เรื่องย่อ
ผู้เป็นยายอยากให้หลานชายคนเดียวแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที นางคอยสรรหาผู้หญิงที่เพียบพร้อมมาให้หลานชายเดตด้วยตลอด แต่คนเป็นหลานไม่ยอมเปิดใจคบใครเลย นางจำเป็นต้องทิ้งไพ่ใบสุดท้ายวางแผนพา ว่าที่หลานสะใภ้ เข้ามาอยู่ในบ้านด้วยซะเลย ... แผนของนางจะสำเร็จหรือไม่?
ทดลองอ่าน
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง
“กับพี่ หนูไม่ต้องพยายามหรอก แผนยายพี่หรือว่าหนูคิดเอง” แทนคุณถามเสียงเรียบแต่แฝงไว้ด้วยนัยบางอย่าง
คนที่มีเพียงผ้าห่มผืนเล็กคลุมกาย ช้อนตาขึ้นมองคนหน้าขรึมอย่างไม่เข้าใจ
“แผนอะไรคะ” ใบหน้าของพี่แทนแลดูเครียดจัดขึ้นมาฉับพลัน แถมยังถามอะไรแปลกๆ เธอเดาอากัปกิริยานั่นไม่ออกเลยจริงๆ
“ไม่ใส่เสื้อผ้า แถมยังเปิดประตูอ้าไว้กว้าง หรือจงใจเอาคืนพี่…หึ้ม” แทนคุณหย่อนกายนั่งลงบนเตียง โน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างใบหูเล็กแผ่วเบา “พี่ไม่ใช่สุภาพบุรุษ”
***
ตัวอย่าง
“แทน ยายมีเรื่องจะคุยด้วย” พอกินข้าวเที่ยงกันเสร็จสรรพ คุณยายวัยหกสิบปลายๆก็พูดเปิดประเด็นสำคัญขึ้นมา
“ช่วงนี้ผมของดไปดูตัวนะครับยาย” แทนคุณดักทาง หลายอาทิตย์ก่อนหน้าคิมหันต์ได้เสนอขายหุ้นบางส่วนให้เขา แถมขอร้องให้ขึ้นมานั่งตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดด้วยกัน ทำให้ตารางงานอัดแน่นทุกวัน แทบจะไม่มีได้เวลาหายใจหายคอ
“ยายจะไม่บังคับให้แกไปดูตัวอีก ยายสัญญา”
“ห๊าาา…อะไรนะครับ!” ใบหน้าหล่อคมดูตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ครั้นลองยื่นมือไปอังหน้าผากก็พบว่าอุณหภูมิร่างกายของยายยังปกติดี “ไข้ก็ไม่ได้ขึ้นนี่ครับ”
“คิก คิก คิก” น้ำปลาสาวใช้วัยกลางคนที่นั่งหน้าสลอนอยู่ศาลาริมน้ำด้วย ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น เธอกลั้นขำไม่ไหว แต่ต้องหุบปากลงกลางคัน เมื่อหญิงมากวัยส่งค้อนวงใหญ่มาให้
“ที่ผ่านมาแกคงเห็นยายเป็นตัวร้ายในนิยายสินะ แหมๆ แกก็แค่ไปดูตัวตามนัด พอแกไม่ชอบยายก็ไม่ได้บังคับต่อสักหน่อย” ยายนงลักษณ์ตีหน้าเศร้า ผิดมากเหรอที่ไม้ใกล้ฝั่งอย่างนางอยากเห็นหลานรักคนเดียวเป็นฝั่งเป็นฝา
“แล้วยายมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมครับ” คิ้วเข้มย่นเข้าหากันเป็นปม ถ้าไม่ใช่เรื่องหาเมียให้เขา ยายยังจะมีเรื่องอะไรอีก
“บ้านเราก็ใหญ่โต พ่อแกก็ย้ายออกไปแล้ว เราก็อยู่กันแค่สามคนเอง” หญิงมากวัยอารัมภบท
“เอาเนื้อๆเลยดีกว่าครับยาย” แทนคุณเติบโตมากับยาย เพราะแม่เสียชีวิตตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ชายหนุ่มรู้นิสัยใจคอผู้หญิงตรงหน้าแบบทะลุปรุโปร่ง
เป็นอีกครั้งที่น้ำปลากลั้นขำหนักมาก
“หลานเพื่อนยายจะย้ายเข้ามาอยู่กับพวกเราเร็วๆนี้จ้ะ”
“อ้าว… เพื่อนคนไหนกันครับ เขาไม่มีบ้านตัวเองอยู่เหรอ ถึงต้องมาอยู่บ้านเรา” สีหน้าอาการของแทนคุณบ่งบอกชัดเจนว่าเขากำลังหนักใจสุดๆ ยายสุดที่รักจะมาไม้ไหนอีกละเนี่ย อย่านึกว่าเขารู้ไม่ทันนะ มุกตื้นๆ!
