เรื่องย่อ
เขาหมั้นกับเธอเพราะถูกบังคับ ส่วนเธอยอมหมั้นกับเขาเพราะรักหมดหัวใจ แต่เมื่อเธอตัดสินใจถอนหมั้นและเดินจากไป คนที่เจ็บกลับเป็นเขา
ทดลองอ่าน
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง
โปรย
“คุณแม่ฟังให้ดีนะครับ ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยแม่ชีหน้าจืดเด็ดขาด ที่ผมยอมหมั้นกับหล่อนก็เพราะไม่อยากมีปัญหากับคุณปู่เท่านั้นเอง”
*********
ตัวอย่าง
“จะออกไปไหนเมศวร์ ไม่กินข้าวก่อนเหรอลูก ป้าสำลีกำลังเตรียมมื้อเย็นอยู่นะ” คุณศศิภาถาม เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กเดินผิวปากออกมาจากบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่งเนื้อแต่งตัวเหมือนกำลังจะออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่อย่างไรอย่างนั้น
“ไปเที่ยวตามประสาผู้ชายสิครับแม่” ตอบหน้าตาเฉย
“เมศวร์ แม่ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเรามากนักหรอกนะ” หญิงสูงวัยมองลูกชายด้วยสีหน้าอึดอัดแววตาเต็มไปด้วยความหนักใจ
ปรเมศวร์เพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอฟังว่ามารดาจะบ่นอะไรให้เขาอีก
“ออกไปเที่ยวไม่ติดบ้านแบบนี้ หนูพลอยจะคิดอย่างไร?” คนเป็นแม่ว่าอย่างเหลืออด
ตั้งแต่ลูกชายหมั้นกับลูกสาวเพื่อนมาสองปีกว่าๆ นางก็ไม่เคยเห็นอีกคนทำหน้าที่คู่หมั้นเลยสักครั้งเดียว แถมยังออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่ควงหญิงไม่ซ้ำหน้าอีกต่างหาก
“คู่หมั้นที่ผมไม่ได้เลือก คู่หมั้นที่ผมไม่ได้รักนั้นเหรอครับ?” น้ำเสียงดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมฉับพลัน
“หนูพลอยดีไม่มีที่ติ แถมยังรักและเอาใจใส่แกทุกอย่าง” คุณศศิภามองหน้าลูกชายอย่างไม่เข้าใจ ว่าที่สะใภ้เล็กของบ้าน คุณสมบัติเพียบพร้อมทุกประการ ทั้งสวยและเก่ง มารยาทก็งาม มันยังจะเอาอะไรอีก
“คุณแม่ฟังให้ดีนะครับ ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยแม่ชีหน้าจืดเด็ดขาด ที่ผมยอมหมั้นกับหล่อนก็เพราะไม่อยากมีปัญหากับคุณปู่เท่านั้นเอง”
ปรเมศวร์ไม่เคยเห็นด้วยกับการหมั้นหมายในครั้งนี้ เขาถูกผู้ใหญ่บีบบังคับ
“เมศวร์!”
“ถ้าไม่ใช่ลูกสาวอากิตติ ผมคงถอนหมั้นไปนานแล้ว”
ปรเมศวร์รู้ดีว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันมากเพียงใด แถมพ่อเขายังเป็นเพื่อนรักกับพ่อเธอ
“เมศวร์!” คนเป็นแม่ได้แต่ทวนชื่อลูกชายด้วยความโมโห
“ผมรอให้ยัยแม่ชีหน้าจืดถอนหมั้นอยู่นะครับเนี่ย เป็นอิสระเมื่อไหร่ผมจะปิดโรงแรมฉลองทันที”
หญิงสูงวัยได้แต่ยืนอ้าปากค้าง นางคิดหาคำด่าไม่ทัน
“ผมจะไม่คุยเรื่องนี้อีกแล้วนะครับแม่ คืนนี้ผมจะค้างที่โรงแรมเลยนะ” พูดจบก็เดินออกจากบ้านไปด้วยท่าทีหงุดหงิด
พลอยดาวที่ยืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ทว่าน้ำตายังไหลออกมาเป็นทาง ทั้งๆที่รู้มาตลอดว่าเขาไม่เคยอยากมีพันธะด้วย แต่เธอก็ยังเจ็บอยู่ดี
1บทที่ 16 นาที
“วันนี้วันพระเหรอ จะไปวัดทำไมไม่บอกพี่แต่เช้า?” ปรเมศวร์เอ่ยถามคู่หมั้นเมื่อเห็นเธอเดินมาพร้อมกับตะกร้าใบใหญ่ในมือ แถมชุดที่ใส่ยังดูเรียบร้อยมากเหมือนคนกำลังจะไปปฏิบัติธรรมอย่างไรอย่างนั้น
“ใครจะไปวัดเหรอคะ?” พลอยดาวมองคู่หมั้นหนุ่มที่นั่งรออยู่ในหรูสีแดงด้วยความสงสัย เธอไม่ได้กำลังจะไปวัดสักหน่อย
“ก็ดูเธอแต่งตัวสิ ไหนจะตะกร้านั่นอีก” ว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่แฝงประชดประชันนิดๆ
วันนี้ยัยคู่หมั้นที่เขาไม่ได้เลือกสวมกระโปรงพลีทยาวสีชมพูแชมเปญ เสื้อเชิ้ตสีขาว รองเท้าส้นเตี้ยสีครีม มัดผมครึ่งหัวดูเรียบร้อยยิ่งกว่าแม่ชีเสียอีก
ประโยคเสียดสีของเขา ทำเอาคนฟังถึงกับต้องกลอกตาซ้ายทีขวาที
“ในตะกร้านี้อาหารกลางวันของพี่ทั้งนั้นค่ะ” พลอยดาวพาตัวเองเข้าไปนั่งคู่กับคนขับ
เขามองตะกร้าเพียงเสี้ยววิ ใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมาอย่างขบขัน พลันยกเท้าออกจากเบรกให้รถเคลื่อนออกไป
“เมื่อไหร่รถจะซ่อมเสร็จเนี่ย?” เกือบสองเดือนแล้วที่ปรเมศวร์ต้องทำหน้าที่เป็นพลขับให้กับคู่หมั้นสาวแบบไม่เต็มใจ เพราะรถของเธอดันเครื่องพัง แถมยังไม่มีวี่แววว่าจะซ่อมเสร็จง่ายๆ ที่เขาเลี่ยงไม่ได้เป็นเพราะบ้านทั้งสองอยู่ในเขตรั้วเดียวกัน
“ช่างนัดรับรถอาทิตย์หน้าค่ะ” พลอยดาวรู้ดีว่าปรเมศวร์อึดอัดมากแค่ไหน
Rrrr Rrrr Rrrr (เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น)
ปรเมศวร์ไม่ได้คุยกับคู่หมั้นต่อ เขารีบเอื้อมมือไปกดรับสายที่โทรเข้ามา
