เรื่องย่อ

เธอตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในอ้อมกอดของพี่ชายเพื่อนสนิท เธอมานอนอยู่ตรงนี้ได้อย่างๆไร มานอนตั้งแต่เมื่อไหร่ เหนื่อสิ่งอื่นใดเขามองเธอด้วยสายตารังเกียจ

ทดลองอ่าน

100%
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง

หญิงสาวพยายามจะขยับกาย ทว่าก็ยากลำบากซะเหลือเกิน เธอรู้สึกเหมือนมีท่อนซุงขนาดใหญ่มาทาบทับอยู่บนตัว แถมด้วยอาการปวดหัวแทบจะระเบิด

“ว๊ายยย!!!” พอตื่นขึ้นมาเต็มตา ข้าวขวัญถึงกับต้องกรีดร้องออกมาเสียงหลง ดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังเข้ามาในโสตประสาท ร่างหนาค่อยๆ งัวเงียตื่นขึ้นมา “เชี่ยยย…ขวัญ เข้ามาในห้องนอนพี่ตั้งแต่ตอนไหน?!” ปฐพีเอ่ยถามผู้บุกรุกด้วยความตกใจ

ใบหน้าสวยส่ายไปมา เธอจำอะไรไม่ได้จริงๆ

ตาคมมองร่างขาวเนียนเปลือยเปล่า แล้วก้มลงสำรวจตัวเอง “เชี่ยยย!” ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ยกมือขึ้นมาทุบหัวตัวเองสองสามครั้ง ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาหนักๆ “พี่จำอะไรไม่ได้จริงๆ” ปฐพีพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน แล้วพาร่างเปลือยเปล่ากำยำของตัวเองเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างเร่งรีบ

อากัปกิริยาและสายตาที่เปลี่ยนไปของพี่ชายเพื่อน ทำเอาข้าวขวัญรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เธอลุกขึ้นจากเตียงนอน ก้มลงหยิบผ้าห่มผืนบางขึ้นมาพันรอบกาย เดินกลับห้องตัวเองด้วยอาการมึนงง

ระหว่างนั้นก็พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทว่าจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ

*********
เรื่อง สยบรักสามีบังเอิญ มีเนื้อเรื่องเชื่อมโยงกับเรื่อง สยบรักคู่หมั้นตัวร้าย นะคะ (ไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องก่อนหน้าเพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้)
*********
เรื่อง สยบรักคู่หมั้นตัวร้าย (ปรเมศวร์ vs พลอยดาว)
โปรย
“คุณแม่ฟังให้ดีนะครับ ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยแม่ชีหน้าจืดเด็ดขาด ที่ผมยอมหมั้นกับหล่อนก็เพราะไม่อยากมีปัญหากับคุณปู่เท่านั้นเอง”
*ใครยังไม่ได้อ่าน ลองโหลดตัวอย่างไปอ่านดูนะคะเพื่อโดนใจ …

1บทนำ4 นาที

บทนำ

 

หญิงสาวพยายามจะขยับกาย ทว่าก็ยากลำบากซะเหลือเกิน เธอรู้สึกเหมือนมีท่อนซุงขนาดใหญ่มาทาบทับอยู่บนตัว แถมด้วยอาการปวดหัวแทบจะระเบิด

“ว๊ายยย!!!” พอตื่นขึ้นมาเต็มตา ข้าวขวัญถึงกับต้องกรีดร้องออกมาเสียงหลง ดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังเข้ามาในโสตประสาท ร่างหนาค่อยๆ งัวเงียตื่นขึ้นมา

“เชี่ยยย…ขวัญ เข้ามาในห้องนอนพี่ตั้งแต่ตอนไหน?!” ปฐพีเอ่ยถามผู้บุกรุกด้วยความตกใจ

ใบหน้าสวยส่ายไปมา เธอจำอะไรไม่ได้จริงๆ

ตาคมมองร่างขาวเนียนเปลือยเปล่า แล้วก้มลงสำรวจตัวเอง

“เชี่ยยย!” ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ยกมือขึ้นมาทุบหัวตัวเองสองสามครั้ง ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาหนักๆ

“พี่จำอะไรไม่ได้จริงๆ” ปฐพีพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน แล้วพาร่างเปลือยเปล่ากำยำของตัวเองเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างเร่งรีบ

อากัปกิริยาและสายตาที่เปลี่ยนไปของพี่ชายเพื่อน ทำเอาข้าวขวัญรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เธอลุกขึ้นจากเตียงนอน ก้มลงหยิบผ้าห่มผืนบางขึ้นมาพันรอบกาย เดินกลับห้องตัวเองด้วยอาการมึนงง

ระหว่างนั้นก็พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทว่าจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ

 

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป

The Grand Hotel

“ปราง!” ภาพสองร่างกำลังจูบกันอย่างดูดดื่มอยู่บนโซฟารับแขกตัวยาวทำให้ข้าวขวัญต้องชะงักนิ่ง

คนทั้งสองผละออกจากกัน

“ฉันเห็นประตูออฟฟิศแกเปิดแง้มไว้” ข้าวขวัญบอกเพื่อนด้วยสีหน้าเจื่อนๆ เธอไม่รู้ว่าควรเดินเข้าไปข้างในหรือยืนรออยู่หน้าห้องดี

เฌอปรางดีดตัวลุกออกจากตักของเตชิตอย่างเร่งรีบ “เอกสารของบริษัทแกอยู่กับพี่ดิน” เธอพูดถึงเอกสารที่เพื่อนมาขอเช่าสถานที่จัดงานเลี้ยงเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน

“อ้าว… ทำไม?”

