เรื่องย่อ
เธอยอมแต่งงานกับเขาเพราะรัก เขายอมแต่งงานกับเธอเพราะผลประโยชน์ ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่า เขาแค่ต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือประชดรัก เธอรักหมดหัวใจ เขาแค่ต้องการเอาชนะใครบางคน แต่สุดท้ายเป็นเขาที่เจ็บเจียนตาย
ทดลองอ่าน
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง
ณัฏฐ์วางชาร้อนแก้วโตเสิร์ฟให้กับแขกคนพิเศษของเจ้านาย
“ของแพรวเหรอคะ” แพรวพรรณรายณ์มีสีหน้าประหลาดใจ
“ครับผม” ณัฏฐ์ตอบ มืออีกข้างวางกาแฟของเจ้านายไว้ฝั่งตรงข้ามกัน
“พี่เป็นคนสั่งมาให้แพรวเองครับ”
แพรวพรรณรายณ์เงยหน้าขึ้นมามองคนพูด ดวงหน้าสวยนิ่งไปชั่วขณะ
“พี่จำได้ว่าแพรวชอบดื่มชาร้อนสูตรนี้มาก” ภาคินัยมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สดใสของว่าที่ภรรยา เขากำลังใช้เสน่ห์ล่อลวงเธอให้ตกลงไปในหลุมพรางพิศวาส และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายพร้อมจะกระโดดลงไปในหลุมนั่นทุกเมื่อ ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก
แพรวพรรณรายณ์หน้าร้อนวาบ หัวใจเต้นระรัวด้วยความเขินอาย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีรอยยิ้มของเขายังคงมีอิทธิพลต่อหัวใจเธอเสมอ
*********
“พร้อมที่จะเรียนรู้กันไหมครับ พี่สัญญาว่าจะไม่ใช้สิทธิ์ความเป็นสามีล่วงเกินแพรวเด็ดขาด” ภาคินัยพูดโน้มน้าวใจ แอบกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่แต่งงานด้วย เดี๋ยวแผนที่วางไว้พังหมดพอดี
“พร้อมค่ะ” แพรวพรรณรายณ์ตอบตกลงแบบไม่ลังเล เธอจะทำทุกอย่างเพื่อพิชิตหัวใจเขาให้ได้
“หมดความสงสัยในตัวพี่แล้วใช่ไหมครับ”
“ค่ะ” แพรวพรรณรายณ์ยิ้มไม่หุบ เธอดีใจมาก อยู่ดีๆก็บุญหล่นทับได้ลงเอยกับชายในฝันของตัวเองเฉยเลย
ภาคินัยลอบยิ้มร้ายอย่างผู้ชนะ มือใหญ่เอื้อมไปโอบไหล่เธอพาเข้าไปนั่งในรถ
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราถูกเนื้อต้องตัวกัน
1บทที่ 18 นาที
@บ้านจิรายุวงศ์
ภายในห้องรับแขกบังเกิดความเงียบงันอันชวนอึดอัดขึ้นมาชั่วขณะ เพราะคนที่นั่งล้อมวงสนทนากันอยู่ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเลย
“คุณพิศมีอะไรก็พูดมาเถอะ คนกันเองทั้งนั้น” คุณเพียงแขในฐานะเจ้าของบ้านเอ่ยบอกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีอึกอัก นางรู้สึกร้อนรนใจแปลกๆ
เจ้าของชื่อยิ้มขืน สีหน้าฉายชัดถึงความหนักใจ
“ถ้ามีปัญหาเราก็จะได้ร่วมกันแก้ไขไง” คุณคมสันต์เอ่ยขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวล ชายสูงวัยสัมผัสได้ว่าต้องมีอะไรไม่
ชอบมาพากลแน่ๆ
“ยัยดาวขอยกเลิกงานแต่งค่ะ แกเพิ่งจะมาบอกกับฉันเมื่อวันก่อนนี้เอง” คุณพิศมัยเอ่ยขึ้น นางพูดถึง ‘แพรดาว’ หลานสาวของนาง
ภายในห้องรับแขกบังเกิดความเงียบงันโดยพลัน
“ฉันขอโทษแทนหลานด้วยนะคะ ฉันจะคืนสินสอดทองหมั้นทั้งหมดให้กับตาภาคย์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเตรียมงาน” คุณพิศมัยบอกกับครอบครัวของฝ่ายชาย ในเมื่อหลานสาวตัวเองเป็นคนล้มเลิกงาน นางยินดีชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น
ใบหน้าของคุณคมสันต์เปลี่ยนจากเรียบนิ่งเป็นตึงเครียดทันที ภรรยาที่นั่งอยู่ข้างกันก็ด้วย
“สินสอดทองหมั้นไม่ใช่ปัญหาเลยนะ แต่เราจะบอกกับญาติผู้ใหญ่อย่างไร” คุณคมสันต์ถามผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง น้ำเสียงฟังดูขุ่นเคืองใจไม่น้อย จะไม่ให้ขุ่นเคืองได้อย่างไร งานแต่งจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วัน จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
คุณพิศมัยได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ
“แม้การหมั้นหมายในครั้งนี้ พวกเราไม่ได้ประกาศให้คนภายนอกรับรู้ แต่สักขีพยานฝ่ายผมเพียบเลย คุณอาจจะไม่อาย แต่ผมอายนะ” คุณคมสันต์พูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น
“ฉันไม่อาจบังคับยัยดาวได้จริงๆค่ะ” คุณพิศมัยอธิบายเหตุผลอย่างใจเย็น การหมั้นระหว่างหลานสาวนางกับลูกชายของอีกฝ่ายเกิดขึ้นโดยความสมัครใจของคนทั้งคู่ แต่อยู่ดีๆหลานสาวก็เปลี่ยนใจกะทันหัน เรื่องนี้มันอยู่เหนือการควบคุมของนางจริงๆ และตอนนี้หลานสาวนางก็ขอลาพักร้อนยาว แถมยังหายเข้ากลีบเมฆไปเลย ไม่มีวี่แววว่าจะติดต่อได้ คงจงใจหนีงานแต่งด้วย
“เด็กๆมีเรื่องผิดใจกันหรือเปล่า ผมสามารถช่วยเป็นกาวใจให้ได้นะ” คุณคมสันต์ชี้ทาง
“ยัยดาวมีคนรักใหม่แล้วค่ะ หลานสาวฉันบอกว่าตาภาคย์รับรู้แล้ว” คุณพิศมัยตัดสินใจบอกเหตุผลโดยไม่อ้อมค้อม อย่างไรเสียงานแต่งครั้งนี้ต้องถูกยกเลิกอยู่ดี
“หมั้นกันสองปี อยู่ดีๆก็มีแฟนใหม่ แสดงว่ายัยดาวคบซ้อนนะสิ แถมยังมาบอกยกเลิกงานแต่งกระชั้นชิด” คุณเพียงแขเลือดขึ้นหน้า มาทำแบบนี้กับลูกชายนางได้อย่างไรกัน
คุณพิศมัยไม่แย้ง นางเข้าใจว่าอีกฝ่ายคงโกรธมาก น้ำกำลังเชี่ยวไม่อยากเอาเรือเข้าไปขวาง
“ยัยดาวมีคนรักใหม่แล้ว แต่ยัยแพรวยังโสดอยู่ไม่ใช่เหรอ เราเปลี่ยนตัวเจ้าสาวก็ได้นิ คงไม่เป็นไรหรอก เพราะช่วงที่หมั้นหมายกันภาคย์กับยัยดาวก็ไม่ค่อยออกงานสังคมคู่กันอยู่แล้ว” คุณคมสันต์เป็นคนเสนอทางออก
คุณพิศมัยเห็นด้วยกับความคิดนั่น นางไม่อยากยกเลิกงานแต่งในครั้งนี้เลย ไม่ได้กังวลใจเรื่องคืนสินสอดทองหมั้น แต่นางหมายมั่นปั้นมืออยากให้ ‘ภาคินัย’ เข้ามาบริหารกิจการแทนสามีที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปไม่นาน
“เด็กๆจะยอมเหรอคะ” คุณพิศมัยแอบกังวลใจ แม้อยากได้ภาคินัยมาเป็นลูกเขยจนตัวสั่น แต่นางก็ไม่อยากบังคับจิตใจใคร ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน ชีวิตคู่ถึงจะยืนยาว
“ผมจะถามความสมัครใจของลูกชาย คุณพิศลองไปคุยกับลูกสาวดูนะ” คุณคมสันต์แนะนำ
“ตกลงตามนี้ค่ะ ฉันจะไปคุยกับลูกสาวดู ได้เรื่องยังไง เราค่อยโทรบอกกันนะคะ”
คุณคมสันต์พยักหน้าตกลง
เมื่อได้ข้อสรุป ทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกัน
สักครู่ต่อมา
“เมื่อกี้คุณพิศมาคุยเรื่องยกเลิกงานแต่ง ยัยดาวบอกว่าแกรับรู้แล้ว” คุณคมสันต์เปิดฉากเรื่องที่จะหารือทันทีที่หย่อนสะโพกนั่งลงบนโซฟาในห้องนอนของลูกชาย
“ผมทราบเรื่องทั้งหมดแล้วครับ” ภาคินัยตอบเสียงเรียบ