-“ว่าไงครับ?” –
-“บอกสถานที่มาได้เลยครับ” –
-“แล้วเจอกันครับผม” –
ปรเมศวร์กดวางสาย เบือนหน้ามามองคนที่นั่งอยู่ข้างกัน
ไม่ต้องรอให้เอ่ยอะไรออกมา พลอยดาวก็รู้แล้วว่าเธอควรจะทำอะไรต่อ
“พี่เมศวร์จอดป้ายรถเมล์ข้างหน้าให้พลอยได้เลยค่ะ” ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องพูดแบบนี้
ทุกครั้งที่อีกคนมีธุระ เธอต้องลงรถกลางทาง ไม่ว่าธุระของเขาจะด่วนหรือไม่ก็ตาม
เพียงไม่นานรถคันหรูสีแดงก็เคลื่อนเข้าไปจอดเทียบริมฟุตบาท
“เดี๋ยวตอนเย็นพี่จะแวะเข้าไปรับที่ร้านนะ” ปากเอ่ยบอก ทว่าสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูสีดำ
“พี่เมศวร์อย่าลืมทานอาหารในกล่องนะคะ แล้วเจอกัน” เธอก้าวขาลงมาจากรถด้วยสีหน้าผิดหวัง
อีกคนไม่ได้ตอบหรือมองมาที่เธอแม้แต่แวบเดียว
เมื่อรถคู่หมั้นขับออกไป พลอยดาวก็เดินคอตกไปขึ้นรถเมล์
ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสิบนาทีเธอก็มาถึงจุดหมาย
Flower House
“สวัสดีค่ะพี่เอี้ยง” เดินเข้ามาในร้านก็เห็นผู้จัดการสาวยุ่งอยู่กับการจัดช่อดอกไม้ พลอยดาวเอ่ยทักเฉกเช่นทุกเช้า
“สวัสดีค่ะคุณพลอย มาเช้าจังเลย” ผู้จัดการสาวยิ้มทักทายเจ้านาย
มาทำความรู้จักกับพลอยดาวกันคะ
พลอยดาว ทรัพย์ปรีชา สาวน้อยวัย 22 ปี รูปร่างอรชร ผิวขาว สูงราวๆ 160 เซนติเมตร หน้าตาสวยหวาน ผมยาวตรงสลวยสีดำขลับ ดวงตากลมโตสดใส มีนิสัยเรียบร้อยและก็ชอบแต่งตัวเรียบร้อย เธอทำธุรกิจร้านดอกไม้แบบครบวงจร รับออกแบบตกแต่งสถานที่จัดงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานอีเว้นท์ งานปาร์ตี้ งานฉลองครบรอบ รวมถึงงานแต่ง
“พลอยเห็นมีออร์เดอร์เข้ามาเยอะ ก็เลยอยากมาช่วยกัน” ช่วงนักศึกษารับปริญญาแบบนี้ ดอกไม้จากร้านของเธอก็จะขายดิบขายดีเป็นพิเศษ
ผ่านไปประมาณสามชั่วโมงช่อดอกไม้สวยๆ หลากหลายขนาดก็ถูกนำมาวางเรียงรายพร้อมนำส่งให้กับลูกค้า
“พี่เอี้ยงค่ะ ช่อดอกไม้บนโต๊ะฝากพนักงานจัดส่งตามที่อยู่ได้เลยนะ”
“ได้ค่ะเดี๋ยวพี่รีบจัดการให้”
“วันนี้พลอยมีนัดทานข้าวกับเพื่อน อาจจะกลับมาเย็นๆนะคะ” บอกผู้จัดการคนสนิทแล้วเดินออกจากร้านไป
**********
The Grand Hotel (ห้องผู้บริหาร)
“มีเอกสารด่วนอะไรที่จะให้กูเซ็น” ปรเมศวร์ถามผู้ช่วย
มาทำความรู้จักกับปรเมศวร์บ้าง
ปรเมศวร์ วงศ์สุรวัฒนา CEO หนุ่มเนื้อหอมวัย 26 ปี เจ้าของส่วนสูง 188 เซนติเมตร ทายาทโรงแรมหรูกลางกรุง หน้าตาหล่อเหลา เขาเป็นทายาทอันดับที่สองของ ‘ตระกูลวงศ์สุรวัฒนา’ มีพี่ชายหนึ่งคนและน้องสาวหนึ่งคน ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ของโรงแรม The Grand Hotel ร่วมกับ ‘ปฐพี’ พี่ชายคนโตหนุ่มโสดสุดฮอตวัย 28 ปี
“คุณดินต้องการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ในห้องจัดเลี้ยง VIP ใหม่ทั้งหมด ฝ่ายจัดซื้อส่งรายการมาให้แล้วครับ” เตชิตยื่นเอกสารไปให้เจ้านายดู
อีกคนก้มอ่านประมาณห้านาทีก่อนจะลงลายมือชื่อ
“วันนี้กูมีนัดกินข้าวกับคุณโรส อาจจะกลับเข้ามาช้าหน่อย” เป็นเพราะมีสาวสวยโทรนัดให้ออกไปกินข้าวด้วย เขาเลยต้องรีบเข้ามาเคลียร์งานที่ออฟฟิศจนต้องทิ้งคู่หมั้นไว้กลางทาง
ผู้ช่วยพยักหน้ารับทราบ
“อาหารเที่ยงมึง” บอกพลางโบ้ยหน้าไปทางโซฟารับแขก
เตชิตมองตามสายตาเจ้านายไปเห็นตะกร้าใบใหญ่วางอยู่บนโต๊ะ “ข้าวกล่องคุณพลอยเหรอครับ?”
“อืม…พลอยเตรียมให้” เขาไม่เคยกิน เธอยังขยันเตรียมให้ทุกวัน
เตชิตมองเจ้านายแบบไม่เข้าใจ พลอยดาวทำอาหารอร่อยทุกเมนู เสียดายที่เจ้านายเขาไม่ชอบทาน
“กูไปแล้ว กินข้าวให้อร่อยนะ”
**********
ร้านอาหารไทย
“ขวัญ แกนัดฉันออกมากินข้าวเที่ยงด้วยมีเรื่องอะไรเปล่า?” พลอยดาวถาม
“ฉันอยากจ้างแกไปตกแต่งห้องจัดเลี้ยงให้” ข้าวขวัญบอก
ข้าวขวัญเป็นทายาทของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของไทย เธอถูกมอบหมายให้มาตกแต่งสถานที่จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า ซึ่งบิดามักจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และปีนี้ทางบริษัทได้จองห้องจัดเลี้ยงพิเศษของโรงแรม The Grand Hotel ล่วงหน้าเอาไว้
ข้าวขวัญเป็นเพื่อนสนิทของพลอยดาว
“แจ้งคอนเซ็ปต์ที่ต้องการได้เลย” เจ้าของร้านคนสวยยิ้มรับโปรเจกต์ใหม่ ช่วงนี้มีงานเข้ามารัวๆ
“ง่ายๆเลย เรียบหรูแต่ดูดี เน้นตกแต่งด้วยดอกไม้ไทยๆ ฉันจะส่งรายละเอียดที่พ่ออยากได้ให้ทางอีเมลอีกที”
“โอเค”
“พลอยดูโน้น” ข้าวขวัญเชิดหน้าไปทางร้านอาหารอิตาเลียนที่อยู่อีกฝั่ง “คู่หมั้นแกมากับใครวะ?”