“พี่ดินเอาไปเช็ครายละเอียด ฝากบอกแกให้ไปรับที่นั่น”

ข้าวขวัญพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินไปยังห้องทำงานของปฐพี

 

ห้องทำงานของปฐพี

ตอนนี้ข้าวขวัญกำลังนั่งอ่านรายละเอียดสัญญาเช่าสถานที่จัดงานเลี้ยง ซึ่งทางบริษัทของเธอได้จองห้องแกรนด์บอลรูม ห้องจัดเลี้ยงสุดหรูของ The Grand Hotel เอาไว้สำหรับงานเลี้ยงขนาดใหญ่ที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า

ดูเหมือนทุกอย่างลงตัว ไม่มีอะไรตกหล่น ทั้งรายการอาหาร และเครื่องดื่ม

ข้าวขวัญละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองปฐพีเธอพยายามบังคับสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุด เพราะตั้งแต่กลับมาจากเกาะช้างทั้งสองยังไม่มีโอกาสได้หารือเรื่องนั้นกันเลย “ทุกอย่างเพอร์เฟคเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ขอบคุณมากค่ะ”

ปฐพีมองหน้าเพื่อนสนิทของน้องสาวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา “ยินดีครับ”

ข้าวขวัญเตรียมตัวจะลุกจากเก้าอี้

“เดี๋ยวก่อน เรื่องที่เกาะช้างพี่ไม่อาจที่จะแสดงความรับผิดชอบอะไรได้ และเรื่องนี้ไม่ควรมีใครรู้เด็ดขาด แม้แต่ยัยปราง” ไม่ได้เป็นการขอความร่วมมือ ทว่ามันคือคำสั่ง

สายตาที่มองมาไม่ใช่สายตาของพี่ดินพี่ชายที่แสนอบอุ่นอีกต่อไปแล้ว ปฐพีเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“สบายใจได้ค่ะ พี่ดินไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น และจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ขวัญสัญญา” หญิงสาวมองประสานสายตาคู่คมอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปหยิบเอกสารตรงหน้ามาใส่ไว้ในซองตามเดิม

“ขอบคุณครับ”

“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ขวัญขอตัวนะคะ” เธอลุกขึ้นแล้วเดินก้มหน้าออกจากห้อง

ปฐพีไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ได้แต่ยกกาแฟตรงหน้าขึ้นมาจิบ

 

****************************

เรื่อง ‘สยบรักสามีบังเอิญ’ มีเนื้อเรื่องเชื่อมโยงกับเรื่อง ‘สยบรักคู่หมั้นตัวร้าย’ นะคะ  (ไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องก่อนหน้าเพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้)

****************************

เรื่อง สยบรักคู่หมั้นตัวร้าย (ปรเมศวร์ vs พลอยดาว)

โปรย

“คุณแม่ฟังให้ดีนะครับ ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยแม่ชีหน้าจืดเด็ดขาด ที่ผมยอมหมั้นกับหล่อนก็เพราะไม่อยากมีปัญหากับคุณปู่เท่านั้นเอง”

*ใครยังไม่ได้อ่าน ลองโหลดตัวอย่างไปอ่านดูนะคะเพื่อโดนใจ …

****************************

 

2บทที่ 14 นาที

The Grand Hotel

“เมื่อกี้มึงโทรหากู มีอะไรหรือเปล่าวะ พอดีกูติดลูกค้าอยู่เลยไม่สะดวกรับสาย” ปฐพีเอ่ยถามเตชิต

เตชิตเป็นผู้ช่วยคนสนิทของน้องชายที่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นผู้ช่วยเขาด้วย

“คุณไตรภพกับคุณศศิภาให้แจ้งคุณดินว่าพวกท่านจะแวะเข้ามาทานข้าวเที่ยงด้วย เวลา 12.00 น. คุณดินลงไปที่ห้องอาหาร The Grand – VIP1 เลยนะครับ” เตชิตเอ่ยรายงาน

“เมื่อวันก่อนพ่อแม่กูยังอยู่ที่เกาะช้างอยู่เลยนะ” ปฐพีขมวดคิ้วงง นานมากแล้วที่พวกท่านทั้งสองไม่ย่างกรายมาโรงแรม

“พวกท่านพึ่งกลับมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อเช้านี้เองครับ”

“มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าวะ แล้วทำไมต้องจองห้อง VIP ด้วย”

“คุณศศิภาไม่ได้บอกอะไรผมมากไปกว่านี้ครับ แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้วไม่น่าจะมีเรื่องด่วนอะไร” เตชิตขยายความเมื่อเห็นเจ้านายมีท่าทีลนลานดูกังวลใจผิดปกติ

ปฐพียักไหล่สงสัย

“เดี๋ยวกูลงไปเลยแล้วกัน มาหาถึงที่แบบนี้ไม่น่าจะนัดกินข้าวธรรมดา” เซนส์เขาบอก ไม่งั้นคงไม่จองห้อง VIP หรอก

 

ห้องอาหาร The Grand – VIP1

ร่างสูงเดินเข้ามาในห้อง สายตากวาดมองรอบๆ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววประหลาดใจ เมื่อเห็นภรรยาของน้องชายยืนจัดดอกไม้อยู่อย่างขะมักเขม้น

“ว๊าว … สวยสมบูรณ์แบบทุกองค์ประกอบ ลูกสะใภ้แม่เก่งมาก” คุณศศิภาอ้าปากชมมาแต่ไกล นางเร่งฝีเท้ามายังโต๊ะอาหารพร้อมกับใบหน้าที่อัดแน่นไปด้วยความสุข