“เค้าแค่จะมาเรียนทำขนมไทยกับยาย” หญิงมากวัยตีหน้าเศร้าเรียกร้องความเห็นใจจากหลานชาย
“ยายเปิดคอร์สสอนทำขนมตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
“คิก คิก คิก” วาจาประชดประชันของแทนคุณ ทำให้น้ำปลาปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง เธอกลั้นไม่อยู่จริงๆ
ยายนงลักษณ์มองค้อนสาวใช้คนสนิท ฝ่ายนั้นทำท่ารูดซิปปาก
“ยายชอบทำขนมไทย แกก็รู้ พอมีคนสนใจอยากเรียน ยายก็ตื่นเต้นมากรู้ไหม สูตรความอร่อยจะได้ไม่ตายไปกับยายไง” นางบีบเสียงเศร้าอีกแล้ว
1บทที่ 19 นาที
@บ้านริมน้ำ
ร่างสูงเดินอาดๆเข้ามาในศาลาริมน้ำหน้าบ้าน มุมพักผ่อนของสมาชิกครอบครัว ‘ธรวาณินท์’ ขายาวชะงักก้าว คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง “ยายครับ ทำไมวันนี้เตรียมของว่างเยอะแยะ มีอะไรพิเศษหรือเปล่า” แทนคุณถาม เบเกอรี่หน้าตาน่าทานหลากหลายชนิดถูกจัดวางเรียงรายไว้บนโต๊ะกลางศาลาอย่างสวยงาม สร้างความแปลกใจให้เขาไม่น้อย เพราะบ้านหลังนี้อยู่กันแค่สามคน
คุณยายวัยหกสิบปลายๆ เงยหน้าขึ้นมาระบายยิ้มกว้างให้หลานชาย ‘ยายไม่ได้เป็นคนเตรียมขนมฝรั่งพวกนี้หรอก ว่าที่แม่ยายแกเป็นคนเตรียม’ นั่นคือประโยคที่ยายคันปากอยากบอกหลานชายคนเดียว แต่ก็เกรงว่าไก่จะตื่นเสียก่อน นางจำเป็นต้องอ้อมค้อม “อามีนาแวะเอามาให้ แกจำอามีนาได้ไหม” หลานต้องจำได้อยู่แล้ว ถามไปอย่างนั้นแหละ
ยายมีท่าทางตื่นเต้นดีใจมาก แทนคุณไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้มานานแล้ว
“จำได้ครับ” แทนคุณตอบ ‘อามีนาเป็นเพื่อนแม่’ บ้านอยู่ฝั่งธน ใบหน้าหล่อคมฉายแววสงสัย เพราะนางไม่ได้มาเยี่ยมยายเขานานหลายปีแล้ว
หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาในศาลาพร้อมกับถาดผลไม้ในมือ “สวัสดีจ้ะแทน เพิ่งเลิกงานเหรอลูก” นางเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่น สายตาฉายแววชื่นชม ตอนนี้แทนคุณดูเป็นผู้ใหญ่และภูมิฐานขึ้นมาก
“ครับ ผมเพิ่งเลิกงาน สวัสดีครับอามีนา” แทนคุณพนมมือไหว้ทักทายผู้หญิงตรงหน้าอย่างนอบน้อม ก่อนจะยื่นมือไปรับถาดผลไม้จากนางมาวางไว้บนโต๊ะ
“ไม่ได้เจอกันหลายปี ทั้งสูงทั้งหล่อนะเรา อาขอกอดหน่อยลูก”
ชายหนุ่มโน้มตัวลงกอดผู้หญิงตรงหน้า นางยกมือขึ้นมาลูบผมดกดำของเขาอย่างเอ็นดู ดวงหน้ากลมวูบไหวลงเล็กน้อย คนในอ้อมกอดทำให้นางคิดถึงเพื่อนรัก ถ้าไม่จากไปก่อนวัยอันควร คงได้อยู่ชื่นชมลูกๆด้วยกัน
“แทน แกจำหนูเมษาได้อยู่ใช่ไหม” คุณยายนงลักษณ์เอ่ยถามหลานชาย น้ำเสียงของนางฟังดูตื่นเต้นซะเหลือเกิน แน่นอนหลานชายต้องจำได้อยู่แล้ว แต่นางจำเป็นต้องเขี่ยบอลเริ่มเล่น
แทนคุณหรี่ตามองอาการเลิ่กลั่กของยายอย่างนึกขัน “เด็กแส…” เขาพูดเพียงแค่นั้นก็รีบปิดปากฉับพลัน กลัวว่าตัวเองจะเผลอพูดอะไรไม่สมควรออกไป
คนเป็นยายมองหลานชายใจจดใจจ่อ
“ผมจำน้องเมย์ได้ครับ” คนหล่อทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ เกือบสี่ห้าปีแล้วมั้งที่ไม่ได้เจอเด็กนั่น
“ตอนนี้น้องเรียนมหาลัยปีสุดท้ายแล้วนะ” คุณมีนาบอก
เด็กนั่นทั้งแสบ แก่นเซี้ยว จุ้นจ้าน ใครจะไปลืมลง แถมยังชอบตัดผมสั้นเหมือนเด็กผู้ชายอีกต่างหาก อย่าบอกนะว่าเด็กนั่นคือคนที่จะย้ายเข้ามาอยู่บ้านเขา คนที่ยายเคยบอกไว้ก่อนหน้า แล้วทำไมตอนนั้นยายไม่บอกตรงๆ
“หนูเมย์จะมาเรียนทำขนมกับยาย” ยายนงลักษณ์ยกยิ้มพึงพอใจ นางรอให้มีสมาชิกใหม่ย้ายเข้าบ้านตั้งนานแล้ว
จังหวะนี้คุณมีนาชักสายตาไปมองวิวแม่น้ำกว้างใหญ่ตรงหน้าแทน นางรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก
ในขณะที่แทนคุณทำสีหน้าแบบ…นั่นไง นึกไว้ไม่มีผิด!