2บทที่ 24 นาที
ร้านอาหารอิตาเลียน
“เห็นคุณโรสบอกว่ามีธุระจะคุยกับผม”
“ใช่ค่ะ โรสอยากได้ห้องจัดงานแฟชั่นโชว์ แต่อยากได้ห้องที่ใหญ่กว่าปีที่แล้ว” รสรินทร์ตอบ เธอนัดปรเมศวร์มากินข้าวเที่ยงด้วยกันก็เพราะเหตุผลนี้แหละ อีกอย่างเธออยากทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้นด้วย
รสรินทร์เป็นหนึ่งในลูกค้า VIP ของ The Grand Hotel และก็เป็นเจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ดัง ทุกครั้งที่มีการปล่อยคอลเลคชั่นใหม่ๆออกมา เธอมักจะเช่าพื้นที่ของ The Grand Hotel จัดแสดงแฟชั่นโชว์เพื่อโปรโมตสินค้าเสมอ คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน
เธอได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากปรเมศวร์
“โรสอยากได้คำแนะนำจากคุณ”
รอยยิ้มอันทรงเสน่ห์แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาตรงมุมปากของเขา
“ยินดีครับ อยากเข้าไปดูห้องวันไหนโทรหาผมได้เลย”
รสรินทร์ระบายยิ้มออกมาอย่างเขินอาย
“ทานข้าวกันดีกว่านะครับ เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด เรื่องงานเอาไว้คุยต่อทีหลัง” ปรเมศวร์บอกกับลูกค้าคนสวย
**********
ร้านอาหารไทย
“พร้อมจะถอนตัวหรือยัง?”
พลอยดาวละสายตาจากภาพบาดตานั่น แล้วหันมาตักน้ำซุปใส่ปากต่อ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้เห็นภาพแบบนี้ ทว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นผู้หญิงคนนี้ หล่อนดูสวยเซ็กซี่แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด
มิน่าเขาถึงชอบเรียกเธอว่า ‘ยัยแม่ชีหน้าจืด’
“มีเพชรอยู่ในมือแท้ๆ ไม่เข้าใจพี่เมศวร์เลยจริงๆ ไม่ไหวอย่าฝืนนะพลอย” ข้าวขวัญไม่ได้คิดจะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเพื่อน ทว่าฝ่ายชายเล่นไม่รักษาน้ำใจกันเกินไป
“ฉันใกล้จะยอมแพ้แล้วแก” ครั้งแรกที่เห็นคู่หมั้นตัวเองควงสาวอื่นแบบนี้พลอยดาวรู้สึกเสียใจมาก แต่เมื่อได้เห็นบ่อยๆ มันกลายเป็นความชาชิน หรือว่าหัวใจของเธอตายด้านไปแล้วก็ไม่รู้
“ฉันไม่เคยเห็นพี่เมศวร์พาแกไปกินข้าวแบบนี้เลยว่ะ สักครั้งเดียวก็ไม่มี” เห็นแล้วก็ขึ้นแทนเพื่อน
พลอยดาวพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เพื่อข่มกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
“ขอโทษนะแก ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้นอยด์” แววตาคู่เศร้าของเพื่อนทำเอาข้าวขวัญรีบหุบปาก
“ไม่ต้องขอโทษหรอก แกพูดความจริง ดีเสียอีกฉันจะได้
มูฟออนจากเขาเสียที” อย่าว่าแต่พาไปกินข้าวเลย เขาไม่เคยควงเธอออกไปไหนด้วยซ้ำ
“เราไปเดินเล่นกันดีกว่า” ข้าวขวัญเห็นว่าอีกคนกลืนข้าวไม่ลงแล้ว
คนกำลังอกหักพยักหน้าเอื่อยๆ
จากนั้นข้าวขวัญก็พาคนเหม่อเดินช้อปปิ้งแวะร้านโน้นทีร้านนี่ที เพราะเธอคิดว่าเสื้อผ้าสวยๆอาจจะช่วยฮีลหัวใจอันบอบช้ำของเพื่อนได้
เมื่อได้ของครบทุกรายการตามที่ต้องการ สองสาวก็แยกย้ายกันกลับ
**********
Flower House
“เธอไปไหนมา พี่มารอตั้งนาน?” ปรเมศวร์เดินเข้ามาถามคู่หมั้นที่กำลังก้าวขาลงมาจากรถแท็กซี่
ใบหน้าเคร่งขรึมบวกกับน้ำเสียงไม่พอใจของเขา ทำเอาเธอเจ็บแปลบในอก ทว่ายังฝืนยิ้ม “พลอยไปช้อปกับขวัญมาค่ะ เดินเพลินไปหน่อย ขอโทษนะคะที่ให้รอนาน”
“มาสายตั้งสิบห้านาที เธอก็รู้ว่าช่วงนี้เราต้องกลับบ้านด้วยกันทุกวัน” เสียงติดรำคาญบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“วันหลังพลอยจะเรียกแท็กซี่ค่ะ” รอแค่สิบห้านาทีมาทำเป็นอารมณ์เสียใส่ เอาจริงๆ ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาเธอไม่เคยช้าแม้แต่ครั้งเดียว สายวันแรกก็โดนวีนเสียแล้ว
“ไม่ต้องมาประชดพี่ ไปขึ้นรถจะได้กลับบ้านเสียที” ออกคำสั่งเสียงดุ
“พลอยไม่ได้ประชดค่ะ” เธอเองก็อึดอัดเหมือนกันแหละ
“พี่เลือกได้ด้วยเหรอพลอย วันไหนที่เธอเรียกแท็กซี่ มีหวังแม่พี่บ่นจนหูชา” พลอยดาวเป็นสะใภ้ในฝันของมารดา แตะเธอได้ที่ไหน
คนตัวเล็กถอนหายใจยอมแพ้ ต่อปากต่อคำไปก็ไร้ประโยชน์ เธอจึงรีบเดินไปขึ้นรถ
ตลอดการเดินทางทั้งสองเอาแต่นั่งเงียบไม่มีใครพูดอะไรเลย ทำให้ภายในรถหรูที่กำลังเคลื่อนไปข้างหน้ามีเพียงเสียงเพลงเปิดคลอเคลียเบาๆ
ผ่านไปประมาณยี่สิบนาทีทั้งสองก็เดินทางมาถึงจุดหมาย
“อย่าลืมเอาตะกร้าของเธอไปด้วยล่ะ” ว่าแล้วก็หันหลังเดินเข้าบ้านตัวเอง
