เรื่องย่อ

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาจึงจับเธอมาขังไว้ในไร่ หวังทรมานให้เธอหลาบจำ แต่ใครจะคิดว่ากับดักที่เขาขุดไว้เล่นงานเธอ สุดท้ายกลับกลายเป็นหลุมที่เขาตกลงไปเสียเอง

ทดลองอ่าน

100%
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง

โปรย

“ว๊าย… พวกนายเป็นใคร ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย!?” หญิงสาวตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าตัวเองนั่งอยู่ในรถกับผู้ชายแปลกหน้าถึง 3 คน มองซ้ายแลขวา วิวสองข้างทางคือป่าทึบ
“ตาบอดหรือไง!” เสียงเข้มปนดุเอ่ยขึ้น

หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นอย่างครุ่นคิด เธอจำได้ว่าตัวเองกำลังเดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้า แล้วภาพก็ตัดไป รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนรถกับคนแปลกหน้าเสียแล้ว

*********

ตัวอย่าง

“นี่นาย อย่าบอกนะว่านายก็นอนที่นี่เหมือนกัน!” หยาดตะวันถามหน้าตื่น เมื่อเห็นหัวหน้าโจรนอนแผ่หราอยู่บนเตียง

“หยุดแหกปากได้แล้ว เหม็นเน่าเฟะอย่างเธอ ฉันเอาไม่ลงหรอก ฉัน-เลือก!” เสียงเข้มเจือด้วยความเย้ยหยันเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

เจ้าของใบหน้าหวานถึงกับต้องก้มลงสูดดมกลิ่นกายตัวเอง

“ยัยบื้อเอ่ย ฉันหมายถึงข้างในเธอ นอนกับผู้ชายมาเป็นร้อยเป็นพันแล้ว ฉันเอาไม่ลงหรอก!” เขาตะเบ็งเสียงใส่เธออย่างหัวเสีย ตอนนี้ร่างกายต้องการพักผ่อนอย่างหนัก ไม่ได้หลับไม่ได้นอนตั้งแต่คืนก่อนแล้ว

หยาดตะวันเม้มปากเข้าหากันแน่น ไอ้หมอนี่เป็นใคร พูดจาดูถูกกันอยู่ได้

“ดี ฉันจะได้สบายใจ ฉันชอบไซส์ยุโรป อย่างนายคงไม่ถึงใจหรอก” เธอเชิดหน้าโต้อย่างไม่ยำเกรง

“ขอให้ใหญ่เข้าไว้ ผัวใครก็ไม่สนสิท่า” แสงเหนือเด้งตัวลุกขึ้นมาจากที่นอน มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางหงุดหงิด

หยาดตะวันได้แต่ยืนงง ทำไมอีกคนมีท่าทีรังเกียจเธอ ทั้งที่เราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

1บทที่ 15 นาที

หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นซิตรัสหอมสดชื่นเธอย่นจมูกเล็กน้อย ก่อนจะสูดดมเอากลิ่นหอมหวานซ่อนเปรี้ยวนั่นเข้าเต็มปอด

“สดชื่นขึ้นเลยอะ” เสียงพึมพำคล้ายละเมอเล็ดลอดผ่านเรียวปากอวบอิ่ม

“เป็นบ้าอะไรของเธอเนี่ย อย่ามาดมฉัน!”

หญิงสาวยังคงสูดดมกลิ่นหอมๆนั่นต่อ

“หยุดดมฉันได้แล้ว” เขาผลักศีรษะเธอออกอย่างแรง

แรงผลักมหาศาล ทำให้คนที่กำลังสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเต็มตา

“ว๊าย… พวกนายเป็นใคร ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย!?” หญิงสาวตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าตัวเองนั่งอยู่ในรถกับผู้ชายแปลกหน้าถึง 3 คน มองซ้ายแลขวา วิวสองข้างทางคือป่าทึบ

“ตาบอดหรือไง!” เสียงเข้มปนดุเอ่ยขึ้น

หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นอย่างครุ่นคิด เธอจำได้ว่าตัวเองกำลังเดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้า แล้วภาพก็ตัดไป รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนรถกับคนแปลกหน้าเสียแล้ว

ดวงหน้าเรียวเล็กชะโงกไปมองคนขับ เขามีรูปร่างอ้วนกลม หนวดเครารุงรัง ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ดูไม่เป็นผู้เป็นคน ส่วนผู้ชายที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างเขาก็เอาแต่ตีหน้าขรึม

ความเงียบงันภายในห้องโดยสาร บวกกับสีหน้าไม่เป็นมิตรของบรรดาผู้ร่วมทาง ทำให้หญิงสาวรู้สึกหวาดกลัว และดูเหมือนว่าอาการปวดหัวเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เธอรีบซุกหน้าลงบนท่อนแขนของผู้ชายคนที่นั่งอยู่ข้างกัน พลันยื่นจมูกไปสูดดมกลิ่นซิตรัสหอมสดชื่นจากกายเขาอีกครั้ง

“เป็นหมาหรือไงวะ ดมอยู่ได้!” เป็นอีกครั้งที่ผู้ชายคนนั้นผลักศีรษะเธอออก จนใบหน้าเรียวเล็กสะบัดไปอีกทาง

“ฉันจะเป็นลม”

“ดมฉันแล้วมันหายหรือไงวะ!” เขาตะเบ็งเสียงใส่หน้าเธอ

“ตัวนายหอมเหมือนยาดมเลย” ก็กลิ่นกายเขาดันคล้ายคลึงกับยาดมยี่ห้อดังที่เธอใช้ประจำ ถ้าไม่ดมก็ลมจับสิ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า / หึ หึ หึ” ทันทีที่เธอพูดจบ สองหนุ่มที่นั่งเงียบมาตลอดทางก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

“สงสัยรีบจัด ถึงกับต้องพรมยาดมแทนน้ำหอมกันเลยทีเดียว” ผู้ชายที่นั่งข้างคนขับหัวเราะร่วน เขาดูอารมณ์ดีขึ้นมาเยอะ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ส่วนคนขับก็ปล่อยเสียงหัวเราะดังลั่นทั่วรถ ทำเอาเจ้าของกลิ่นกายยาดมถึงกับต้องมองออกไปนอกกระจก

เสียงหัวเราะเมื่อสักครู่ทำให้บรรยากาศในรถดูผ่อนคลายขึ้นเยอะ

“ฉันไม่รู้ว่าพวกนายเป็นใคร จับตัวฉันมาทำไม ฉันมั่นใจว่าพวกเราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน” หญิงสาวกวาดสายตามองรอบๆอย่างสำรวจ รถที่ใช้ลักพาตัวเธอเป็นรถโฟวิลธรรมดา

สภาพ 3 คนนี้ ก็โจรกระจอกชัดๆ นอกจากเรียกค่าไถ่แล้ว คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ

สามหนุ่มเงียบ

“บ้านฉันพอมีเงินก็จริง แต่พ่อคงไม่ยอมจ่ายสักบาทเพื่อไถ่ตัวฉันหรอก”

ผู้ชายคนที่นั่งอยู่ข้างๆหันขวับไปมองหน้าเธอ หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เพราะดวงตาของเขาถูกปิดบังไว้ด้วยแว่นกันแดดทรงนักบิน

หญิงสาวชะโงกมองสองคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าอีกครั้ง คนขับสวมเสื้อยืดสีซีด กางเกงยีนเก่าๆ ผมเผ้ายาวเฟื้อย เหมือนพึ่งออกมาจากถ้ำ ไร้ซึ่งสง่าราศี คนที่นั่งอยู่ข้างกันสวมเสื้อยืดสีเหลืองลายการ์ตูนน่ารักๆ ผมสั้นเกรียน ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย แต่รวมๆแล้วก็ไม่น่าจะเป็นหัวหน้าโจร

