เรื่องย่อ
เพราะความแค้นที่มีต่อน้องชายต่างมารดา เขาจึงดึงเธอเข้ามาเป็นเครื่องมือระบายความแค้น ทว่าสุดท้ายกลับกลายเป็นหัวใจของเขาเองที่เจ็บปวด
ทดลองอ่าน
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง
พอก้าวขาเข้ามาในห้องสมุด ธาวินก็สาดสายตามองหาธันวา เหลือบเห็นอีกคนนั่งอยู่โต๊ะติดหน้าต่างหลังห้อง ชายหนุ่มจ้ำอ้าวเข้าไปหาทันที
“ไอ้แว่น…” เสียงเข้มเอ่ยทักทาย
เจ้าของชื่อละสายตาจากหนังสือ เงยขึ้นไปมองด้วยความสงสัย ร้อยวันพันปี คนตรงหน้าไม่เคยย่างกรายมาเฉียดใกล้ห้องสมุด
“ทิชาเป็นเมียกูแล้วนะ” ธาวินไม่พูดพร่ำทำเพลง สีหน้าของเขาดูมีความสุขสุดๆ
ทุกคนทำหน้าตกใจ…
“จะเรียกเมียก็ไม่ถูกซะทีเดียว กูก็แค่เอาเล่นๆ … เอาเป็นว่า ถ้ามึงอยากรับเศษต่อจากกู ก็เชิญ กูเบื่อแล้ว อ่อนหัดเกิน” เขากระตุกยิ้มร้ายกาจ รู้สึกโคตรดีที่เห็นอีกคนเอาแต่นั่งค้างนิ่ง คงตกใจมาก จนพูดอะไรไม่ออก
ไม่เพียงแต่ธันวาเท่านั้นที่อ้าปากค้าง สามเพื่อนซี้ที่มาด้วย ก็ไม่ต่างกัน
“ไอ้เชี้ย!” กัปตัน ภามม์ และจอมทัพสบถคำหยาบออกมาพร้อมกัน
“พวกพี่คบกัน เกี่ยวอะไรกับผม เรื่องบนเตียง มันก็ควรจะอยู่บนเตียง ไม่ใช่เหรอครับ?” ประโยคบอกเล่าของอีกคน ทำให้ธันวาทั้งงงทั้งตกใจ จะเอาผู้หญิงมาประจานแบบนี้เพื่ออะไรกัน
ชายหนุ่มหุบยิ้มลงฉับพลัน คำพูดและท่าทีของไอ้ธันวาไม่ออกมาเหมือนที่เขาจินตนาการเอาไว้เลย มันไม่ลุกขึ้นมาโวยวาย ไม่ต่อว่า ไม่มีท่าทีเสียใจ ไม่ทำห่าอะไรสักอย่าง หรือว่าเขา… เข้าใจผิด เชี้ยเอ่ย!
ก็เห็นไอ้น้องตัวดีมานั่งติวหนังสือให้ยัยโบราณทุกวัน เป็นปีๆ ปกติมันไม่ค่อยเอาใจใครแบบนี้เลยนะ ฉิบหายแล้วกู…!!!
ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดไปตามแรงตบจากฝ่ามือเล็ก “ไอ้เลว!” ณัฐทิชาตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน แววตาเคียดแค้น เธอได้ยินทุกอย่างเต็มสองรูหู ตั้งแต่ต้นจนจบ
1บทที่ 17 นาที
“ว๊าย … ทิชาระวัง!” เสียงตะโกนดังมาจากอีกฟากถนน
ร่างเล็กเซถลาล้มลงไปนอนกองอยู่บนพื้น สิ่งของในมือกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ
“ทิชา เป็นไงบ้าง!” เพลงขวัญตะโกนถามอย่างตกใจ เธอรีบวิ่งข้ามถนนมาอีกฝั่ง
“น้องครับ เจ็บตรงไหนไหม?” ชายหนุ่มปราดเข้ามาสอบถามอาการอย่างเป็นห่วง มือหนาเอื้อมมาประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้น “พี่ขอโทษนะครับ พี่มองไม่เห็นจริงๆ” เจ้าของรถสปอร์ตสีแดงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด
สุ้มเสียงทุ้มนุ่มละมุน ดึงดูดใจให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมอง แต่เป็นเพราะเธอสายตาสั้นมาก ทำให้มองเห็นภาพตรงหน้าพร่าเบลอ “ช่วยหาแว่นตาให้ทิชาที”
เพียงแค่อึดใจต่อมา แว่นสายตาทรงกลมขอบหนาเตอะก็ถูกสวมลงบนใบหน้ารูปไข่ของหญิงสาว ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้างและมีแววตื่นเต้นดีใจ
“พี่ธาวิน…” เอ่ยเรียกชื่อแผ่วเบา ราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ผู้ชายตรงหน้าคือรุ่นพี่วิศวะปี4 คนที่เธอแอบปลื้มมาเป็นปีๆ
ธาวินมีรูปร่างสูงใหญ่ ดวงตาเรียวยาว จมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวมีออร่า หน้าตาหล่อคม
“ทิชาเป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนไหม? คนที่พึ่งจะข้ามถนนมาถึง ถามอย่างตื่นตระหนก หล่อนไล่สายตาสำรวจทั่วร่างของเพื่อนอย่างเป็นห่วง
“ฉันไม่เป็นหรอกแก” ณัฐทิชาตอบ
เพลงขวัญผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
“ขับรถภาษาอะไรวะ?” หล่อนอ้าปากตำหนิคนที่ขับรถไม่ดูตาม้าตาเรือ ซอยเล็กคับแคบยังเหยียบซะมิดไมล์ เกือบจะเฉี่ยวชนคนเดินริมถนนเข้าแล้ว
ชายหนุ่มไม่ได้โต้แย้งอะไร เขากลับก้มเก็บหนังสือที่ตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้ในมือตัวเอง
“น้องทิชาครับ ขอให้พี่ไปส่งน้องได้ไหม พี่รู้สึกแย่ที่ทำให้น้องเจ็บ” ว่าเสียงนุ่ม ตีหน้าหล่อ ทั้ง ๆที่หล่อมากๆอยู่แล้ว
“พี่รู้จักชื่อทิชาด้วยเหรอคะ?” ณัฐทิชาบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย นึกไม่ถึงว่าคนอย่างเขาจะรู้จักเธอด้วย ธาวินเป็นขวัญใจของสาวๆทั้งมหาวิทยาลัย เพราะนอกจากจะหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตรแล้ว ที่บ้านยังร่ำรวยมาก
“ต้องรู้จักสิครับ น้องทิชาไปเชียร์พี่ทุกแมตช์นี่น่า” เขายิ้มหวานให้เธอ มันเป็นรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหลที่สุด
ธาวินเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของมหาลัย ทุกครั้งที่เขาลงแข่งขัน จะเห็นณัฐทิชาไปนั่งเชียร์อยู่แถวหน้าตลอด
ณัฐทิชาเอียงหน้าไปมองเพลงขวัญ เธอต้องการบอกอีกคนเป็นนัยๆว่าอยากไปกับเทพบุตรในดวงใจสักครั้งในชีวิต