“ขอบคุณมากค่ะ พลอยจัดเสร็จพอดีเลย คุณแม่อยากเพิ่มเติมตรงไหนไหมคะ?” พลอยดาวถาม

“ไม่แล้วจ้ะ แกชอบไหมดิน?” ตอบลูกสะใภ้ แล้วหันไปถามลูกชายที่กำลังยืนทำหน้างงอยู่มุมห้อง

“เออ… ชอบครับ” น้องสะใภ้เขาทำธุรกิจรับจัดดอกไม้เลยนะ ไม่น่าถาม

“พลอยดีใจที่คุณแม่กับพี่ดินชอบ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วพลอยขอตัวก่อนนะคะ”

“จ้ะ … ขอบใจมากนะลูกที่แวะเข้ามาทำให้แม่”

“ยินดีค่ะคุณแม่”

“อ้าว…พลอย ไม่อยู่กินข้าวเที่ยงก่อนเหรอ?” ปฐพีร้องไล่หลัง

“พลอยต้องไปทำธุระกับพี่เมศวร์ต่อ เอาไว้วันหลังนะคะพี่ดิน”

 

“ผมนึกว่าแม่นัดไอ้เมศวร์มากินด้วยกันเสียอีก”

“เปล่า แม่นัดแค่แก”

“ทำไมครับ แม่มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย?” ปฐพีถามด้วยสีหน้าสงสัย จะไม่ให้สงสัยได้ยังไง จองห้อง VIP ยังไม่พอ จัดดอกไม้ตามมุมต่างๆซะสวยเชียว

“เนตรชนกไปบอกเด็กๆให้ยกอาหารเข้ามาได้เลย” คนเป็นแม่ไม่ตอบลูกชาย แต่กลับหันไปออกคำสั่งกับผู้จัดการห้องอาหารแทน

“ค่ะคุณศศิ” ผู้จัดการสาวรับคำสั่งไปปฏิบัติ

 

“สวัสดีครับ” เป็นเสียงทักทายของชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้อง

คุณศศิยิ้มแป้นต้อนรับแขกผู้มาใหม่ที่นางเป็นคนนัดมาทานมื้อเที่ยงด้วยกันอีกคน

“ไอ้ดนย์ กลับมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ไม่เห็นโทรบอกกูเลย” ปฐพีทักทายเพื่อนสนิท

“ถ้าบอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิเพื่อนรัก” ธีรดนย์เลิกคิ้วยียวนไปทีหนึ่ง

“เออ … ดิน แม่ยังไม่มีโอกาสได้บอกแกเลย แม่กำลังจะสร้างบ้านพักตากอากาศที่เกาะช้างให้แกกับเมศวร์คนละหลัง และดนย์จะมาเป็นคนควบคุมการก่อสร้างให้”

ปฐพียิ้มโล่งอก ที่มารดานัดทานข้าวเที่ยงคงอยากจะบอกเขาเรื่องนี้สินะ นึกว่ามีธุระสำคัญอะไรเสียอีก

ธีรดนย์จบวิศวะโยธามาโดยตรง ชายหนุ่มเป็นทายาทบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของประเทศ และเป็นพี่ชายของข้าวขวัญ

“แสดงว่ามึงกลับมาอยู่ไทยถาวรแล้ว ถึงมีเวลามารับงานให้แม่กู”

“อืม… ถึงเวลากลับมาช่วยงานพ่อตัวเองเสียที” ธีรดนย์บอก ที่ผ่านมาเขาต้องไปช่วยงานลุงที่ต่างประเทศตั้งหลายปี ซึ่งลุงก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้างเหมือนกัน

 

“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะคุณพี่” คุณศศิภายิ้มทักทายกลุ่มคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง แล้วหันมาพูดกับสองหนุ่ม “หนุ่มๆ นั่งประจำที่ได้เลย”

ปฐพีหันขวับไปมอง และเสี้ยววินาทีต่อมารอยยิ้มเมื่อสักครู่ก็เลือนหายไปจากใบหน้าหล่อเหลาของเขา… ยกกันมาทั้งบ้านแบบนี้ คิดไปในทางที่ดีไม่ได้เลยจริงๆ

 

3บทที่ 27 นาที

ทานมื้อเที่ยงเสร็จก็ได้เวลาดื่มชากันต่อ ปฐพีใจตุ๊มๆ ต้อมๆอย่างบอกไม่ถูก เพราะรู้สึกว่าทุกสายตาคอยแต่จะมองมาที่เขาเป็นระยะ

“…พี่เกรียง ผมจะเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ” คุณไตรภพเอ่ยขึ้น

คุณเกรียงศักดิ์พยักหน้า

“ดิน พวกเรารู้เรื่องแล้วนะ” คุณไตรภพพูดกับลูกชาย

“เรื่องอะไรเหรอครับพ่อ?”

“เรื่องที่บ้านปู่แกไง”

“ผมไม่เข้าใจ”

“คุณไม่ต้องอ้อมแล้ว… ก็เรื่องที่แกกับหนูขวัญมีอะไรกันเกินเลยนั่นแหละ” คุณศศิภาพูดแทรกขึ้นมา

“อะไรนะครับ?! / อะไรนะคะ?!” ปฐพีอ้าปากค้าง ส่วนข้าวขวัญหน้าซีดเผือด นั่งตัวแข็งทื่อ

“เพราะแบบนี้ใช่ไหม แกถึงไม่สนใจทำความรู้จักกับลูกชายเพื่อนพ่อ” คุณเกรียงศักดิ์หันไปถามลูกสาวตัวเอง

“ไม่ …”

