เรื่องย่อ

ดาหลาถูกส่งให้มาเรียนรู้งานในไร่กับอัคคี แทนที่เขาจะสอนเธอดีๆ ทว่ากลับหาเรื่องกลั่นแกล้งกันซะงั้น

ทดลองอ่าน

100%
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง

“ไฟ มึงจะให้ดาหลาเริ่มงานเลยเหรอ”

“ถ้าไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ เมื่อไหร่จะมีความรู้กลับไปทำงานใช้หนี้ล่ะ” อัคคีถามกลับผู้จัดการ สายตาของเขาสาดไปทางลูกหนี้สาว

ดวงหน้างามเชิดขึ้นสูง ไอ้หมอนี่ขยันย้ำเรื่องหนี้จังเลยว่ะ

“ตามมาสิครับคุณหนู คิดว่าตัวเองจะมาปลูกดอกไม้ในห้องแอร์หรือไง หัวทื่อซ้ำซ้อน” อัคคีอ้าปากประชดเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่ยืนทำหน้ามุ่ย ไม่ยอมก้าวขาตามเขามาเลย

ดาหลากำหมัดแน่น สองขาเรียวเดินจ้ำอ้าวตามหลังคนเจ้าบงการไป อย่าให้ถึงทีเธอบ้างแล้วกัน จะเอาคืนให้สาสมคอยดูสิ!

“พี่ไฟรอหนูด้วย!” ดาหลาเรียกให้อีกคนชะลอความเร็วลง สองเท้าเล็กซอยยิบๆไปตามทางขรุขระคดเคี้ยวที่ปกคลุมไปด้วยหญ้าคาและวัชพืชน้อยใหญ่

“เดินช้าเป็นเต่าคลานเมื่อไหร่จะถึง กว่าจะได้เริ่มงานเย็นพอดี” อัคคีทำเสียงหงุดหงิดใส่ ขายาวก้าวไปข้างหน้าเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า เขาต้องการแกล้งหล่อน

1บทที่ 17 นาที

@เชียงใหม่

“ดาหลาหนูมีปัญหาอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” คุณฟองนวลถาม นางเห็นว่าสาวน้อยตรงหน้าเอาแต่นั่งอึ้งอยู่กับที่ ไม่พูดไม่จาเกือบจะห้านาทีอยู่แล้ว

“หนูต้องไปช่วยงานในไร่คุณนายเพื่อใช้หนี้ให้ครอบครัวเราเหรอคะ” ดาหลาถามย้ำเป็นครั้งที่สี่ ทั้งที่เธอได้อ่านเงื่อนไขในสัญญาประนอมหนี้เงินกู้ไปแล้วสองรอบ

“จ้ะ”

“คุณนายคะ หนูเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีมา หนูขอไปช่วยงานในออฟฟิศได้ไหม หนูไม่อยากทำงานในไร่เลย” ดาหลา ต่อรองอีกครั้ง เธอรู้มาว่าคุณนายฟองนวลทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตและจำหน่ายชาดอกไม้ทั้งในและต่างประเทศ กิจการของนางใหญ่โตพอสมควร งานในออฟฟิศก็มีให้ทำตั้งหลายแผนก เธอไม่ถนัดงานใช้แรงงานเลยจริงๆ

“ทำไมเธอถึงเป็นคนที่เข้าใจอะไรยากเย็นนัก แน่ใจนะว่าจบปริญญามาจริงๆ” แผ่นภพลูกชายของคุณฟองนวลว่าขึ้นอย่างหงุดหงิด นั่งเกือบจะสามชั่วโมงอยู่แล้ว ยังหาข้อสรุปไม่ได้

หญิงสาวมองค้อนคนพูด แต่อีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจเธอ

“เธอก็แค่ไปเรียนรู้งานในไร่ของเราเพื่อเอามาพัฒนาผลผลิตในไร่ตัวเองก็เท่านั้น มันยากตรงไหนเนี่ย” แผ่นภพอธิบายเป็นรอบที่สี่

“มันยากทุกตรงค่ะ” คนไม่เคยทำงานกลางแจ้งมาก่อนในชีวิตตอบเสียงเครียด

“ไม่ไปเรียนรู้งานที่ไร่ผมก็ได้นะ ปลูกดอกไม้ใช้หนี้ผมสิ เคยปลูกไหมดอกไม้ หรือว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ไร่เติมรักให้พวกเราเลยก็ได้” แผ่นภพทำเสียงเข้มกดดัน

ดาหลาเถียงไม่ออก จริงอยู่การปลูกดอกไม้ขายเป็นอาชีพหลักของครอบครัวที่ทำต่อกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า แต่ตัวเธอเองไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลย เธอเกิดที่เชียงใหม่ก็จริง แต่ถูกมารดาส่งไปอยู่กรุงเทพฯกับยายตั้งแต่ตอนแปดขวบ ที่เธอต้องกลับบ้านเกิดเป็นเพราะยายเสียชีวิต นางจากไปเมื่อไม่นานมานี้ประกอบกับตัวเธอเองก็กำลังว่างงาน

ยายของดาหลาเป็นคนกรุงเทพฯ ส่วนตาเป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิดเช่นเดียวกับปู่ย่า หลังจากที่ตาเสียชีวิต ดาหลาได้ย้ายไปอยู่เป็นเพื่อนยายที่กรุงเทพฯ ส่วนมารดาจะไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพ-เชียงใหม่ ด้วยความที่เธอไปอยู่เมืองกรุงตั้งแต่เด็กจึงไม่มีโอกาสได้ทำงานในไร่เลย

ดาหลาเพิ่งรู้ข่าวจากมารดาว่าครอบครัวได้เอา ‘ไร่เติมรัก’ ไปจำนองไว้กับคุณนายฟองนวลเป็นจำนวนเงินมากถึง 20 ล้านบาท ผ่านมาหลายปีแล้ว มารดาไม่มีเงินชดใช้คืนเลยต่อรองกับทางเจ้าหนี้ว่าจะขอใช้คืนเป็นผลผลิตในไร่แทน นั้นหมายถึงดอกไม้สดจำนวนมากมาย

“ถ้าพ่อสุขภาพแข็งแรงดีเหมือนแต่ก่อน คงไม่ต้องลำบากลูกแบบนี้หรอก ตั้งแต่ลุงพิชิตลาออกไป พ่อก็หาคนเก่งๆมาแทนแกไม่ได้ ทำให้ไร่เราขาดผู้นำ สภาพก็เลยเป็นแบบที่ลูกเห็นนั่นแหละ” คุณทิวาพูดด้วยสีหน้าอมทุกข์

ดาหลาเอาแต่นั่งเงียบ เธอรู้จักลุงพิชิตที่บิดาเอ่ยถึง ลุงคนนี้เชี่ยวชาญเรื่องการปลูกดอกไม้เป็นที่สุด แกทำงานกับบิดามาตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่นแล้ว แกลาออกเมื่อสองปีก่อน เพราะปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ตอนนี้ไร่เติมไร่ถูกปล่อยรกร้างไปกว่าครึ่ง เพราะบิดาเองก็มีปัญหาด้านสุขภาพเช่นกัน ท่านไม่อาจไปดูแลงานในไร่ได้อย่างเต็มที่

“ผลผลิตในไร่เราตอนนี้ก็คาบเส้น ยังดีที่รายได้พอจ่ายเงินเดือนคนงาน แต่ไม่มีพอไปใช้หนี้คุณนายท่านเลย” คุณเฟื่องฟ้าเสริมขึ้นอีก

“พ่อขอโทษที่ไปสร้างหนี้เอาไว้ให้ลูกต้องมาชดใช้แบบนี้” ดวงตาของชายสูงวัยฉายแววเสียใจออกมาอย่างเปิดเผย จนลูกสาวต้องเอียงหน้าหนี เธอไม่อยากมองใบหน้าสิ้นหวังของท่านนานๆ