หนุ่มช่างสังเกตมองอากัปกิริยาของหญิงวัยกลางคนตรงหน้าอย่างประเมิน ตอนที่ยายบอกว่าเด็กแสบจะมาเรียนทำขนม นางมีสีหน้าเลิ่กลั่กฉายชัดขึ้นมาอย่างไม่ปิดบัง
“ชาร้อนๆพร้อมเสิร์ฟแล้วค่า” เป็นเสียงของน้ำปลาสาวใช้คนสนิทของยายนงลักษณ์ที่กำลังเดินเข้ามาในศาลาพร้อมกับเหยือกชาร้อนในมือ
“มาสักที ยายอยากชิมขนมฝรั่งพวกนี้ อยากชิมฝีมือหนูเมย์เต็มแก่แล้ว” ประโยคสุดท้ายยายนงลักษณ์จงใจพูดเสียงดังให้หลานชายได้ยินชัดๆ
แทนคุณรู้จุดประสงค์ของยายแบบทะลุปรุโปร่ง ทว่าไม่ได้โต้ตอบอะไร ได้แต่นั่งมองเบเกอรี่ฝีมือยัยเด็กแสบไปพลาง
มือหนาตักขนมใส่ปาก สายตาคอยชำเลืองมองท่าทีของสองหญิงต่างวัยที่กำลังคุยกันหัวเราะร่าอย่างออกรส บางถ้อยคำย้ำชัดเหลือเกิน ‘อามีนากำลังจะจับยัยเมษาใส่พานทองมาถวายให้เขาถึงบ้าน’
นึกถึงใบหน้าเด็กแสบนั่นทีไร ขนลุกขนพอง!
ผ่านไปอีกหลายชั่วโมง สองหญิงต่างวัยยังคงคุยกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน และดูเหมือนว่าทั้งสองกำลังวางแผนอนาคตร่วมกัน
การพูดคุยมาราธอนของทั้งคู่จบลงเมื่อตะวันเริ่มคล้อย เพราะเป็นเวลาที่อามีนาต้องไปรอขึ้นเรือข้ามฟาก
“กินขนมฝีมือน้องซะหมดเกลี้ยง คงอร่อยน่าดู” คนเป็นยายอ้าปากแซวหลานชาย
น้ำเสียงเย้าแหย่ของยาย ทำให้คนที่กำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศยามเย็นริมแม่น้ำ หันมามองสำรวจเบเกอรี่ในจานอยู่นานหลายวิ แววครุ่นคิดปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา ไม่แน่ใจว่าเบเกอรี่อร่อย หรือว่าเขานั่งอยู่ที่นี่นานเกินไปกันแน่
“ผมรู้นะว่ายายกำลังจะทำอะไร” แทนคุณเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ แผนตื้นๆแค่นี้เอาไว้หลอกเด็กประถมเถอะ
คนมากประสบการณ์เข้าใจในสิ่งที่หลานชายพูด
“แกคิดมากไปเอง ยายบอกแล้วไงว่าจะไม่หาผู้หญิงมาให้แกเดตอีกแล้ว เรื่องแบบนี้ ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน บังคับกันได้ที่ไหน” ยายนงลักษณ์ยักไหล่ไม่ยี่หระ หลานชายนางคิดเองเออเอง
“จะไม่หาผู้หญิงมาให้เดต แต่พาเข้าบ้านเลย” แทนคุณเอ่ยประชด มองจากภาพรวม วิเคราะห์จากบทสนทนาก่อนหน้า คิดไปทางอื่นไม่ได้จริงๆ
“หนูเมย์เป็นคนอื่นคนไกลที่ไหนกัน น้องก็เคยมาอยู่บ้านเราตั้งแต่อ้อนแต่ออก จะมาเรียนทำขนมกับยายแป๊บเดียว แกคิดมากคิดมาย” ท่าทางยายนงลักษณ์ดูเลิ่กลั่กมีพิรุธสุดๆ
คนเป็นหลานมองอย่างจับผิด
“เราไปกินข้าวเย็นกันดีกว่า ยายหิวจนไส้กิ่วแล้ว” ยายนงลักษณ์ชวนหลานชาย อันที่จริงนางยังอิ่มอยู่เลย มันเป็นเพียงข้ออ้างที่จะพาตัวเองออกจากมุมต่างหาก บอกหลานเสร็จก็เดินดุ่มๆออกไปเลย
แทนคุณได้แต่ส่ายหน้ากับอาการเก็บทรงไม่อยู่ของยายสุดที่รัก
วันต่อมา
@The Jewelry Group
“แทน แผ่นดิน ขอบใจมากที่ช่วยกู” คิมหันต์ประธานใหญ่ของ ‘The Jewelry Group’ เอ่ยขึ้น เขารู้สึกโล่งอกที่สองเพื่อนสนิทตัดสินใจซื้อหุ้น พร้อมกับก้าวขึ้นมาช่วยบริหารงาน
แทนคุณ คิมหันต์ แผ่นดิน เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ เติบโตมาพร้อมกัน หลังเรียนจบก็เข้ามาทำงานที่นี่ด้วยกัน ซึ่งตอนนั้นมีคุณปิติภัทร พ่อของคิมหันต์คอยคุมบังเหียนอยู่ ท่านเองก็เพิ่งจะเกษียณไม่กี่เดือนก่อนหน้า ลูกชายที่รับช่วงต่อก็เลยมาเสนอขายหุ้นบางส่วนให้เพื่อนๆช่วยดูแล
“อาทิตย์หน้ากูจะเรียกประชุมใหญ่ ประกาศเปิดตัวพวกมึงนะ” คิมหันต์สรุป
“เอาจริงๆ พวกกูก็รักที่นี่แหละ มึงเองก็จะได้มีเวลาดูแลครอบครัวเต็มที่อย่างที่ต้องการไง” แผ่นดินผู้จัดการฝ่ายผลิตที่ตอนนี้พ่วงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดบอก
{นิยายเรื่องนี้ มีเนื้อเรื่องต่อมาจากนิยายเรื่อง “ตามรักเมียเก่า” นักอ่านท่านใดที่อยากรู้เรื่องราวแบบละเอียดไปหา ตามรักเมียเก่า อ่านได้นะคะ ตัวละครเอกของเรื่องนั้นก็คือ คิมหันต์ และ เพียงฟ้า}
“กูนิสิ ไม่ค่อยถนัดงานบริหารเลย” แทนคุณเรียนจบมาทางด้านกฎหมาย ถูกดึงเข้ามาช่วยตรวจสอบการเงินของบริษัทเมื่อประมาณหกเดือนก่อน เขาแอบกังวลใจกับตำแหน่งใหม่อยู่ไม่น้อย
“มึงเป็นคนเก่ง ทำได้อยู่แล้ว” แผ่นดินพูดให้กำลังใจเพื่อน
“เรื่องงานพับเก็บไว้ก่อนดีกว่า คราวนี้เรื่องของมึงบ้าง” สีหน้าของแทนคุณบ่งชัดว่าเขากำลังมีเรื่องไม่สบายใจ คิมหันต์รู้สึกเป็นห่วงเพื่อน
“พวกมึงจำอามีนาเพื่อนแม่กูได้ไหม” แทนคุณถาม
สองหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าจำได้
“ยัยเด็กเมษาจอมแก่น ลูกสาวอามีนาจะย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านกูเพื่อมาเรียนทำขนมกับยายกู” แทนคุณขยายความ
“ห๊า …ยัยเด็กแสบแสนซนนั่นนะ” แผ่นดินปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น เขาจำเมษาได้ไม่มีลืม ไอ้เด็กแสบคนนั้นชอบจับหนอนใบไม้มาปาใส่หน้าเขา
แทนคุณพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักอก ก่อนจะเริ่มเล่าบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างทานของว่างเมื่อวานให้เพื่อนๆฟัง คนฉลาดอย่างเขารู้ดีว่ายายกำลังวางแผนทำอะไรอยู่
“เห๊ย… กูว่ายัยเด็กแสบนั่นก็ดีกว่าผู้หญิงคนอื่นๆนะ” คิมหันต์แสดงความคิดเห็น เขารู้ว่าที่ผ่านมายายนงลักษณ์ชอบสรรหาผู้หญิงมาให้ไอ้แทนดูตัวอยู่ร่ำไป
“ดีกว่าผู้หญิงคนอื่นยังไงวะ” คิ้วเข้มของแทนคุณย่นเข้าหากันทันควัน ยัยเด็กจอมแก่นนั่นจะดีกว่าผู้หญิงคนอื่นได้อย่างไรกัน คิดหาเหตุผลมาสนับสนุนไม่ได้เลยจริงๆ
“กูมั่นใจเหลือเกินว่าเด็กเมษาจะไม่มีทางพิศวาสมึงเหมือนกับผู้หญิงคนก่อนๆ มึงก็วางใจเรื่องนี้ได้ไง แถมยังไม่ต้องออกไปดูตัวบ้าบออะไรนั่นอีก” คิมหันต์บอก ที่ผ่านมาสาวๆที่เคยออกเดตกับไอ้แทนคอยแวะเวียนมาที่ออฟฟิศ สร้างความรำคาญใจให้มันไม่น้อย
อย่างว่าแหละ ไอ้แทนมันหล่อ มันเป็นผู้ชายสายละมุน ใครๆก็อยากเป็นแฟนกับมันทั้งนั้น
แทนคุณนิ่งคิด
“ช่วงนี้มึงก็ตามน้ำไปก่อน ค่อยหาทางออกทีหลัง ยายมึงก็ไม่ใช่คนเผด็จการสักหน่อย เรื่องแก่นซ่าก็คงจะลดลงบ้างแล้วแหละ โตเป็นสาวแล้วนิ เห็นบอกว่าเรียนอยู่มหาลัยปีสุดท้ายไม่ใช่เหรอ” คิมหันต์ให้เหตุผล
“เรื่องไม่พิศวาสมึงกูเห็นด้วยกับไอ้คิมนะ แต่เรื่องแสบเนี่ยกูไม่แน่ใจว่ะ เจอล่าสุดตอนอยู่ ม. 4 เด็กนั่นยังทำตัวเฮี้ยวอยู่เลย” แผ่นดินออกความคิดเห็นบ้าง
“ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ แก่นซ่าขนาดนั้น สนใจอยากมาเรียนทำขนมกับยายมึง” คิมหันต์เองก็จำเด็กเมษาได้ขึ้นใจ ทั้งที่เขาเป็นคนเงียบขรึมไม่สุงสิงกับใคร ก็ไม่วายโดนหางเลขไปด้วย ประมาณว่ายืนหล่ออยู่เฉยๆ ก็ยังโดนยัยเด็กแสบนั่นแกล้งเป็นประจำ
แทนคุณนิ่งอยู่ครู่ใหญ่
“ยายกูเพิ่งไปแจ้งขอถอนเงินจากธนาคาร 5 ล้าน ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้ว ยายยังไม่พูดเรื่องนี้ให้กูฟังเลย” แทนคุณเอ่ยขึ้น เขารู้ข้อมูลนี้มาจากเพื่อนอีกคนที่ทำงานในธนาคาร
“มึงเลยคิดว่า…” แผ่นดินพูดเพียงแค่นั้น เขาละไว้ในฐานที่เข้าใจ
“อามีนาไม่มาหายายกูสี่ห้าปีแล้วนะ อยู่ดีๆก็โผล่มา มันจะประจวบเหมาะเกินไปไหมวะ” แทนคุณตั้งข้อสงสัย ยายจะถอนเงินออกมาทำไมเยอะแยะ แถมยังไม่ยอมปริปากพูดเรื่องนี้กับเขาเลย