“งั้นพี่ช่วยไปส่งเพื่อนฉันด้วยนะ” เพลงขวัญบอกกับชายหนุ่ม ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมาเกือบปี หล่อนรู้ดีว่าอีกคนปลื้มผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน
เวลาต่อมา – หอพัก
ชายหนุ่มรีบเดินเข้ามาประคองหญิงสาวอย่างเป็นห่วง ณัฐทิชาสะดุ้งวาบ สัมผัสของเขาทำให้เธอร้อนผะผ่าวไปทั้งตัว
“เดี๋ยวพี่ขึ้นไปส่งบนห้องนะครับ” แววตาดูกรุ้มกริ่ม แถมยังจ้องมองมาที่เธอปานจะกลืนกิน
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ธาวิน ทิชาเดินเองได้ ไม่ได้เจ็บตรงไหนเลย” ณัฐทิชาตอบอย่างเอียงอาย ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำลามไปถึงใบหูแล้ว
ชายหนุ่มลอบยิ้มพึงพอใจอยู่ร่วมนาที ก่อนจะบอกออกไป “งั้นพี่ขอเบอร์ติดต่อนะครับ พรุ่งนี้พี่จะมารับไปมหาลัยด้วยกัน”
ร่างเล็กยืนแน่นิ่ง ทั้งที่ใจอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ ชายในฝันกำลังขอเบอร์ เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม
“พี่รู้สึกผิดจริงๆนะครับ” เขาบีบเสียงเว้าวอน เพื่อให้เธอเห็นใจ
คนที่กำลังโดนรุกอย่างหนัก รู้สึกเหมือนตัวจะลอยขึ้นจากพื้นตอนนี้เสียให้ได้ มือเล็กล้วงหยิบมือถือออกจากกระเป๋าสะพาย แล้วยื่นไปให้เขาอย่างไว
ชายหนุ่มยิ้มกว้างแพรวพราว กดเมมเบอร์ตัวเอง แล้วยื่นโทรศัพท์กลับคืนไปให้หญิงสาว “เรียบร้อยแล้วครับ โทรหาพี่ด้วยนะ พี่จะรอรับสาย …” ไม่บอกเปล่า ส่งสายตาหวานเยิ้มให้ด้วย
“พี่ธาวิน …” ณัฐทิชาพูดไม่ออก เธอกำลังจะหมดลมหายใจรอมร่อ ก็เขาดันบันทึกชื่อตัวเองเอาไว้ว่า ‘ที่รักของณัฐทิชา’ ผู้ชายตรงหน้ารู้จักชื่อจริงเธอด้วยเหรอเนี่ย
เย็นวันเดียวกัน – บ้านภูมิภักดิ์ดี
ธาวินเดินผิวปากเข้ามาในบ้านอย่างอารมณ์ดี จนน้องสาวที่นั่งทำการบ้านอยู่ ต้องหยุด แล้วเงยหน้าขึ้นมาแซวกัน “อะไรเข้าสิงพี่เนี่ย ยิ้มหน้าระรื่นมาเชียว” พัดชาเอ่ยทักอย่างประชด ปกติพี่ชายของเธอจะมีสีหน้าบึ้งตึงตลอดเวลา
“ไอ้แว่น พรุ่งนี้มึงมีเรียนเช้าไหม?” ธาวินไม่ได้ตอบน้องสาว ชายหนุ่มหันไปคุยกับน้องชายแทน
ทว่าคนที่ถูกเอ่ยถึง ยังคงอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ ทำราวกับไม่ได้ยินเสียงของอีกคน
“ไอ้ธันวา กูพูดกับมึงอยู่นะ” ธาวินตะโกนออกมาอย่างโมโห
ตี๊ด ตี๊ด … (เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือ)
ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู [ว่าไงครับน้องทิชา] ชายหนุ่มเอ่ยทักคนปลายสายแล้วเงียบฟังร่วมสองนาที [ได้สิครับน้องทิชา พรุ่งนี้เจอกันในห้องสมุดนะ] พอวางสาย เขาก็ลุกเดินหนีไปเลย
ธาวินมองตามหลังน้องชายต่างมารดา มือหนากำเข้าหากันแน่น ‘กูจะแย่งทุกอย่างไปจากมึง แม้กระทั่งผู้หญิงที่มึงรัก ’ มุมปากหยักแสยะยิ้มร้ายกาจ
“พี่ธาวิน เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” พัดชาเห็นอีกคนมีสีหน้าดุดันราวกำลังโกรธจัด เธอเป็นห่วงเขา
“ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นน้อง อย่ามาสะเออะตีสนิท” ธาวินหันมาตำหนิพัดชาอย่างหงุดหงิด “ลูกเมียน้อยอย่างพวกแก ฉันไม่นับญาติด้วยหรอก น่ารังเกียจที่สุด!”