“พ่อต้องเทียวไปฟอกเลือดตลอด แม่ขอโทษที่ปิดเรื่องนี้นาน แม่ไม่อยากให้ดาหลาเป็นห่วง” คนเป็นแม่บอก สามีของนางเป็นโรคไตวายเรื้อรัง แถมยังมีโรคอื่นแทรกซ้อนขึ้นมาอีก

“พ่อแม่อย่าพูดแบบนั้นสิคะ หนูจะไปฝึกงานที่ไร่คุณนายฟองนวลค่ะ” ดาหลาจำใจต้องตกลง

“ช่วงที่หนูไปเรียนรู้งาน ฉันจะพักหนี้ให้แล้วกัน แถมยังจะมีเงินเดือนให้อีกด้วยนะ” คุณฟองนวลบอก

มือเรียวยกขึ้นพนมไหว้ “ขอบคุณมากนะคะที่พักหนี้ให้ครอบครัวเรา” ดาหลาขอบคุณจากใจจริง เธอรู้สึกว่าเจ้าหนี้สองแม่ลูกไม่ได้หน้าเลือดเลย เก็บเงินสดไม่ได้ก็ยอมให้ใช้หนี้เป็นผลผลิตในไร่แทน แถมยังพักหนี้ให้อีกต่างหาก เธอก็แค่ไปเรียนรู้วิธีการปลูกดอกไม้เท่านั้นเอง ง่ายจะตาย ว่าแต่เธอจะต้องปลูกดอกไม้กี่ร้อยไร่ กี่สิบปีถึงจะใช้หนี้ 20 ล้านของคุณนายหมด คิดแล้วก็กลุ้ม

“ฉันมีคนงานเก่งๆเยอะแยะเต็มไร่เลย ฉันจะให้พวกเขาช่วยสอนงานให้หนู ไม่ต้องกังวลหรอก อีกไม่นานหนูก็กลับมาพัฒนาไร่ตัวเองได้แล้ว มีผลผลิตคืนหนี้ฉันแน่นอน”

เสียงนุ่มละมุนหู บวกกับแววตาอบอุ่นของหญิงสูงวัยตรงหน้าทำให้ดาหลารู้สึกเบาใจขึ้นมาอีกนิด

หลังจากได้ข้อสรุปทุกอย่างดาหลาก็ขอตัวไปทำใจ ปล่อยให้เจ้าหนี้รายใหญ่หารือกับบิดามารดาต่อ

คุณเฟื่องฟ้าชะโงกมองตามหลังลูกสาว พอเห็นอีกคนเดินห่างออกไปไกล นางก็หันมาคุยกับเพื่อนรักทันที “ขอบใจมากนะที่ยอมร่วมมือกับฉัน อย่างที่ฉันเคยบอกเธอนั่นแหละ ถ้าไม่สร้างสตอรี่ให้ดูมีดราม่า ดาหลาจะไม่ยอมไปทำงานในไร่เด็ดขาด” หญิงสูงวัยยิ้มโล่งอก ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่นางวางไว้แป๊ะ

“เพื่อนไม่ช่วยเพื่อนแล้วจะให้ไปช่วยใครล่ะ” คุณฟองนวลบอก นางเป็นเพื่อนกับสองสามีภรรยามาตั้งแต่เด็กๆแล้ว

“ฉันฝากลูกสาวด้วยนะ” คุณทิวาพูดเสียงเศร้า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาคงไม่ส่งลูกสาวตัวเองไปอยู่ไร่เพื่อนแบบนั้น

“ไม่ต้องห่วงนะฉันจะดูแลหนูดาหลาเป็นอย่างดี ตั้งใจรักษาตัวให้หายเถอะ” คุณฟองนวลรับปากเป็นมั่นเหมาะ

“คุณลุงคุณป้าครับ ผมจะคอยส่งข่าวน้องให้” แผ่นภพช่วยเพิ่มความมั่นใจให้สองสามีภรรยาอีกคน

เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของพวกท่านทั้งสองก็ดูผ่อนคลายลงเยอะ

 

อีกหลายวันต่อมา

@ลำปาง – บ้านวรโชติเมธี

“ผมต้องสอนยัยดาหลาอะไรนั่นปลูกดอกไม้” อัคคีถามย้ำหลังจากที่มารดาบอกว่าจะมีคนมาทำงานในไร่เพื่อใช้หนี้ แถมยังให้เขาเป็นคนช่วยดูแล และสอนงานให้กับหล่อนอย่างใกล้ชิด

“ดินช่วยอธิบายให้น้องแกฟังที” คุณฟองนวลโยนไม้ต่อไปให้ลูกชายคนกลาง

“พวกเขาไม่มีเงินสดใช้หนี้ เลยขอใช้เป็นผลผลิตในไร่แทน แต่ตอนนี้หัวหน้าคนงานลาออกไปแล้ว เสาหลักก็ป่วยออดๆ แอดๆ เอาง่ายๆคนงานในไร่ไม่มีใครชำนาญเรื่องการปลูกดอกไม้เท่าที่ควร ถนัดแต่คอยทำตามคำสั่ง แกก็รู้ดีนิ กว่าดอกไม้จะโตสวยสมบูรณ์แบบต้องประคบประหงม ดูแลบำรุงรักษาเป็นอย่างดี” แผ่นภพบอกเหตุผล

“แม่ไม่อยากยึดที่ดินของพวกเขาเลยเสนอให้ปลูกดอกไม้ใช้หนี้แทน”

“แต่ยัยนั่นดันปลูกดอกไม้ไม่เป็น”

“อืม…เด็กฝึกงานแกจะเดินทางมาถึงพรุ่งนี้นะ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน” คนพี่พยายามดึงมุมปากไม่ให้โค้งมากเกินไปในขณะที่บอกน้องชาย

“ไฟ แกอย่าไปแพร่งพรายเรื่องหนี้สินให้คนงานในไร่รู้นะ” คนเป็นแม่ย้ำ

“ผมดูแลยัยนั่นให้ก็ได้ แต่ดูแลในฐานะหัวหน้าคนงาน ไม่ต้องบอกหล่อนว่าผมลูกชายแม่นะครับ” อัคคีต่อรอง

“ทำไม” คุณฟองนวลทำหน้าสงสัย

“หล่อนจะได้รู้สึกไม่ประหม่า ไม่กดดันเวลาผมสอนงานให้ไงครับ”

คนเป็นแม่ผงกศีรษะเห็นด้วยกับความคิดของลูกชาย

อัคคียกยิ้มมุมปาก ถ้าบอกว่าเป็นลูกชายเจ้าของไร่ ก็คงจะไม่ได้เห็นธาตุแท้ของหล่อนนะสิ

2บทที่ 26 นาที

@ลำปาง – ตลาดสดในตัวอำเภอ

“สวัสดีค่ะป้า หนูจะไปไร่วรโชติเมธี มีรถประจำทางผ่านแถวนั้นไหมคะ” ดาหลาเอ่ยถามแม่ค้าในตลาดสด

“ไม่มีหรอกหนู ถ้าจะไปแถวนั้นต้องจ้างรถไปเองนะ” ป้าเจ้าของแผงขายขนมตอบ

“เธอจะไปไร่วรโชติเมธีทำไม”

หญิงสาวเอียงหน้าไปทางคนพูด พบว่าเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง  ผิวขาว หน้าตาคมคาย

ในเมื่ออีกคนไม่ตอบ ชายผู้มาใหม่ก็เปลี่ยนไปคุยกับเจ้าของแผงขายขนมแทน “ป้าครับอยากได้ข้าวปุกงา วันนี้ผมขอเหมาทั้งหมด ป้ามีเท่าไหร่จัดมาเลย”

“จ้ะ เดี๋ยวป้าเอาใส่ถุงให้ รอแป๊บนะ” หญิงวัยกลางคนยิ้มรับออเดอร์กับลูกค้าประจำ จากนั้นก็เบือนหน้ามาพูดกับหญิงสาว “หนู…นี่คุณเหนือตะวัน ผู้จัดการไร่วรโชติเมธี”