การกลับมาของอามีนา ต้องมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แทนคุณมั่นใจแบบนั้น
2บทที่ 26 นาที
@บ้านริมน้ำ
แทนคุณในชุดลำลองนั่งฟังเพลงชิลๆ จิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์อยู่ในห้องนั่งเล่น การฟังเพลงเป็นกิจกรรมสุดโปรดในวันว่างของเขา
“ยายจะออกไปไหนแต่เช้าครับ” แทนคุณเอ่ยถาม วันนี้ยายเขาแต่งตัวเนี้ยบ ชุดเรียบกริ๊บ ดูเหมือนว่านางกำลังจะเดินออกไปหน้าบ้าน มีสาวใช้คนสนิทเดินเคียงข้างไปด้วยกัน
“ยายมีธุระข้างนอก” ยายนงลักษณ์ตอบหลานชายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ผมขอขึ้นไปเปลี่ยนชุดแป๊บเดียว” แทนคุณบอกให้รอ ทุกครั้งที่ยายออกไปทำธุระนอกบ้าน จะเป็นเขาที่คอยขับรถ รับ-ส่ง แต่ทำไมวันนี้ยายไม่ยอมบอกกันล่วงหน้า
“แกอยู่บ้านพักผ่อนเถอะ อามีนาจะมารับยาย นัดกันไว้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงยายหรอกนะ น้ำปลาก็ไปด้วยกัน” พอพูดจบ หญิงสูงวัยก็หันไปส่งซิกให้สาวใช้ ท่าทางของนางดูเลิ่กลั่ก เร่งรีบ เหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่
คนเป็นหลานชะเง้อมองตามหลังยายอย่างสงสัย เห็นรถญี่ปุ่นสีดำเลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้าน สักพักอามีนาก็ก้าวขาลงมาจากรถ
แม้แทนคุณจะไม่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสาม แต่ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติอะไรบางอย่าง
ผ่านไปสองวัน
@The Jewelry Group
“บ้านอามีนาติดจำนองอยู่กับธนาคาร ยายกูเป็นคนไถ่ถอนให้ห้าล้าน” แทนคุณบอกข้อมูลกับสองเพื่อนซี้ทันทีที่หย่อนกายนั่งลงบนโซฟา
สองหนุ่มเผยสีหน้าประหลาดใจ
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ยายไม่ยอมปรึกษากูเลย” แทนคุณว่าอย่างตัดพ้อ ดวงตาคู่คมฉายแววแห่งความน้อยใจออกมาชัดเจน เขาเติบโตมากับยาย เพราะแม่จากไปตั้งแต่วัยเด็ก ความสนิทสนมจึงมีมากล้น ปกติจะคุยกันทุกเรื่อง
สองเพื่อนซี้ได้แต่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ยังไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็น
“ถ้าไอ้เสกไม่โทรมาบอก กูก็คงจะไม่รู้เรื่องนี้” แทนคุณขยายความ
‘เสก’ หรือ ‘เสกสรรค์” เป็นเพื่อนสนิทอีกคนของแทนคุณ เสกสรรค์ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายเร่งรัดหนี้สินที่ธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง
“อามีนาที่พวกเราเคยรู้จักก็เป็นคนดีอยู่นะมึง” คิมหันต์ว่า เขาเองก็รู้จักผู้หญิงคนนี้ในฐานะเพื่อนสนิทของมารดา
“เงินเยอะแยะขนาดนี้ต้องมาปรึกษากับลูกหลานเขาก่อนไหมวะ” แทนคุณรู้สึกไม่พอใจ ครอบครัวเขาไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย มีฐานะปานกลาง โชคดีที่เขากับพ่อมีหน้าที่การงานดีทั้งคู่ จึงไม่มีปัญหาเรื่องเงินให้หนักใจ
“แสดงว่าพ่อมึงก็ไม่รู้เรื่องนี้” แผ่นดินถาม
“อืม…กูเกริ่นๆถาม ดูเหมือนพ่อจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย” แทนคุณทำหน้าเซ็ง หลังจากที่รับรู้ข้อมูลเรื่องการไถ่ถอนบ้านมาจากเพื่อน เขาก็ยังไม่ได้ถามอะไรยาย รอให้ท่านเป็นคนเปิดปากพูดเรื่องนี้เอง แต่นางกลับเงียบกริบ
“พฤติกรรมน่าสงสัย” คิมหันต์เองก็คิดว่าเรื่องนี้ดูแปลกๆ เงินห้าล้านไม่ใช่น้อยๆ