“ไอ้ธาวิน มึงไม่มีสิทธิ์ว่าให้น้องแบบนี้นะ!” คุณณรงค์เดชตะโกนด่ามาแต่ไกล ชายสูงวัยสืบเท้าเข้ามาห้องนั่งเล่น มีคุณวรรณาภรรยาใหม่เดินมาพร้อมกัน
“ทำไมผมจะพูดไม่ได้ ในเมื่อผู้หญิงคนนี้หน้าด้านหน้าทน หอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่กับสามีคนอื่น จนเมียเขาทนไม่ได้ ต้องหนีไปอยู่ที่อื่น!” ธาวินชี้หน้าด่าคุณวรรณาด้วยความโมโห มารดาหย่าขาดกับบิดาตอนเขาอายุเพียง 7 ขวบ เพราะนังแพศยาคนนี้แหละ
มารดาของธาวินตัดสินใจไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศทันทีที่สามีพาผู้หญิงคนใหม่เข้าบ้าน คุณวรรณาเป็นมารดาของธันวาและพัดชา นางเป็นภรรยาใหม่ของคุณณรงค์เดช
“ไอ้ธาวิน!” คนเป็นพ่อโมโหจัด จนพูดไม่ออก
“คุณคะ ใจเย็นๆ อย่าพึ่งว่าอะไรให้ลูกเลย” คุณวรรณารีบเอ่ยปราม นางเกรงว่าสถานการณ์จะบานปลายไปใหญ่
ธาวินมองแม่เลี้ยงแพศยาด้วยสีหน้าเคียดแค้น เขาจะแย่งคนที่ลูกชายมันรัก เหมือนกับที่หล่อนเคยทำ
วันต่อมา – คณะบริหารธุรกิจ
รถสปอร์ตคันหรูสีแดงเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าคณะบริหารธุรกิจ ทันทีที่หนุ่มหล่อประจำมหาวิทยาลัยเปิดประตูลงมา นักศึกษาสาวที่กำลังจับกลุ่มสนทนากันอยู่บริเวณนั้น ต่างหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน
วงแขนแข็งแรงขยับโอบเอวคอดแนบแน่นขึ้น เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
“พี่ธาวิน เรามาตึกบริหารทำไมคะ?” ณัฐทิชาทำหน้าสงสัย เขาเรียนวิศวะ ส่วนเธอเรียนสถาปัตย์ แต่ทำไมเอารถมาจอดที่นี่
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงประทับจูบที่ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มอย่างรวดเร็ว จนอีกคนไม่ทันตั้งตัว การกระทำของเขา เรียกเสียงเฮฮากรี๊ดกร๊าดดังลั่นไปทั่วตึก
ชายหนุ่มถอนจูบออกมาอย่างอ้อยอิ่ง จ้องมองหญิงสาวอย่างหลงใหล “ขอโทษนะคนดี ทิชาน่ารักมาก จนพี่ห้ามใจไม่อยู่” บอกด้วยน้ำเสียงหวานละมุน ยิ่งทำให้อีกคนตกหลุมรักหัวปักหัวปำ
ใบหน้าของหญิงสาวแดงซ่าน เธอเขินจัดจนทำอะไรไม่ถูก
“ตอนแรกพี่ว่าจะแวะเข้ามาทำธุระ แต่เอาไว้ก่อนดีกว่า เราไปหาอะไรอร่อยๆทานกันนะครับ” ธาวินบอกกับคนตัวเล็ก สายตาสาดส่องหาน้องชายต่างมารดาไปพลาง พอเจอก็เลิกคิ้วให้อย่างเป็นต่อ