“สวัสดีค่ะ หนูกำลังจะไปที่นั่นพอดี ขอติดรถไปด้วยได้ไหมคะ” ดาหลายิ้มแป้นทักทาย จะเรียกว่าเป็นการฝากเนื้อฝากตัวไปโดยปริยายเลยก็ว่าได้

ชายหนุ่มไล่สายตามองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นตรงมุมปากของเขา “ได้สิ” เหนือตะวันตอบเสียงเรียบ พลางยื่นธนบัตรไปชำระค่าขนม

“ขอบคุณมากนะคะ” ดาหลายิ้มดีใจ อะไรจะโชคดีขนาดนี้

“ส่งกระเป๋าเธอมาสิเดี๋ยวฉันช่วยลาก” เหนือตะวันเอ่ยอาสาเพราะเห็นว่าเธอมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาด้วยตั้งสองใบ

หญิงสาวค้อมศีรษะลงเป็นเชิงขอบคุณ

 

อีกสถานที่หนึ่ง – บ้านวรโชติเมธี

“คุณนายฟองนวลเป็นอะไรครับ” อัคคีถามอย่างเป็นห่วงเขาสังเกตว่าเช้านี้มารดาดูเศร้าสร้อยผิดปกติ

“แม่คิดถึงหนูแพรวนะสิ” นางตอบลูกชายเสียงอ่อย ปกติเช้าๆแบบนี้จะมีแพรวไหมมานั่งดื่มชาเป็นเพื่อนนางทุกวัน

“ลูกสะใภ้แม่แค่ไปฮันนีมูนนะครับเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” แผ่นภพเป็นคนพูด ตอนนี้แพรวไหมกับวายุดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์

{แพรวไหมกับวายุเป็นตัวละครเอกจากเรื่อง ‘ดวงตาของวายุ’ – The Four Flavors of Love (ซีรีย์รัก 4 รส) VOL.1}

“เข้าไร่พร้อมกับผมไหมครับคุณนาย ลูกสะใภ้ไม่อยู่ก็ไปเจอลูกสาวแทนก็ได้นิ” อัคคีเสนอทางออกให้คนแก่ขี้เหงา

“แม่มีธุระในเมือง ตอนเย็นบอกน้องกับหมอวินมากินข้าวกับแม่หน่อยนะ” คุณฟองนวลบอกกับลูกชาย ‘สายธาร’ ลูกสาวคนเล็กของนางได้ย้ายออกไปอยู่กับคู่หมั้นหนุ่มเรียบร้อยแล้ว

“ครับ ผมขอตัวเข้าไร่เลยนะครับ” อัคคีบอกมารดาพลางยันกายลุกหันหลังเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป

 

Rrrrr เสียงโทรศัพท์ของคุณฟองนวลดังขึ้น นางกดรับสายที่โทรเข้ามา สนทนาประมาณนาทีเศษๆ ก็กดวางสาย

 

“หนูดาหลาเดินทางมาถึงไร่เราแล้ว เห็นบอกว่ามาพร้อมกับนายเหนือ บังเอิญเจอกันที่ตลาดว่างั้น” คุณฟองนวลบอกกับลูกชายคนกลาง

“แม่ไม่ต้องห่วงนะ ผมสั่งต้นข้าวไว้แล้ว เดี๋ยวต้นข้าวจะจัดการทุกอย่างให้เธอเอง” แผ่นภพบอก

‘ต้นข้าว’ คือผู้ช่วยของแผ่นภพ

คุณฟองนวลพยักหน้าโล่งอก

 

อีกสถานที่หนึ่ง – ไร่วรโชติเมธี

“สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อต้นข้าว เรียกสั้นๆว่าข้าวก็ได้นะ ฉันเป็นผู้ช่วยของคุณแผ่นภพ” หญิงสาวรูปร่างอรชร หน้าตาสะสวยเอ่ยแนะนำตัวเอง “เราอายุเท่ากัน” เธอขยายความเพิ่ม เจ้านายหนุ่มบอกข้อมูลเกี่ยวกับดาหลามาบ้างแล้ว

“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อดาหลา ชื่อเล่นก็ดาหลา มีชื่อเดียว” ดาหลายิ้มทักทาย คนตรงหน้าดูอัธยาศัยดีมาก ทำให้เธออุ่นใจขึ้นเป็นกอง อย่างน้อยๆคงไม่ได้อยู่ที่นี่แบบโดดเดี่ยวมากนัก

หลังจากทำความรู้จักกันพอหอมปากหอมคอ ผู้ช่วยสาวก็พาเด็กฝึกงานคนใหม่ไปยังบ้านพัก

“นี่เหรอบ้านพักของฉัน” ดาหลาถาม ดวงหน้าสวยเผยแววประหลาดใจเป็นอย่างมาก

“ถ้าเธอชื่อดาหลา นี้แหละคือบ้านพักของเธอ” ต้นข้าวบอก

ดาหลายังคงยืนงงเป็นไก่ตาแตก ตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาเหยียบที่นี่ทำให้เธอได้รู้ว่า ‘ไร่วรโชติเมธี’ แตกต่างจาก ‘ไร่เติมรัก’ ราวฟ้ากับเหว ไล่ไปตั้งแต่ภูมิทัศน์ภายในไร่ที่ถูกออกแบบแยกเป็นโซนๆเอาไว้อย่างสวยงาม ดอกไม้ที่นี่ก็มีหลากหลายประเภท กำลังแข่งกันบานสะพรั่ง กระจายหลากสีสันเต็มทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา ดูงดงามยิ่งนัก

วกกลับมาเรื่องที่พัก คนตรงหน้าเรียกมันว่าบ้านพักคนงาน แต่สำหรับดาหลาแล้วมันคือรีสอร์ตหลังงามกลางสวนสวยต่างหาก

ตัวบ้านมีหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ห้องโถง และห้องครัว มาพร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกแบบครบครัน หรือว่าคนตรงหน้าไม่รู้ว่าเธอเป็นลูกหนี้ของคุณนายฟองนวลกันนะ ถึงได้ต้อนรับดีเกินไป

“สวยมากไม่เหมือนบ้านพักคนงานเลย” ดาหลาว่า สายตาของเธอยังคงมองสำรวจบ้านหลังสวยทุกซอกทุกมุม

“คนงานในไร่เราเป็นชาวบ้านละแวกนี้ มาเช้า-เย็นกลับ ไม่มีใครพักที่ไร่หรอก บ้านพัก 5-6 หลังที่เธอเห็นมีไว้สำหรับผู้จัดการ หัวหน้าคนงาน และแม่ครัว ฉันก็พักอยู่ที่นี่เหมือนกัน” ต้นข้าวชี้มือไปยังบ้านที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

ดาหลายิ้มดีใจเมื่อรู้ว่าอีกคนพักอยู่ใกล้กัน

“อาหารเช้ากับอาหารเที่ยงเธอไปกินที่โรงอาหารได้เลยนะ จะมีแม่ครัวเตรียมไว้ให้ทุกวัน ส่วนมื้อเย็นต้องทำกินเอง ทางไร่วรโชติเมธีจะมีวัตถุดิบให้ฟรี อยากกินอะไรเธอไปหยิบที่ตู้แช่ในโรงครัวได้เลย” จบจากเรื่องที่พัก ต้นข้าวก็ได้อธิบายถึงเรื่องอาหารการกินต่อ

ดาหลาพยักหน้า ที่นี่สวัสดิการดีเวอร์เลี้ยงข้าวคนงานตั้งสามมื้อ แตกต่างจากไร่เติมรักของเธออีกแล้ว

เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันจากโทรศัพท์ของต้นข้าวดังขึ้น เธอก้มอ่านข้อความอยู่ครู่หนึ่ง