“เมื่อไหร่แกจะบอกพวกเรา รู้แล้วทำไมยังเงียบ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะ” คนเป็นพ่อตำหนิ
ภาคินัยถอนหายใจเสียงดัง เขาเองก็ไม่ต้องการให้เรื่องจบลงแบบนี้หรอก
“พ่อขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาวมาเป็นยัยแพรวแทน คุณพิศบอกว่าจะไปถามความสมัครใจของลูกสาวก่อน”
คนกำลังเครียดไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ สายตาของเขายังคงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
“แกควรแต่งงานกับยัยแพรว พ่ออยากให้แกได้ไปเป็นเขยบ้านพิพัฒนวิชญ์” คุณคมสันต์บอกความต้องการของตัวเองตรงๆ ถ้าลูกชายได้แต่งงานกับหนึ่งในทายาทของตระกูล ‘พิพัฒนวิชญ์’ คนใดคนหนึ่ง นั่นหมายถึงโอกาสในการเทคโอเวอร์ธุรกิจโรงแรมหรูมาเป็นของตัวเอง
ภาคินัยยังเงียบ
“จะว่าไปแล้ว ยัยดาวเป็นแค่หลาน แต่ยัยแพรวเป็นลูกสาวแท้ๆ คนเป็นแม่ถึงจะรักหลานมากแค่ไหน แต่ลึกๆแล้วคงรักลูกสาวมากกว่าอยู่ดี แกควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” คนมักได้แนะนำลูกชาย
“ภาคย์แกไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับยัยแพรวหรอกนะ แม่จะเป็นคนแจ้งข่าวกับแขกเหรื่อเอง” คุณเพียงแขทนฟังไม่ได้อีกต่อไป สามีนางคิดถึงแต่เรื่องของผลประโยชน์โดยมองข้ามจิตใจของลูกชาย
“คุณเงียบไปเลย เรื่องนี้ปล่อยให้ผมจัดการดีกว่า” คุณคมสันต์ไม่ยอมถอย เพราะรู้ดีว่าบ้าน ‘พิพัฒนวิชญ์’ กำลังขาดเสาหลัก ท่านจะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไปง่ายๆ
“คนไม่ได้ชอบพอกันจะอยู่กินกันได้อย่างไรคะ” ผู้เป็นภรรยาอ้าปากเถียง
“เรื่องชอบพอกันเอาไว้ก่อนดีกว่า คุณก็รู้ว่าตอนนี้ธุรกิจของเรากำลังจะแย่ ถ้าไม่มีเงินทุนสำรองอาจถึงขั้นล้มละลายได้นะ” นี้แหละเหตุผลสำคัญที่คุณคมสันต์อยากให้ลูกชายแต่งงานกับลูกสาวบ้านนั้น
ครอบครัวของคุณคมสันต์เป็นเจ้าของกิจการ ‘Oasis Spa’ ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสปาเพื่อสุขภาพแบบครบวงจร บริหารงานโดย ‘ภาคินัย จิรายุวงศ์’ ลูกชายคนโต
หากมองจากภายนอกใครๆก็คิดว่า ‘Oasis Spa’ เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก แต่ความเป็นจริงไม่ใช่เลย
“ผมยินดีแต่งงานกับแพรวครับ” คนที่นั่งฟังอยู่ๆเงียบมาตลอดบอกความต้องการของตัวเอง
คุณคมสันต์ยิ้มพอใจ ให้มันได้อย่างนี้สิ มือใหญ่ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาคุณพิศมัยพลางเดินไปมุมห้อง
“ภาคย์ควรไปคุยกับยัยแพรวก่อน” คนเป็นแม่แนะนำ
“เรื่องนั้นแม่ไม่ต้องกังวลหรอกครับ เดี๋ยวผมจัดการเองแม่เตรียมตัวไปงานแต่งผมได้เลย” ภาคินัยบอก แน่นอนเขาจะต้องนัดหารือกับแพรวพรรณรายณ์เป็นการส่วนตัวก่อน
“ภาคย์รู้ได้ยังไงว่าแพรวจะไม่ปฏิเสธการแต่งงานในครั้งนี้”
“เอาเป็นว่าผมรู้ละกัน”
อีกสถานที่หนึ่ง
@บ้านพิพัฒนวิชญ์
แพรวพรรณรายณ์นั่งนิ่งไม่หือไม่อือ เธอกำลังทบทวนในสิ่งที่มารดาบอก เรื่องที่ผู้ใหญ่ฝ่ายชายขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาวกะทันหันนั่นแหละ
“แม่ยอมรับว่าอยากได้ภาคย์เป็นลูกเขยมาก ตาภาคย์นิสัยดี ขยัน แถมยังทำงานเก่งอีกต่างหาก แม่อยากให้พี่เค้าเข้ามาช่วยบริหารกิจการของพวกเรา แต่ถ้าลูกไม่สะดวกใจ แม่จะไม่บังคับเด็ดขาด” คุณพิศมัยเปิดใจกับลูกสาวคนเดียว
คุณพิศมัยเป็นเจ้าของโรงแรม ‘The Grand Mandarin Hyatt’ ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาว นางมีฐานะร่ำรวยมาก แต่มีทายาทสืบสกุลเพียงสองคนคือ ‘แพรดาว’ กับ ‘แพรวพรรณรายณ์’
“พี่ภาคย์ยอมแต่งงานกับแพรวจริงๆเหรอคะ” แพรวพรรณรายณ์ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ อีกฝ่ายรักพี่ดาวจะตาย ทำไมถึงยอมเปลี่ยนเจ้าสาวง่ายๆ
“ใช่ คุณคมสันต์เพิ่งจะโทรมาบอกแม่เมื่อกี้นี้เอง” พอวางสายกับพ่อฝ่ายชาย นางก็รีบมาคุยกับลูกสาวตัวเองทันที
หัวใจของแพรวพรรณรายณ์เต้นผิดจังหวะ เหงื่อเม็ดเล็กซึมออกมาตามมือ พี่ภาคย์ตกลงแต่งงานกับเธอ เป็นไปได้อย่างไรกัน เธอจะลองเสี่ยงดีไหม หรือว่าจะเอาอย่างไรดี
“ถ้าแพรวไม่อยากแต่ง แม่จะโทรไปยกเลิกอย่างเป็นทางการ” คนเป็นแม่เห็นลูกสาวเงียบนาน นางไม่อยากกดดันอีกต่อไป
“อย่าพึ่งยกเลิกนะคะ แพรวยินดีแต่งงานกับพี่ภาคย์ แต่แพรวขอไปคุยกับพี่เค้าก่อน” คนกำลังดีใจจนเนื้อเต้นรีบบอกผู้เป็นแม่
“แพรวแน่ใจแล้วเหรอลูก” คุณพิศมัยสองจิตสองใจ อยากได้ลูกเขยก็จริง ทว่าแอบเป็นห่วงความรู้สึกของลูกสาวไม่น้อย
“แม่ไม่ต้องกังวลนะคะ แพรวเต็มใจแต่งงานกับพี่ภาคย์” แพรวพรรณรายณ์ยืนยันเสียงหนักแน่น เธอตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรกพบ เพียงต้องการเคลียร์บางประเด็นกับเขาก่อน
2บทที่ 26 นาที
วันใหม่
@Oasis Spa
ก๊อก ก๊อก ก๊อก (เสียงเคาะประตู)
ประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าในชุดทำงานสุดเนี๊ยบ เขาคนนี้คือ ‘ณัฏฐ์’ ผู้ช่วยมือขวาของภาคินัย
“คุณภาคย์ครับ คุณแพรวมาถึงแล้วครับ ตอนนี้เธอรออยู่ที่ห้องรับแขก” ณัฏฐ์เอ่ยบอกเจ้านาย
ภาคินัยหลุบตามองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ มุมปากซ้ายยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ แพรวพรรณรายณ์มาพบเขาตรงเวลาที่เรานัดกันไว้เป๊ะ
“มึงช่วยทำชาร้อนใส่นมเติมน้ำผึ้งนิดหน่อยไปเสิร์ฟคุณแพรวด้วยนะ ส่วนของกูก็เหมือนเดิม” ภาคินัยเอ่ยบอกพลางยันกายลุกขึ้นเจ้าเก้าอี้ผู้บริหารเตรียมจะไปพบกับว่าที่ภรรยา
อีกคนพยักหน้ารับคำสั่ง
เวลาต่อมา
@ห้องรับแขก
ณัฏฐ์วางชาร้อนแก้วโตเสิร์ฟให้กับแขกคนพิเศษของเจ้านาย
“ของแพรวเหรอคะ” แพรวพรรณรายณ์มีสีหน้าประหลาดใจ
“ครับผม” ณัฏฐ์ตอบ มืออีกข้างวางกาแฟของเจ้านายไว้ฝั่งตรงข้ามกัน
“พี่เป็นคนสั่งมาให้แพรวเองครับ”
แพรวพรรณรายณ์เงยหน้าขึ้นมามองคนพูด ดวงหน้าสวยนิ่งไปชั่วขณะ
“พี่จำได้ว่าแพรวชอบดื่มชาร้อนสูตรนี้มาก” ภาคินัยมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สดใสของว่าที่ภรรยา เขากำลังใช้เสน่ห์ล่อลวงเธอให้ตกลงไปในหลุมพรางพิศวาส และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายพร้อมจะกระโดดลงไปในหลุมนั่นทุกเมื่อ ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก
แพรวพรรณรายณ์หน้าร้อนวาบ หัวใจเต้นระรัวด้วยความเขินอาย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีรอยยิ้มของเขายังคงมีอิทธิพลต่อหัวใจเธอเสมอ
