ชอบไหม อ่านต่อได้ที่