“คนที่จะสอนงานให้เธอ รออยู่ออฟฟิศผู้จัดการแล้วจ้ะ” ต้นข้าวบอกคนงานใหม่

“โอเค…ฉันขอตัวไปออฟฟิศคุณเหนือตะวันเลยนะ” ดาหลาบอก เธอรู้แล้วว่าออฟฟิศของผู้จัดการหนุ่มอยู่ที่ไหน

 

สักครู่ต่อมา

ดาหลายืนมองรถกระบะโฟวิลสีดำที่จอดอยู่หน้าออฟฟิศผู้จัดการอย่างครุ่นคิด รถคันนี้ช่างคุ้นตาคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน “รถแบบนี้ สีนี้ ไม่ได้มีคันเดียวในประเทศไทยใช่ไหม” เธอพึมพำกับตัวเอง

“อืม… รถยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ สีนี้ ในประเทศไทยมีหลายหมื่นคันเลยแหละ”

ดาหลาไหวไหล่เห็นด้วยกับคำพูดนั้นเต็มประดา “นั่นนะสิ ฉันคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกมั้ง”

“ใครกันแน่ที่โชคร้าย”

เสียงเข้มแฝงประชดดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ดาหลาละสายตาจากกระบะโฟวิลคันงาม แล้วหันหลังกลับไปมอง ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!?

 

3บทที่ 37 นาที

{คุณนายฟองนวลบอกผมเป็นรอบที่ร้อยแล้วนะครับ ผมจะดูแลลูกหนี้ VIP คนนี้ให้ดีที่สุด ไม่ต้องห่วงหล่อนหรอก} อัคคีบอกกับมารดา เขาจงใจพูดคำว่า ‘ลูกหนี้ VIP’ เสียงดังหมายให้คนที่นั่งอยู่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามได้ยินชัดๆ 

ดาหลาเม้มปากแน่นอย่างนึกหมั่นไส้ ก็รู้แหละว่าตัวเองมาที่นี่ในฐานะอะไร แต่เขาก็ไม่ควรประจานเธอดังลั่นต่อหน้าผู้จัดการแบบนี้ คนอะไรไร้มารยาทสิ้นดี!

กดวางสายเสร็จสรรพ อัคคีก็ยัดโทรศัพท์ใส่กลับไปในกระเป๋ากางเกงตามเดิม เขาชักจะเริ่มสงสัยแล้วนะว่ายัยนี่เป็นใครกันแน่ ทำไมมารดาถึงได้เป็นห่วงออกนอกหน้า เมื่อกี้นางก็โทรมาย้ำให้ดูแลหล่อนดีๆ

“เอาบัตรประชาชนเธอมาให้ฉันดูหน่อยสิ”

หญิงสาวทำหน้าไม่เข้าใจ ทำไมจู่ๆ มาขอดูบัตรกัน

“เจอกันคราวก่อน ยังเป็นเด็กติดโทรศัพท์อยู่เลยนิ ต้องเช็คให้ชัวร์ กฎหมายระบุชัดเจนว่าห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นลูกจ้าง ฉันไม่อยากซวยทีหลัง” อัคคีอธิบายเหตุผล

{ สยบรักนายอัคคีเป็นซีรีย์อันดับที่ 3 ของ The Four Flavors of Love (ซีรีย์รัก 4 รส) – อัคคีกับดาหลาเคยเจอกัน ก่อนหน้าแล้ว พวกเขาเจอกันในเรื่องบ่วงรักสายธาร}

“พี่ชาย!” ดาหลามองหน้าอีกฝ่ายตาขวาง เขาแสร้งอธิบายเป็นตุเป็นตะ ทว่าสีหน้าท่าทางช่างยียวนกวนบาทายิ่งนัก

เหนือตะวันยกมือขึ้นมากุมขมับ ดูท่าคู่นี้ไม่น่าจะรอด งงใจว่าทำไมไอ้เพื่อนตัวดีนั่งต่อล้อต่อเถียงกับเธอคนนี้อยู่ได้นานสองนาน ไม่ใช่นิสัยของไอ้ไฟที่เขารู้จักเลยจริงๆ

“ฉันเป็นหัวหน้าคนงานที่นี่ และจะเป็นคนสอนงานให้เธอ” อัคคีบอกเสียงดุ มือใหญ่แบออกไปเร่งเร้าเอาบัตรประชาชน สายตาก็มองแรง

ดาหลาหรี่ตามองสำรวจคนตรงหน้า ไม่ต้องบอกเธอก็พอเดาออกแหละ ทรงแบบนี้หัวหน้าคนงานชัวร์ อัคคีมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ กรอบหน้าคมเข้มประปรายไปด้วยหนวดเคราเล็กน้อย ผิวคล้ำแดด ผมเซอร์ๆ ถ้าไม่ยียวนกวนประสาท นายนี่ก็จัดว่าหล่อขั้นเทพเลยแหละ

“เธอเลิกเรียกฉันว่า ‘พี่ชาย’ ได้แล้ว ฉันชื่อไฟ และฉันไม่ได้เป็นพี่ชายเธอ”

ดาหลารู้สึกคันมือยุบยิบ นึกอยากจะกระโจนเข้าไปข่วนหน้ายียวนนั่นให้รู้แล้วรู้รอด! แต่สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือควักบัตรออกมาให้เขาดูแบบเสียไม่ได้

อีกฝ่ายรับไปดูอย่างพิจารณา

“เธออายุ 23 จริงๆเหรอ” อัคคีเลิกคิ้วขึ้นสูงราวกับไม่เชื่อ จากนั้นก็ยื่นบัตรคืนให้เจ้าตัว

หญิงสาวกลอกตาไปมาแทนคำตอบ

อัคคีกวาดสายตามองสำรวจคนอวดดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ดาหลาตัวเล็กมาก ผิวของหล่อนขาวอมชมพู เนียนใสราวกับไม่เคยโดนแดดมาก่อนในชีวิต รอยยิ้มร้ายค่อยๆผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา “ไปเปลี่ยนชุด แล้วไปหาฉันที่ท้ายไร่” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม

ดาหลาเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ “พี่ไฟอย่าพึ่งไปสิคะ หนูไม่เข้าใจ” เธอตะโกนไล่หลัง คุยกันอยู่ดีๆ เขาก็ลุกพรวดพราดเดินออกไปเลย แบบนี้ไม่ใช่หน้าตาอย่างเดียวที่กวนบาทา นิสัยก็ด้วย!

เจ้าของชื่อหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับคนตัวเล็ก  “ทำงานในไร่ใครแต่งตัวแบบนี้กัน เธอต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” อัคคีชักสีหน้าหงุดหงิด ก็ลูกหนี้ของมารดาสวมกางเกงยีนขาสั้น เสื้อตัวเล็กรัดรูปอวดทรวดทรง แถมยังใส่รองเท้าส้นแหลมอีกต่างหาก เจ้าหล่อนคงลืมไปแล้วว่ามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์อะไร

“ไฟ มึงจะให้ดาหลาเริ่มงานเลยเหรอ น้องเค้าเพิ่งจะเดินทางมาถึงนะ” เหนือตะวันที่นั่งฟังเงียบๆมาโดยตลอดเอ่ยถาม

“ถ้าไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ เมื่อไหร่จะมีความรู้กลับไปทำงานใช้หนี้ล่ะ” อัคคีถามกลับผู้จัดการ สายตาของเขาสาดไปทางลูกหนี้สาว

ดวงหน้างามเชิดขึ้นสูง ไอ้หมอนี่ขยันย้ำเรื่องหนี้จังเลยว่ะ “หนูยังไม่มีชุดอะไรแบบนั้น” ดาหลาบอก นิ้วเรียวชี้ไปยังชุดที่อยู่บนตัวของหัวหน้าคนงานหนุ่ม ตอนนี้เขาสวมกางเกงยีนขายาวกับเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีดำสลับแดงสไตล์ชาวไร่ และรองเท้าแบบใส่ปีนเขา

“หัวทื่อจริงๆเลยให้ตายสิ” อัคคีพึมพำกับตัวเองเบาๆ

แต่ดาหลาได้ยินเต็มสองหู

“ตามมาสิครับคุณหนู คิดว่าตัวเองจะมาปลูกดอกไม้ในห้องแอร์หรือไง หัวทื่อซ้ำซ้อน” อัคคีอ้าปากประชดเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่ยืนทำหน้ามุ่ย ไม่ยอมก้าวขาตามเขามาเลย

ดาหลากำหมัดแน่น สองขาเรียวเดินจ้ำอ้าวตามหลังคนเจ้าบงการไป อย่าให้ถึงทีเธอบ้างแล้วกัน จะเอาคืนให้สาสมคอยดูสิ!