ภาคินัยทิ้งสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้าแดงระเรื่อของคู่สนทนา
อีกคนทำทีเป็นยกแก้วชาขึ้นมาจิบแก้เขิน เธอต้องการประวิงเวลาเพื่อลดความตื่นเต้น
ชายหนุ่มยกยิ้มพอใจกับอาการเขินอายของหญิงสาว
“เออ… ที่พี่บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับแพรว เรื่องอะไรเหรอคะ” แพรวพรรณรายณ์เอ่ยถามถึงธุระของเขา พี่ภาคย์โทรไปเกริ่นให้เธอฟังเย็นวานนี้ เขาเป็นคนนัดให้เธอมาหาที่นี่
“มีเวลาให้พี่ทั้งวันไหมครับ” เขาถาม สายตามองเธอหวานซึ้ง
แพรวพรรณรายณ์พยักหน้าเอียงอาย
“งั้นก็ไปกันเลยเนอะ รถแพรวจอดไว้นี้แหละเดี๋ยวพี่จะให้คนขับกลับไปที่บ้านให้ ไปรถพี่ดีกว่า” ภาคินัยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แพรวพรรณรายณ์ลุกตาม
“เราจะไปไหนกันคะ” เธอถามในขณะที่เดินเคียงข้างไปกับเขา
“ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิครับ”
หญิงสาวหลุดยิ้มด้วยความตื่นเต้น
เวลาต่อมา
@Power Crystal Haven
“สวัสดีค่ะ” พนักงานสาวเอ่ยทักทายสองลูกค้าที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในร้าน
“สวัสดีครับผมพาเจ้าสาวมาดูแหวนแต่งงาน คุณช่วยแนะนำพวกเราได้ไหม ผมอยากได้เพชรน้ำงามที่สุด ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร” ภาคินัยบอกความต้องการของตัวเองทันที
แพรวพรรณรายณ์หัวใจเต้นแรง เซอร์ไพรส์ของพี่ภาคย์คือการพาเธอมาดูแหวนแต่งงานเหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อเลย ถ้าไม่ติดที่ต้องรักษาภาพพจน์ เธอคงกระโดดหอมแก้มเขารัวๆแล้ว
“สวัสดีครับ ผมพันไมล์ เป็นเจ้าของร้าน Power Crystal Haven บังเอิญจังเลยผมมีแหวนแต่งงานดีไซน์ล่าสุดอยากนำเสนอ คุณลูกค้าอยากดูไหมครับเผื่อถูกใจ” ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัวเอง ขายาวก้าวเข้ามาร่วมวงสนทนา
ภาคินัยพยักหน้า
เจ้าของร้านผายมือเชิญสองลูกค้าไปนั่งในห้องรับรองพิเศษ
“นี่ครับแหวนแต่งงานดีไซน์ล่าสุดของเรา” ชายหนุ่มยื่นกล่องเครื่องประดับกำมะหยี่สีดำสุดหรูให้กับว่าที่เจ้าสาวคนสวย เธอรับไปเปิดดู ดวงตากลมโตลุกวาวในแวบแรกที่เห็น
“แหวนวงนี้ผลิตจากเพชรน้ำหนึ่ง ดีไซน์ไม่ซ้ำใครแน่นอนครับ” เจ้าของร้านให้ข้อมูลเพิ่ม
แพรวพรรณรายณ์ยิ้มพราว สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่แหวนแต่งงานเบื้องหน้า แหวนวงนี้สวยโดดเด่นมาก ตัวเรือนดีไซน์แบบ Twist โอบล้อมไว้ด้วยเพชรเม็ดงาม อีกวงที่วางอยู่ข้างกันเป็นแหวนเกลี้ยงเรียบๆ ทว่าดูสวยคลาสสิคไม่เบา
“แพรวชอบไหมครับ” ภาคินัยถาม
“ชอบมากค่ะ” เธอตอบแบบไม่ลังเล
ภาคินัยหยิบแหวนขึ้นมาบรรจงสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ หญิงสาวหัวใจเต้นระรัว ใบหน้าร้อนวาบ
“สวยมากใส่ได้พอดีเลยค่ะ” เจ้าสาวคนสวยเอ่ยบอก แหวนวงนี้ราวกับถูกทำขึ้นมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ
ภาคินัยหยิบแหวนอีกวงมาสวมให้กับตัวเองบ้าง “พอดีเป๊ะเหมือนกันเลย” เขาว่าพลางชูมือให้เธอดู
“แหวนคู่นี้ยังกับออกแบบไว้รอพวกเราเลยนะคะ”
“นั่นนะสิ บังเอิญจังเลยเนอะ แพรวอยากดูวงอื่นเปรียบเทียบกันไหม” คนเจ้าเล่ห์หยั่งเชิง
“ไม่ค่ะแพรวชอบวงนี้มาก ไม่อยากดูวงอื่นแล้วค่ะ”
ภาคินัยลอบยิ้มมุมปาก
“ราคาเท่าไหร่ครับ”
“หนึ่งล้านห้าแสนบาทครับ”
แพรวพรรณรายณ์ชำเลืองมองว่าที่เจ้าบ่าวสุดหล่อเพื่อดูปฏิกิริยาของเขาเพราะราคาแหวนค่อนข้างแรง!
“มีสร้อยคอที่ดีไซน์แมทช์กับแหวนวงนี้ไหมครับ” ภาคินัยเอ่ยถาม
เจ้าของร้านพยักหน้าก่อนจะส่งสัญญาณเรียกพนักงานสาวให้พาลูกค้าคนพิเศษไปเลือกเครื่องประดับต่อ
แพรวพรรณรายณ์ตามพนักงานขายไปยังห้องโชว์เครื่องประดับ
“น้องเค้าเลือกแหวนวงนี้จริงๆด้วยว่ะ” พันไมล์เอ่ยขึ้น
“เชื่อกูยัง” ภาคินัยเลิกคิ้วขึ้นสูง
“มึงรู้รสนิยมน้องเค้าเหมือนกันนะเนี่ย” พันไมล์แซว
‘พันไมล์’ ไม่เพียงแต่เป็นเจ้าของร้าน ‘Power Crystal Haven’ แต่ยังเป็นเพื่อนสนิทของภาคินัยอีกด้วย
“กูไม่ได้รู้รสนิยมเขาหรอก แพรวแค่ชอบของแพง”
คนฟังเพียงไหวไหล่ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ หล่อนเป็นถึงเจ้าของโรงแรมหรูกลางกรุง ไม่ชอบของแพงสิแปลก
“กูว่าเขาจะเลือกสร้อยเส้นนั้นชัวร์”
ไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียด พันไมล์ก็รู้ว่าเพื่อนพูดถึงสร้อยเส้นไหน เมื่อวานมันโทรมาบอกให้เขาเตรียมเครื่องประดับไว้พรีเซนต์เจ้าสาวคนใหม่ เขาก็แค่ทำตามแผนของมัน
“ปากบอกไม่รู้รสนิยม แต่รู้ว่าน้องเค้าจะเลือกสร้อยเส้นนั้น” พันไมล์จับผิด
“กูบอกแล้วไง กูไม่ได้รู้รสนิยมเขาหรอก เจ้าหล่อนแค่ชอบของแพง ของหรู สร้อยเส้นนั้นแพงและหรูสุดในร้านมึง”
ผ่านไปสักพัก
“พี่ภาคย์คะ แพรวเจอสร้อยที่ชอบแล้วค่ะ” แพรวพรรณรายณ์สืบเท้าเข้ามาหาว่าที่เจ้าบ่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
คนหล่อเลิกคิ้วรอ ดูสิว่าเธอจะเลือกสร้อยเส้นไหน
แพรวพรรณรายณ์เปิดกล่องเครื่องประดับให้ชายหนุ่มดู เขาระบายยิ้มทันควัน สายตามองที่สร้อยทองคำขาวจี้พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวเส้นสวย
“พี่ภาคย์ว่าสวยไหม แพรวชอบสร้อยเส้นนี้มาก”
“สวยมากครับ” ภาคินัยยิ้มพอใจ
“สร้อยเส้นนี้ราคาล้านห้าค่ะ” แพรวพรรณรายณ์ให้ข้อมูลเพิ่ม
“ผมเอาสร้อยเส้นนี้ด้วยนะครับ” ภาคินัยบอกกับเจ้าของร้าน
พันไมล์ลอบยิ้ม เป็นเหมือนที่ไอ้ภาคย์บอกจริงๆด้วย
แพรวพรรณรายณ์หัวใจเต้นแรงอีกแล้ว ว่าที่สามีของเธอดูไม่ลังเลที่จะเปย์ของแพงให้ เขาน่าจะมูฟออนจากคนรักเก่าได้แล้ว
3บทที่ 36 นาที
เสร็จจากเลือกแหวนแต่งงาน ภาคินัยก็พาแพรวพรรณรายณ์มาทานดินเนอร์ต่อ ซึ่งเป็นร้านอาหารยุโรปสไตล์ Fine Dining บรรยากาศดี หรูหรา แฝงไว้ด้วยความโรแมนติก
“แพรวครับ ถ้าต้องการทานอย่างอื่นสามารถแจ้งพนักงานได้เลยนะ ขอโทษที่พี่ไม่ได้ถามก่อนว่าแพรวอยากทานอะไร” ภาคินัยเอ่ยบอก เป็นเพราะเขาโทรจองโต๊ะพร้อมเมนูที่อยากทานล่วงหน้า พอมาถึงอาหารก็ถูกจัดวางไว้อย่างสวยงามแล้ว
แพรวพรรณรายณ์รีบส่ายหน้า “แพรวชอบทานสเต๊กเนื้อกับไวน์แดงมากเลยค่ะ”
“พี่เห็นแพรวเอาแต่นั่งมองนึกว่าไม่ชอบเมนูนี้เสียแล้ว”
“แพรวแปลกใจว่าทำไมพี่ภาคย์ถึงสั่งอาหารได้โดนใจแพรวจัง”
ภาคินัยยิ้มบางๆ “เราเคยไปทานดินเนอร์ด้วยกันสองสามครั้ง พี่จำได้ว่าแพรวสั่งเมนูนี้ตลอดเลย”