เมื่อพูดถึงตะกร้าความน้อยเนื้อต่ำใจก็พลันถาโถมเข้ามาใส่ เธออุตส่าห์ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ตั้งใจทำเมนูโปรดให้ ทว่าเขากลับไปนั่งหน้าระรื่นกินข้าวกับหญิงอื่นอย่างสบายอารมณ์
มือเรียวถือตะกร้า สายตายังคงมองตามแผ่นหลังของคู่หมั้นพลางถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ มีคนเคยบอกว่า ‘เจ็บให้สุด แล้วจะหยุดได้เอง’ มันต้องเจ็บขนาดไหน ทำไมเธอถึงยังหยุดรักเขาไม่ได้สักที
3บทที่ 35 นาที
เช้าวันใหม่
ร่างเล็กสืบเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคนที่กำลังจัดของใส่ตะกร้า
“วันนี้คุณแม่จะไปทำบุญที่ไหนคะ?” พลอยดาวถามมารดา เธอเห็นว่ามีสังฆทานหลายชุดวางเรียงรายกันอยู่บนโต๊ะ
“ป้าศศิชวนแม่ไปแก้ปีชงแถวอยุธยาจ้ะ แม่อาจจะต้องได้ค้างคืนนะ ถ้าไปกลับกะว่าจะชวนพลอยไปด้วยกัน” คุณภาสินีตอบลูกสาว ศศิที่เอ่ยถึงก็คือมารดาของปรเมศวร์ เพื่อนสนิทของนางเอง
“แก้ปีชงต้องไปไกลถึงอยุธยาเลยเหรอคะ?” พลอยดาวไม่แปลกใจที่มารดาไปทำบุญต่างจังหวัด เพราะเป็นเรื่องปกติของนางกับป้าศศิอยู่แล้ว ก็แค่สงสัยว่าวัดในกรุงเทพไม่มีให้แก้ปีชงเหรอ เธออยากไปแก้บ้าง ตั้งแต่หมั้นกับปรเมศวร์มาเหมือนดวงจะไม่ค่อยดีเอาเสียเลย เพราะมีหลายครั้งที่เธอต้องนอนน้ำตาซึม
“ป้าศศิบอกว่าพึ่งไปเจอวัดเด็ดมา ใครมีโอกาสได้ไปที่นั่นจะโชคดีมากๆ ไอ้เราก็คนขี้สงสัยด้วยสิ” คนเป็นแม่อธิบาย
ลูกสาวพยักหน้ารับรู้
“ทริปนี้ป้าพิณกับป้าสำลีขอตามไปด้วยนะ เห็นบอกอยากถูกหวยบ้าง” พูดไปหัวเราะไป
“ไม่มีปัญหาค่ะ พลอยดูแลตัวเองได้” ที่พลอยดาวบอกแบบนี้ เพราะป้าพิณเป็นแม่บ้านคอยดูแลเธอในยามที่มารดาไปต่างจังหวัด ส่วนป้าสำลีเป็นแม่บ้านของปรเมศวร์
ถ้าแม่บ้านไม่อยู่พลอยดาวต้องดูแลตัวเอง ซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเธอเลย
“คุณนี ป้าจะเอาสัมภาระไปขึ้นรถเลยนะ ลุงสันติพร้อมแล้ว” ป้าพิณเดินมาบอกสองแม่ลูก ลุงสันติที่นางพูดถึงเป็นคนขับรถของบ้านโน้น
“เตรียมของเสร็จพอดีเลย” คุณภาสินีบอกกับแม่บ้าน
จากนั้นทั้งสามก็พากันลำเลียงข้าวของไปขึ้นรถ ซึ่งก็มีคุณศศิภากับป้าสำลียืนรออยู่ก่อนแล้ว
ใช้เวลาไม่นานชุดสังฆทานและของทำบุญต่างๆก็ได้ถูกจัดเรียงไว้บนรถ
“คุณป้า พลอยขออนุญาตใช้ห้องครัวนะคะ” พลอยดาวพูดกับคุณศศิภา ทุกครั้งที่บรรดาแม่ๆไปต่างจังหวัดแบบนี้ เธอจะเป็นคนคอยเตรียมอาหารให้ลูกชายนางเสมอ
“ตามสบายเลยลูก ทีหลังไม่ต้องขอป้าหรอก” คุณศศิภายิ้มกว้าง แสนดีแบบนี้จะไม่ให้นางเอ็นดูอย่างไรไหว มิเสียแรงที่มอบตำแหน่งลูกสะใภ้ในฝันให้
บอกลากันเสร็จ สายแก้ปีชงก็พากันไปขึ้นรถเตรียมตัวออกเดินทาง ส่วนพลอยดาวซอยเท้าเดินไวๆเข้าบ้านคู่หมั้น เธออยากไปเตรียมอาหารก่อนที่เขาจะตื่น เพราะเวลาตอนนี้เกือบจะสิบเอ็ดโมงแล้ว
วันหยุดสุดสัปดาห์คู่หมั้นของเธอจะตื่นสายหน่อย
พอมาถึงห้องครัว พลอยดาวก็จัดการทำข้าวต้มหมูสับเป็นอันดับแรก ตามด้วยต้นอ่อนทานตะวันผัดน้ำมันหอย กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา ผักกาดดองผัดไข่ ตบท้ายด้วยแกงจืดเต้าหู้
“พลอยทำอะไรอยู่หอมเชียว” ปฐพีเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ก้มมองอาหารตรงหน้า “ยกออกไปตั้งโต๊ะเลยได้ไหมเนี่ย ไอ้เมศวร์ก็ตื่นแล้ว” คนกำลังหิวจัดถามว่าที่น้องสะใภ้
“โอเคค่ะ พลอยกำลังจะยกออกไปพอดี”
ผ่านไปเพียงอึดใจเดียวอาหารก็ถูกจัดวางเรียงรายไว้บนโต๊ะ
“พี่ดินทานก่อนเลยนะคะ พลอยออกไปตามพี่เมศวร์ก่อน” เธอเดินไปยังห้องนั่งเล่น ซึ่งก็อยู่ติดกับห้องอาหารนี่เอง
คนตัวเล็กยิ้มแป้นให้คู่หมั้นหน้าขรึม เมื่อเห็นเขาเงยหน้าขึ้นมามอง
“มีอะไรเหรอยัยแม่ชี?” ปรเมศวร์ถามคนจุ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ตื่นมาก็ได้เจอหน้าเธอก่อนใครๆ ขนาดวันหยุดยังไม่เว้นช่องว่างให้เขาได้หายใจเลย จะตามตื๊อกันไปถึงไหน
น้ำเสียงแข็งกระด้างของเขา ทำเอาพลอยดาวถึงกับหุบยิ้มแทบจะไม่ทัน
“ไปทานข้าวกันค่ะ”
“เมศวร์ขอโทษที รอนานไหม?” เสียงใสๆร้องเรียกมาแต่ไกล
“ไม่เลย เราพึ่งตื่นเหมือนกัน” ปรเมศวร์บอกหญิงสาว เธอคนนี้ชื่อมัดหมี่เป็นเพื่อนของเพื่อนเขาอีกที
“มีแขกเหรอ ถ้าไม่สะดวกเอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้นะ” หญิงสาวผู้มาใหม่เห็นว่าปรเมศวร์ไม่ได้อยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียว
“ไม่ใช่แขกที่ไหนหรอก แค่น้องข้างบ้านเฉยๆ”
พลอยดาวเหลือบมองคู่หมั้นด้วยแววตาตัดพ้อ ทั้งที่เขาขีดเส้นใต้ด้วยปากกาสีแดงอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่าเราสองคนเป็นได้แค่พี่น้องกัน ทว่าได้ยินทีไรใจมันก็ยังเจ็บช้ำอยู่ดี
“งั้นไปกันเลยไหม ตาร์บอกเราว่าช่วงบ่ายสำเพ็งคนจะเยอะมาก” ตาร์คือลูกพี่ลูกน้องของเธอ
มัดหมี่วานให้ปรเมศวร์เป็นพลขับให้ ด้วยความที่เธอเป็นคนต่างจังหวัดเลยไม่ค่อยคุ้นชินกับถนนในเมืองกรุงมากนัก เธอมาเยี่ยมญาติที่กรุงเทพฯ ขากลับเกิดอยากซื้อของไปฝากคนที่บ้าน
เมื่อได้ยินสถานที่ที่คนทั้งสองกำลังจะไป พลอยดาวเกือบหายใจไม่ออก เพราะความน้อยเนื้อต่ำใจกำลังวิ่งพล่านไปทั่วร่าง คู่หมั้นของเธอเกลียดอากาศร้อนและสถานที่แออัดเป็นที่สุด ยิ่งถ้าต้องให้ไปเดินตลาดแบบนั้น ไม่มีทาง หล่อนเป็นใครกันเขาถึงได้ตามใจ
“โอเค”
ปรเมศวร์เดินตามมัดหมี่ออกไป โดยไม่สนใจคู่หมั้นตัวเองแม้แต่นิด
“พลอยทำอะไรกันอยู่” ปฐพีออกมาตาม เขาเห็นว่าอีกคนไม่กลับเข้าไปสักที
“พี่ดินทานให้อร่อยเลยนะคะ พลอยขอตัวก่อน” วินาทีนี้เธอคงกินอะไรไม่ลงหรอก
พลอยดาวเดินหน้าหงอยพาหัวใจช้ำๆของตัวเองกลับไปรักษาที่บ้าน
4บทที่ 45 นาที
สองวันต่อมา
“เมศวร์ วันนี้กูจะไม่เข้าออฟฟิศนะ มึงไหวเปล่า?” ปฐพีมองน้องชายอย่างวิเคราะห์ “มึงเมาค้างไหมเนี่ย?” คนพี่รัวคำถามเป็นชุด เพราะช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ไอ้น้องตัวดีออกไปปาร์ตี้กับแก๊งเพื่อนตั้งแต่หัววันยันสว่าง คนหรือเครื่องจักรเดินได้ก็ไม่รู้
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณพี่ชาย ผมเป็นคนประเภททำงานเต็มที่ปาร์ตี้เต็มเหนี่ยว พี่ก็รู้นิ ไม่เสียการเสียงานแน่นอน”
คนพี่พยักหน้าโล่งอก เขาก็รู้แหละว่าน้องชายไม่เคยเหลวไหลเรื่องงานเลยสักครั้ง ทว่ายังอยากย้ำอยู่ดี เพราะบ่ายนี้มันต้องเข้าประชุมสำคัญแทนเขา
“พี่ผมไปก่อนนะยัยแม่ชีมาโน้นแล้ว”
“เรียกน้องดีๆหน่อยก็ไม่ได้ กูไม่เห็นว่าพลอยจะเหมือนแม่ชีตรงไหนเลยนะ”
“เหมือนทุกตรง พี่ดูชุดหล่อนสิ วันนี้มาขาวทั้งตัว วันก่อนๆยังพอมีสีอื่นปะป่นอยู่บ้าง” พลอยดาวเดินออกจากบ้านมาในชุดเดรสลูกไม้สีขาวแบบเรียบร้อย
“น่ารักออก” คนพี่แย้ง
“คนอะไรไม่มีเซนส์เรื่องแฟชั่นเอาเสียเลย ตัวเองจืดชืด เป็นทุนเดิมอยู่แล้วยังชอบใส่ชุดแบบนี้อีก” บ่นพลางก้าวขาเดินออกไป
ปฐพีได้แต่ส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย
“จะไปแก้ปีชงวัดไหนอีกล่ะเนี่ย บอกไว้ก่อนเลยนะว่าวันนี้พี่ไม่ว่างพาเธอไปหรอก ตอนบ่ายพี่มีประชุม” ปรเมศวร์ยิ้มล้อเลียน
พลอยดาวมองหน้าคู่หมั้นแบบงอนๆ ทำมาเป็นพูดจาเสียดสีใส่ ตั้งแต่หมั้นกันมาเขาไม่เคยพาเธอไปไหนเลยสักครั้งเดียว
“อ้าว ลืมตะกร้าเหรอ?” ในมือของเธอว่างเปล่า ตลอดสองเดือนที่ผ่านมายัยคู่หมั้นหน้าจืดเตรียมข้าวกล่องให้เขาทุกวัน ลืมเอาไปแบบนี้เตชิตก็อดได้กินของอร่อยกันพอดี
“พลอยเลิกแพ็คข้าวกล่องให้พี่แล้วค่ะ” เพราะแพ็คให้ พี่ก็ดอดไปกินข้าวกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ดี
ใบหน้าหล่อเหลาเหยียดยิ้มพึงพอใจกับคำตอบนั่น ปรเมศวร์พอเห็นสัญญาณอะไรบางอย่างแล้ว สิ่งที่เขากำลังพยายามทำอยู่กำลังจะเป็นผลในทางบวก อีกไม่นานยัยหน้าจืดคงวิ่งแจ้นไปขอถอนหมั้นเอง
“ไปกันเดี๋ยวสาย” คนหล่อผิวปากพาตัวเองเข้าไปนั่งในรถอย่างอารมณ์ดี อีกหน่อยเขาก็จะได้เป็นหนุ่มโสดโดยสมบูรณ์แบบ
รถเคลื่อนออกไปราวห้านาที ปรเมศวร์ก็เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ แล้วขับไปจอดเทียบริมฟุตบาท
“เธอลงไปนั่งข้างหลังเร็ว”
ใบหน้าสวยดูงงเป็นอย่างมาก แม้เขาจะใจร้ายกับเธอเพียงใด ทว่าที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่เคยไล่เธอไปนั่งเบาะหลังสักครั้งเดียว มีแต่ไล่ลงกลางทาง
“พี่มีแขก” ปรเมศวร์บอกเหตุผล
พลอยดาวถึงบางอ้อเมื่อเห็นสาวหน้าหมวยคุ้นตาเดินมาที่รถ
“พลอยจะเรียกแท็กซี่ไปเองค่ะ” พลอยดาวเอ่ยบอกเสียงเรียบ ในขณะที่มือเล็กกำเข้าหากันแน่น เธอจะไม่ยอมร่วมทางกับผู้หญิงของเขาเด็ดขาด
ที่ผ่านมาปรเมศวร์ควงหญิงไม่ซ้ำหน้าก็จริง ทว่าเขาไม่เคยพามาหยามกันถึงถิ่นแบบนี้ การกระทำในครั้งนี้มันหักหาญน้ำใจกันมากเกินไป
“เธออย่ามาประชดพี่นะพลอย แค่ลงไปนั่งเบาะหลังอย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ พี่ไม่ชอบคนงี่เง่าไร้เหตุผล” เสียงดุออกคำสั่ง