 

“พี่ไฟรอหนูด้วย!” ดาหลาเรียกให้อีกคนชะลอความเร็วลง สองเท้าเล็กซอยยิบๆไปตามทางขรุขระคดเคี้ยวที่ปกคลุมไปด้วยหญ้าคาและวัชพืชน้อยใหญ่

“เดินช้าเป็นเต่าคลานเมื่อไหร่จะถึง กว่าจะได้เริ่มงานเย็นพอดี” อัคคีทำเสียงหงุดหงิดใส่ ขายาวก้าวไปข้างหน้าเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า เขาต้องการแกล้งหล่อน

“ก็หนูเดินไม่ถนัดนิ” คนตัวเล็กตัดพ้อ มือเรียวยกขึ้นมาปาดเหงื่อ แดดตอนเที่ยงวันช่างแผดเผา “อย่าเดินเร็วนักสิ หนูตามไม่ทัน”

ชายหนุ่มยิ่งสับขาเร็วขึ้น ดาหลาเลยจำเป็นต้องใช้ไม้เด็ด

“นี่เธอ ทำบ้าอะไรของเธอ!” คนที่เดินอยู่ข้างหน้าถามอย่างหัวเสียเมื่อจู่ๆ อีกคนวิ่งถลาเข้ามากระชากแขนเขาให้หยุด

“ถ้าไม่ทำแบบนี้พี่ไฟจะรอหนูไหม” ดวงหน้าเรียวเชิดขึ้นตอบอย่างท้าทาย ดวงตาคู่งามมีแววดื้อรั้น

“ปล่อย เกาะแขนฉันเป็นตุ๊กแกอยู่ได้” อัคคีสะบัดแขนเล็กออก

ดาหลาเกาะท่อนแขนของเขาแน่นกว่าเดิม

ชายหนุ่มก้มลงมองเห็นรอยยิ้มยียวนค้างอยู่บนใบหน้าเรียวเล็กนั่น หล่อนต้องเป็นผู้หญิงแบบไหนถึงได้กอดแขนผู้ชายแน่น ไม่ยอมปล่อย

มารดาเคยเปรยๆให้ฟังว่าดาหลาเกิดที่เชียงใหม่ ทว่าไปเติบใหญ่อยู่เมืองกรุง ประเมินจากกิริยามารยาทบวกกับชุดที่ใส่  หล่อนคงสะกดคำว่า ‘รักนวลสงวนตัวไม่เป็น’  ผู้หญิงแบบนี้เขาเจอบ่อยด้วยสิ ช่วงหลังๆมาแทบไม่ต้องซื้อกิน เพราะพวกหล่อนเสนอตัวขึ้นเตียงด้วยแบบฟรีๆ

ดูทรงหล่อน คุณนายฟองนวลคงไม่ได้หนี้ยี่สิบล้านคืน ฟันธง!

เมื่ออีกคนไม่ยอมปล่อยแขนให้เป็นอิสระ ชายหนุ่มจำเป็นต้องชะลอความเร็วลง

ทั้งสองเดินไปตามทางคดเคี้ยวช้าๆ กว่าจะถึงจุดหมายก็ใช้เวลานานพอสมควร

“ว้าว… นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ!” ดาหลาตะโกนเสียงดัง ดวงตากลมโตสะท้อนความตื่นเต้นออกมา ภาพเบื้องหน้าคือทุ่งดอกกุหลาบหลากสีกำลังบานสะพรั่งเต็มพื้นที่สุดลูกหูลูกตา ไร่เติมรักของเธอก็ปลูกดอกกุหลาบเช่นเดียวกัน ทว่าไม่มีกุหลาบหลากสีแบบนี้

“งานแรกของเธอคือตัดดอกกุหลาบเตรียมไว้ให้ลูกค้า”

“สบายมากค่ะ” มุมปากเล็กยกยิ้มโล่งอก ก็อิแค่ตัดดอกไม้คนอย่างดาหลาทำได้อยู่แล้ว

“ลูกค้าจะมาเอาตอนบ่ายนะ” อัคคีให้ข้อมูลเพิ่ม ลูกค้ามาสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวานและต้องการใช้ดอกไม้บ่ายนี้

“เจ้าค่ะ พี่ไฟให้หนูตัดกี่ดอกคะ”

“5000 ดอก”

“อะไรนะคะ!” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ดาหลาแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แล้วดึงสายตากลับมามองคนสั่ง “พี่จะบ้าเหรอ แดดเปรี้ยงขนาดนี้คนตัดได้ตายก่อนพอดี!”

“อย่าเวอร์ ฉันคุมงานอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดแล้ว ยังไม่เคยเห็นใครตายเพราะตัดดอกกุหลาบเลยนะ”

ดาหลามองคนเจ้าบงการด้วยสายตาไม่พอใจสุดขีด มาเหยียบที่นี่วันแรกก็จะใช้งานเธอเยี่ยงทาสเลยเหรอ ไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!

 

4บทที่ 47 นาที

ท่ามกลางทุ่งกุหลาบหลากสีกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา อัคคีพาเด็กฝึกงานคนใหม่เดินมายังแปลงกุหลาบที่ปลูกไว้ในโรงเรือน

“ทำไมต้องห่อตาข่ายโฟมไว้แบบนี้คะ” ดาหลาเอ่ยถาม เธอเห็นว่ากุหลาบทุกดอกจะถูกห่อหุ้มไว้ด้วยตาข่ายโฟมอย่างดี

“ถามแบบนี้แสดงว่าที่ไร่เติมรักของเธอไม่มีการห่อสินะ”

ดาหลาโคลงศีรษะสองสามที ที่ไร่เธอปลูกกุหลาบตัดดอกขายก็จริง แต่ก็ไม่ได้ห่อดอกเอาไว้

“กุหลาบแปลงนี้เอาไว้ตัดดอกขายโดยเฉพาะ ต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อย เพื่อให้ดอกโตสวยสมบูรณ์แบบ สีสด ฟอร์มดอกได้รูป ไม่ซ้ำง่ายก็เลยต้องห่อโฟมเอาไว้ ส่วนพวกที่เอาไปแปรรูปเป็นชาไม่จำเป็นต้องห่อแบบนี้” อัคคีอธิบาย

“อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ”

“จะต้องให้ฉันสอนวิธีตัดไหม”

“หนูเคยตัดไปปักแจกัน แต่ไม่เคยตัดขาย หนูไม่รู้ว่าต้องตัดก้านยาวแค่ไหน” ดาหลาบอกออกไปตามตรง

“ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ตัดกุหลาบขายคืองานที่เบสิกสุดๆในไร่เลยนะ” อัคคีส่ายหน้าเหนื่อยใจ

“ถ้าหนูทำเป็นหนูคงไม่ต้องแบกหน้ามาฝึกงานที่นี่หรอก” ดาหลาสวน เธอไม่ยอมลดราวาศอกให้

อัคคีก้มมองปากเล็กจิ้มลิ้มที่เอาแต่อ้าเถียงเขาอย่างมันเขี้ยวก่อนจะลงมือสาธิตวิธีตัดก้านกุหลาบให้หล่อนดู เมื่อเห็นว่าอีกคนเข้าใจแล้ว เขาก็ไปตรวจงานในส่วนอื่นๆต่อ

ดาหลาได้แต่ยืนมองตามหลังคนตัวโตอย่างสุดเซ็ง  กุหลาบ 5000 ดอก ต้องตัดกี่วันถึงจะเสร็จเนี่ย นายนั่นก็ไม่คิดจะช่วยกัน ดีแต่ออกคำสั่ง!