แพรวพรรณรายณ์มีสีหน้าแปลกใจ ดินเนอร์ครั้งสุดท้ายที่เธอมีโอกาสร่วมทานกับเขาก็ผ่านมาเป็นปีๆแล้ว ตอนนั้นแพรดาวอดีตคู่หมั้นเขาชวนเธอไปด้วย อีกฝ่ายยังจำสิ่งที่เธอสั่งได้อีกเหรอเนี่ย
“พี่จำทุกอย่างที่แพรวชอบได้ ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด มาดื่มให้กับเดตแรกของเราดีกว่าครับ” คนหล่อยกแก้วไวน์ขึ้นมาเขย่าเบาๆ สายตามองว่าที่ภรรยาไม่ละไปไหน เขากำลังหว่านเสน่ห์ให้เธอหลง
หญิงสาวแทบจะหลอมละลาย พี่ภาคย์ทั้งอบอุ่นแถมยังโรแมนติกโคตรๆ “แด่เดตแรกของเราค่ะ” เธอยกไวน์ขึ้นมาจิบ
ทั้งสองลงมือทานดินเนอร์ ทานไปก็คุยสัพเพเหระไปด้วย บทสนทนาอันราบรื่นทำให้พวกเขาลืมเวลาไปโดยปริยาย พอเรียกเช็กบิลก็เกือบจะสี่ทุ่มแล้ว
“เมื่อวานแพรวบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับพี่เหมือนกัน เรื่องอะไรเหรอครับ” ภาคินัยเอ่ยถามในตอนที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ ซึ่งมีณัฏฐ์ผู้ช่วยมือขวาของเขาติดเครื่องรออยู่
คนกำลังเรียบเรียงคำพูดยืดอกฮึดสู้ สายตาคู่ประหม่าเหลือบขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา เธอยังมีเรื่องค้างคาใจที่อยากถามเขา กะจะถามตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว แต่แหวนแต่งงานวงนั้นทำให้เธอลืมเรื่องนี้ไปเลย
“แพรวคุยกับพี่ได้ทุกเรื่องนะ” ภาคินัยเร่ง สาวเจ้าเอาแต่ยืนนิ่ง เหตุไฉนไม่ยอมพูดสักที
“เรื่องแต่งงานของเราค่ะ” เธอเอ่ยออกมาช้าๆชัดๆ
“ทำไมครับ หรือว่าแพรวมีคนรักอยู่แล้ว” ภาคินัยแสร้งปั้นหน้าตกใจ
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ พี่ภาคย์มูฟออนจากพี่ดาวได้แล้วเหรอคะ” แพรวพรรณรายณ์ตัดสินใจถามในสิ่งที่ยังค้างคาใจ ถึงเธอจะรักเขามากแค่ไหน แต่จะไม่ยอมกินน้ำใต้ศอกใครเด็ดขาด
“ถ้ามูฟออนยังไม่ได้ ป่านนี้พี่คงไปตามง้อดาวแล้ว ไม่พาแพรวไปเลือกแหวนแต่งงานหรอก” ภาคินัยตอบเสียงเรียบ
นัยน์ตาของแพรวพรรณรายณ์ฉ่ำวาวเป็นประกาย ปากเล็กยิ้มกว้างจนเกือบจะฉีกไปถึงหู
“พร้อมที่จะเรียนรู้กันไหมครับ พี่สัญญาว่าจะไม่ใช้สิทธิ์ความเป็นสามีล่วงเกินแพรวเด็ดขาด” ภาคินัยพูดโน้มน้าวใจ แอบกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่แต่งงานด้วย เดี๋ยวแผนที่วางไว้พังหมดพอดี
“พร้อมค่ะ” แพรวพรรณรายณ์ตอบตกลงแบบไม่ลังเล เธอจะทำทุกอย่างเพื่อพิชิตหัวใจเขาให้ได้
“หมดความสงสัยในตัวพี่แล้วใช่ไหมครับ”
“ค่ะ” แพรวพรรณรายณ์ยิ้มไม่หุบ เธอดีใจมาก อยู่ดีๆก็บุญหล่นทับได้ลงเอยกับชายในฝันของตัวเองเฉยเลย
ภาคินัยลอบยิ้มร้ายอย่างผู้ชนะ มือใหญ่เอื้อมไปโอบไหล่เธอพาเข้าไปนั่งในรถ
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราถูกเนื้อต้องตัวกัน
“ไปบ้านพิพัฒนวิชญ์” ภาคินัยบอกกับผู้ช่วยหนุ่ม ฝ่ายนั้นพยักหน้ารับคำสั่ง
ใช้เวลาบนท้องถนนไม่นานทั้งสามก็มาถึงจุดหมาย
“ขอบคุณมากนะคะ” แพรวพรรณรายณ์บอกกับสองหนุ่ม
ชายหนุ่มคว้าข้อมือหญิงสาวเอาไว้ในจังหวะที่เธอจะเปิดประตูรถ
“พรุ่งนี้ไปเดตกับพี่อีกวันได้ไหม พี่จะให้ณัฏฐ์มารับช่วงบ่ายๆ” ภาคินัยถามเสียงนุ่มพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มเนียนเบาๆ เขาเตรียมโปรแกรมสปาผิวไว้รอ น่าจะเข้าทางสาวไฮโซอย่างเธอ
แพรวพรรณรายณ์หัวใจเต้นระส่ำ เลือดกำเดาจ่อจะไหลออกมารอมร่อ ถ้าไม่มีคุณณัฏฐ์นั่งอยู่ในรถด้วย เธอคงกระโจนไปหอมแก้มเขาแล้ว
“ได้ค่ะ”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเสน่ห์ จนคนมองหัวใจละลาย ขยับกายไม่ได้ไปหลายวิ
“ขอบคุณครับ นอนหลับฝันดีนะครับเจ้าสาวของพี่”
“เช่นเดียวกันนะคะเจ้าบ่าวของแพรว”
หญิงสาวยิ้มเอียงอาย มองสบตาอีกฝ่ายลึกซึ้งก่อนจะพาตัวเองลงจากรถ เดินเข้าบ้านพร้อมกับความสุขในแบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
“เฮ้อ … หมดวันสักที” ภาคินัยบ่นอุบ
ณัฏฐ์ส่ายหน้าเล็กน้อย เจ้านายร้ายไม่เบา
“คุณภาคย์จะให้ผมไปส่งที่บ้านหรือเพ้นเฮ้าส์ดีครับ” ณัฏฐ์เอ่ยถาม เป็นเพราะบางครั้งเจ้านายจะกลับบ้าน แต่บางวันจะนอนค้างที่เพ้นเฮ้าส์
“ไปคอนโดไอ้พันไมล์” เขาอยากไปดื่มกับเพื่อนมากกว่า กลุ้มแบบนี้คงนอนไม่หลับ
“ครับผม”
เวลาต่อมา
ภาคินัยวางแก้วสีชาในมือลงบนโต๊ะ สายตาคู่เหม่อทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ทุกครั้งที่มีเรื่องกลัดกลุ้มเขาจะใช้คอนโดไอ้พันไมล์เป็นที่พักพิงใจ
“ไปเดตกับสาวมาควรจะมีความสุขไม่ใช่เหรอวะ” เจ้าของห้องแซว
“กูโคตรอึดอัดสิไม่ว่า”
“แล้วมึงชวนน้องเค้าไปดินเนอร์ทำไมวะ”
“จะเล่นละครตบตาก็ต้องเล่นให้เนียนหน่อย” ภาคินัยตอบ ในใจลึกๆก็แอบกลัวว่าเจ้าหล่อนจะไม่ตกลงปลงใจแต่งงานด้วย เขาเลยจำใจต้องพาหล่อนไปทานดินเนอร์ พูดจาหวานๆเพื่อหว่านล้อม เพราะฝ่ายนั้นมีผู้ชายแวะเวียนมาขายขนมจีบตลอด และเธอเป็นประเภทคบคนไม่เลือกหน้า ผ่านผู้ชายมาเยอะด้วยสิ
“เอาจริงๆนะ น้องแพรวเป็นผู้หญิงที่สวยและเซ็กซี่มากๆ มึงไม่มีหวั่นไหวบ้างเหรอวะ”
“นอกจากจะสวยและเซ็กซี่แล้ว ต้องมีสมองด้วยนะ ไม่ใช่ฟุ่มเฟือย กินหรูอยู่แพง ทำตัวไร้สาระไปวันๆ การงานไม่ทำรอแต่เงินปันผล” ภาคินัยให้เหตุผล แพรวพรรณรายณ์เป็นผู้หญิงที่สวยมาก ข้อนี้เขาไม่เถียง นอกจากรูปร่างหน้าตาแล้ว เธอก็ไม่มีอะไรดีเลย แถมยังร่านอีกต่างหาก คนแบบนี้ใครจะอยากได้มาเป็นคู่ชีวิต คงไม่มีใครเอา หวยเลยมาตกอยู่ที่เขา
พันไมล์พยักหน้าเข้าใจ เพราะเขาเองก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ของหล่อน
“ไม่ตรงสเปคขนาดนั้นทำไมมึงยังจะอยากแต่งงานกับน้องเค้าวะ” พันไมล์ถามทั้งที่พอจะรู้คำตอบแล้ว
ภาคินัยกระตุกยิ้มร้าย
ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด
{สวัสดีครับอาพิศ} ภาคินัยรับสายที่โทรเข้ามาและเงียบฟังอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตอบกลับไป {พรุ่งนี้ช่วงเช้าผมสะดวกครับ ช่วงบ่ายผมมีนัดกับแพรว เจอกันพรุ่งนี้ครับอาพิศ… สวัสดีครับ}
ภาคินัยกดวางสายหลังจากพูดจบ รอยยิ้มแห่งความดีใจยังคงค้างอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของเขา
4บทที่ 46 นาที
วันใหม่
@The Grand Mandarin Hyatt
“สวัสดีครับอาพิศ” ภาคินัยเอ่ยทักทายแม่ยายก่อนจะทิ้งสะโพกนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เมื่อคืนนางโทรไปนัดให้เขาเข้ามาหา เห็นบอกว่ามีธุระสำคัญจะหารือ
“ขอบใจมากที่แวะเข้ามาหาอา”