ข้าวขวัญไม่ทันจะได้อ้าปากอธิบาย คนเป็นแม่ก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“คบกับพี่เค้าอยู่ก็ไม่บอกดีๆ ตอนที่ขวัญบอกแม่ว่ามีแฟนแล้ว แม่ก็คิดว่าขวัญโกหกเสียอีก” คุณเจิมจันทร์ต่อว่าลูกสาวแบบไม่จริงจังมากนัก

“อย่าบอกนะว่าผู้หญิงที่มึงแอบรักมาโดยตลอดคือยัยขวัญนี่เอง” ธีรดนย์มองหน้าเพื่อนอึ้งๆ เขาเองก็พึ่งจะรู้ว่ามันกำลังคบหาอยู่กับน้องน้อยของเขา

ปฐพีกัดริมฝีปากจนแน่นเพื่อข่มความโกรธที่กำลังจะระเบิดออกมา

พึ่งจะตกลงกันว่าห้ามให้ใครรู้เรื่องนั้นเด็ดขาด ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ ข้าวขวัญวิ่งแจ้นไปบอกพ่อแม่ตัวเอง คงอยากได้เขาเป็นผัวจนตัวสั่น!

“หรือว่ามึงกลัวผิดใจกับกูวะ เมื่อก่อนกูหวงยัยขวัญก็จริง แต่ตอนนี้มันโตแล้วไง ไม่เห็นต้องแอบคบกันเลย” ธีรดนย์เคยยื่นคำขาดกับบรรดาเพื่อนๆว่าอย่าริอ่านมาจีบข้าวขวัญเด็ดขาด

คนกำลังจะสติหลุดกัดริมฝีปากตัวเองแน่นขึ้นกว่าเดิม เขาประเมินหล่อนต่ำไปจริงๆ

“เด็กสองคนก็เกินเลยกันแล้ว ทางเรายินดีรับผิดชอบทุกอย่าง… พี่เกรียง พี่เจิมจันทร์ มีคำแนะนำอะไรหรือเปล่าครับ?” คุณไตรภพบอกกับเพื่อนรุ่นพี่ที่ท่านเคารพนับถือดุจญาติผู้ใหญ่

“ทุกคนคะ คุณอาคะ น่าจะมีเรื่องเข้าใจ …”

“อย่าพูดแทรกผู้ใหญ่สิลูก” คุณเจิมจันทร์ตำหนิลูกสาว

เป็นอีกครั้งที่ข้าวขวัญไม่มีโอกาสได้อธิบายตัวเอง

“ถึงขั้นนอนด้วยกันแล้วพี่จะแนะนำอะไรได้” คุณเกรียงศักดิ์ว่า ถึงแม้ท่านจะเป็นคนหัวสมัยใหม่ ยอมรับเรื่องชิงสุกก่อนห่าม ทว่าก็ยังรู้สึกอายอยู่ดี ก็มีลูกสาวคนเดียวเนอะ

“ดิน…” คุณศศิภามองลูกชายตาเขียวปั้ด ก็มันเล่นนั่งอยู่เฉยๆ ไม่มีท่าทีจะกระโดดออกมายืดอกรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำไว้เลย

คุณไตรภพเบือนหน้ามามองลูกชาย ก่อนจะหันไปมองว่าที่ลูกสะใภ้ “พ่อว่าเราสองคนควรแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะมันเลยจุดคบหามาแล้ว”

“อะไรนะครับ?! / อะไรนะคะ?!” ทั้งคู่อุทานตกใจ

ปฐพีอ้าปากค้าง รู้สึกตื้อไปหมด ครั้นเนื้อครั้นตัวราวกับไข้ขึ้น ไม่ต่างจากข้าวขวัญ

“ดิน…” คุณไตรภพกระตุ้นให้ลูกชายพูดอะไรสักอย่าง

สายตาของคนเป็นพ่อที่มองมาทำให้ปฐพีถึงกับหายใจติดขัด และชายหนุ่มจำเป็นต้องรักษาหน้าตาของท่าน

“คุณลุงคุณป้าครับ ผมพร้อมที่จะรับผิดชอบขวัญด้วยการแต่งงาน” เขาจะไม่ยอมเอ่ยคำขอโทษออกมาเด็ดขาด เพราะมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ผิดอะไร

หล่อนต่างหากที่เป็นคนเข้าไปถวายพานให้ถึงในห้อง จนเรื่องราวบานปลายเหนือการควบคุม

ปฐพีรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวเป็นอย่างดี ตอนนี้เขาคงต้องตามน้ำไปก่อน ค่อยหาทางออกทีหลัง

“พี่ดิน!” ข้าวขวัญแทบจะหยุดหายใจ ทำไมอีกคนถึงไม่ยอมอธิบายอะไรเลย

ตาคมดุจ้องมองตัวต้นเรื่องด้วยความไม่พอใจสุดขีด ทีอย่างนี้มาแสร้งทำเป็นตกใจ โคตรเล่นละครเก่ง!

เดี๋ยวหล่อนก็จะได้รู้ว่านรกบนดินมีจริง

“ทุกคนคะ เรื่องที่เกาะช้างมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ขวัญอธิบายได้ค่ะ” ในเมื่อเขาเงียบ เธอจะเป็นฝ่ายพูดเอง

“ขวัญ พ่อเข้าใจหนุ่มสาวสมัยนี้ … ดิน ลุงดีใจที่เป็นเรา” คุณเกรียงศักดิ์ตัดบทลูกสาว หันหน้าไปคุยกับลูกเขยแทน ลึกๆแล้วท่านทั้งดีใจและโล่งอกที่ได้ปฐพีเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว เพราะหนุ่มตรงหน้าโปรไฟล์ไม่ธรรมดา อายุเพียง 28 ปี เป็นถึง CEO โรงแรมหรู อีกอย่างท่านเองก็รู้จักกับ ‘ตระกูลวงศ์สุรวัฒนา’ มานานแล้ว