“พลอยต้องรีบไปร้าน ช่วงนี้ลูกค้าเยอะ”
“เธอคิดว่าพี่ว่างมากนักเหรอ พี่ต้องเข้าไปบริหารโรงแรมเหมือนกัน ร้านดอกไม้เล็กๆของเธอจะยุ่งแค่ไหนกันเชียวถ้าเทียบกับธุรกิจของพี่”
พลอยดาวมองอีกคนด้วยแววตาผิดหวัง ก่อนจะพาตัวเองไปนั่งเบาะหลังตามที่เขาต้องการ คู่หมั้นของเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ปรเมศวร์ไม่ใช่คนที่จะมาพูดจาดูถูกใครแบบนี้ เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนเหมือนที่ใครๆบอกจริงๆ
สาวหน้าหมวยเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ
“เมศวร์เรายังไม่มีโอกาสได้ขอบคุณเลย เมื่อคืนเราสนุกมาก ขอบคุณมากนะที่พาไปท่องราตรีเมืองกรุง สนุกจนไม่อยากกลับต่างจังหวัดเลย” มัดหมี่ยิ้มหวานให้คนหล่อ อีกคนตอบกลับด้วยรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์
บทสนทนาของพวกเขาทำเอาพลอยดาวถึงกับจุกในอก ที่อีกคนไม่อยู่บ้านช่วงเสาร์อาทิตย์ เพราะมัวแต่ไปเทคแคร์หล่อนนี่เอง
แม้มันไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินว่าเขาออกไปแฮงค์เอาท์ กับสาวๆ ทว่าทำไมครั้งนี้มันเจ็บกว่าครั้งไหน ๆ หรือแท้ที่จริงแล้วหัวใจของเธอยังไม่ตายด้านอย่างที่คิด
ตลอดการเดินทางทั้งเขาและหล่อนไม่แม้จะมองมาสนทนากับเธอเลย เอาแต่คุยกันอย่างออกรส หัวเราะสนุกสนาน หยิบยกเรื่องนั้นเรื่องนี้มาหารือ ทำราวกับว่านั่งอยู่ในรถสองคนเพียงลำพัง
แล้วเขาจะให้เธอมาอยู่เป็นส่วนเกินทำไมวะ
ผ่านไปประมาณยี่สิบนาทีรถหรูสีแดงก็เคลื่อนเข้ามาจอดเทียบริมฟุตบาทหน้าร้าน Flower House พลอยดาวรีบเอ่ยขอบคุณพร้อมกับพาตัวเองลงมาจากรถทันที
อีกฝ่ายไม่ได้สนใจ เขาเพียงขับรถออกไปเลย
พอผลักประตูเข้ามาในร้าน เห็นมีลูกค้าคนหนึ่งกำลังเดินดูดอกไม้ พลอยดาวจึงยิ้มทักทาย “สวัสดีค่ะ”
ลูกค้าหนุ่มเผลอจ้องคนตรงหน้าอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะทักทายกลับ “สวัสดีครับ” ตาคมวาวยังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้างามของเธอ
5บทที่ 55 นาที
พอผลักประตูเข้ามาในร้าน เห็นมีลูกค้าคนหนึ่งกำลังเดินดูดอกไม้พลอยดาวจึงยิ้มทักทาย “สวัสดีค่ะ”
ลูกค้าหนุ่มเผลอจ้องคนตรงหน้าอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะทักทายกลับ “สวัสดีครับ” ตาคมวาวยังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้างามของเธอ
“ถ้าเลือกไม่ถูกฉันช่วยคุณได้นะคะ” เธอเอ่ยอาสา เพราะรู้ว่าปัญหาโลกแตกของผู้ชายส่วนใหญ่คือจะซื้อดอกอะไรดี
“หึ หึ หึ” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ และตอบอีกคนว่า “สวยๆทั้งนั้นทำเอาผมเลือกไม่ถูกเลยครับ”
“อยู่ที่ว่าจะเอาไปให้ใครด้วยนะคะ นอกจากความสวยแล้ว ดอกไม้แต่ละชนิดยังมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป” เจ้าของร้านผู้ชำนาญเรื่องดอกไม้ให้คำแนะนำเพิ่ม
“คุณแม่ของเพื่อนกำลังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลครับ” ชายหนุ่มต้องการซื้อดอกไม้ไปเยี่ยมคนป่วย
“กุหลาบขาวแซมกับดอกทานตะวัน…หมายถึงความห่วงใยที่มอบให้อย่างจริงใจค่ะ” พลอยดาวอธิบายพลางหยิบกระเช้าดอกไม้สีสันสดใสชูขึ้นให้อีกคนดู
“งั้นผมเอากระเช้านี้เลยแล้วกัน ขอบคุณมากนะครับ คุณ …?” คิ้วเข้มได้รูปเลิกขึ้นสูง สิ่งที่เขาอยากรู้มากกว่าความหมายของดอกไม้ก็คือชื่อของเธอ
“พลอยดาวหรือเรียกพลอยเฉยๆก็ได้ค่ะ”
“ผมอาชวินทร์หรือเรียกวินทร์เฉยๆก็ได้ครับ”
เจ้าของร้านคนสวยพยักหน้ารับทราบ
“พี่เมย์ขาช่วยจัดการดอกไม้ช่อนี้ให้พลอยด้วยนะคะ” เมย์คือหนึ่งในพนักงานของที่นี่
เจ้าของชื่อสืบเท้าเข้ามารับกระเช้าดอกไม้จากเจ้านาย
**********
The Grand Hotel
“มึงอยากถามอะไรกู?” ปรเมศวร์มองไปที่ผู้ช่วย ก็ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาในออฟฟิศ มันก็เอาแต่มองอยู่นั่นแหละ
“วันนี้คุณเมศวร์ลืมอะไรหรือเปล่าครับ?” เตชิตทำหน้าสงสัย
“ไม่นะ พี่ดินบอกว่าเอกสารประชุมอยู่กับมึงหมดแล้ว”
“ใช่ครับผมเตรียมไว้หมดแล้ว”
“แล้วกูต้องลืมอะไรวะ?” คิ้วเข้มขมวดยุ่งอย่างไม่เข้าใจ
“ข้าวกล่องแสนอร่อยของคุณพลอยดาวไงครับ” เตชิตแปลกใจที่วันนี้เจ้านายไม่ถือตะกร้ามาด้วย
ปรเมศวร์ยิ้มหน้าระรื่น
“ทำไมคุณเมศวร์ดูมีความสุขจังเลยครับ?”
“พลอยเลิกทำข้าวกล่องให้กูแล้ว มึงรู้ไหมว่ามันหมายความว่าอะไร?”