เธอเอี้ยวตัวมามองสำรวจผู้ชายอีกคน เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว สวมทับไว้ด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสก็อตสีเขียวเข้มตัวใหญ่ กางเกงยีนสีซีด รองเท้าผ้าใบเก่าๆ ทรงผมสไตล์ Undercut ที่ดูเหมือนจะไม่ได้เซตมา ทว่าดูดีมากเลยทีเดียว ไหนจะแว่นทรงนักบินนั่นอีก ถ้าตัดคำว่าโจรกระจอกออกไป หมอนี่ดูเท่ไม่เบา

“หยาดตะวัน… ชื่อเล่นหยาดค่ะ” หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัวเองกับผู้ชายคนที่นั่งอยู่ข้างเธอ สัญชาตญาณบอกว่าให้เจรจากับหมอนี่แหละ ดูทรงเหมือนเป็นหัวหน้า

สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ จะโวยวาย ร้องขอให้โจรปล่อยตัวเห็นทีจะยาก เธอเลยเลือกที่จะเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

“ผมชื่อต้นกล้าครับ … ชื่อเล่นกล้า” ประโยคนี้ผู้ชายหัวเกรียนที่นั่งอยู่ข้างหน้าหันมาบอก แววตาของเขาดูเป็นมิตรขึ้นเยอะ

“ส่วนผมชื่ออ่ำ” เป็นเสียงของคนขับรถ

หยาดตะวันอมยิ้มบางๆ โจรพวกนี้สุภาพดีไม่เบา หญิงสาวหันไปมองคนที่ยังไม่ได้แนะนำตัวเอง ฝ่ายนั้นรีบเบือนหน้าหนี

“ชื่อพี่แสงเหนือ เรียกสั้นๆว่าพี่เหนือ” ต้นกล้าเอียงคอมาบอกหญิงสาว พลันโบ้ยหน้าไปทางคนที่นั่งอยู่ข้างเธอ

“พี่เหนือหันหน้ามาคุยกันหน่อย” มือเล็กเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อเขาสองสามที

เจ้าของชื่อเบือนหน้ามา หญิงสาวเลยถือโอกาสยื่นมือไปถอดแว่นทรงนักบินของเขามาถือเอาไว้

“อะไรวะ เอาคืนมาเลยนะ!” แสงเหนือมีท่าทีโมโหจัด

“ไม่ให้ ต้องคุยกันก่อน” หยาดตะวันทำเสียงเข้มใส่ ตากลมโตไล่สำรวจเขาอีกหน บอกเลยว่าผู้ชายตรงหน้าหล่อมาก ไม่น่ามาเป็นโจรกระจอกเลย

“มองอะไรหนักหนาวะ” สายตาของเธอกำลังสร้างความหงุดหงิดใจให้เขา

“แค่อยากคุยด้วย” หยาดตะวันบอกเสียงอ่อย

น้ำเสียงแผ่วเบาของหญิงสาว ทำให้แสงเหนือมีท่าทีเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ถ้าจับฉันมาเรียกค่าไถ่ ล้มเลิกไปได้เลยนะ พ่อไม่สนหรอกว่าฉันจะเป็นตายร้ายดียังไง”

สามหนุ่มเงียบฟัง

“ถ้าจับไปขายชายแดน ก็คงไม่ได้ราคาอะไรมากมาย ฉันไม่ได้สวยเซ็กส์ เอ็กซ์สะบึ้ม สักหน่อย”

แสงเหนือรีบเบือนหน้าหนี เขาไม่อยากมองดวงหน้าเรียวมนของเธอนานเกินไป

“ไม่ได้จับมาแลกค่าไถ่ และก็ไม่ได้จับไปขาย”

“แล้วจับฉันมาทำไม”

ปราศจากคำตอบใดๆหลุดออกมาจากปากของโจรหน้าหล่อ ‘ก็แน่ล่ะสิ คงไม่มีโจรที่ไหนมานั่งอธิบายความจริงหรอก’ หยาดตะวันบอกกับตัวเองแล้วมองออกไปนอกกระจกรถอย่างคนสิ้นหวัง

2บทที่ 26 นาที

นั่งรถต่ออีกพักใหญ่ โจรอ่ำก็ตบไฟเลี้ยวเปลี่ยนเส้นทางขับเข้าสู่ซอยเล็กๆ

สองข้างทางเป็นไร่ข้าวโพดกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ดูเหมือนฉากในหนังต่างประเทศอย่างไรอย่างนั้น

“ไปถึงที่พักห้ามโวยวายเด็ดขาด ทำตามคำสั่งฉัน แล้วเธอจะปลอดภัย ตุกติกฉันยิงทิ้งแน่” แสงเหนือออกคำสั่งเสียงเข้ม พลางเลิกเสื้อขึ้นโชว์ปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวตัวเอง

หยาดตะวันยกมือขึ้นมากป้องปาก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอเบิกโพลงด้วยความตกใจ

“ฉันไม่ได้พูดเล่น” แสงเหนือทำเสียงดุข่มขวัญลูกแมวตัวน้อย

“ฉันจะทำตามคำสั่งของนายทุกอย่าง ฉันเองก็ไม่อยากกลับบ้านตอนนี้ อย่าเอาปืนออกมาขู่อีกเลยนะ”

แววตาของแสงเหนือไหววูบ แอบสงสัยว่าทำไมเธอไม่อยากกลับบ้าน

“พี่เหนือพวกนั้นต้องถามแน่ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร” ต้นกล้าว่า

เจ้าของชื่อหน้านิ่วคิ้วขมวด ลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย

“ก็แค่บอกว่าไปร้านนวดแล้วมีผู้หญิงตามมา พี่ไปร้านนวดบ่อยอยู่แล้วนิ” คนขับรถเสนอความคิดเห็น

“หึ หึ หึ” ต้นกล้าปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน

ส่วนหัวหน้าโจรได้แต่สาดสายตาคมกริบใส่ลูกน้องด้วยความไม่พอใจ

“ทุกคนคะ ตัดคำว่าร้านนวดออกไปได้เปล่า เหลือไว้แต่มีผู้หญิงตามมา” หยาดตะวันต่อรองกับสามโจร เธอไม่ได้เป็นอะไรกับคำว่าร้านนวดหรอกนะ แต่ไม่จำเป็นต้องแจกแจงรายละเอียดมากมายขนาดนั้นก็ได้

“อย่าคิดหนีเด็ดขาด ละแวกนี้คนของฉันทั้งนั้น ห้ามไปขอความช่วยเหลือจากใคร ถึงเวลาฉันจะปล่อยเธอไปเอง” แสงเหนือไม่ได้ตอบตกลงในสิ่งที่เธอร้องขอ เขากลับอ้าปากออกคำสั่งแทน

หยาดตะวันมืดแปดด้าน ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ฐานะทางบ้านก็ใช่ว่าจะร่ำรวย หรือว่าหมอนี่จะจับผิดตัว

สักพักโจรอ่ำก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ ทุกคนลงมาจากรถด้วยท่าทางอิดโรย

ดวงตากลมโตมองสำรวจบรรยากาศรอบๆ เดาว่าสถานที่แห่งนี้ไม่น่าจะอยู่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ก่อนหน้าเธอพยายามสังเกตป้ายบอกทางแล้ว ทว่าคนขับดันพาลัดเลาะมาตามป่าดงดิบ