ปฐพีฝืนยิ้ม

“น้องดีใจมากที่เราสองครอบครัวได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน” คุณศศิภายิ้มกว้างจนปากแทบฉีก เพราะนางเอ็นดูข้าวขวัญเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสวยและเก่ง อุปนิสัยก็ดี ใครจะไม่ชอบ

“พี่ก็เหมือนกันจ้ะ” คุณเจิมจันทร์เองก็หุบยิ้มไม่ลง นางตื้นตันใจที่ลูกสาวคนเดียวได้ลงเอยกับผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างปฐพี

“กูก็ดีใจที่ได้มึงมาเป็นน้องเขย” ถึงคราวธีรดนย์พูดบ้าง

ในฐานะที่เป็นเพื่อนสนิทกันมายาวนาน ชายหนุ่มรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้สมบูรณ์แบบตรงปกสุด คงไม่มีผู้ชายคนไหนเหมาะกับน้องน้อยของเขาเท่ากับมันอีกแล้ว

เมื่อการเจรจาเป็นไปด้วยดี ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจึงกำหนดพิธีแต่งงานของทั้งคู่ ซึ่งจะมีขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า

 

เย็นวันเดียวกัน

บ้านวงศ์สุรวัฒนา (บ้านของปฐพี)

“พี่ดิน … ไปแอบคบกับขวัญตอนไหนเนี่ย?” ปรเมศวร์อ้าปากถามทันทีที่พี่ชายเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาพึ่งทราบข่าวว่าอีกคนจะวิวาห์สายฟ้าแลบกับเพื่อนน้องสาว

หลังจากวางสายกับมารดา เขาก็มารอฟังคำอธิบายจากปากพี่ชาย

“ไม่ได้แอบคบกันหรอก…” ปฐพีเล่าเรื่องราวที่เกาะช้างให้น้องชายฟังแบบละเอียดยิบ

“เชี่ย…”

“ใช่ เชี่ย…ถ้าขวัญไม่เอาเรื่องไปฟ้องผู้ใหญ่ กูคงไม่ต้องมีจุดจบแบบนี้ ขวัญทำเหมือนวางแผนจับกู”

“ขวัญเนี่ยนะจะวางแผนจับพี่?” ปรเมศวร์ส่ายหน้าไม่อยากจะเชื่อ

“กูก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน กูขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะ”

ปรเมศวร์มองตามหลังพี่ชายที่กำลังก้าวขาขึ้นบันไดอย่างเชื่องช้าคล้ายคนไร้เรี่ยวแรงด้วยความรู้สึกเห็นใจ

 

อีกฟากหนึ่ง

บ้านอนันต์ไพศาล (บ้านของข้าวขวัญ)

“โอ้ มายก๊อด…!!!” เฌอปรางอ้าปากค้าง หลังจากได้ฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเกาะช้าง

“ได้คุยส่วนตัวกับพี่ดินหรือยัง?” พลอยดาวถาม

เมื่อได้ทราบข่าววิวาห์สายฟ้าแลบ สองสาวก็รีบมาสอบถามที่มาที่ไปจากปากเพื่อน เพราะพวกเธอต่างก็รู้ว่าข้าวขวัญไม่เคยคบหากับปฐพี

“แกไม่คิดที่จะเล่าความจริงให้ผู้ใหญ่ฟังเหรอ?” เฌอปรางถาม

“เล่าอะไร ก็อย่างที่พวกแกรู้นั่นแหละ พี่ดินรับปากกับผู้ใหญ่ไปแล้ว”

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“พวกเราขอเข้าไปนะ” เป็นเสียงของสองแม่ที่กำลังเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

“พรุ่งนี้หนูไม่ต้องไปทำงานนะลูก พวกเราจะพาไปลองชุด และก็ไปเลือกเครื่องเพชรด้วย” คุณเจิมจันทร์บอกกับลูกสาว

“แม่ได้ซื้อแพ็คเกจทรีทเมนต์สปาไว้ให้หนูเรียบร้อยแล้วนะ เริ่มไปใช้บริการพรุ่งนี้ได้เลย” คุณศศิภาว่า

“ทำไมเร็วแบบนั้นล่ะคะ” ทั้งเรื่องชุด ทั้งเรื่องสปา ไปกดซื้อตอนไหนเนี่ย หรือว่าพวกนางรู้เรื่องของเธอกับปฐพีก่อนหน้าแล้ว เมื่อตอนกลางวันพวกนางก็ดูไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่

“เร็วอะไรลูก หนูมีเวลาเตรียมตัวแค่ไม่กี่อาทิตย์เอง” คนเป็นแม่อธิบายเหตุผล

ข้าวขวัญพยักหน้าเบาๆ

“สองสาวต้องไปด้วยกันนะ จะได้ตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวพร้อมกันเลย” คุณศศิภาบอกกับลูกสาว และลูกสะใภ้คนเล็ก

“ค่ะคุณแม่ / รับทราบค่า” สองสาวตอบ

ข้าวขวัญถอนหายใจยาว เธอคงทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากเตรียมตัวรอเข้าพิธีแต่งงานแบบงงๆ

 

4บทที่ 35 นาที

สามเดือนต่อมา – คืนเข้าหอ

หญิงสูงวัยยอมคลายอ้อมกอด แล้วเงยหน้าขึ้นมามองคู่บ่าวสาว “การพูดคุยกันในทุกๆเรื่อง และให้อภัยซึ่งกันและกันคือกุญแจสำคัญของชีวิตคู่ แม่ฝากดูแลน้องด้วยนะดิน” คุณเจิมจันทร์พูดกับลูกสาว และลูกเขยหมาดๆ