ผู้ช่วยหนุ่มทำหน้างง
“อีกหน่อยหล่อนคงถอดใจไม่อยากมีอะไรเกี่ยวข้องกับกูไง” เขาจะได้เป็นอิสระจากเธอเสียที
เตชิตส่ายหน้ายิ้มๆ
ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด (เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปรเมศวร์หยิบขึ้นมาแนบหู)
บทสนทนาทางโทรศัพท์
-สวัสดีครับคุณโรส โทรหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?-
-สวัสดีค่ะ ถ้าไม่มีธุระสำคัญ แค่คิดถึงโทรหาได้ไหมคะ?”
-เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับผม-
-โรสอยากชวนคุณไปหาอะไรดื่มชิลๆ เจอกันเย็นนี้ได้ไหมคะ…คือโรสมีเรื่องปรึกษาด้วย –
-คุณโรสอยากไปที่ไหนส่งโลเคชั่นมาให้ผมได้เลยนะครับ-
-โอเค เจอกันเย็นนี้ค่ะ / เจอกันครับ-
หลังจากกดวางสาย ปรเมศวร์ก็ส่งข้อความไปหาคู่หมั้นสาวทันที
[ปรเมศวร์: เย็นนี้เธอกลับบ้านเองนะ]
[พลอยดาว: ค่ะ]
“กูมีความรู้สึกว่ามึงมองหน้ากูอีกแล้ว มีอะไรหรือเปล่า?” หัวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย
“ไม่กล้ามีหรอกครับ” ใครจะไปกล้าละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย
“มึงคุยกับกูได้ทุกเรื่อง” ปรเมศวร์บอก เขาเกิดก่อนเตชิตแค่ปีเดียว ทำให้สองหนุ่มสนิทกันมาก
เตชิตอึกอักที่จะพูด
“ว่ามาเถอะ” ปรเมศวร์รบเร้า
“คุณโรสเธอแสดงออกชัดเจนว่าชอบคุณ” ทอดสะพานให้ทุกย่างก้าวขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าดูออกไม่ออก อีกอย่างตัวเองก็ไม่ใช่หนุ่มโสด
“หึ หึ หึ” คนหล่อหัวเราะอย่างมีนัย “หล่อนทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ มึงว่าไหม?”
ผู้ช่วยหนุ่มยิ้มฝืนๆ ถามมาแบบนี้เขาควรจะตอบอย่างไรดีถึงจะไม่ตกงาน
**********
Flower House
มือเรียววางการ์ดสีชมพูลงบนโต๊ะ “พี่มาชวนคุณพลอยไปเที่ยวสระบุรีตามสัญญาค่ะ” เอี้ยงพูดด้วยสีหน้าชื่นบาน
พลอยดาวหยิบการ์ดขึ้นมาอ่านดู “ว๊าว…ผู้จัดการคนสวยของพลอยจะสละโสดแล้วเหรอเนี่ย ยินดีด้วยนะคะ”
“ขอบคุณมากค่ะ” ว่าที่เจ้าสาวยิ้มแป้นแล้วพูดต่อ “น้องๆคอนเฟิร์มว่าจะไปร่วมงานแต่งพี่ทุกคนเลย” เอี้ยงหมายถึงพนักงานในร้าน
“พลอยก็จะไปค่ะ อันที่จริงเรานัดกันล่วงหน้าแล้วว่าจะไปช่วยพี่ตกแต่งสถานที่ก่อนวันงาน” พลอยดาวรู้แพลนแต่งงานของผู้จัดการสาวตั้งนานแล้ว
เอี้ยงยิ้มกว้างกว่าเดิม “ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณพลอย”
“พวกเรายินดีค่ะ พี่เอี้ยงก็รู้ว่าที่นี่อยู่กันแบบครอบครัว” พลอยดาวรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ ‘Flower House’ เป็นร้านดอกไม้เล็กๆ ที่มีพนักงานประจำเพียงไม่กี่คน ทว่าทุกคนทำงานให้เธอแบบถวายหัว แถมนิสัยใจคอยังดีเลิศ ในวันหยุดพิเศษต่างๆไม่ว่าจะเป็นปีใหม่หรือสงกรานต์ เธอมักจะตอบแทนพวกเขาด้วยโบนัสก้อนงามเสมอ
เย็นวันเดียวกัน
“คุณแม่กลับมาแล้วเหรอคะ?” พลอยดาวยิ้มกว้างพร้อมสับเท้าไวๆเข้าไปในห้องนั่งเล่น
“จ้า แม่ซื้อขนมอร่อยๆจากอยุธยามาฝากเพียบเลย”
“กำลังหิวพอดีเลยค่า”
“แกะกินได้เลยลูก” นางบอกพลางชะโงกหน้ามองหาป้าแม่บ้าน
“มีอะไรหรือเปล่าคะแม่?”
“พิณไปไหนแล้ว … มีไข่เค็มของป้าศศิติดมาด้วย แม่หยิบมั่วตลอดทั้งที่เช็คดีแล้วนะ” คุณภาสินีบ่นตัวเอง นางมองหาแม่บ้านหมายจะให้เอาของไปคืนบ้านโน้น
“ถุงไหนคะเดี๋ยวพลอยจะเอาไปให้คุณป้าเอง” พลอยดาวอาสา
หญิงสูงวัยหยิบถุงพลาสติกสีใสใบใหญ่ส่งไปให้ พลอยดาวยื่นมือออกมารับ แล้วหันหลังเดินซอยเท้าไวๆไปบ้านคู่หมั้นหนุ่ม เธอคิดถึงเขาจะแย่อยู่แล้ว ปกติได้เจอกันทุกเย็น ทว่าวันนี้เขาไม่ได้รับเธอกลับมาด้วย คนขี้สงสัยเลยอยากรู้ว่าเขาติดธุระสำคัญอะไร
6บทที่ 65 นาที
“จะออกไปไหนเมศวร์ ไม่กินข้าวก่อนเหรอลูก ป้าสำลีกำลังเตรียมมื้อเย็นอยู่นะ” คุณศศิภาถาม เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กเดินผิวปากออกมาจากบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่งเนื้อแต่งตัวเหมือนกำลังจะออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่อย่างไรอย่างนั้น
“ไปเที่ยวตามประสาผู้ชายสิครับแม่” ตอบหน้าตาเฉย
“เมศวร์ แม่ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเรามากนักหรอกนะ” หญิงสูงวัยมองลูกชายด้วยสีหน้าอึดอัดแววตาเต็มไปด้วยความหนักใจ
ปรเมศวร์เพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอฟังว่ามารดาจะบ่นอะไรให้เขาอีก
“ออกไปเที่ยวไม่ติดบ้านแบบนี้ หนูพลอยจะคิดอย่างไร?” คนเป็นแม่ว่าอย่างเหลืออด
ตั้งแต่ลูกชายหมั้นกับลูกสาวเพื่อนมาสองปีกว่าๆ นางก็ไม่เคยเห็นอีกคนทำหน้าที่คู่หมั้นเลยสักครั้งเดียว แถมยังออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่ควงหญิงไม่ซ้ำหน้าอีกต่างหาก
“คู่หมั้นที่ผมไม่ได้เลือก คู่หมั้นที่ผมไม่ได้รักนั้นเหรอครับ?” น้ำเสียงดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมฉับพลัน
“หนูพลอยดีไม่มีที่ติ แถมยังรักและเอาใจใส่แกทุกอย่าง” คุณศศิภามองหน้าลูกชายอย่างไม่เข้าใจ ว่าที่สะใภ้เล็กของบ้าน คุณสมบัติเพียบพร้อมทุกประการ ทั้งสวยและเก่ง มารยาทก็งาม มันยังจะเอาอะไรอีก
“คุณแม่ฟังให้ดีนะครับ ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับยัยแม่ชีหน้าจืดเด็ดขาด ที่ผมยอมหมั้นกับหล่อนก็เพราะไม่อยากมีปัญหากับคุณปู่เท่านั้นเอง”
ปรเมศวร์ไม่เคยเห็นด้วยกับการหมั้นหมายในครั้งนี้ เขาถูกผู้ใหญ่บีบบังคับ
“เมศวร์!”