“ว๊าว วิวสวยมาก” หยาดตะวันพึมพำกับตัวเอง ตอนนี้เธอยืนอยู่บนเนินเขาสูงที่แวดล้อมไว้ด้วยทุ่งข้าวโพดเขียวขจีที่ทอดตัวยาวไล่ระดับกว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา

ตรงหน้าเป็นบ้านไม้หลังเล็กทรงเตี้ยปลูกอยู่ใกล้ๆกัน 4-5 หลัง ดูยังไงก็ไม่เหมือนซุ้มโจร

“นายจะทำอะไร!” หยาดตะวันแผดเสียงใส่คนฉวยโอกาส เขากำลังยื่นมือมาจับผมของเธอ

“เอาแว่นฉันคืนมาได้แล้ว” ถือวิสาสะเอาแว่นกันแดดเขาไปคาดผมตัวเองไม่พอ ยังจะมาทำโวยวายใส่เขาอีก

หยาดตะวันมองเขาตาแป๋ว พึ่งสังเกตว่าผู้ชายตรงหน้ารูปร่างสูงใหญ่กำยำมาก ประเมินจากสายตาเขาน่าจะสูงราวๆ 185 เซนติเมตรได้ เธอสูงเพียง 156  เซนติเมตร

“แค่นี้ก็หวง” มือเล็กยื่นแว่นกันแดดคืนให้เขา

เสียงดังตึกตักอยู่ท้ายกระบะ ทำให้หยาดตะวันเหลือบไปมอง เห็นโจรต้นกล้ากำลังยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของเธอส่งให้กับโจรอ่ำ ก่อนที่จะกระโดดลงมาจากหลังกระบะ แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านไม้หลังเล็ก

“กระเป๋าฉันนี่น่า” หยาดตะวันก้าวขาเดินตามสองโจรไป โดยมีแสงเหนือประกบอยู่ไม่ห่าง

เดินมาไม่กี่ก้าวก็ถึงชุมชนโจรเล็กๆ หยาดตะวันรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นผู้หญิงท่าทางเป็นมิตรนั่งฟันฟืนอยู่

“พี่อ่ำกลับมาแล้วเหรอจ๊ะ” หญิงสาววางฟืนในมือลง ก่อนจะยันกายลุกขึ้น สับเท้าเข้ามาสวมกอดโจรอ่ำ สายตาของเธอมองมาที่หยาดตะวันด้วยความสงสัย

“หยาดนี่พี่ขวัญตา เมียพี่อ่ำ / พี่ขวัญตานี่หยาด” ต้นกล้าแนะนำให้สองสาวรู้จักกัน

หยาดตะวันยิ้มทักทาย ฝ่ายนั้นตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ

“ตามฉันมาทางนี้” แสงเหนือบอกกับหยาดตะวัน มือใหญ่ยื่นไปลากกระเป๋าของเธอ ขายาวเดินนำหน้าไปก่อน

ต้นกล้าแยกไปบ้านอีกหลังที่ปลูกอยู่ฝั่งซ้ายมือ

“เร็วดิ มัวแต่ยืนงงอยู่นั่นแหละ” แสงเหนืออ้าปากเร่ง

หยาดตะวันสับเท้าไวๆตามหลังคนขี้เก๊กไปเรื่อยๆ จนมาถึงบ้านหลังสุดท้าย ซึ่งบ้านหลังนี้ดูสวยโดดเด่นกว่าบ้านหลังอื่นๆ

แสงเหนือเดินนำหน้าขึ้นไปบนบ้าน มาถึงเขาก็หย่อนกายนั่งพัก หยาดตะวันขอสำรวจรอบๆ

แม้บ้านหลังนี้จะมีขนาดเล็กกะทัดรัด ทว่าก็มีเฟอร์นิเจอร์พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน สำรวจหนำใจ หญิงสาวก็เดินย้อนกลับมาที่ระเบียง

“นี่นาย บ้านหลังนี้มีห้องน้ำไหม” หยาดตะวันถามคนที่กำลังนอนอยู่ม้านั่งยาว เธอเห็นห้องครัวเล็กๆ กับโซนซักล้าง แต่ยังไม่ห้องน้ำ อย่าบอกนะว่าต้องใช้วิธีธรรมชาติ

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือใหญ่เอื้อมไปลากกระเป๋าเดินทางของหญิงสาว พาเธอไปอีกห้อง

“นี่ห้องนอน ห้องน้ำอยู่โน่น” เขาชี้ไปทางห้องด้านขวามือที่อยู่เชื่อมกัน

หยาดตะวันมองสำรวจอีกหน ภายในห้องนอนมีเพียงเตียงไม้ขนาดควีนไซส์ตั้งอยู่ชิดผนังติดริมหน้าต่าง มีโต๊ะข้างหัวเตียง พัดลมเพดาน และตู้เสื้อผ้า 1 หลัง

สองขาเรียวก้าวไปทางขวามือ เพื่อสำรวจห้องน้ำ ซึ่งก็เป็นห้องเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้าน กั้นแบ่งโซนชักโครกกับโซนอาบน้ำไว้เป็นอย่างดี

บ้านหลังนี้ดูไปดูมาก็น่าอยู่ไม่น้อย อารมณ์ประมาณบังกะโลคืนล่ะ 1000 บาท นั่นแหละ

พอสำรวจห้องน้ำเสร็จ หญิงสาวก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอน หมายจะรื้อกระเป๋าเอาเสื้อผ้า เธออยากอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เต็มที

“นี่นาย อย่าบอกนะว่านายก็นอนที่นี่เหมือนกัน!” หยาดตะวันถามหน้าตื่น เมื่อเห็นหัวหน้าโจรนอนแผ่หราอยู่บนเตียง

“หยุดแหกปากได้แล้ว เหม็นเน่าเฟะอย่างเธอ ฉันเอาไม่ลงหรอก ฉัน-เลือก!” เสียงเข้มเจือด้วยความเย้ยหยันเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

เจ้าของใบหน้าหวานถึงกับต้องก้มลงสูดดมกลิ่นกายตัวเอง

“ยัยบื้อเอ่ย ฉันหมายถึงข้างในเธอ นอนกับผู้ชายมาเป็นร้อยเป็นพันแล้ว ฉันเอาไม่ลงหรอก!” เขาตะเบ็งเสียงใส่เธออย่างหัวเสีย ตอนนี้ร่างกายต้องการพักผ่อนอย่างหนัก ไม่ได้หลับไม่ได้นอนตั้งแต่คืนก่อนแล้ว

หยาดตะวันเม้มปากเข้าหากันแน่น ไอ้หมอนี่เป็นใคร พูดจาดูถูกกันอยู่ได้

“ดี ฉันจะได้สบายใจ ฉันชอบไซส์ยุโรป อย่างนายคงไม่ถึงใจหรอก” เธอเชิดหน้าโต้อย่างไม่ยำเกรง

“ขอให้ใหญ่เข้าไว้ ผัวใครก็ไม่สนสิท่า” แสงเหนือเด้งตัวลุกขึ้นมาจากที่นอน มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางหงุดหงิด

หยาดตะวันได้แต่ยืนงง ทำไมอีกคนมีท่าทีรังเกียจเธอ ทั้งที่เราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

 

3บทที่ 35 นาที

เสียงเดินกุกกักกลางดึก ปลุกคนที่กำลังหลับสบายอยู่บนเตียงนุ่มให้ตื่นขึ้นมา

“ว๊าย นาย!” ภาพตรงหน้าทำเอาดวงตากลมโตของหยาดตะวันแทบจะถลนออกมาจากเบ้า

“ฉันเอง” แสงเหนือสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ปลายเตียง ทั้งเนื้อตัวของเขามีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันรอบเอวเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่