“ครับ” ปฐพีรับปากแบบไม่เต็มเสียง เพราะการใช้ชีวิตคู่กับข้าวขวัญไม่เคยมีอยู่ในหัวของเขาเลย

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านวงศ์สุรวัฒนานะลูก” คุณศศิภาตื้นตันใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นลูกชายคนโตเป็นฝั่งเป็นฝา แถมยังได้ลูกสะใภ้ที่เพียบพร้อมไปเสียทุกด้าน

“ขอบคุณมากค่ะคุณแม่” มือเล็กพนมไหว้แม่สามีอย่างนอบน้อม

“พวกเราจะพาคุณปู่ไปพักที่โรงแรม อีกสองสามวันก็จะพาท่านกลับเกาะช้างเลยนะ” คุณไตรภพบอกกับลูกๆ

พวกท่านได้ยก ‘บ้านวงศ์สุรวัฒนา’ ให้เป็นเรือนหอของทั้งคู่

คุณไตรภพกับภรรยาใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะช้างเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็จะกลับมาเยี่ยมลูกๆที่กรุงเทพฯบ่อยครั้ง

“ดูแลกันและกันนะลูก หาเวลาไปเยี่ยมคนแก่บ้าง ปู่จะรอ” คุณปู่ไพรวัลย์มองสองสามีภรรยาด้วยแววตาชื่นชม ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก

“ครับ / ค่ะ” สองสามีภรรยาฝืนยิ้ม

“นี่ก็ได้ฤกษ์เข้าหอแล้ว พวกเราปล่อยให้คู่บ่าวสาวมีเวลาส่วนตัวกันดีกว่า” บิดาของฝ่ายหญิงบอก

คุณศศิภาระบายยิ้มกว้าง ไม่มีอะไรทำให้คนเป็นพ่อแม่สุขใจได้มากกว่านี้แล้ว

ไม่ต่างกับคุณเกรียงศักดิ์ และคุณเจิมจันทร์ที่ยืนมองลูกสาวตัวเองด้วยแววตาที่อัดแน่นไปด้วยความปลาบปลื้มใจ

 

หลังจากส่งตัวลูกๆเข้าหอ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกันกลับ คู่บ่าวสาวหมาดๆจะได้มีเวลาส่วนตัวอันแสนจะโรแมนติก

“เธอควรไปห้องตัวเองได้แล้ว ฉันจะได้พักผ่อนเสียที” เสียงเข้มออกคำสั่ง

ข้าวขวัญถอนหายใจแรง ถึงเขาไม่ไล่ เธอก็จะไปอยู่แล้ว

“ฉันหวังว่าเธอจะทำตามสัญญา ไม่เอาเรื่องที่เราแยกห้องนอนกันไปฟ้องครอบครัวเธออีกนะ” ปฐพีมองอีกฝ่ายด้วยแววตาแสนรังเกียจ ราวกับโกรธกันมาสิบชาติ

“เราตกลงกันแล้ว พี่ดินไม่ต้องห่วงหรอกน่า จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”

ก่อนเข้าพิธีแต่งงาน ปฐพียื่นคำขาดว่าจะไม่ยอมร่วมเรียงเคียงหมอนกันเด็ดขาด และเธอก็ยอมรับในกฎข้อนี้

“หึ หึ หึ” ชายหนุ่มหัวเราะหยัน

“ที่เราต้องแต่งงานกัน ไม่ใช่เพราะเธอวิ่งแจ้นไปฟ้องผู้ใหญ่หรอกเหรอ… โคตรซวยเลยว่ะ ทั้งที่เธอเป็นคนเข้าห้องฉัน แต่ด้วยประเพณีบ้าบอฉันต้องรับผิดชอบเธอ”

“ขวัญไม่ได้ฟ้อง ไม่เคยพูดให้ใครฟังเลย” เธอพยายามยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ตอนนี้ก็ยังงงๆว่าพวกผู้ใหญ่รู้ได้อย่างไร

ปฐพีต่อบทสนทนาด้วยสายตาเหยียดหยาม และข้าวขวัญก็สัมผัสได้

“ไม่ได้บอก แต่ไปแอบอ้างว่าฉันเป็นแฟนเธอนี่นะ”

“ขวัญไม่เคยเอาชื่อพี่ไปอ้างเลย ขวัญก็แค่เมคเรื่องแฟนปลอมๆขึ้นมา” ใช่ เธอเคยโกหกมารดาว่าตัวเองมีแฟนแล้ว เพราะไม่อยากคบหากับลูกชายของเพื่อนท่าน

ปฐพียกยิ้มร้าย เขาไม่อาจเชื่อคำพูดของหล่อนอีกต่อไป

“ถ้ารังเกียจกันมากขนาดนี้ ทำไมพี่ดินไม่ปฏิเสธผู้ใหญ่ตั้งแต่แรกคะ?”