 

สองชั่วโมงผ่านไป

“คุณนายฟองนวลมาทำอะไรกันครับเนี่ย” อัคคีถามหน้าตื่น เขาหมายจะมาเช็คคนงานใหม่สักหน่อย แต่ดันเจอมารดา พี่ชาย น้องสาว และว่าที่พี่เขยยืนอยู่ในโรงเรือนกันอย่างพร้อมหน้า ปกติมารดาไม่เคยย่างกรายมาที่นี่เลยสักครั้งนี่น่า

“ดาหลายังไม่ได้กินข้าวเที่ยง ชุดทำงานก็ยังไม่พร้อม แถมแกยังสั่งให้ตัดดอกกุหลาบตั้ง 5000 ดอก” คุณฟองนวลเอ่ยปากตำหนิลูกชายทันควัน เสร็จธุระจากในเมืองนางก็โทรมาเช็คความเรียบร้อยกับดาหลา ถึงได้รู้ว่าลูกชายตัวดีสั่งงานอะไรกับอีกคนบ้าง นางจึงรีบมาท้ายไร่เพื่อให้เห็นกับตา

“ยังไม่ได้กินข้าวหล่อนก็ไม่บอกผม ใครจะไปหยั่งรู้ล่ะครับ” อัคคีตอบหน้าตาเฉย

“หนูเก็บกระเป๋ายังไม่เสร็จด้วยซ้ำ พี่ไฟก็เรียกหนูไปคุยที่ออฟฟิศผู้จัดการ แล้วก็พามาสั่งงานที่นี่เลย หนูจะเอาจังหวะไหนบอกคะ” ดาหลาอ้าปากฟ้อง คุณนายฟองนวลต้องรับรู้ว่าหมอนี่เผด็จการมากแค่ไหน

อัคคีปรายตามองคนขี้ฟ้องอย่างขุ่นเคืองใจ

คุณฟองนวลสืบเท้าเข้าไปยืนใกล้ๆดาหลา นางไล่สายตามองสำรวจตามเนื้อตัวเธอ “ดูแขนขาแดงหมดเลย”

“ก็หล่อนแต่งตัวไม่รู้จักกาลเทศะเองนิครับ รู้ว่าตัวเองจะต้องมาทำงานในไร่ ไม่รู้จักเตรียมตัวให้พร้อม”

“ดาหลายังไม่มีชุดทำงาน แกต้องพาเข้าในเมืองไปซื้อก่อนสิ ไม่ใช่สั่งให้มาทำงานแบบนี้” คุณฟองนวลเดินหน้าต่อว่าลูกชาย นางเอียงคอไปมองลูกสาวเพื่อนด้วยความเห็นใจ ท่าทางของอีกคนดูเหนื่อยล้า มีเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้า แขนขาก็เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน

“ดอกกุหลาบห้าพันดอก ดาหลาตัดคนเดียวไม่เสร็จหรอกนะ” แผ่นภพประสมโรงตำหนิน้องชาย มันคิดอะไรของมันอยู่

“ผมรู้หรอกน่า สองชั่วโมงตัดได้กี่ดอกก่อน” อัคคีปรายหางตาไปมองลูกหนี้สาว

“แล้วมึงจะเอาดอกไม้ที่ไหนไปส่งลูกค้า” แผ่นภพถาม

“ดอกไม้ที่จะไปส่งลูกค้าผมให้เด็กยกขึ้นรถเรียบร้อยแล้วครับคุณแผ่นภพ” อัคคีลากเสียงกวน

คนพี่เอียงคอข้องใจ ไอ้ไฟมีดอกไม้พร้อมส่งลูกค้าแล้ว แต่มันทำไมยังสั่งให้ดาหลาตัดดอกไม้เพิ่มอีก

ดาหลายืนงงในดงกุหลาบ ดวงตากลมโตกะพริบถี่ๆ มองคนใจร้ายอย่างไม่เข้าใจ หัวหน้าคนงานแบบใดยืนเถียงเจ้านายฉอดๆ ไม่มีท่าทียำเกรงแม้แต่นิด

อัคคีสาวเท้าเข้ามาก้มนับดอกกุหลาบในถัง “สองชั่วโมงตัดได้แค่เนี่ย” เขาเงยหน้าขึ้นมองคนงานใหม่ด้วยสายตาดูแคลน “ตัดได้ชั่วโมงละ 15 ดอก นี่นะ เธอตั้งใจยั่วโมโหฉันหรือเปล่า”

ไอ้หมอนี่นิ ขนาดต่อหน้าต่อตาคุณนายฟองนวลยังกล้าต่อว่าเธอฉอดๆ

อัคคีเลิกคิ้วรอฟังคำตอบ

“ก็หนามกุหลาบทิ่มมือหนูนิคะ” ดาหลายกมือที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนบนผิวเนื้อขึ้นมาให้ดู แต่ดูเหมือนอีกคนกำลังกลั้นขำอยู่

“วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน พาดาหลาไปซื้อชุด ซื้อถุงมือให้พร้อม” คุณฟองนวลออกคำสั่ง

“น้ำจะเอาดอกไม้เหรอเดี๋ยวพี่ตัดให้ดีกว่า” อัคคีไม่ได้ตอบมารดา แต่กลับสืบเท้าเข้าไปหาสายธารแทน เขาเห็นน้องสาวกำลังหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดก้านกุหลาบจึงอาสาช่วย

ดาหลาเอียงหน้าไปมอง ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนกัน ก็แน่สิ เธอเป็นแค่ลูกหนี้ ไม่ใช่ลูกสาวเจ้านายอย่างพี่สายธารคนสวยนี่น่า

“พี่ไฟตัดให้น้ำทุกสีคละกันเลยนะคะ” สายธารไม่ได้ตั้งใจมาเอาดอกไม้ตั้งแต่แรกหรอก เธอตั้งใจมาทักทายดาหลา เลยถือโอกาสเอาดอกไม้กลับไปฝากมารดาคู่หมั้นหนุ่มด้วย

“พี่ว่าน้ำไปนั่งรอในรถดีกว่านะ เสร็จแล้วเดี๋ยวพี่ตามไป” หมอราวินบอก เขาเห็นว่าสายธารยืนอยู่ตรงนี้นานพอสมควรแล้ว เขากลัวคนกำลังท้องจะเหนื่อยเอา

 

{ราวินกับสายธารเป็นตัวละครเอกจากเรื่อง ‘บ่วงรักสายธาร’ – The Four Flavors of Love (ซีรีย์รัก 4 รส) VOL. 2}

 

“รถ มีทางรถยนต์มาถึงท้ายไร่เหรอคะ” ดาหลาร้องถามหน้าตื่น

“ก็ต้องมีทางรถสิ ไม่งั้นจะขนดอกไม้ออกไปได้ยังไงจ๊ะ” สายธารตอบ

“คุณนายฟองนวลคะ พี่ไฟพาหนูเดินฝ่าดงหญ้าคามาตั้งหลายกิโล” ดาหลาหันขวับไปฟ้องนายใหญ่ของที่นี่ เขาพาเธอเดินมาจากออฟฟิศผู้จัดการเหนือตะวัน กว่าจะมาถึงแปลงกุหลาบระยะทางไกลโข เดินจนขาลากกันเลยทีเดียว