คนบนเตียงยังคงมองร่างกำยำตรงหน้าไม่วางตา

“จะมองอีกนานไหม” ถามแล้วก็เดินไปยังตู้เสื้อผ้า

หยาดตะวันเบนสายตามองไปที่ฝาผนัง “คราวหน้า คราวหลัง อย่าเปลือยมาแบบนี้ได้ไหม” เธอจำเป็นต้องตั้งกฎเล็กๆน้อยๆขึ้นมา เพราะรูปร่างของเขาทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง

แสงเหนือหันกลับมามองดวงหน้าขาวที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เขายกยิ้มเย้ยหยัน “ดัดจริต อยู่กับฉันไม่ต้องแอคหรอก เป็นตัวของตัวเองเถอะ” ทำยังกับไม่เคยเห็นผู้ชายเปลือยกาย

“ฉันไปทำอะไรให้นายตอนไหนเนี่ย เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ ถึงฉันจะเป็นยังไง นายก็ไม่มีสิทธิ์มาด่าฉันแบบนี้นะ” เธอตะเบ็งเสียงใส่คนพาล ก่อนจะล้มตัวลงนอนตามเดิม แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมหน้าเอาไว้ เถียงไปก็คงเหนื่อยเปล่า

“อย่าพึ่งนอน ปิดไฟที่หัวเตียงด้วย” ชายหนุ่มล้มตัวลงที่ฟูกนอนบนพื้นต่อจากนั้น

“ไม่ปิด ฉันกลัวความมืด แล้วมันก็แปลกที่ด้วย” ปิดก็นอนไม่หลับสิ

“อยากให้ฉันเดินแก้ผ้าให้ดูใช่ไหม” เมื่อกี้เธอมองเขาตาเป็นมัน

“ตั๊บ” แสงไฟดับลงในทันที เหลือเพียงแสงนวลของดวงจันทร์ที่สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา

 

วันต่อมา

หยาดตะวันตื่นค่อนข้างสาย เพราะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง เธอเดินหาสามโจร ทว่าหายหัวกันไปหมด เห็นเพียงผู้หญิง 3-4 คน นั่งล้อมวงกันอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน

“หยาด ตื่นแล้วเหรอ” ประโยคนี้พี่ขวัญตาคนที่เธอเจอเมื่อวานเป็นคนพูด

อีก 3 สาวที่นั่งอยู่ตรงนั้นเอ่ยทักทายเธออย่างเป็นมิตร และดูเหมือนว่าทุกคนจะรู้จักชื่อเธอแล้ว

ที่นี่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นซุ้มโจรอย่างที่เธอคิด นายแสงเหนือเนี่ยเป็นใครกันนะ

“ฉันชื่อซ่อนแก้ว อายุเท่ากันกับเธอ เราเป็นเพื่อนกันนะ” สาวผมบ๊อบสั้นเอ่ยแนะนำตัวเอง

หยาดตะวันเลิกคิ้วงง ตั้งแต่มาเหยียบที่นี่ เธอยังไม่ได้บอกอายุให้ใครทราบเลย

“พี่เหนือบอกว่าเธออายุ 22 ฉันก็อายุ 22 จ้า” ซ่อนแก้วไขข้อสงสัยให้คนสวย

หยาดตะวันคลี่ยิ้มให้เพื่อนใหม่ ในใจก็ยังสงสัยว่าหมอนั่นรู้อายุเธอได้อย่างไร

“ฉันจำปา ส่วนนี่จำปี น้องสาวฝาแฝดฉันเอง” สาวผมยาวเอ่ยแนะนำตัวเองบ้าง

หยาดตะวันยิ้มทักทาย

“เห็นกับข้าวที่พี่เอาไปให้แล้วใช่ไหม” ขวัญตาที่กำลังจัดอาหารใส่ตะกร้าไม้ไผ่ถามขึ้น

“หยาดกินแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ อร่อยมาก” เมื่อเช้าตอนตื่นขึ้นมาเห็นอาหารวางอยู่บนโต๊ะ 2-3 อย่าง นึกว่าแสงเหนือทำไว้ให้ ที่ไหนได้เป็นฝีมือของพี่ขวัญตานี่เอง

“ไม่เป็นไร หน้าที่พี่… ป่ะ ได้เวลาเอาข้าวไปส่งสามีพวกเราแล้ว พี่จะได้เอาข้าวไปส่งคนงานด้วยเลย” ขวัญตายันกายลุกขึ้น พลางส่งตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ไปให้หยาดตะวันที่กำลังยืนทำหน้างง

“สามี?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นถาม

“ไม่ต้องอายหรอกจ้า พี่อ่ำบอกพวกเราว่าเธอเป็นเมียพี่เหนือ” ซ่อนแก้วบอกยิ้มๆ

หยาดตะวันอ้าปากเหวอ

“ส่งข้าวพี่เหนือเสร็จ ไปเจอกันที่แปลงผักนะ ให้พี่ขวัญตาพาไป”

พอซ่อนแก้วพูดจบ หยาดตะวันถึงกับยิ้มไม่ออก เธอไปเป็นเมียหมอนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

“ตามพี่มาทางนี้” ขวัญตาเดินไปทางที่มีรถกระบะตอนเดียวสีแดงจอดอยู่ หยาดตะวันเดินตามหลังเธอไป

ซ่อนแก้วกับสองแฝดแยกไปอีกทาง

 

เวลาต่อมา

“หยาดเอาตะกร้านี้ไปให้พี่เหนือตรงโน่นเลยนะ ของกินหลังรถเดี๋ยวพี่จัดการเอง” ขวัญตาชี้ไปที่แคร่ไม้ไผ่หลังคามุงแฝก

หยาดตะวันพยักหน้ารับ ตาโตกวาดมองไปรอบๆ เบื้องหน้าคือทุ่งข้าวโพดกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา บางโซนเขียวขจี บางโซนเป็นสีเหลืองทอง

คนงานกลุ่มใหญ่ทำงานกระจัดกระจายอยู่ทั่วไร่หลากหลายหน้าที่ มีรถเกี่ยวข้าวโพดกำลังเดินเครื่องทำงานอยู่หลายคัน

นี่มันอาณาจักรข้าวโพดชัดๆ เนื้อที่กี่พันไร่วะเนี่ย

ร่างเล็กเดินทอดน่องมาหย่อนสะโพกนั่งลงบนแคร่ สายตามองไปทางแสงเหนือ ดูเหมือนว่าเขากำลังยืนชี้นิ้วสั่งงาน

ดูไปดูมาหมอนี่ไม่น่าจะเป็นหัวหน้าโจร เขาน่าจะเป็นหัวหน้าคนงานมากกว่า

สักพักแสงเหนือก็เดินอาดๆมาที่แคร่

“ฉันเอาข้าวกลางวันมาให้นาย”

แสงเหนือมองสำรวจคนตรงหน้าอยู่ร่วมนาที วันนี้หยาดตะวันสวมกางเกงขาสั้นอวดเรียวขาขาวเนียน เสื้อยืดสีขาวใส่ทับไว้ข้างใน มัดผมรวบตึง ดูสวยสดใสมาก

“แถวนี้ไม่มีเศรษฐีให้อ่อยหรอกนะ มีแต่คนงานในไร่ข้าวโพด” ถากถางเสร็จก็หย่อนสะโพกนั่งลงบนแคร่