“ยินดีครับ”
“ก่อนอื่นอาต้องขอโทษภาคย์เรื่องยัยดาวด้วยนะ” คุณพิศมัยว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องนางยังไม่มีโอกาสคุยกับอีกคนเลย
“อันที่จริงผมกับดาวจบความสัมพันธ์กันมาหลายเดือนแล้ว แต่ก็มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างนั้น เรากะว่าจะบอกทุกคนหลังจากเสร็จงานศพของอาภพ แต่เราเห็นว่าทุกคนอยู่ในช่วงไว้อาลัย ก็เลยปล่อยเลยตามเลยครับ” ภาคินัยอธิบายเหตุผล คู่หมั้นดันขอเลิกในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ
คุณพิศมัยยิ้มโล่งอก ข้อมูลตรงกันกับที่แพรดาวบอก แสดงว่าคนตรงหน้าพร้อมเริ่มต้นใหม่กับลูกสาวนางแล้ว
“ตอนนี้อากับยัยแพรวเป็น CEO ของ The Grand Mandarin Hyatt ร่วมกัน” คุณพิศมัยลากเข้าประเด็นที่อยากหารือ
ภาคินัยลอบแสยะยิ้มมุมปาก ‘แพรวพรรณรายณ์’ ไม่เอาถ่านแต่กลับเป็นถึง CEO ‘แพรดาว’ ที่ทำงานรับใช้พวกเขาสารพัดได้เป็นแค่ผู้จัดการทั่วไป นี่แหละกิจการในครอบครัว ไม่จำเป็นต้องมีสมอง เป็นเพียงทายาทก็มีตำแหน่งใหญ่โตได้
“อาจะลงจากตำแหน่ง และให้ภาคย์ขึ้นบริหาร The Grand Mandarin Hyatt ร่วมกับยัยแพรว” เมื่อคืนลูกสาวยืนยันกับนางแล้วว่าจะแต่งงานกับภาคินัย เป็นช่วงเวลาที่นางอยากเกษียณตัวเองพอดี ทุกอย่างช่างลงตัว
ภาคินัยพยายามซ่อนความดีใจเอาไว้สุดฤทธิ์ เขาไม่คิดว่าแม่ยายจะมอบตำแหน่ง CEO ให้เร็วขนาดนี้ นึกว่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองสักระยะก่อน
“ภาคย์ติดอะไรไหม”
“ผมยินดีรับตำแหน่งนี้ครับ”
คุณพิศมัยยิ้มดีใจ “อากำลังให้ฝ่ายกฎหมายทำเรื่องโอนหุ้นบางส่วนให้ภาคย์กับยัยแพรวอยู่” นางให้ข้อมูลเพิ่ม
“ขอบคุณมากครับ” คนฟังยิ้มกระหึ่มในใจ ถนนสายนี้โรยด้วยกลีบกุหลาบของแท้ เขายังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย แม่ยายประเคนให้ทุกอย่างเสียแล้ว อะไรมันจะง่ายขนาดนี้วะ
{สมใจโทรตามผู้จัดการทุกแผนกมาพบฉันที่ห้องประชุมด่วนเลย} คุณพิศมัยสั่งผู้ช่วยผ่านทางเครื่องมือสื่อสาร
{รับทราบค่ะ} เป็นเสียงตอบรับจากสมใจ
“อาอยากแนะนำภาคย์ในฐานะประธานคนใหม่ให้รู้จักกับฝ่ายบริหารของที่นี่” คุณพิศมัยบอก
ภาคินัยพยายามบังคับไม่ให้มุมปากฉีกกว้างมากเกินไป ถ้าพ่อรู้คงดีใจมาก แต่เขายังไม่บอกท่านหรอก เอาไว้บอกหลังงานแต่งดีกว่า
ผ่านไปสักพักผู้จัดการแผนกต่างๆ กว่าสิบชีวิตก็เดินเข้ามาในห้องประชุม หลังจากที่ทุกคนนั่งประจำที่คุณพิศมัยก็เอ่ยแนะนำภาคินัยในฐานะลูกเขยและประธานคนใหม่ให้ทุกคนได้รู้จัก
“ยินดีต้อนรับคุณภาคย์สู่ทีม The Grand Mandarin Hyatt ค่ะ” นุชนาถเป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับท่านประธานคนใหม่ ภาคินัยถือโอกาสฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคน
‘นุชนาถ’ เป็นผู้ช่วยของแพรวพรรณรายณ์ เธอมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างในโรงแรม และตอนนี้คุณพิศมัยได้แต่งตั้งให้เธอเป็นผู้ช่วยของภาคินัยด้วย
หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับทีมบริหาร ภาคินัยก็ขอตัวกลับ เพราะใกล้เวลานัดกับแพรวพรรณรายณ์เต็มที ช่วงโปรโมชั่นแบบนี้เขาต้องเร่งทำคะแนนหน่อย เจ้าหล่อนจะได้ตายใจ
“ดำเนินการเรื่องโอนหุ้นให้ตาภาคย์ได้เลยนะ” คุณพิศมัยบอกกับสมใจหลังจากที่ลูกเขยเดินออกไปจากห้อง
‘สมใจ’ เป็นฝ่ายกฎหมายของ ‘The Grand Mandarin Hyatt’ และเป็นผู้ช่วยมือขวาของคุณพิศมัย
สมใจมีท่าทีลังเล “เราจะไว้ใจคุณภาคย์ได้แค่ไหนคะ”
“ตาภาคย์ทำให้ ‘Oasis Spa’ สปาเล็กๆกลายเป็นหนึ่งในสปายอดนิยมในขณะนี้ได้ แสดงว่าความสามารถด้านบริหารงานไม่ธรรมดาแน่นอน อีกอย่างตาภาคย์จะเป็นลูกเขยฉันในอีกไม่กี่วัน” คุณพิศมัยบอกอย่างมั่นใจ จริงอยู่นางไม่สนิทสนมกับภาคินัยเป็นการส่วนตัว แต่แพรดาวมักจะบอกเสมอว่าภาคินัยเป็นคนดี ขยันขันแข็ง แถมยังเก่งงานด้านบริหารสุดๆ นางเชื่อคำพูดของหลานสาว
ผู้ช่วยพยักหน้ารับคำสั่ง
“จองวันผ่าตัดกับหมอณดลให้ฉันได้เลยนะ เสร็จจากงานแต่งยัยแพรว เราจะบินไปเชียงใหม่กัน” คุณพิศมัยบอก
“เรื่องผ่าตัดคุณจะไม่บอกใครจริงๆเหรอคะ” สมใจถามย้ำ
คุณพิศมัยส่ายหน้ารัวๆ “ฉันไม่อยากให้ใครรู้ โดยเฉพาะยัยแพรว ฉันอยากให้ลูกสาวไปโฟกัสที่สามีและงานมากกว่า ฉันไม่เคยเห็นยัยแพรวยิ้มได้เต็มหน้าและมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลยนะ”
คุณพิศมัยกำลังป่วยหนัก นางต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างด่วน เพราะเหตุนี้นางถึงรีบแต่งตั้งให้ภาคินัยขึ้นมาเป็น CEO แทน นางหมายมั่นปั้นมือให้ลูกเขยเข้ามาช่วยลูกสาวบริหารธุรกิจ
“ยัยแพรวดูแลโรงแรมนี้คนเดียวไม่ไหวแน่ๆ ส่วนยัยดาวก็ตามที่สมใจรู้นั่นแหละ หวังพึ่งอะไรมากไม่ได้”
‘The Grand Mandarin Hyatt’ เป็นโรงแรมหรูห้าดาว ให้บริการแบบครบวงจร มีพนักงานรวมกันหลายร้อยชีวิต นางจำเป็นต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาช่วยลูกสาวบริหาร
เวลาต่อมา
@Oasis Spa
ภาคินัยเดินเข้ามาในห้องรับรองพิเศษ สายตามองหาผู้ช่วยคนสนิทเป็นจังหวะที่อีกคนเดินออกมาจากมุมชงกาแฟพอดี
“คุณภาคย์เป็นยังไงบ้างครับไปคุยธุระกับคุณพิศทุกอย่างราบรื่นดีไหม” ณัฏฐ์เอ่ยถาม เขาพอเดาออกว่าเจ้านายไปคุยธุระอะไรกับฝ่ายโน้น
ภาคินัยยิ้มเต็มปาก “ราบรื่นยิ่งกว่าราบรื่น กูจะเล่ารายละเอียดให้ฟังทีหลัง”
ณัฏฐ์พยักหน้ายิ้มๆ
“ว่าแต่มึงไปรับคุณแพรวมาแล้วใช่ไหม” เขาสั่งให้ไอ้ณัฏฐ์ไปรับแพรวพรรณรายณ์มาทำสปาผิว
“ใช่ครับ คุณแพรวกำลังแช่น้ำนมอยู่ในห้องสปาครับ” ณัฏฐ์ตอบ เขาทำตามที่เจ้านายสั่งทุกอย่าง
คนหล่อพยักหน้ารับรู้ จากนั้นก็หันไปคุยกับพนักงานอีกคนที่กำลังเดินมาทิศทางที่เขายืนอยู่ “คุณกำลังจะเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟคุณแพรวใช่ไหม”
“ใช่ค่ะบอส” จันทร์เจ้าพนักงานต้อนรับแผนกสปาเอ่ยบอก
“เดี๋ยวผมเอาไปเอง”
พนักงานสาวเอาถาดเครื่องดื่มให้เจ้านาย อีกฝ่ายยื่นมือออกมารับ สองขายาวก้าวไปยังห้องสปา
“พี่ณัฏฐ์คุณแพรวกำลังแช่น้ำนมอยู่นะ” จันทร์เจ้าบอก เธอต้องการจะสื่อว่าอีกคนกำลังเปลือยกายอยู่
“บอสกำลังจะแต่งงานกับคุณแพรวในอีกไม่กี่วัน” ณัฏฐ์ไขข้อสงสัย
หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจ เธอพอรู้ว่าเจ้านายมีคู่หมั้นแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน
@ห้องสปา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก (เสียงเคาะให้สัญญาณพร้อมกับเสียงประตูที่ถูกผลักเข้ามา)
ร่างสูงสืบเท้าเข้ามายืนชิดขอบอ่างอาบน้ำ ตาคมวาวหลุบมองเนินอกอวบขาวเนียนอย่างพินิจ
“จันทร์เจ้ามาแล้วเหรอจ๊ะ” แพรวพรรณรายณ์ที่ยังคงหลับตาพริ้มเอ่ยถาม ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาพนักงานคนนี้ดูแลเธอดีมาก สปาผิวเสร็จกะจะตบทิปให้ก้อนงาม
ชายหนุ่มไม่ตอบ และยังไม่ละสายตาจากเนินอกอวบนั่น
5บทที่ 56 นาที
“จันทร์เจ้ามาแล้วเหรอจ๊ะ” แพรวพรรณรายณ์ที่ยังคงหลับตาพริ้มเอ่ยถาม ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาพนักงานคนนี้ดูแลเธอดีมาก สปาผิวเสร็จกะจะตบทิปให้ก้อนงาม
ชายหนุ่มไม่ตอบ และยังไม่ละสายตาจากเนินอกอวบนั่น
เสียงลมหายใจหนักๆของผู้มาใหญ่ ทำให้หญิงสาวค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมามอง
“พี่ภาคย์!” แพรวพรรณรายณ์ห่อไหล่พลันยกมือขึ้นปิดส่วนหวงห้ามตามสัญชาตญาณ ตอนนี้ร่างกายเธอไม่มีอาภรณ์ปกปิดแม้แต่ชิ้นเดียว ถึงจะมีน้ำนมช่วยพรางเรือนร่างเอาไว้ แต่เธอก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี
ภาคินัยยิ้มร้าย แอบขำกับอาการเขินจัดของคนตรงหน้า เจ้าหล่อนทำยังกับไม่เคยเปลื้องผ้าต่อหน้าผู้ชายมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น
“พี่เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ” คนเจ้าเล่ห์ย้ายสายตาจากอกอวบมามองไวน์ 2 แก้วในถาดใบเล็กแทน
“ขอบคุณมากค่ะ…เออ พี่ภาคย์จะทำอะไรคะ” หญิงสาวถามปากสั่นเมื่อเห็นอีกคนวางถาดในมือลงบนโต๊ะ แถมยังทำท่าเหมือนกำลังจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเองออก
“ลงไปดื่มไวน์กับแพรวไงครับ พี่ก็อยากทำสปาผิวเหมือนกัน” สายตาที่มองมาช่างโลมเลีย จนคนถูกมองใจสั่นระรัว
“เออ…แพรวว่าเราไปนั่งดื่มที่ริมสระว่ายน้ำดีกว่าไหมคะ แพรวขอล้างตัวแป๊บเดียว” คนยังไม่พร้อมขอต่อรอง ถ้าเขาก้าวขาลงมาในอ่าง เกรงว่าจะได้ทำอย่างอื่นแทนดื่มไวน์นะสิ บอกเลยว่าตอนนี้เธอพร้อมมาก พร้อมจะเป็นของเขาทั้งกายและใจ แต่อยากรอให้ถึงวันเข้าหอของเรา
ถัดจากห้องสปาไปนิดหน่อยจะเป็นโซนสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่นี่มีเนื้อที่กว้างขวางมากให้บริการด้านสปาเพื่อสุขภาพแบบครบวงจร
“โอเค งั้นพี่ไปรอข้างนอกนะ” ภาคินัยพาตัวเองออกไปจากห้อง หากเจ้าหล่อนต้องการจะเล่นบทสาวใสไร้เดียงสา เขาก็จะตามน้ำให้ละกัน เขาเองก็ไม่อยากแตะเนื้อต้องตัวเธออยู่แล้ว ที่ทำไปทั้งหมดการแสดงล้วนๆ
ร่างสูงทิ้งสะโพกนั่งลงบนเตียงอาบแดดริมสระว่ายน้ำ สายตาคู่เศร้าทอดมองไปยังที่นั่งว่างเปล่า เหมือนยังรอใครบางคนที่อาจจะไม่มีวันกลับมา
ผ่านไปสักพัก แพรวพรรณรายณ์ในชุดจั๊มพ์สูทสายเดี่ยวสีดำขาสั้นก็พาตัวเองมานั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม
ภาคินัยหลุดออกจากภวังค์ ตาคมวาวหลุบมองเรียวขาขาวเนียนของคนตรงหน้าแวบหนึ่ง ยอมรับว่าแพรวพรรณรายณ์เป็นผู้หญิงที่สวยเซ็กซี่มีเสน่ห์ดึงดูดใจสุดๆ อกเป็นอก เอวเป็นเอว แซ่บมาก ไม่รู้จะโฟกัสอะไรก่อน รูปร่างหน้าตาคงเป็นสิ่งเดียวที่เธอมี ไม่สิเจ้าหล่อนรวยมากๆด้วย
“แด่เดตที่สองของเราครับ” ภาคินัยยกแก้วไวน์ขึ้นมาเขย่าเบาๆ สายตามองเธอหวานซึ้ง
“แด่เดตที่สองของเราค่ะ” หญิงสาวยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบด้วยท่าทีเขินอาย
“ขอโทษที่พี่ให้แพรวเดตคนเดียวตั้งครึ่งวัน”
“ไม่เป็นไรค่ะ แพรวเอ็นจอยกับโปรแกรมดูแลผิวที่พี่เตรียมไว้ให้ และแพรวก็ทราบว่าพี่มีธุระกับคุณแม่” แพรวพรรณรายณ์รีบบอก เธอกับแม่คุยกันทุกเรื่องอยู่แล้ว
“หลังงานแต่ง พี่จะเข้าไปช่วยงานที่โรงแรมแบบเต็มตัวนะครับ”
คนฟังยิ้มตาโต “พี่ภาคย์รับตำแหน่ง CEO แทนคุณแม่แล้วใช่ไหมคะ”
ภาคินัยพยักหน้า “พี่มีเรื่องจะปรึกษากับแพรว”
“เรื่องอะไรเหรอคะ”
“เราต้องเลื่อนฮันนีมูนออกไปก่อนนะ ช่วงนี้พี่คงจะยุ่งมาก งานลงตัวเมื่อไหร่เดี๋ยวเราค่อยไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กัน” ภาคินัยอธิบาย เขาอยากเข้าไปสอดส่องความเป็นไปที่ ‘The Grand Mandarin Hyatt’ มากกว่าไปเที่ยวกับเธอ
“ไม่เป็นไรค่ะ แพรวเข้าใจ” การได้เห็นหน้าเขา ได้อยู่ด้วยกันทุกวันมันดีต่อใจยิ่งกว่าไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์เสียอีก
ภาคินัยขมวดคิ้วแปลกใจ เขาคิดว่าเธอจะโวยวายเสียอีก แต่กลับยิ้มหน้าบานเชียว เจ้าหล่อนมีนิสัยเอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้ไม่ใช่เหรอ หรือว่าเธอกำลังแสดงบทสาวแสนดีให้เขาตายใจ
“คุณแม่คงกำลังเตรียมกระเป๋าเดินทางอยู่แน่เลยค่ะ”
คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง
“เมื่อคืนคุณแม่เกริ่นๆว่าถ้าพี่เข้ามาช่วยบริหารงานที่โรงแรม หลังงานแต่งพวกเรา แม่จะลาพักร้อนยาวค่ะ แม่ดูรีบร้อนแปลกๆ ปกติแม่ไม่ใช่คนชอบเที่ยวเลยนะคะ” แพรวพรรณรายณ์ขยายความ ที่ผ่านมามารดาบ้างานจะตาย
ภาคินัยคิดตาม อาพิศรีบมอบตำแหน่งสำคัญให้เขา แถมยังจะโอนหุ้นให้ด้วย ทุกอย่างดูรีบร้อนไปหมด หรือว่ากิจการกำลังมีปัญหา เลยกะให้เขาเข้าไปช่วยแก้วิกฤตอย่างนั้นเหรอ แต่ไอ้ณัฏฐ์ก็ไปสืบมาแล้ว ‘The Grand Mandarin Hyatt’ ทำกำไรมหาศาลทุกปีนี่น่า
“แพรวแอบคิดว่าคุณแม่คงเหงา เพราะคุณพ่อเพิ่งเสียได้ไม่นาน แม่เลยอยากไปพักผ่อนให้สบายใจ”
“อืม” คนหล่อพยักหน้าเห็นด้วย ที่แพรวพรรณรายณ์พูดก็มีเหตุผล คงเป็นแบบนั้นแน่ๆ
หญิงสาวเหลือบไปเห็นกระดานหมากรุกวางอยู่บนโต๊ะกลมข้างเดย์เบด มือเรียวเอื้อมไปหยิบมา
“เล่นหมากรุกกันไหมคะ”
คนหล่อหรี่ตามองคู่สนทนาอย่างแปลกใจ ไม่อยากเชื่อว่าเจ้าหล่อนจะเล่นหมากรุกสากลเป็นด้วย
“โอเคพี่ชอบเล่นหมากรุกมาก” ดีเหมือนกันเขาจะได้ฆ่าเวลาอันแสนน่าเบื่อ
“ใครแพ้ต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามของอีกคนนะคะ” แพรวพรรณรายณ์ตั้งกฎ เธออยากทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น
ภาคินัยแอบยิ้มหยัน เธอจะไม่มีโอกาสได้ถามอะไรทั้งนั้น คิดเหรอว่าเขาจะยอมออมมือให้
“Ladies first” เขาผายมือให้เธอเป็นฝ่ายเริ่มเดินหมากก่อน คนสวยค้อมศีรษะพลางหยิบตัวเบี้ยสีขาวขึ้นมา
ทั้งสองเล่นหมากรุกไปพลางจิบไวน์ไปพลาง เกมที่สนุกสนานทำให้พวกเขาลืมเวลาไปโดยปริยาย
ผ่านไปครู่ใหญ่….