หญิงสูงวัยหันหน้าไปมองลูกชายคนเล็กทันควัน

“ผมตั้งใจพาหล่อนเดินสำรวจไร่ต่างหากล่ะครับ” อัคคีกระตุกยิ้มมุมปากอย่างล้อเลียน

“ไม่จริงค่ะคุณนาย พี่ไฟตั้งใจแกล้งหนู เขาคงแค้นหนูมาก” ดาหลาเชิดหน้าฟ้องต่อ

คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นมองมาที่เธอเป็นสายตาเดียวกัน ตอนนี้ชักอยากรู้แล้ว ทั้งสองต้องมีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อนแน่นอน

“หนูเคยทำน้ำหวานหกใส่กางเกงพี่ไฟครั้งหนึ่ง ก่อนหน้านี้เราเคยเจอกันที่เชียงใหม่สองครั้งแล้วค่ะ ขอโทษแล้วก็ไม่ยอมจบ” ดวงหน้าขาวนวลแดงก่ำเพราะความโมโห ดาหลามั่นใจว่าอีกคนกำลังแกล้งเธอ เดินสำรวจไร่อะไรแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แถมยังสั่งให้ตัดดอกไม้ตั้งห้าพันดอก ทั้งที่มีดอกไม้พร้อมส่งให้ลูกค้าแล้ว คนอะไรตัวโตเสียเปล่า แต่ผูกใจเจ็บกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ

“พี่หมอวินคะ บุพเพสันนิวาสชัดๆ” สายธารกระซิบข้างหูคนรักเบาๆ ราวินได้แต่ส่ายหน้าขำๆกับความคิดของคู่หมั้นสาว

“หยุดฟ้องแล้วรีบตามฉันมาดีกว่า เดี๋ยวจะพาเข้าเมืองไปซื้อชุด…คนงาน” อัคคีพูดเสียงดุ หลบสายตามารดาพัลวัน พลางยื่นดอกไม้หอบใหญ่ไปให้หมอราวิน สองขายาวก้าวออกจากวงสนทนา ขืนอยู่ต่อมีหวังโดนมารดากินหัว นางยิ่งปกป้องยัยนี่อยู่

ดาหลาค้อมศีรษะลงเล็กน้อย เป็นเชิงบอกลาเจ้าของไร่ จากนั้นก็ซอยเท้าตามหลังคนบ้าอำนาจไป

 

5บทที่ 57 นาที

@ร้านขายเสื้อผ้าในเมือง

“เดี๋ยวฉันจะไปกินข้าวรออยู่ฝั่งโน้นนะ ซื้อของเสร็จตามไปแล้วกัน” อัคคีบอก ตั้งแต่สายยันบ่ายยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยเพราะมัวแต่ยุ่งกับยัยคนงานใหม่เอี่ยมนี้แหละ

ใบหน้าสวยเปลี่ยนสีเล็กน้อย ใจคอไอ้หมอนี่จะไม่ชวนเธอไปทานข้าวด้วยเลยเหรอ

“ป่ะ…ผืนป่าไปกัน” อัคคีหันหน้าไปชวนคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เจ้าของชื่อพยักหน้า

‘ผืนป่า’ เป็นลูกน้องคนสนิทของอัคคี เขาเป็นหัวหน้าคนงานตัวจริง

“พี่ๆ เดี๋ยวก่อน” ดาหลาร้องตามหลังสองหนุ่มที่กำลังจะก้าวขาออกจากร้านขายเสื้อผ้า

“อะไรอีก หรือว่าเธอจะให้ฉันสอนวิธีเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วย” คนกำลังหิวจัดชักเริ่มอารมณ์ขึ้น ยัยนี่น่ารำคาญเกินทน

“หนูก็หิวข้าวเหมือนกันนะ ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลย” เขามีปากมีท้องคนเดียวหรือไง เธอเองก็หิวจนไส้กิ่วเหมือนกันแหละ

“งั้นก็ไปกินข้าวด้วยกันก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาซื้อชุดทำงานทีหลังก็ได้” ประโยคนี้อัคคีไม่ได้เป็นคนพูดหรอก ทว่าเป็นเสียงของผืนป่านั่นเอง

ดาหลายิ้มดีใจ พี่ผืนป่าใจดีกว่านายนั่นตั้งเยอะ

“ยืนยิ้มอยู่ได้ รีบๆตามมาสิ” อัคคีเร่งเร้าให้อีกคนก้าวขา

ดวงหน้าสวยแปรเปลี่ยนจากยิ้มแย้มเป็นบึ้งตึงฉับพลัน พูดจาดีๆหน่อยก็ไม่ได้ เห็นเธอเป็นอะไรถึงชอบชักสีหน้าดุใส่ น้ำเสียงก็แข็งกระด้างเกินทน กับคนอื่นเขาใช้โทนเสียงที่นุ่มนวลกว่านี้เยอะ บางที่เจ้ากรรมนายเวรก็มาในรูปของหัวหน้าคนงาน!

ร่างเล็กสับเท้าไวๆตามหลังคนเจ้าบงการไปอีกฝั่งของถนน หมอนั่นไม่ยอมรอเธออีกแล้วนะ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย!

 

เย็นวันเดียวกัน

ดาหลาล้มตัวนอนลงบนเตียงอย่างคนหมดแรง ขนาดยังไม่ได้เริ่มงานในไร่จริงจังยังเหนื่อยมากมายขนาดนี้ คิดแล้วก็กลุ้ม เธอจะต้องเรียนรู้งานอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน ถึงจะมีความรู้กลับไปปลูกดอกไม้ใช้หนี้จำนวนมหาศาล และจะต้องใช้กี่ปีหนี้ถึงจะหมด

มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหามารดา ตอนนี้เธอต้องการกำลังใจสุดๆ

 

วันต่อมา

“พี่ไฟคะหนูมาถึงแล้วค่ะ”

เจ้าของชื่อหันหลังกลับมา ตาคู่คมไล่สำรวจ ‘ลุคใหม่’ ของคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่นานหลายนาที

“วันนี้ฉันจะสอนทุกขั้นตอนเกี่ยวกับการปลูกดอกกุหลาบนะ” อัคคีบอกกับนักเรียนตัวน้อย

“พี่ไฟจะสาธิตวิธีปลูกให้หนูดูแค่ต้นสองต้นใช่ไหมคะ” ดาหลาเบิกตาถามอย่างตกใจ เพราะผืนดินเบื้องหน้าที่เธอมองอยู่ตอนนี้กว้างใหญ่มหาศาลเหลือล้น ถ้าต้องปลูกเต็มพื้นที่มีหวังได้ตายก่อน

อัคคีไม่ได้ตอบคำถามของหล่อน แต่กลับอธิบายขั้นตอนการปลูกดอกกุหลาบแทน เขาเริ่มอธิบายตั้งแต่การเตรียมแปลง ปรับหน้าดิน ระดับความลึกกว้างของหลุม ระยะห่างระหว่างต้น สูตรปุ๋ยที่ใช้บำรุง รวมถึงการดูแลรักษา จบด้วยการปลูกโชว์ไปสองสามต้น

“ลองมาปลูกเองสิ”

ดาหลาไม่ตอบรับ

“ดาหลา!” อัคคีหันหลังกลับมา เขาทวนชื่ออีกคนเสียงดังลั่นไร่

“ค่ะ ว่าไงคะ?”