“ฉันไม่ได้มาอ่อยใครสักหน่อย เอามื้อเที่ยงมาให้สามีต่างหาก” หยาดตะวันฉีกยิ้มสดใสให้คนหน้านิ่ง

แสงเหนืออึ้งกับคำพูดของเธอ

“พี่ขวัญตาเป็นคนพูด ฉันแค่เอามาพูดต่อ” หยาดตะวันรีบอธิบาย เมื่อเห็นอีกคนตีหน้ายักษ์ใส่

“ดูพอใจกับตำแหน่งเมียปลอมๆของฉันซะเหลือเกินนะ บอกแล้วไงว่าฉันเลือก” ต่อให้สวยแค่ไหน ถ้ามั่วจัด ก็เอาไม่ลงจริงๆ

หยาดตะวันรู้สึกชาวาบเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ เขาเกลียดอะไรเธอหนักหนา มันต้องมีที่มาที่ไปสิ

“ฉันไม่ได้พอใจกับตำแหน่งเมียปลอมๆของนายหรอกนะ ฉันก็แค่เล่นละครตามน้ำขำๆ ถามจริง นายเกลียดอะไรฉันหนักหนา” เขาต่างหากที่เป็นคนไปป่าวประกาศว่าเธอเป็นเมีย

“ไม่ได้เกลียด แค่ขยะแขยงกับการผสมพันธุ์ไม่เลือกของเธอ”

หยาดตะวันผลักอกชายหนุ่มด้วยสองมืออย่างแรง จนเขาหงายหลังตึงตกจากแคร่ลงไปนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นดิน

“อย่าพูดจาดูถูกฉันแบบนี้อีก!” ว่าแล้วก็ลุกพรวดขึ้น เดินกระทืบเท้าออกไปโดยไม่สนใจคนที่ยังนอนอยู่บนพื้นเลย

 

4บทที่ 46 นาที

ผ่านไปสองวัน

หยาดตะวันนั่งหน้าหงอยอยู่บนเตียงนอนคนเดียว ทั้งกลัว ทั้งเหงา เอาตรงๆเธอยังไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมกลางป่ากลางเขาแบบนี้

ครั้นจะให้เดินไปหาเพื่อนใหม่ที่อยู่เรือนใกล้ ก็ยังไม่สนิทกันพอ

สองสามวันมานี้หมอนั่นเป็นอะไรก็ไม่รู้ ตื่นก่อนไก่โห่  กลับมาอีกทีเกือบสามทุ่ม คงยังโกรธเรื่องที่เธอผลักเขาหงายหลังตึงเมื่อวันก่อน เธอสิที่ต้องโกรธเขา พูดจาไม่มีมูลเอง

ดวงหน้าเรียวเงยขึ้นมองนาฬิกาที่ฝาผนัง อีกไม่ถึงห้านาทีก็จะสี่ทุ่มแล้ว แสงเหนือยังไม่โผล่หน้ากลับมาเลย

มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืดมิด กลัวผีจะตายอยู่แล้ว

 

“ตึก ตัก ตึก ตัก” เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังอยู่ข้างนอก หยาดตะวันรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตู

“นายเหนือใช่ไหม?”

ไม่มีเสียงขานรับ

“ตอบหน่อย ฉันกลัว”

“อืม…”

หยาดตะวันรีบเปิดประตู

“นายไปไหนมา ทำไมกลับดึกทุกวันเลย” ถามพลางยื่นมือออกไปคล้องแขนเขา

แสงเหนือมองใบหน้าขาวจัดที่ตอนนี้ดูซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เธอคงกลัวมาก ทำเอาหัวใจเขากระตุกวูบไปเสี้ยววิ

“ฉันไปตรวจงานมา ไม่ต้องกลัวหรอก มีคนงานคอยผลัดกันเฝ้าเวรยาม” ที่เขากล้าปล่อยให้เธออยู่บ้านคนเดียวมืดค่ำ เพราะรู้ว่าที่นี่ปลอดภัยพอสมควร

“ฉันกลัว … กลัว…” พูดเพียงแค่นั้นก็เงยขึ้นมองคนตัวโตตาแป๋ว เขาเองก็มองเธอย่างสงสัย

“กลัวอะไร?”

“ฉันกลัวสิ่งลี้ลับ” เธอเม้มปากอย่างน่ารัก รู้ดีว่าเรื่องแบบนี้ไร้สาระสำหรับบางคน

“หึ หึ หึ” แสงเหนือปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขันเป็นครั้งแรก

“สิ่งลี้ลับมีอยู่จริง” หยาดตะวันรีบยืนยัน ไม่เจอกับตัวเองก็หัวเราะได้

“บ้าไปแล้ว” ปากต่อว่า ตาคมวาวหลุบมองมือของเธอที่ยังคงเกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย

หยาดตะวันมองตามสายตาคมวาว และอีกอึดใจต่อมาเธอก็รีบปล่อยมือออกจากแขนของเขา

“เออ… นายกินข้าวหรือยัง” เธอถามแก้เขิน

“อือ” แสงเหนือตอบแล้วก็เดินหายไปในห้องน้ำ ไม่ถึงสิบนาทีเขาก็เดินกลับออกมาพร้อมผ้าขนหนูสีขาวพันท่อนล่างเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ จะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ แถมยังมีกลิ่นสบู่หอมอ่อนๆลอยฟุ้งกระจายทั่วห้อง

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”

อีกคนไม่พูดอะไร

ผ่านไปเพียงชั่วครู่ เธอได้ยินเสียงเปิดตู้เสื้อผ้า ตามด้วยเสียงปิด พร้อมกับร่างสูงๆของเขาเดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงนอน

ตอนนี้แสงเหนืออยู่ในชุดลำลองกางเกงวอร์มสีขาว เสื้อยืดแขนยาวสีเทาเรียบร้อยแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อย!

“ฉันอยากส่งข้อความหาแม่กับพี่สาวบ้าง ถ้าติดต่อกันไม่ได้นานๆ พวกเขาก็ต้องสงสัยว่าฉันหายไปไหน”

อีกฝ่ายไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

“ฉันไม่อยากกลับบ้านตอนนี้จริงๆนะ ถ้าอยู่ที่นี่แล้วปลอดภัย ฉันจะไม่สร้างปัญหาให้นาย ไม่เล่นตุกติก หรือติดต่อให้คนมาช่วย” หยาดตะวันต้องการที่หลบภัย

ตาคมหรี่มองเธออย่างชั่งใจ

“นายบอกเองว่าถึงเวลาจะปล่อยฉันไป” เธอบีบเสียงเว้าวอน

แสงเหนือยันกายลุกขึ้น เดินหายไปทางหลังบ้าน เพียงครู่เดียวเขาก็กลับมา มีกระเป๋าสะพายสีดำติดมือมาด้วย

หยาดตะวันระบายยิ้มดีใจ เพราะกระเป๋าใบนั้นเป็นของเธอเอง

“เธอคงไม่คิดว่าฉันจะให้เธอเป็นคนพิมพ์เองใช่ไหม” มือใหญ่ล้วงโทรศัพท์มือถือสีดำออกมาจากกระเป๋าสะพาย

เรียวปากอวบอิ่มหุบยิ้มฉับพลัน

“บอกรหัสปลดล็อกหน้าจอมา” คนหน้านิ่งออกคำสั่งเสียงเข้ม

“ว่าแล้วเชียว…” หยาดตะวันพรูลมหายใจออกมาอย่างปลงตก

“เร็วดิ”