“คิก คิก คิก” แพรวพรรณรายณ์หัวเราะเสียงใส “แพรวเป็นคนได้ถามคำถามอีกแล้วสิคะแบบนี้”
ภาคินัยยังอยู่ในอาการมึนงง งงเป็นไก่ตาแตก จะไม่ให้งงได้อย่างไร เล่นหมากรุกเจ็ดเกม เธอชนะรวด เป็นไปได้อย่างไร เขาไม่ได้ออมมือให้สักหน่อย
“พี่ภาคย์คะ” แพรวพรรณรายณ์เรียกเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่มองกระดาษตานิ่ง
ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมามองคู่สนทนา “คราวนี้แพรวอยากถามอะไรครับ”
“แพรวไม่อยากถาม แต่แพรวอยากบอกความรู้สึกของตัวเองมากกว่า” แพรวพรรณรายณ์ว่า รอบที่ผ่านๆมาเธอถามเรื่องทั่วไป เช่น อาหารที่เขาชอบ กิจกรรมยามว่าง และสถานที่สุดโปรด
คนหล่อเลิกคิ้วรอฟัง
“วันนี้แพรวมีความสุขมาก เดตแรกว่าแฮปปี้แล้ว เดตสองแฮปปี้กว่าหลายเท่า” แพรวพรรณรายณ์มองลึกเข้าไปดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั่น ยิ่งได้ใกล้ชิดกัน ยิ่งทำให้เธอตกหลุมรักเขาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
ภาคินัยฝืนยิ้มบางๆ ก็เขาไม่ได้รู้สึกอย่างที่เธอรู้สึกเลยสักนิด ทุกการกระทำมันเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้นเอง
6บทที่ 66 นาที
วันต่อมา
@บ้านพิพัฒนวิชญ์
หญิงสูงวัยวางจานคุ้กกี้ลงบนโต๊ะ ตามด้วยน้ำพั้นซ์แก้วโต
แพรวพรรณรายณ์ยิ้มจนตาหยีเมื่อเห็นของว่างสุดโปรด มือเล็กเอื้อมไปหยิบคุกกี้บัตเตอร์ส่งเข้าปากเคี้ยวกรุบๆ
“เมื่อคืนคุณพิศบอกป้าว่าหนูแพรวจะแต่งงานกับคุณภาคย์แทนหนูดาวเหรอคะ” หญิงสูงวัยไม่ได้อารัมภบท นางเอ่ยถามในสิ่งที่ได้รับรู้มา
“ใช่ค่ะ” แพรวพรรณรายณ์ยิ้มเขินๆ แววตาทอประกายวิบวับ
“หนูแพรวคิดดีแล้วเหรอคะ” นงค์เยาว์ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
‘นงค์เยาว์’ เป็นแม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่ นางดูแลสาวน้อยตรงหน้ามาตั้งแต่แบเบาะ ความสนิทผูกพันจึงมีมาก
“พี่ดาวจบความสัมพันธ์กับพี่ภาคย์มาสักพักแล้วนะคะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แพรวมีเรื่องจะเล่าให้ฟังค่ะ” แพรวพรรณรายณ์เกริ่นนำ
ป้านงค์เยาว์รอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อหลายเดือนก่อน
@ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
แพรวพรรณรายณ์เห็นแพรดาวคลอเคลียอยู่กับลูกค้า VIP ของโรงแรม เธอแอบมองทั้งคู่อยู่นาน พอได้จังหวะเหมาะเธอจึงรีบเข้าไปทักทายพี่สาว
“ทำไมพี่ออกมาทานข้าวกับคุณปุณณ์สองต่อสองแบบนี้คะ” แพรวพรรณรายณ์ถามอย่างสงสัย
“คุณปุณณ์เป็นคนรักของพี่แล้ว” แพรดาวตอบแบบไม่อ้อม
“แต่พี่มีคู่หมั้นแล้วนะคะ พี่ภาคย์จะคิดยังไง?”
“พี่บอกภาคย์แล้ว และพี่ก็ขอถอนหมั้นกับภาคย์เรียบร้อยแล้ว”
“อะไรนะคะ! พี่สองคนยังหมั้นกันอยู่นิ” แพรวพรรณรายณ์งงหนักมาก
“พวกเราจะบอกผู้ใหญ่หลังจากที่ลุงภพออกจากโรงพยาบาล พวกเราไม่อยากให้มีเรื่องไม่ดีไปรบกวนจิตใจท่าน” แพรดาวอธิบาย
‘ลุงภพ’ ที่แพรดาวพูดถึงคือพ่อของแพรวพรรณรายณ์ และเป็นผู้อุปถัมภ์เลี้ยงดูเธอ ในเวลานั้นท่านกำลังนอนรักษาอาการป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล
“ทำไมพี่ถึงถอนหมั้นกับพี่ภาคย์คะ”
“ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยนะคุณแพรว พี่แค่ไม่ได้รักภาคย์ และมีคนรักใหม่แล้วก็เท่านั้นเอง”
แพรวพรรณรายณ์อึ้งกับคำตอบของลูกพี่ลูกน้อง
ปัจจุบัน
“พี่ภาคย์ก็ยืนยันกับแพรวเองว่ามูฟออนจากพี่ดาวได้แล้ว” เป็นเพราะเหตุนี้ไงเธอถึงกล้าที่จะแต่งงานกับอดีตคนรักของลูกพี่ลูกน้องตัวเอง
“ป้าเข้าใจแล้ว”
“ที่ผ่านมาแพรวต้องคอยทำตามคำสั่งของคุณพ่อมาโดยตลอด ไม่เคยได้เดินออกนอกกรอบเลย แพรวอยากลองทำตามใจตัวเองสักครั้งในชีวิต” แพรวพรรณรายณ์ระบายความในใจ ตั้งแต่จำความได้เธอต้องอยู่ใต้อาณัติของบิดา ท่านเป็นคนเข้มงวดมาก ทุกคนในบ้านก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน พอท่านจากไปบรรยากาศในบ้านก็เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
“แพรวมั่นใจว่าสักวันพี่ภาคย์จะมองเห็นความรักและความจริงใจของแพรวค่ะ” ในเมื่อเขายอมเปิดใจ เธอก็จะไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปง่ายๆ ท้ายสุดจะลงเอยอย่างไร ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตละกัน
“ป้าขอให้หนูสมหวังนะลูก”
แพรวพรรณรายณ์ยิ้มรับคำอวยพร
“ดูเหมือนว่าพี่ภาคย์จะเปิดใจให้แพรวแล้ว เราสองคนเข้ากันได้ดี” แพรวพรรณรายณ์ยิ้มไม่หุบ เธอรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
อีกสถานที่หนึ่ง
@คอนโด
“มะรืนนี้ก็จะแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำหน้าให้มันร่าเริงกว่านี้หน่อยสิวะ” พันไมล์บอกแล้วรินน้ำเย็นๆใส่แก้วให้เพื่อนดื่มเผื่อมันจะสดชื่นขึ้น
“มึงอย่าพูดถึงเรื่องแต่งงานได้ไหมวะ กูยิ่งเครียดๆอยู่” คนกำลังคิดไม่ตกยกมือขึ้นมากุมขมับ วันนี้เขามาหาไอ้พันไมล์ที่คอนโด หวังจะใช้เป็นที่ผ่อนคลาย มันดันย้ำเรื่องแต่งงานอยู่ได้
“ตกลงมึงจะไม่เชิญกูไปร่วมงานแต่งมึงจริงๆเหรอ กูเป็นเพื่อนรักมึงนะโว๊ย” พันไมล์ทำหน้าไม่สบอารมณ์ ไม่ชวนใครไม่ว่า แต่ไม่ชวนเพื่อนซี้อย่างเขานี่นะ ไอ้ภาคย์คิดอะไรอยู่
“มึงรอไปเป็นพยานตอนกูจดทะเบียนหย่าดีกว่า”
“ไอ้เชี่ยยังไม่แต่งเลย จะหย่าเสียแล้ว”
“แน่นอน” ภาคินัยยืนยันน้ำเสียงหนักแน่น พอเขาได้ทุกอย่างตามที่วางแผนไว้ เขาก็จะเฉดหัวเธอทิ้งทันที
“ร้ายกาจมาก!”
คนกำลังเครียดจัดก้มหน้างุด
“โทรไปนัดคุณแพรวออกมาเจอดีไหมครับ” ณัฏฐ์เสนอทางออกให้
“ทำไมวะ แล้วมึงจะพูดถึงเขาทำไมบ่อยๆ” ไอ้สองตัวนี้ดึงยัยนั่นเข้ามาในบทสนทนาตลอด กวนตีน!
“สองวันที่ผ่านมาคุณภาคย์ยิ้มและก็หัวเราะได้ ผมเห็นตอนคุณเล่นหมากรุกกับเธอที่ริมสระว่ายน้ำเมื่อวานนี้ ดูยังไงก็เหมือนคู่รักกันจริงๆ ดูยังไงก็เหมือนคนกำลังจะแต่งงานกันจริงๆ” ณัฏฐ์แซว ทุกความเคลื่อนไหวของเจ้านายอยู่ในสายตาเขาหมด
“มึงก็รู้ว่ากูกำลังเล่นละครตบตาหล่อน” ภาคินัยโต้ เขายอมแต่งงานกับแพรวพรรณรายณ์เพราะผลประโยชน์ และไม่ต้องการเสียหน้า เขาอยากให้แพรดาวเห็นว่าไม่มีหล่อนอยู่ในชีวิตเขาก็มีความสุขได้
“ไอ้เชี่ย…มึงโคตรเลว!” พันไมล์ส่ายหน้า ตั้งแต่ไอ้ภาคย์โดนเทงานแต่งมันเปลี่ยนไปเป็นคนละคน มันร้ายกาจ มันเลว!