“เอามือถือมานี่” อัคคีบอกเสียงกระด้าง ขณะที่เขาเป็นการเป็นงาน หล่อนกลับนั่งเล่นโทรศัพท์หน้าตาเฉย

“พี่จะเอาไปทำไม”

“ถามได้ เอาแต่นั่งเล่นมือถือ สนใจที่ฉันสอนบ้างหรือเปล่าเนี่ย”

“หนูเล่นที่ไหนกัน หนูกำลังกดบันทึกเสียงพี่ต่างหาก”

“แล้วทำไมต้องบันทึก” อัคคีถามคนแถอย่างคาดคั้น

“ข้อมูลตั้งเยอะแยะใครจะจำได้ค่ะ หนูลืมตั้งแต่ตอนที่พี่บอกอัตราส่วนใส่ปุ๋ยเพื่อปรับค่า ph ของดินแล้ว แบบนี้ต้องจบดอกเตอร์นะถึงจะปลูกดอกกุหลาบขายได้” ดาหลาอธิบายอย่างอารมณ์เสีย ข้อมูลที่เขาป้อนใส่ในหัวเธอ ล้วนเป็นข้อมูลเชิงวิชาการ

อัคคีได้แต่ส่ายหน้ากับความคิดของหล่อน “เอามือถือมานี้หลังเลิกงานจะคืนให้” เขาออกคำสั่งเสียงดุ

“ก็หนูบอกแล้วไงว่า…” ดาหลายังไม่ทันได้พูดจบประโยค อีกคนพูดแทรกขึ้นมาก่อน

“ทำการเกษตรจะมาท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองไม่ได้นะ ต้องทำความเข้าใจ และลงมือปฏิบัติจริง” อัคคีบอกคนหน้ามุ่ยอย่างใจเย็น

ดาหลาดีดตัวลุกขึ้น ยื่นโทรศัพท์ให้คนตัวโตด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด หมอนี่ชักจะเริ่มลิดรอนสิทธิส่วนบุคคลมากขึ้นทุกวัน!

อัคคีซ่อนแววยิ้มในดวงตา แสร้งตีหน้าขรึม แล้วส่งจอบให้เธอ “ขุดหลุมให้มีขนาดและความลึกตามที่ฉันอธิบายก่อนหน้า”

คนทั้งร้อนทั้งเหนื่อยยื่นมือไปรับจอบมาอย่างหงุดหงิด ‘แกต้องทนนะดาหลาหนี้ 20 ล้าน รอการชำระอยู่’ เธอบอกตัวเองในใจ

 

ผ่านไปสักพัก

“อ้าว… พี่ไฟ เครื่องขุดหลุมพังเหรอ ทำไมถึงได้ใช้จอบขุดแบบนั้น” เป็นเสียงของผืนป่า เขาตั้งใจจะมาชวนลูกพี่ไปพักเที่ยง เห็นดาหลากำลังใช้จอบขุดดินอยู่อย่างทุลักทุเล แอบแปลกใจเครื่องมือทุ่นแรงก็มี ทำไมเจ้านายไม่รู้จักเอามาใช้

“เครื่องขุดหลุม” ดาหลาหันขวับไปมองผู้พูด ดวงตากลมโตฉายแววสงสัย

ผืนป่าก้มลงหยิบเครื่องขุดหลุมแบบมือถือขนาดเล็กขึ้นมา แล้วกดเปิดสวิตช์ “เครื่องก็ติดปกตินิพี่” เขามองเจ้านายอย่างไม่เข้าใจ

อัคคียักไหล่ยิ้มๆ

“ดาหลาน้องใช้เครื่องนี้สิ น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย ทุ่นแรงกว่าใช้จอบขุดเยอะเลยนะ” ผืนป่าให้คำแนะนำ

ดาหลาไม่ได้สนคนพูด เธอเอียงคอไปมองหน้าอัคคีตาขวางพลางทุ่มจอบในมือลงพื้นอย่างโมโห เขาแกล้งเธออีกแล้วนะ!

อัคคีเม้มปากเขาหากันแน่น เขากำลังกลั้นขำกับอากัปกิริยาของหล่อน คนอะไรเหวี่ยงวีนได้ทุกกาลเวลา ไหนจะนิสัยขี้ฟ้องนั่นอีก

“ทำไมพี่ไม่สอนหนูใช้เครื่องขุดหลุม!” เธอตวาดถามหน้างอ

คนถูกจี้ไม่ตอบ เขาหาเรื่องหลบสายตาคู่เคียดแค้นของหล่อนด้วยการหยิบขวดน้ำดื่มขึ้นมากรอกปาก เขาก็แค่ต้องการฝึกความอดทนให้หล่อน ไม่มีเจตนาจะแกล้งเลย ยัยนี่ก็คอยแต่จะจับผิดกัน

“อุ๊ย…มัวแต่ถามเรื่องขุดดินเพึ่งสังเกต” ดวงตาของผืนป่าเบิกกว้างฉายแววล้อเลียนออกมาชัดเจน

คิ้วเรียวได้รูปเลิกขึ้นสูง น้ำเสียงของผืนป่าคล้ายกำลังตื่นเต้นทำให้ดาหลาอยากรู้ว่าอีกคนกำลังจะพูดอะไร

“น้องดาหลาแต่งตัวเหมือนพี่ไฟเด๊ะเลย นี่มันชุดทำงานคู่รักชัดๆ” ผืนป่าบอก ตอนนี้ดาหลาสวมกางเกงยีนขายาวกับเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีดำสลับแดง สไตล์ชาวไร่ และรองเท้าแบบใส่ปีนเขา ดูอย่างไรก็คล้ายกับชุดที่อยู่บนตัวของเจ้านายเขาไม่มีผิด แถมยังใส่หมวกคาวบอยเหมือนกันอีกต่างหาก

“แค่ก แค่ก แค่ก” เมื่อลูกน้องคนสนิทพูดจบ อัคคีถึงกับสำลักน้ำที่กำลังดื่มออกมาทันที

ดาหลาสตั้นค้างกับความคิดไร้สาระนั่นอยู่หลายวิ “ที่นี่ไม่ใช่ฝรั่งเศสนะคะจะได้มีแฟชั่นให้หนูเลือกซื้ออย่างล้นหลาม  ร้านที่พวกเราไปเมื่อวานก็มีสไตล์นี้แหละที่เด็ดสุดแล้ว” ดาหลาว่า สาบานเธอไม่ได้อยากจะแต่งตัวเหมือนเขาสักนิด แต่สไตล์นี้มันก็สวยสุดแล้วจริงๆ

“ตามนั้น” มุมปากของผืนป่ากระตุกยิ้มบางๆ

“เลิกพูดจาไร้สาระ ไปหาข้าวเที่ยงกินได้แล้ว” อัคคีเขม่นมองลูกน้องคนสนิท ‘ชุดทำงานคู่รัก’ พูดบ้าอะไรของมัน ยัยขี้ฟ้องไม่ตรงสเปคเขาเลยสักนิด เขาชอบผู้หญิงขาเรียวยาว ไม่ใช่ขาสั้นๆแบบหล่อน

คนที่ใจจดใจจ่ออยู่กับช่วงพักเบรกรีบสะบัดหน้าเตรียมจะก้าวขา

“จากนี้ไปโรงอาหารไกลใช้ได้เลยนะ กว่าจะเดินถึง รถฉันจอดอยู่ฝั่งโน้น” อัคคีชี้มือให้คนหน้ามุ่ยไปขึ้นรถ

“ใครบอกว่าหนูจะเดินไป หนูเป็นคนที่เรียนรู้จากประสบการณ์ ไม่ให้ใครมาแกล้งซ้ำซ้อนได้หรอกค่ะ” ดาหลาพูดลอยหน้าลอยตา ขอฟาดคนเจ้าบงการนิดหนึ่งเถอะ หมั่นไส้มาตั้งแต่ตอนเจอกันที่เชียงใหม่แล้ว

อัคคีขมวดมุ่น

“หนูปั่นจักรยานมาค่ะ” ดาหลาเชิดหน้าบอก เมื่อเช้านี้ พอได้รับข้อความจากอัคคีให้มาหาที่ท้ายไร่ เธอก็ไปยืมจักรยานกับต้นข้าวปั่นมาหาเขา

“ตามใจ อยากปั่นจักรยานตากแดดไปก็เชิญ”

ดาหลาสะบัดหน้าใส่คนใจร้ายอย่างไม่แคร์ อัคคีเหยียดยิ้มเย็น เจ้าหล่อนตัวเล็กเท่าลูกแมวยังจะมาคิดอวดดีกับเขา

ชอบไหม อ่านต่อได้ที่