“ถ้าไม่ใช่ลูกสาวอากิตติ ผมคงถอนหมั้นไปนานแล้ว”
ปรเมศวร์รู้ดีว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันมากเพียงใด แถมพ่อเขายังเป็นเพื่อนรักกับพ่อเธอ
“เมศวร์!” คนเป็นแม่ได้แต่ทวนชื่อลูกชายด้วยความโมโห
“ผมรอให้ยัยแม่ชีหน้าจืดถอนหมั้นอยู่นะครับเนี่ย เป็นอิสระเมื่อไหร่ผมจะปิดโรงแรมฉลองทันที”
หญิงสูงวัยได้แต่ยืนอ้าปากค้าง นางคิดหาคำด่าไม่ทัน
“ผมจะไม่คุยเรื่องนี้อีกแล้วนะครับแม่ คืนนี้ผมจะค้างที่โรงแรมเลยนะ” พูดจบก็เดินออกจากบ้านไปด้วยท่าทีหงุดหงิด
พลอยดาวที่ยืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ทว่าน้ำตายังไหลออกมาเป็นทาง ทั้งๆที่รู้มาตลอดว่าเขาไม่เคยอยากมีพันธะด้วย แต่เธอก็ยังเจ็บอยู่ดี
เมื่อเห็นคู่หมั้นก้าวขาเข้าไปนั่งในรถคันหรู เธอก็ออกมาจากพุ่มไม้ เดินคอตกกลับบ้านตัวเอง
“มานั่งคุยกับแม่ก่อนลูก” เป็นเสียงของคุณภาสินี นางเห็นลูกสาวเดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางเหม่อลอย ดวงตาก็เศร้าสร้อยแถมยังเดินอ้อยอิ่งคล้ายกับคนหมดแรง
พลอยดาวหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาข้างแม่พร้อมกับวางถุงไข่เค็มลงบนโต๊ะ
“ยังไม่ได้เอาไข่เค็มไปให้ป้าเหรอลูก?”
“กำลังจะเอาไปให้ค่ะ” แต่ดันไปเจอแจ็คพอตเสียก่อน ไข่เค็มเลยไม่ถึงมือป้าศศิ
“เรื่องพี่เขาอีกแล้วใช่ไหม?” ด้วยความที่บ้านอยู่ติดกัน ทำให้คุณภาสินีรู้ความเคลื่อนไหวของคู่หมั้นลูกสาวเกือบทุกอย่าง เพราะฝ่ายนั้นไม่เคยปิดบังอะไรเลย
“พลอยไม่น่าจะไหว พลอยทำเต็มที่แล้ว” ใบหน้าสวยแสดงออกมาชัดเจนว่าถอดใจแล้ว ที่ผ่านมาเธอรักและเอาใจใส่ดูแลคู่หมั้นเป็นอย่างดีมาโดยตลอด
“อย่างน้อยๆเราก็ได้ทำเต็มที่แล้วนะ จะไม่ได้เสียใจภายหลังไงลูก” คนเป็นแม่รู้ว่าลูกสาวตัวเองตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ตอนเรียนอยู่มัธยมแล้ว
“ทันทีที่คุณพ่อกับลุงไตรภพกลับมา พลอยจะถอนหมั้นค่ะ”
ลุงไตรภพที่พลอยดาวเอ่ยถึงคือบิดาของปรเมศวร์
ตอนนี้พ่อเธอกับพ่อเขาไปทำธุระเรื่องซื้อขายที่ดินอยู่ต่างจังหวัด กลับมาเมื่อไหร่เธอจะถอนหมั้นให้อีกฝ่ายได้เป็นอิสระทันที
คุณภาสินีมองหน้าลูกสาวอย่างนึกสงสาร พลางขยับเข้าไปกอด “เวลาจะช่วยเยียวยาจิตใจได้” บอกอย่างปลอบโยน เห็นลูกเศร้าแบบนี้ คนเป็นแม่เศร้ามากกว่าหลายร้อยเท่า
สองแม่ลูกปรับทุกข์กันอยู่พักใหญ่ จากนั้นพลอยดาวก็ขอตัวขึ้นห้องไปพักผ่อน เธอไม่ได้เหนื่อยกาย ทว่าเหนื่อยใจเหลือคณา
เช้าวันใหม่
Flower House
“ขอบคุณมากนะคะพี่ดินที่แวะมาส่งพลอย”
เมื่อคืนปรเมศวร์ไม่ได้กลับไปนอนที่บ้าน ทำให้พลอยดาวต้องติดรถออกมากับพี่ชายของเขาแทน
“เดี๋ยวเย็นนี้พี่แวะมารับนะ” ปฐพีบอก ตาคู่คมมองน้องสาวข้างบ้านด้วยความเห็นใจ แสนดีที่หนึ่ง สวยหวานมารยาทงามที่สุด ยังโดนไอ้น้องชายตัวดีเมินใส่
หญิงสาวมีท่าทีเกรงใจ
“ไม่ต้องคิดมาก พี่เต็มใจมารับ”
“พรุ่งนี้ช่างก็เอารถมาส่งแล้วค่ะ” พลอยดาวอธิบาย ปฐพีมีน้ำใจต่อเธอเสมอมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
“งั้นเย็นนี้กลับกับพี่ก่อน”
พลอยดาวพยักหน้าเบาๆ เธอไม่อยากปฏิเสธน้ำใจเขา
พอรถสปอร์ตหรูสีแดงเคลื่อนออกไป หญิงสาวก็หมุนตัวเดินเข้าไปในร้าน
เปิดประตูเข้ามาก็เจอลูกค้าใหม่ที่คาดว่าจะกลายมาเป็นลูกค้าประจำเร็วๆนี้
“กู๊ดมอร์นิ่งค่ะคุณวินทร์ ถ้ายังตัดสินใจไม่ถูกว่าอยากได้ดอกอะไร โยนโจทย์มาให้พลอยได้เลยนะคะ” เจ้าของร้านคนสวยยิ้มแป้นทักทายลูกค้าคนแรกของวัน
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “วันนี้ผมไม่ได้มาซื้อดอกไม้หรอกครับ แต่ผมมีเรื่องให้คุณพลอยช่วย”
“เรื่องอะไรเหรอคะ?”