“กูถึงเป็นเพื่อนกับมึงได้ไง” ภาคินัยสวนทันควัน ไอ้พันไมล์มันก็เลวไม่ต่างกันกับเขาหรอก เผลอๆมันเลวกว่าอีก
“งั้นผมขอตัวนะครับ” ณัฏฐ์ยันกายลุกขึ้น ช่วงพลบค่ำแบบนี้ออกไปหาอะไรสนุกๆทำดีกว่า
“มึงจะไปไหนวะ” ภาคินัยเป็นคนถาม
“ไปดื่มกับน้องๆ … คนเลวสองคนจะได้อยู่ด้วยกันไงครับ เพราะดูเหมือนว่าผมเป็นคนดีอยู่คนเดียว” ณัฏฐ์ยกยิ้มล้อเลียน เขากล้าพูดจาแบบนี้กับเจ้านาย เพราะสองหนุ่มสนิทกันมาก นอกเวลางานเหมือนพี่น้องกัน
“ไอ้เชี่ยณัฏฐ์ มึงเลวตั้งแต่มึงตกลงทำงานกับไอ้เชี่ยภาคย์แล้ว” พันไมล์ทนไม่ได้ ไอ้ณัฏฐ์ก็เลวพอๆกับเจ้านายมันนั่นแหละ
ภาคินัยลุกขึ้นยืนเต็มความสูงร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร
“มึงจะไปไหน” พันไมล์ถามเพื่อน
“ไปดื่มกับน้องๆ”
“ไม่กลัวว่าที่เมียจะบังเอิญไปเห็นเหรอ จังหวะนรกมีอยู่จริงนะเว๊ย” ที่พันไมล์เป็นห่วงก็เพราะ ‘น้องๆ” ที่สองหนุ่มพูดถึงคือ ‘เด็กเอ็น’ ที่ผับประจำของพวกเขา
“กูต้องแคร์ด้วยเหรอ ในเมื่อหล่อนจะเป็นเพียงภรรยาในนาม มีปัญหานักกูก็จะขอหย่าทันที” พอสิ้นประโยคภาคินัยก็พาร่างสูงกำยำของตัวเองออกไปจากห้อง
สองหนุ่มตบเท้าตามไปติดๆ
7บทที่ 74 นาที
@The Grand Mandarin Hyatt Event Hall
เสียงเปียโนบรรเลงเพลงคลาสสิคคลอเคลียเบาๆ ไปทั่วห้องจัดเลี้ยงสุดหรูที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนจากมวลดอกไม้นานาพันธุ์ โคมไฟคริสตัลเหนือศีรษะสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับหมู่ดาวบนฟากฟ้า บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ
ทุกสายตาจับจ้องไปยังคู่บ่าวสาวที่ยืนอยู่บนเวที แพรวพรรณรายณ์ในชุดแม็กซี่เดรสเข้ารูปสีขาวปาดไหล่ยืนกุมมือสามีแน่น เธอทั้งตื่นเต้น ดีใจ และมีความสุขมาก มากเสียจนรู้สึกเหมือนตัวลอยได้อย่างไรอย่างนั้น
ภาคินัยเป็นคนทำหน้าที่กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานมงคลสมรสในค่ำคืนนี้
หลังจากเจ้าบ่าวพูดจบ เสียงปรบมือแสดงความยินดีก็ดังกึกก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยง แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปวาบขึ้นเป็นระยะตามจังหวะเคลื่อนกายของคู่บ่าวสาวที่กำลังเดินลงมาจากเวที
งานฉลองมงคลสมรสระหว่างภาคินัยกับแพรวพรรณรายณ์ได้ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับการเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ของพวกเขา
คืนเดียวกัน
@เพ้นเฮ้าส์
“พี่ยกห้องนี้ให้แพรว ถ้าต้องการปรับเปลี่ยนอะไร ไม่ว่าจะเป็นสีผนัง ผ้าม่าน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ เขียนรายละเอียดให้พี่ได้เลยนะ พี่จะให้ช่างมาจัดการให้” ภาคินัยบอกกับเจ้าสาวหมาดๆ ห้องนอนเก่าเขาตกแต่งโทนดาร์กบลู ผู้หญิงลุคสดใสอย่างเธออาจจะไม่ชอบ
“ยกห้องนี้ให้แพรวหมายความว่ายังไง แล้วพี่ภาคย์ล่ะคะ”
“พี่จะนอนห้องถัดไป ที่นี่มีสองห้องนอน สามห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และสระว่ายน้ำส่วนตัวกลางแจ้งตรงระเบียง พรุ่งนี้แพรวลองเดินสำรวจดูนะ” เจ้าของเพ้นเฮ้าส์ให้รายละเอียด
แพรวพรรณรายณ์หน้าเสีย เมื่อวันก่อนเขาโทรไปบอกเธอว่าจะใช้เพ้นเฮ้าส์กลางกรุงเป็นเรือนหอ แต่เธอไม่คิดว่าเราสองคนจะนอนแยกห้องกันแบบนี้
“แพรวไม่ต้องกังวลนะ พี่จะทำตามสัญญาอย่างเคร่งครัด พี่จะไม่ใช้สิทธิ์ความเป็นสามีล่วงเกินแพรวเด็ดขาด” ใบหน้าของอีกฝ่ายดูผิดหวังมาก ภาคินัยจำเป็นต้องหยิบยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง
“ขอบคุณค่ะ” แพรวพรรณรายณ์ฝืนยิ้ม คำอธิบายของเขาควรทำให้เธอดีใจ แต่ทำไมเธอกลับรู้สึกเจ็บจี๊ดในอกแปลกๆ แถมยังรู้สึกเสียเซลฟ์นิดๆที่โดนสามีปฏิเสธไม่เข้าหอด้วย
“ส่วนเรื่องอาหารแพรวโทรสั่งจากร้านข้างล่างขึ้นมาทานได้เลยนะ เมนูวางอยู่ในครัว” ภาคินัยรู้ดีว่าลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างเธอทำงานบ้านไม่เป็นแน่นอน
แพรวพรรณรายณ์พยักหน้า สายตาแอบสำรวจสามีไปด้วย ตั้งแต่เหยียบเข้ามาในห้องนี้ไม่มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั่นอีกเลย
พี่ภาคย์เป็นคนบุคลิกนิ่งๆ ดูสุขุมลุ่มลึก มักจะมีรอยยิ้มให้เธอเสมอ แต่ทำไมตอนนี้เขาดูเย็นชาผิดปกติ หรืออาจเป็นเพราะเขาเหนื่อยจากพิธีแต่งงานอันยาวนาน
“แพรวดูแลแค่ตัวเองไม่ต้องห่วงพี่นะ เรื่องอาหารการกินเดี๋ยวพี่สั่งของพี่เอง” ภาคินัยบอกกฎ จะให้มานั่งทานข้าวด้วยกันแบบสามีภรรยาทุกวัน เขาคงอึดอัดตาย ไม่ได้รัก ไม่ได้พิศวาส เลยไม่อยากฝืน
แพรวพรรณรายณ์ใจแป้ว หน้าสลด ตกลงเธอเป็นภรรยาหรือว่าเป็นรูมเมทเขากันแน่ ไหนก่อนแต่งงานชวนเปิดใจคบกัน เสร็จจากเข้าพิธีไม่กี่ชั่วโมง อีกคนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
“กู๊ดไนท์… ถ้ามีอะไรส่งข้อความหาพี่ได้ตลอดเวลานะ” ภาคินัยบอกกฎข้อสุดท้าย
เจ้าสาวป้ายแดงยืนนิ่งงัน เธองงจนพูดไม่ออก สายตายังคงมองตามหลังสามีที่กำลังเปิดประตูเดินออกไปจากห้อง จะไม่ให้งงได้อย่างไร พี่ภาคย์เปลี่ยนไป เขาดูเย็นชากับเธอผิดปกติ เมื่อเช้านี้เราสองคนยังคุยกันดีๆอยู่เลย
“เออ …” ภาคินัยหันหลังกลับมา
แพรวพรรณรายณ์ยิ้มอย่างมีความหวัง แอบลุ้นว่าอีกคนจะเปลี่ยนใจมานอนห้องเดียวกัน
“พี่เป็นคนกินนอนตื่นไม่เป็นเวลา ถ้าไม่เจอพี่ออกมาจากห้องไม่ต้องตกใจนะ”
แพรวพรรณรายณ์สะดุ้งในใจ ประโยคบอกเล่านั่นตีความได้ว่าห้ามไปวุ่นวายในห้องนอนเขาเด็ดขาด
คนกำลังสับสนถอยเท้าไปนั่งลงบนเตียงในจังหวะที่สามีปิดประตู คิ้วเรียวย่นเข้าหากันอย่างครุ่นคิด ที่ใบหน้าของสามีดูบึ้งตึงคงเป็นผลมาจากความเหนื่อยล้า ขนาดเธอก็ยังเหนื่อย
ห้องถัดไป
ภาคินัยมองรอยยิ้มหวานๆของอดีตคู่หมั้นสาว แววตาของเขาเจือไปด้วยความเศร้า มันคงจะเป็นค่ำคืนที่วิเศษสุดๆหากภรรยาของเขาคือแพรดาว ไม่ใช่แพรวพรรณรายณ์
มือใหญ่กดปิดโทรศัพท์โยนไปที่โต๊ะข้างหัวเตียง แล้วหลับตาลง การนอนพักผ่อนเอาแรงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้