“เอาจริงๆ กูไม่ได้ติดใจเรื่องที่ยายเอาเงินไปปิดหนี้ให้อามีนาหรอกนะ แต่อย่างน้อยๆยายควรเล่าให้กูฟังบ้าง” แทนคุณตัดพ้อ ยายเขาเอ็นดูอามีนาเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ช่วยเหลือกันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ควรบอกหลานชายคนเดียวให้รับรู้ด้วย
“เดี๋ยวกูจะปะติดปะต่อเรื่องให้” แผ่นดินเอ่ยขึ้น
สองหนุ่มฟังอย่างตั้งใจ
“อามีนากำลังเดือดร้อน ยายมึงอยากได้หลานสะใภ้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยอาสาช่วยเรื่องเงิน แลกกับการให้เด็กนั่นย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย” แผ่นดินเดาจากสถานการณ์
แทนคุณเองก็แอบคิดแบบนั้น
“สรุปคุณเธอไม่ได้จะมาเรียนทำขนมกับยายมึงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ย้ายเข้ามาอยู่เพื่อเป็นเมียมึงนี้แหละ” แผ่นดินอธิบายเป็นฉากๆราวกับว่าตัวเองเป็นคนวางแผนนี้ขึ้นมา
“กูก็คิดแบบนั้น ที่ยายมึงไม่ยอมพูดเรื่องเงินห้าล้าน เพราะกลัวแผนแตกไง” คิมหันต์เสริม มองตามเกมแล้วคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยจริงๆ ยายไอ้แทนยืนหนึ่งเรื่องหาเมียให้หลาน
“ยัยเด็กนั่นค่อนข้างหัวรั้น ทำไมยอมย้ายเขามาอยู่บ้านมึงง่ายๆวะ แปลกไหม” แผ่นดินถามอย่างสงสัย เพราะเมษาที่เขาเคยรู้จักใช่ว่าจะทำตามคำสั่งใครง่ายๆ
แทนคุณหรี่ตามองแผ่นดินอย่างครุ่นคิด
“คนเราเปลี่ยนกันได้นะมึง ตอนเป็นเด็กอาจมีนิสัยแบบหนึ่ง พอโตขึ้นอาจกลายเป็นอีกคน” คิมหันต์บอก
“รู้อย่างนี้ กูดูตัวไปเรื่อยๆ ยังดีกว่าต้องเห็นหน้ายัยแสบนั่นทุกวัน ไม่รู้จะเลิกเล่นแผลงๆหรือยัง” แทนคุณเองก็คิดไปในทางเดียวกันกับเพื่อนๆ ถ้าไม่เดือดร้อนคงจะไม่ได้เห็นหน้าครอบครัวนี้อีกแล้ว
“นอกจากจะชอบจับหนอนมาปาใส่หน้ากูแล้ว ยัยเด็กนั่นยังชอบไปฟ้องพ่อมึงว่าพวกเราแอบดูหนังผู้ใหญ่กัน” ขี้ฟ้องเป็นอีกหนึ่งในวีรกรรมของเด็กเมษาที่แผ่นดินจำไม่เคยลืม
“ไปแอบดูกันตอนไหนคะ” เพียงฟ้าที่กำลังเดินเข้ามาตามสามีกลับบ้าน บังเอิญได้ยินประโยคสุดท้ายพอดี
คิมหันต์ยื่นมือไปคว้าแขนภรรยาสาว ดึงเธอให้นั่งลงบนตักตัวเอง โน้มหน้าไปกระซิบข้างใบหูพอให้ได้ยินกันแค่สองคน “ไอ้องศาชอบเปิดหนังแนวนั้นให้พวกพี่ดู พี่ไม่ชอบดูหรอกนะ พี่ชอบทำมากกว่า” เขานินทา ‘องศา’ เพื่อนสนิทในกลุ่มอีกคน
เพียงฟ้ากระทุ้งศอกใส่สีข้างของสามีอย่างหยอกเย้า พร้อมสะบัดตัวลุกขึ้นจากตักแกร่งของเขา
“พี่แทนไม่เปลี่ยนใจไปเที่ยวเชียงใหม่กับพวกเราแน่นะ” เพียงฟ้าถามแทนคุณ ตอนนี้เธอได้กลายมาเป็นน้องสาวของเขาไปโดยปริยาย เพราะพ่อแม่ของทั้งสองตกลงคบหาอยู่กินกันฉันสามีภรรยาอย่างเป็นทางการแล้ว เธออยากให้แทนคุณไปเที่ยวด้วยกันแบบครอบครัว
“เอาไว้คราวหน้าพี่จะไปด้วยนะ” แทนคุณบอก ช่วงนี้เขางานยุ่งมาก
“เดี๋ยวพวกเราจะเที่ยวเผื่อนะคะ กลับกันเถอะพี่คิม” เพียงฟ้าฉีกยิ้มหวานให้สองหนุ่ม แล้วดึงแขนคนรักให้ลุกขึ้น เธออยากกลับบ้านไปแพ็คกระเป๋าเดินทางเต็มทน ตั้งแต่อยู่กินกับสามีมา เป็นครั้งแรกที่จะได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันแบบนี้
สองหนุ่มอวยพรให้ทั้งคู่เดินทางปลอดภัย
“เรื่องยัยเด็กนั่นก็อย่าคิดมาก ตอนนี้ก็ตามน้ำไปก่อน ค่อยหาทางชิ่งทีหลัง ถ้ายังไม่ทิ้งนิสัยเดิม ก็จับกดสั่งสอนซะเลย” หลังจากลับหลังคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน แผ่นดินก็แนะแนวทางสว่างให้กับคนหน้าเครียด
แทนคุณส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย คำแนะนำของมันไม่ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด ให้ตายสิ!