“บอกก็ได้” นั่นมันของใช้ส่วนตัวเธอนะ

คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ยัยนี่ลีลาอยู่ได้

เธอมองค้อนเขาอย่างน่ารัก ก่อนจะเอ่ยปากบอกรหัสผ่าน “f- u – c – k – y – o – u”

“นี่เธอ!” พูดเพียงแค่นั้น เขาก็เอื้อมมือไปหยิบหมอนที่วางอยู่ข้างๆปาไปใส่ใบหน้ายิ้มแย้มของเธออย่างแรง

“คิก คิก คิก” หยาดตะวันปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น มือเล็กเอื้อมไปคว้าหมอนข้างเอามาปาโต้ตอบเขา

ขนาดไม่ได้เล็งยังโดนใบหน้าหล่อคมนั่นเต็มๆ

“เก่งนักเหรอ” เขาขึ้นคร่อมบนตัวเธอ มือหนาจับแขนเรียวสองข้างล็อคเอาไว้อย่างแน่น ตาคมหลุบมองใบหน้าหวานที่กำลังขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อ เป็นจังหวะที่เธอเงยขึ้นมาพอดี ทำให้ดวงตาสองคู่สบประสานกัน

ทั้งสองมองสบสายตากันอยู่นานหลายนาที ก่อนที่ชายหนุ่มจะเปลี่ยนจุดโฟกัสสายตาไปยังริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อของเธอแทน

 

“พี่เหนือนอนยังครับ”

แสงเหนือยอมปล่อยหยาดตะวันให้เป็นอิสระ แล้วยันกายลุกออกจากตัวเธอ

“ไปคุยกับไอ้กล้าแป๊บเดียว เดี๋ยวจะกลับมาพิมพ์ข้อความให้” ว่าแล้วก็ก้มหยิบโทรศัพท์มือถือที่หล่นอยู่บนเตียงออกไปด้วย

หยาดตะวันยกมือขึ้นมาทาบหน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง เหมือนพยายามปลอบประโลมหัวใจที่กำลังเต้นรัวแรงให้สงบลง

 

ใต้ถุน

แสงเหนือนั่งอยู่บนแคร่ใต้ต้นไม้ใหญ่ โดยมีต้นกล้าเอ่ยรายงานความเป็นไปในไร่ให้เขาฟัง

เหตุที่ต้นกล้ามาเรียกเจ้านายดึกดื่น เพราะมีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาขโมยข้าวโพด ตอนนี้อ่ำหัวหน้าคนงานได้คุมตัวหัวขโมยพวกนั้นไปโรงพัก จัดการดำเนินคดีตามตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว

“พี่อย่าพึ่งไป มีอีกเรื่องครับ” ต้นกล้าเห็นว่าแสงเหนือกำลังจะยันกายลุก คืนนี้เจ้านายดูลุกลี้ลุกลนผิดปกติ จ้องแต่จะขึ้นบ้านอย่างเดียว

“…?” คิ้วเข้มของแสงเหนือเลิกขึ้นสูง

“เรื่องหยาดตะวัน เธอไม่พยายามหาทางหนีทีไล่ ทำตัวปกติเหมือนมาเที่ยวพักพ่อน ให้ช่วยงานในไร่ก็ทำ ไม่โวยวายสักนิด”

คนฟังคิดตาม

“หรือว่าเราจับมาผิดคนครับ ทุกคนที่นี่คิดว่าเธอเป็นเมียพี่จริงๆ” ต้นกล้าได้รับมอบหมายให้ติดตามความเคลื่อนไหวของหยาดตะวัน

“ไม่ผิดแน่นอน นางสาวหยาดตะวัน ภูริศิรินันท์ อายุ 22 ปี กูเช็คทุกอย่างแล้ว” อันที่จริงเขามีทั้งภาพลับและคลิปวิดีโอสุดสยิวของเธอกับผู้ชายคนนั้นด้วย ยังไงก็จับมาไม่ผิดตัวแน่ๆ

“แล้วทำไมเธอดูไม่ทุกข์ร้อนใจอะไรเลยครับ ทำตัวชิลเหมือนมาพักผ่อน” ต้นกล้าให้เหตุผลกับเจ้านาย

“กูว่าผู้หญิงคนนี้ฉลาด เขาคงกำลังเล่นเกมให้พวกเราตายใจ เผลอเมื่อไหร่คงหาทางหนีไปทันที มึงอย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด”

“นิสัยก็ดูสวนทางกับที่พวกเราได้ยินมานะครับ”

“กูว่าเขาเล่นละครตบตาพวกเราอยู่ มึงอย่าลืมสิว่าเขาร้ายกาจมากแค่ไหน” แสงเหนือพูดจบก็ล้มตัวนอนลงบนแคร่ แหงนหน้าขึ้นไปมองดวงดาวบนท้องฟ้าแล้วค่อยๆปิดเปลือกตาลง บอกเลยว่าตอนนี้รู้สึกสับสนมาก

แท้จริงแล้วหยาดตะวันเป็นคนแบบไหนกันแน่

 

5บทที่ 55 นาที

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป

หยาดตะวันนั่งมองพืชผักสวนครัวหลากหลายชนิดที่กำลังงอกงามขึ้นเต็มแปลง

เย็นนี้เธอมาช่วยสาวๆรดน้ำผักเฉกเช่นทุกวัน แม้ที่นี่จะไม่มีระบบสปริงเกอร์ให้ใช้ แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย เพราะมีปั๊มดูดน้ำขึ้นมาจากบ่อ แล้วมีสายยางต่อลากไปตามแปลงต่างๆ

ผักที่ปลูกเอาไว้ก็มีเยอะมาก ขวัญตากับซ่อนแก้วสองแม่ครัวคนเก่งบอกว่าคนงานหลายร้อยชีวิตฝากท้องไว้กับพืชผักเหล่านี้แหละ

หลังรดน้ำผักเสร็จ สองสาวแยกตัวกลับบ้านพักไปก่อน หยาดตะวันขอนั่งสูดอากาศบริสุทธิ์ต่อ

กว่าหนึ่งอาทิตย์แล้วที่หยาดตะวันใช้ชีวิตอยู่กลางไร่ข้าวโพด ถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก ผู้คนที่นี่ดูเป็นมิตรจริงใจคบได้ ถ้าไม่ติดที่ว่าเธอถูกลักพาตัวมา ก็ฮอลิเดย์แบบโฮมสเตย์ดีๆนี่เอง

พึ่งจะรู้ว่าไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว้างไกลสุดลูกหูลูกตานี้เป็นของลุงเพรงบุญ ท่านมีฐานะร่ำรวยพอสมควร แถมยังเป็นที่รักของคนงาน

หยาดตะวันยังไม่เคยเห็นหน้าคร่าตาลุงเพรงบุญหรอก นานๆท่านจะเข้ามาที่ไร่ เพราะมีพี่อ่ำกับแสงเหนือคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่แล้ว

บ้านที่อาศัยอยู่ตอนนี้ ก็ไม่ใช่ซุ้มโจร แต่เป็นบ้านพักของหัวหน้าคนงาน และยามรักษาความปลอดภัยที่คอยตรวจตราความเรียบร้อยยามค่ำคืน

หยาดตะวันเริ่มสนิทกับขวัญตาและซ่อนแก้วมากขึ้น ส่วนคู่แฝดจำปี จำปา ไม่ค่อยได้เจอกัน เพราะทั้งสองไปเรียนหนังสือในตัวจังหวัด

ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา หยาดตะวันพยายามสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแสงเหนือ ทว่าไม่มีใครปริปากให้ข้อมูลอะไรเลย

แสงเหนืออนุญาตให้เธอติดต่อกับแม่และพี่สาวประมาณ 2-3 ครั้งได้ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะตอนเรียนหนังสืออยู่ต่างประเทศก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันอยู่แล้ว

“จะมืดแล้ว มานั่งทำอะไรคนเดียว” เป็นเสียงของต้นกล้าที่เดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างกัน

“กำลังสงสัย” หยาดตะวันเอียงคอไปมองเพื่อนใหม่วัยเดียวกัน

“?”