ยกโขยงกันไปหาเขาถึงที่ทั้งครอบครัว ยังจะมีหน้ามาถามโง่ๆอีก

“มีอยู่สามเหตุผล…” ปฐพีเอ่ยขึ้น

ข้าวขวัญมองใบหน้าเครียดขรึมอย่างรอคอยคำตอบ

“…แต่เธอไม่จำเป็นต้องรู้หรอก” ก็เพราะเขาให้เกียรติครอบครัวของหล่อน แถมยังต้องรักษาหน้าตาพ่อแม่ตัวเอง และเขาอยากให้หล่อนมีสถานะ ‘หย่าร้าง’

อยากจับเขาดีนัก เดี๋ยวพ่อจะจัดให้…

“อีกอย่าง…เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ฉันแอบรัก ไอ้ดนย์มันเข้าใจผิดไปเอง ที่ฉันไม่แก้ต่างในตอนนั้น เพราะไม่อยากให้เธอหน้าแตก”

“ขวัญรู้หรอกน่า … ” และเธอก็รู้ด้วยว่าเขาแอบรักใคร

“ฉันเคยเอ็นดูเธอในฐานะที่เธอเป็นเพื่อนสนิทของยัยปราง แต่ตอนนี้ความรู้สึกดีๆเหล่านั้นไม่เหลืออีกแล้ว” ปฐพีบอกออกไปตามตรง เขาไม่จำเป็นต้องรักษาน้ำใจหล่อนอีกต่อไป

“ขวัญเองก็เคยปลื้มพี่มาก แต่ตอนนี้ความรู้สึกดีๆเหล่านั้นไม่หลงเหลือแล้วเช่นเดียวกัน” เธอเชิดหน้าพรั่งพรูความในใจออกมา

พี่ดินที่เธอเคยรู้จัก ทั้งหล่อ เก่ง อบอุ่น และใจดีสุดๆ ไม่ได้ปากร้ายแบบนี้เลยสักนิด

“…แล้วเธอวางแผนจับฉันทำไม?”

“อย่ามาใส่ร้ายขวัญนะ” เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

“เธอเข้าห้องฉัน จะให้คิดยังไงวะ?”

“ก็คืนนั้นขวัญเมามาก จำอะไรไม่ได้เลย หรือว่าพี่จำได้?” เธอย้อนบ้าง

“ถ้าไม่แอบชอบฉันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำไมถึงยอมแต่งงานกับฉันง่ายๆล่ะ เธอมีสิทธิ์ปฏิเสธ และทุกคนก็จะรับฟังเธอ แต่ถ้าฉันปฏิเสธ ฉันก็จะกลายเป็นไอ้หน้าตัวเมียทันที” นี่แหละคือความไม่ทัดเทียมกันระหว่างชายกับหญิง

ก็เรื่องมันบานปลายจนเธอทำอะไรไม่ถูก เลยต้องตามน้ำไง อีกอย่างกลัวพ่อแม่จะเสียหน้าด้วยแหละ ตัวเองเป็นผู้หญิงแต่ดันเมาเข้าห้องผู้ชาย ถ้าไม่ยอมแต่งพ่อแม่คงผิดหวังมาก

ข้าวขวัญบีบมือเข้าหากันแน่นเพื่อรวบรวมความกล้า สายตามองใบหน้าเรียบเชยเย็นชานั่นอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจถามออกไปตรงๆ “พี่ดินคะ ไหนๆเราก็แต่งงานกันแล้ว มาลองศึกษาดูใจกันไปก่อนไหม เผื่อจะเวิร์คไง” ก้อนอกข้างซ้ายพลันเต้นตุบๆอย่างลุ้นคำตอบ

ปฐพีแสยะยิ้มเหยียด “จำไว้เลยนะขวัญ เธอจะเป็นได้แค่เพียงภรรยาในนามของฉัน”

คำพูดไม่ไยดีของเขา ทำเอาข้าวขวัญถึงกับสะอึก หน้าชาไปเลย ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครแสดงท่าทีรังเกียจเธอมากขนาดนี้

 

5บทที่ 45 นาที

วันต่อมา

ร่างเล็กมองสำรวจความเรียบร้อยในกระจกเงาร่วมสิบนาที ก่อนจะพาตัวเองเดินลงไปข้างล่าง

เห็นสามีกำลังนั่งทานข้าวอยู่ เธอสืบเท้าเข้าไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน พลันส่งยิ้มให้ คนใจร้ายไม่แม้แต่จะปรายหางตามามองกัน

“หนูขวัญจะรับอะไรดีคะ ป้าเตรียมเมนูที่หนูชอบไว้รอด้วยนะ” ป้าสำลีบอก แม่บ้านคุ้นเคยกับข้าวขวัญเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ข้าวขวัญคลี่ยิ้มเล็กน้อย แม้สามีจะไม่มองหน้า ทว่าแม่บ้านก็ยังให้การต้อนรับเธออย่างดีเหมือนเดิม รู้สึกอุ่นใจที่มีกองหนุน

“ถ้าป้าหมายถึงไข่เจียวกุ้ง และแกงจืด ยกมาเสิร์ฟขวัญได้เลยนะคะ ตอนนี้หิวมาก” นี่แหละคือเมนูโปรดของเธอ

“รอแป๊บหนึ่งนะคะ” ป้าแม่บ้านเดินเข้าไปในครัว เพียงไม่นานก็กลับออกมาพร้อมกับถาดอาหารในมือ

“ทานให้อร่อยนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“เพล้ง!” ปฐพีโยนช้อนลงจานข้าวอย่างแรง แล้วดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ สองหญิงต่างวัยถึงกับสะดุ้งโหยง

“คุณดินจะไปไหนคะ ให้ป้าช่วยยกไหม?” เจ้านายกำลังก้มหยิบเอาจานข้าว

“ไม่เป็นไรครับป้า ผมจะเปลี่ยนไปกินในห้องดูทีวี นั่งตรงนี้กลืนข้าวไม่ลง!”