3บทที่ 39 นาที
หลายวันผ่านไป
@บ้านริมน้ำ
ดวงตากลมโตมองสำรวจบรรยากาศรอบๆ หลังจากไม่ได้กลับมาที่นี่นานหลายปี บ้านคุณยายนงลักษณ์เป็นบ้านสองชั้น สีขาวทั้งหลัง ข้างล่างเป็นปูน ข้างบนเป็นไม้ ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางสนามหญ้าสีเขียวขจี รอบล้อมไว้ด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีทางเดินสวยๆเชื่อมไปยังศาลาเรือนไทยริมน้ำด้วย
‘เมษา’ เผลอยิ้มกับภาพเบื้องหน้าร่วมห้านาที อยู่ ๆ ความทรงจำในวันวานก็ผุดขึ้นมาในหัว เธอชอบแกล้งลูกชายเจ้าของบ้านหลังนี้กับเพื่อนๆเขาเป็นที่สุด
แก๊งเด็กอนามัยนั่นน่าแกล้ง เล่นโลดโผนไม่เป็น เน้นทำแต่กิจกรรมน่าเบื่อ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กเล็ก ทว่าพวกเขาเป็นเด็กโตแล้วก็ไม่รู้นะ
“คุณยายขา ที่นี่บรรยากาศร่มรื่น น่าอยู่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลย” สาวน้อยรูปร่างบอบบางในชุดกางเกงยีนขาสั้น เสื้อยืดแขนยาวสีขาว สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ เอียงหน้ามาคุยกับคุณยายนงลักษณ์
“ยายดีใจที่หนูยังชอบที่นี่ และตัดสินใจมาเรียนทำขนมด้วยกัน” แววตาของยายนงลักษณ์ส่องประกายแห่งความตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ก็หนูอยากทำขนมไทยเป็นนิคะ…ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งสองตัว” คนน่ารักยิ้มอย่างมีนัย
หญิงสูงวัยหัวเราะชอบใจ นางรู้ความหมายที่สาวหน้าใสต้องการจะสื่อ
“คุณยาย น้องเมย์ มื้อเย็นพร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า” เป็นเสียงของน้ำปลาที่ยืนตะโกนเรียกทั้งสองมาจากหน้าบ้าน
“เข้าบ้านกันค่ะคุณยาย” สาวน้อยหันมาประคองหญิงสูงวัยเดินเข้าไปในบ้าน
อีกสถานที่หนึ่ง
@จันทบุรี – โรงงานผลิตอัญมณีและเครื่องประดับของ The Jewelry Group
“คุณแทนคะ รอด้วยค่ะ” น้ำหวานเลขาป้ายแดง ตะโกนตามหลังพลางกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาเจ้านายหนุ่ม
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” คนที่กำลังจะก้าวขาขึ้นรถ หันหน้ามาถามอย่างสงสัย
“น้ำหวานจองห้องพักไว้ให้เราสองคนแล้วนะคะ”
“ผมไม่ได้บอกเลยนะว่าจะค้างคืนที่นี่” แทนคุณมองหน้าเลขาสาวแบบงงๆ ช่วงนี้เขาต้องเดินทางมาตรวจตราความเรียบร้อยที่โรงงานบ่อยครั้ง ทว่าเสร็จงานก็จะกลับกรุงเทพฯเลย
‘The Jewelry Group’ เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการค้าอัญมณี มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ มีโรงงานผลิตอัญมณีอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี
“คนอื่นๆก็ยังพากันค้างคืนที่นี่เลยนะคะ” น้ำหวานรีบแย้ง เธอเอ่ยถึงพนักงานในทีมที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ พอเลิกประชุม ทุกคนก็พร้อมใจกันเข้าพักในโรงแรมที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้ให้
“ผมสะดวกที่จะขับรถกลับกรุงเทพฯ” แทนคุณบอก แล้วพาตัวเองเข้าไปนั่งในรถคันหรูด้วยความเหนื่อยล้า เขาอยากกลับบ้านไปอาบน้ำนอนเต็มที
“น้ำหวานขอติดรถกลับกรุงเทพฯด้วยได้ไหมคะ” เลขาสาวตื้อต่อ ถ้าเจ้านายไม่ค้างที่นี่ เธอก็ไม่มีกะจิตกะใจที่จะอยู่ต่อเหมือนกัน
“ไหนคุณบอกว่าจองห้องพักไว้แล้วไง”
“น้ำหวานเปลี่ยนใจค่ะ”
“ผมไม่สะดวก ผมมีธุระต่อ” แทนคุณเลื่อนกระจกขึ้น แล้วขับรถออกไปเลย
ปล่อยให้เลขาหน้าคมยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่คนเดียว
“คุณคิมหันต์ตอนเป็นหนุ่มโสดว่าเข้าถึงยากแล้วนะ แต่คุณแทนคุณเข้าถึงยากยิ่งกว่าหลายเท่า” ประดับดาว เจ้าหน้าที่ฝ่ายคลังสินค้าที่กำลังเดินมาเอารถเอ่ยขึ้นลอยๆ ดูแวบเดียวก็รู้ว่าอีกคนพยายามตีสนิทเจ้านาย
น้ำหวานไม่ได้โต้ตอบอะไร เธอเพียงสะบัดหน้าน้อยๆ แล้วเดินจ้ำอ้าวไปพร้อมกับความรู้สึกเสียเซลฟ์อย่างแรง ไม่คิดว่าเจ้านายหนุ่มจะกล้าปฏิเสธเลขาตัวเองแบบนี้ คนอะไรเย็นชา!
เวลาต่อมา
@บ้านริมน้ำ
“แกร๊ก…แกร๊ก!!!”
” ตุ้บ … ตุ้บ!!! ”
“โอ๊ย…เชี่ย…อะไรวะ…!!!”
ร่างสูงที่โดนฟาดด้วยของแข็งบริเวณกลางหลังอย่างแรง เซถลาล้มลงไปนอนบนพื้น โดยมีร่างของใครบางคนตามขึ้นมานั่งคร่อมทับเอาไว้
“ไอ้โจรกระจอก แกคงดูลาดเลาไว้แล้วสินะ คงคิดว่าบ้านหลังนี้มีแต่คนแก่กับผู้หญิงอยู่ใช่ไหม แกถึงได้เดินย่างสามขุมเข้ามาอย่างสบายอารมณ์แบบนี้!” ปากด่ากราด มือเล็กตบตีรัวตามแผงอกและใบหน้าเป็นพัลวัน
“โอ๊ย!”