“สงสัยว่านายเหนือจับตัวฉันมาทำไม ช่วยบอกฉันหน่อยสิกล้า”

ต้นกล้าเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เธอกำลังร้องขอในสิ่งที่เขาพูดไม่ได้

“ว่าไง” หยาดตะวันรบเร้า

ต้นกล้าไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ได้แต่ทอดสายตามองไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย

“ฉันเป็นผู้ฟังที่ดี” หยาดตะวันรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะมีเรื่องหนักใจ

ต้นกล้ายังคงไม่ปริปากพูดอะไร

ทั้งสองนั่งมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าท่ามกลางความเงียบงันต่ออีกพักใหญ่ ก่อนจะพากันกลับบ้านพัก

 

พอหยาดตะวันและต้นกล้าก้าวขาขึ้นมาบนบ้านก็ได้ยินเสียงดังกุกกักมาจากในครัว ทั้งสองเดินไปตามทิศทางของเสียง

มาถึงห้องครัว หยาดตะวันถึงกับชะงักเท้าแล้วอมยิ้ม ทำให้ต้นกล้าที่เดินตามหลังมาหยุดยืนแล้วมองตามสายตาของเธอไป ภาพตรงหน้าคือแสงเหนือในชุดลำลองสบายๆกำลังเทน้ำลงในหม้อด้วยท่าทาง เก้ ๆ กังๆ

“วันหยุดพี่ขวัญตาเหรอ แล้วผมจะได้กินอะไรเนี่ย” ที่ต้นกล้าพูดแบบนี้ เพราะปกติแล้วขวัญตาจะเป็นคนเตรียมอาหารเย็นให้ทุกคน ยกเว้นวันหยุดของเธอที่ยามเฝ้าไร่และหัวหน้าคนงานต้องทำกินกันเอง

คนที่กำลังเทน้ำลงหม้อไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

หยาดตะวันเดินเข้ามายืนใกล้ๆแสงเหนือ ชะโงกหน้าไปมองวัตถุดิบบนเคาน์เตอร์ครัว “อย่าบอกนะว่าอาหารในตู้เย็นมีเยอะแยะ แต่จะต้มมาม่ากิน”

คำถามของเธอทำให้คนตัวโตหันขวับมามองด้วยสีหน้าที่แสดงออกชัดเจนว่าจะมายุ่งอะไรด้วย

“เมนูหลักของพวกเราวันที่พี่ขวัญตาไม่อยู่” ต้นกล้าบอก ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

“นายไปนั่งรอกับกล้าเลย วันนี้เชฟหยาดจะโชว์ฝีมือเองจ้า ทำงานมาเหนื่อยๆ ใครกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกัน”

แสงเหนือหรี่ตามองใบหน้าสวยหวานชั่วขณะ แล้วเดินไปที่โต๊ะอาหาร เพื่อหลีกทางให้เธอได้โชว์ฝีมือ

 

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง

สองหนุ่มมองอาหาร 3-4 เมนูบนโต๊ะอย่างพิจารณา แล้วเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของผลงาน

“ไม่อยากจะคุยเลยนะ ผักบุ้งไฟแดงฝีมือฉันขายดีที่สุดในร้านเลย” หยาดตะวันยิ้มอย่างมีความสุข มือเรียวยื่นไปตักผัดผักบุ้งในจานให้แสงเหนือ โดยไม่ลืมตักไปให้ต้นกล้าชิมด้วย

สองหนุ่มรีบตักอาหารของเธอเข้าปาก เพราะอยากรู้สชาติเต็มที

“อร่อยทุกอย่าง” ต้นกล้าพูดขึ้นหลังจากที่ได้ชิมอาหารทุกจานบนโต๊ะ เขาเอียงคอไปมองแสงเหนือที่นั่งอยู่ข้างกัน ฝ่ายนั้นเคี้ยวอาหารด้วยสีหน้ามึนงง

“อันที่จริง ฉันไม่ได้เป็นเชฟหรอกนะ เป็นแค่ผู้ช่วยเชฟ วันไหนลูกค้าเยอะถึงมีโอกาสได้โชว์ฝีมือ” หยาดตะวันฉีกยิ้มกว้างอย่างภูมิใจในตัวเอง

แสงเหนือกับต้นกล้าฟังอย่างตั้งใจ

“ตอนเรียนอยู่เมืองนอก ฉันทำงาน part-time ที่ร้านอาหารไทย”

“ทำงานแก้เบื่อเหรอ” ต้นกล้าถามอย่างสนใจ เพราะสิ่งที่ได้ยินเกี่ยวกับตัวเธอมันไม่ใช่แบบนี้เลย

“คิก คิก คิก” หญิงสาวหัวเราะร่า “แก้เบื่ออะไร เพื่อปากท้องนี้แหละ กว่าจะเรียนจบมาได้เนี่ย ฉันวิ่งรับทุกงาน ทั้งจูงหมา พี่เลี้ยงเด็ก ผู้ช่วยในห้องสมุด และบลาๆ” ใครจ้างทำอะไรก็ทำ

ระหว่างทานอาหารต้นกล้าเป็นคนสาดคำถามสารพัด

ส่วนแสงเหนือนั่งฟังบทสนทนาของทั้งสองอยู่เงียบๆอย่างใช้ความคิด

 

6บทที่ 65 นาที

วันใหม่

ร่างสูงเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ว๊าย นายเหนือ!” หยาดตะวันกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจ ตอนนี้ร่างเล็กๆของเธอมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวปกปิดเอาไว้แบบลวกๆ

อีกฝ่ายยังคงสืบเท้าเข้ามาเรื่อยๆ

“ออกไปเลยนะ!” เธอตวาดไล่เขาดังลั่น จะเข้าห้องนอนผู้หญิง ไม่เคาะประตูส่งสัญญาณ ไร้มารยาทสิ้นดี!

แสงเหนือมองร่างระหงขาวเนียนด้วยสายตาวาววับเจ้าเล่ห์ราวกับรู้ทันความคิดของเธอ เขาหลุบตามองเนินอกอวบใหญ่อยู่เนิ่นนาน

“แผนตื้นๆสกปรกๆแบบนี้เอาไว้ใช้กับพวกเสี่ยตัณหากลับ หรือไม่ก็พวกผู้ชายหน้าโง่เถอะ บอกแล้วไงว่าฉันเลือก” ปากด่ากราด ทว่าสายตามองต่ำลงไปที่เรียวขาขาวเนียน ยอมรับว่าผู้หญิงตรงหน้าเซ็กซี่ขยี้ใจสุดๆ มิน่าถึงได้มีผู้ชายมารอต่อแถวรุมเปย์เพียบ

เจ้าของใบหน้าเรียวเล็กถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก “พูดอะไรของนาย วันนี้นายไม่ไปไร่เหรอ” ปกติเวลาสิบโมงเช้าแบบนี้อีกฝ่ายจะอยู่ในไร่แล้ว

“รู้ว่าฉันจะมา แก้ผ้ารอเลยนะ”

“นายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

“รีบไปใส่เสื้อผ้า ไหนบอกว่าอยากให้พาไปซื้อของในเมือง”

“จริงด้วย ฉันลืมสนิทเลย”

หยาดตะวันเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นออกมา วิ่งปราดเข้าห้องน้ำอย่างเร็ว เธอพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อคืนตัวเองขอให้เขาพาเข้าเมือง เพราะต้องการซื้อของใช้จำเป็น

เขากลับมาเวลาที่นัดกันไว้เป๊ะ

ผ่านไปเพียงแค่อึดใจเดียว ร่างเล็กก็กลับออกมาในชุดกางเกงยีนขาสั้น เสื้อยืดสีเบจใส่ทับไว้ข้างใน มัดผมรวบตึง ลุคสวยสดใสคุ้นตา

“พร้อมออกเดินทางแล้ว” หยาดตะวันฉีกยิ้มกว้างให้พลขับ

แสงเหนือลอบมองใบหน้าหวานจัดอยู่ชั่วครู่ แล้วเปลี่ยนจุดโฟกัสสายตาไปยังเรียวขาขาวเนียนของเธอ

“ไปกันยัง” หยาดตะวันรู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ เขาเอาแต่มองขาเธอ

แสงเหนือหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวม สองขายาวเดินนำหน้าไปก่อน

ดวงตากลมโตแอบมองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า แสงเหนือชอบใส่เสื้อยืดสีขาว และสวมทับไว้ด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก็อตแขนยาวโทนสีทึบ กางเกงยีน รองเท้าผ้าใบ สไตล์ที่แสนจะธรรมดา แต่ดูโคตรเท่

ด้วยระยะห่างเพียงไม่กี่คืบ ทำให้เธอเผลอยื่นจมูกเรียวไปสูดกลิ่นน้ำหอมจากกายเขาเข้าเต็มปอด

“กลิ่นซิตรัสหอมชื่นใจสุดๆ” หยาดตะวันพึมพำในลำคอแทบจะไม่ได้ยินเสียง ทว่าแสงเหนือกลับได้ยินชัดเจน เขาชะงักก้าว แล้วหันมามองคนตัวเล็ก

“โอ๊ย หยุดก็ไม่บอกกัน” หน้าผากของเธอชนกับอกกว้างของเขาเข้าอย่างจัง

อีกฝ่ายหลุบตามองคนซุ่มซ่ามอย่างเอาเรื่อง “แอบดมฉันอีกแล้วนะ”

เธอแหงนหน้าขึ้นมองเขาตาแป๋ว “ก็กลิ่นกายนายหอมนี่น่า ฉันชอบน้ำหอม อยากใช้บ้าง” เธอไม่มีน้ำหอมติดมาด้วยสักขวด

น้ำเสียงหวานออดอ้อนของเธอ ทำแสงเหนือยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาไม่ได้พูดอะไร ตาคมหลุบมองใบหน้าสวยชั่วขณะ ก่อนจะหมุนตัว แล้วเดินไปยังรถโฟวิลสีดำที่จอดอยู่ริมรั้ว

หยาดตะวันซอยเท้าเดินตามหลัง

 

อีกห้าสิบนาทีต่อมา

หลังจากเครื่องยนต์ดับสนิท สองขาเรียวก็ก้าวลงมาจากรถ ตาโตมองไปรอบๆ ลานจอดรถ ตอนนี้หยาดตะวันรู้แล้วว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย

“นายพาฉันมาเดินห้างเลยเหรอ ไม่กลัวว่าฉันจะร้องโวยวายให้คนช่วยหรือไง” ของที่เธออยากได้ก็มีขายทั่วไป ไม่จำเป็นต้องขับรถเข้ามาไกลถึงตัวจังหวัดแบบนี้

“ฉันเชื่อว่าเธอยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้” พูดเสร็จก็เดินอาดๆ นำหน้าไป

ร่างเล็กรีบสาวเท้าเดินตามหลัง

“นายเหนือ หยุดก่อน”

เจ้าของชื่อหันหลังกลับมา

“เปรี้ยวปากอยากกินมานานแล้ว น้ำลายสอ รอไม่ไหวแล้วอะ” เสียงหวานเอ่ยออดอ้อน แววตาดูเว้ววอน มือเรียวชี้ไปที่รถเข็นขายผลไม้ดอง

“ก็ไปสั่งสิ” แสงเหนือบอก แค่ของดอง ทำไมต้องส่งสายตาอ้อนหนักขนาดนี้ว่ะ เขาเกลียดมากเวลาที่เธอแสดงกิริยาแบบนี้

เมื่ออีกคนเอ่ยปากอนุญาต หยาดตะวันก็รีบเดินตรงดิ่งไปยังรถเข็น “ป้าคะ หนูเอาทุกอย่างได้ไหม อย่างละนิด ใส่รวมในถุงเดียวกันเลย” เธอบอกในสิ่งที่ต้องการ

ป้าคนขายพยักหน้า เริ่มตักมะขามดอง มะยมดอง องุ่นดอง ปิดท้ายด้วยมะดันดองใส่ถุงพลาสติกใสขนาดกลางจนเกือบจะเต็มแล้วส่งให้แก่ลูกค้าคนสวย

หยาดตะวันยื่นมือออกไปรับ พร้อมกับตักพริกเกลือใส่ลงไป 2 ช้อนโต๊ะพูนๆ ปิดปากถุงแล้วเขย่ารัวๆสามสี่ที

“ขอไปนั่งกินตรงโน้นแป๊บหนึ่งนะ” เธอเอียงคอมาบอกคนที่กำลังควักกระเป๋าสตางค์ออกมา แล้วเดินไปทางม้านั่งตัวยาวใต้ต้นไม้ใหญ่

“ดูทรงแล้ว เมียเอ็งน่าจะท้องแน่ ๆ พ่อหล่อยังกับดาราหนัง แม่ก็สวยหวานขนาดนั้น ลูกเอ็งออกมาคงน่ารักแย่” ป้าขายผลไม้ดองเอ่ยปากชม ในขณะที่ยื่นเงินทอนให้กับชายหนุ่ม

คนโดนชมไม่มีท่าทีดีใจเลยสักนิด แต่กลับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดินเอื่อยเฉื่อยไปทางม้านั่งตัวยาวด้วยสีเคร่งเครียด

แสงเหนือยืนมองหยาดตะวันที่กำลังเคี้ยวของดองอย่างเอร็ดอร่อย อากัปกิริยาเอนจอยของเปรี้ยวเคี้ยวไม่เข็ดฟันแบบนี้ ทำให้ชายหนุ่มนึกย้อนไปตอนที่พี่สาวของเขาท้องลูกคนแรก

ซวยแล้วกู เธอท้องกับไอ้หมอนั่น หรือว่าท้องกับใครกัน!

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันมุ่น ชายหนุ่มไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อ คนท้องคนไส้ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา งานต้องเข้าเขาแบบเต็มๆแน่นอน

กูทำกรรมเวรอะไรมาวะเนี่ย ถึงต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้  หรือยัยนั่นกำลังวางแผนหาพ่อให้ลูกในท้องอยู่วะ มิน่าเมื่อเช้าเจ้าหล่อนถึงได้แก้ผ้ารอเขา

ดีนะที่เขายังพอมีสติ หักห้ามใจตัวเองเอาไว้ได้ทัน คนอย่างนายแสงเหนือจะไม่มีทางตกหลุมพรางของสาวสำส่อนอย่างเธอเด็ดขาด ต่อให้สวยไร้ที่ติก็ตามเถอะ

 

ชอบไหม อ่านต่อได้ที่