ชายหนุ่มตวัดหางตามองภรรยาบังเอิญด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะเดินไปอีกห้อง เขาไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะกับหล่อน

ข้าวขวัญหน้าชา บอกเลยว่าตอนนี้ทั้งเจ็บทั้งอาย

“หนูขวัญอย่าไปสนใจคุณดินเลยนะคะ กินข้าวเถอะ ป้าตั้งใจทำไว้รอตั้งแต่เช้าเลยนะ” ป้าสำลีกระซิบบอกคนหน้าเจื่อน นางไม่รู้เบื้องลึก เบื้องหลังของคู่นี้ รู้เพียงแต่ว่าหญิงสาวตรงหน้าทั้งน่ารักและนิสัยดีมาก

“ค่ะป้า” ข้าวขวัญฝืนตักอาหารตรงหน้าเข้าปาก พลางข่มกลั้นความน้อยใจเอาไว้สุดฤทธิ์ เธอไม่เคยรู้สึกไร้ตัวตนแบบนี้มาก่อน

กินไม่ถึงสิบคำ มือเรียวก็รวบช้อน ฝืนกินต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ

“ป้าสำลี ขวัญจะออกไปนั่งเล่นที่สระว่ายนะคะ” ผู้ใหญ่สั่งห้ามเอาไว้ว่าสามวันแรกหลังแต่งงานห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด ไม่งั้นเธอคงออกไปช้อปแก้เซ็งแล้ว

อยากรู้เหมือนกัน ถ้าอยู่ครบตามความเชื่อ สามีจะเลิกเกลียดขี้หน้าไหม

ป้าสำลีมองตามหลังเจ้าสาวป้ายแดงด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ เจ้านายนางก็ช่างร้ายกาจใส่ภรรยาซะเหลือเกิน

 

ทางด้านปฐพี

ติ่ง  ติ่ง (เสียงแจ้งเตือนข้อความจากกลุ่มเพื่อน)

คุณภัทร {เป็นไงบ้างเข้าหอคืนแรก}

เจตน์ {คงกกเมียทั้งคืนแหละ ถามได้}

ปฐพี {กกบ้าอะไร มึงก็รู้ว่ากูไม่อยากแต่งงานกับเค้าตั้งแต่แรก”

สายป่าน {ดินใจร้ายจังเลยอะ ป่านชักเริ่มสงสารเมียดินแล้วนะเนี่ย”

คุณภัทร {ถ้าเบื่อมาก ออกมากินเหล้ากับพวกกูไหม?”

เจตน์ {เดี๋ยวเมียมันก็ว่าหรอก}

ปฐพี {ที่ไหน?}

คุณภัทร {จุดนัดพบพวกเรา}

ปฐพี {เวลา?}

เจตน์ {เดิม}

ปฐพี {โอเค}

 

เย็นวันเดียวกัน

เสียงสตาร์ทรถดังขึ้น ข้าวขวัญชะโงกคอมองออกไปหน้าบ้าน เห็นสามีตัวเองในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนชิลๆ กำลังก้าวขาเข้าไปนั่งในรถ สักพักก็ขับออกไป

“เออ… คุณดินอาจจะมีธุระก็ได้นะคะ” แววตาคู่เศร้าของภรรยาเจ้านาย ทำป้าแม่บ้านต้องรีบพูดปลอบขวัญ

ข้าวขวัญฉีกยิ้มสดใสเพื่อกลบเกลื่อนความเสียใจ แต่งตัวแบบนั้นไม่บอกก็พอเดาออกแหละ

เธอคงเป็นเจ้าสาวคนแรกที่เจ้าบ่าวไม่ยอมเข้าหอด้วยแม้แต่วันเดียว ยิ่งคิดยิ่งน้อยใจ

 

อีกสถานที่หนึ่ง

ผับ Chill & Cheer

สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังคนที่กำลังนั่งหน้าเครียดส่งน้ำเมาเข้าปาก

“ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างนายปฐพีจะยอมให้ผู้ใหญ่จับคลุมถุงชนได้ง่ายๆ” เจตน์แสดงความคิดเห็น

“กูไม่ได้โดนจับคลุมถุงชน กูโดนวางยาต่างหากล่ะ” เขาถึงดิ้นไม่หลุดไง ข้าวขวัญเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจมาก!

“ถ้าวางยาแล้วได้เมียสวยขนาดนั้น กูอยากโดนวางบ้างจัง” คุณภัทรว่า

“พูดซะป่านอยากรู้ โดนวางยังไง?” สายป่านซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มถามขึ้น

เจตน์ คุณภัทร และ สายป่านเป็นเพื่อนสนิทของปฐพี พวกเขาไม่รู้จักข้าวขวัญเป็นการส่วนตัว แต่ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นใคร เพราะครอบครัว ‘อนันต์ไพศาล’ เป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจมานานแล้ว

“กูไม่อยากพูดถึงผู้หญิงคนนั้น เอาไว้คราวหน้าเดี๋ยวเล่าความร้ายกาจของหล่อนให้ฟัง” ความหงุดหงิดใจทำให้เขาบีบแก้วในมือแน่น ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากจนหมดเกลี้ยง

แล้วเติมแก้วใหม่ดื่มต่อแบบไม่ยั้ง

 

อีกหลายชั่วโมงต่อมา

บ้านวงศ์สุรวัฒนา

“เดินดีๆหน่อย หนักนะเนี่ย” สายป่านประคองคนเมาเดินเข้าบ้านอย่างทุลักทุเล

คิดดูเถอะผู้หญิงบอบบางร่างเล็กกับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำ

“ไหนบอกไปออกกำลังกายทุกวัน แค่นี้ทำเป็นหนัก” ปฐพีที่เดินสะเปะสะปะพูดเสียงอ้อแอ้ลิ้นพันกัน

“โอ๊ย … อย่าแกล้งป่านดิ”

“หึ หึ หึ” “ไม่ได้แกล้งสักหน่อย” คนที่เมาแทบจะยืนไม่อยู่หัวเราะร่า

พลั่ก

“โอ๊ย…ดิน ป่านหนัก ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลยนะ”

ชอบไหม อ่านต่อได้ที่