“ว๊ายยยย!…ไอ้โจรหื่นแกไม่ใส่เสื้อผ้าเหรอเนี่ย มิน่าแกถึงเดินตรงดิ่งเข้ามาในห้องฉัน ช่วยด้วย!”
“หุบปาก เธอนั่นแหละเป็นใคร เข้ามาอยู่ในห้องนี้ได้ยังไง!” ชายหนุ่มพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง
“ว้าย…ตายแล้ว!” พอได้ยินเสียงดังเสียงเอะอะโวยวาย น้ำปลารีบวิ่งเข้ามาเปิดสวิตช์ไฟในห้อง เธอถึงกับร้องเสียงหลงออกมาดังลั่น ภาพตรงหน้าคือสองร่างนั่งคร่อมทับกันอยู่บนพื้น ดูเหมือนคนใต้ร่างจะมีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้หมิ่นเหม่ ส่วนคนด้านบนก็สวมเพียงกางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามสีขาวตัวบาง
“แทน หนูเมย์ ทำอะไรกัน!?” ยายนงลักษณ์ที่เพิ่งจะเดินมาถึง ตกใจกับภาพล่อแหลมตรงหน้าไม่น้อย
ทั้งสองสะดุ้งตกใจ หันขวับมาเผชิญหน้ากัน หญิงสาวมองคนใต้ร่างตานิ่งราวกับต้องมนต์สะกด
“ลุกขึ้นได้แล้ว หนัก” แทนคุณบอกเสียงหงุดหงิด ชักสีหน้าไม่สบอารมณ์
เมษาละสายตาจากใบหน้าหล่อเหลา ยันกายลุกขึ้นยืน ดวงหน้าเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาฉับพลัน
เวลาต่อมา
@ห้องนั่งเล่น
แทนคุณในชุดลำลองเดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา สายตาคู่ดุมองไปที่ยัยเด็กแสบราวจะกินเลือดกินเนื้อ
“พี่แทน หนูขอโทษค่ะ” มือเล็กยกขึ้นพนมไหว้ ดวงหน้าเรียวก้มงุด
ชายหนุ่มนิ่งเงียบ เจ้าหล่อนตีเขาเกือบจะหลังหัก แค่พูดขอโทษ ทุกอย่างก็จบอย่างนั้นเหรอ โดนทำร้ายร่างกายในบ้านตัวเอง โคตรซวย ยัยเมษาแสบไม่เลิกจริงๆ!
“คุณยายบอกหนูว่าพี่แทนไปทำงานต่างจังหวัด จะกลับมาวันศุกร์ วันนี้วันพุธ” เมษาช้อนตาขึ้นมองคนตัวโต ยายนงลักษณ์พูดแบบนั้นจริงๆ
ชายหนุ่มไม่มีทีท่าจะให้อภัย งานเขาเสร็จก่อนกำหนด ไม่กลับบ้านตัวเองจะให้ไปไหน
“ก็พี่เดินทะเล่อทะล่าเข้าห้องหนูมืดๆค่ำๆไม่ให้สุ้มให้เสียง หนูก็ตกใจไง” เมื่อเห็นอีกคนนั่งเงียบ ทำหน้าขรึมราวไม่ได้ยินคำขอโทษ เมษาจึงอธิบายต่อ
แทนคุณเหยียดยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน ยัยเด็กแสบกำลังจะโยนความผิดให้เขาคนเดียว “ใครจะไปรู้ว่าจู่ๆจะมีคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในบ้าน” เขาโต้เสียงเข้ม มองอีกฝ่ายด้วยสายตาตำหนิ
เมษาเม้มปากอย่างสำนึกผิด
“ห้องผมน้ำไม่ไหล ผมแค่จะเข้าไปอาบน้ำในห้องนั้น” แทนคุณหันมาพูดกับผู้เป็นยายบ้าง ก็เขาไม่รู้จริงๆว่าเมษาได้ย้ายเข้ามาอยู่แล้ว
“พี่เป็นคนปิดวาล์วมิเตอร์น้ำไว้เอง พี่เห็นมันมีรอยน้ำซึมออกมา ไม่แน่ใจว่าท่อในห้องน้ำจะแตกหรือเปล่า ช่างจะมาดูให้พรุ่งนี้ค่ะ” น้ำปลาอธิบาย เธอเองก็ไม่รู้ว่าแทนคุณจะกลับมาก่อนกำหนดเหมือนกัน อีกคนไม่ได้โทรมาบอก
“เรื่องเข้าใจผิดกัน น้องก็ขอโทษแล้ว” ยายนงลักษณ์เป็นคนสรุป
“พี่แทนเจ็บไหมคะ เดี๋ยวหนูจะทายาให้” เมษายันกายลุกขึ้น เดินไปทิ้งตัวนั่งลงข้างคนตัวโตพร้อมกับกล่องยาในมือ
“ลองให้พี่เอาด้ามไม้กวาดฟาดกลางหลังเราแรงๆสักสองสามทีดูไหมล่ะ”
วาจาประชด ทำให้เมษาถึงกับต้องเม้มปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ก็ขอโทษไปแล้วนิ ยังจะอะไรอีก ตัวโตเสียเปล่า!
“ฮะ ..แอ้ม!” ยายนงลักษณ์กระแอมไอออกมาเสียงดัง ชำเลืองมองหลานชายตาเขียว
“เฮ๊ย จะทำไร!” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาดูตกใจมาก เจ้าหล่อนทำท่าเหมือนจะถอดเสื้อเขาออก
“หนูจะทายาให้พี่แทนไง” คนน่ารักตอบ
จังหวะที่เมษาเลิกเสื้อเพื่อทายาให้แทนคุณ น้ำปลาหันไปยิ้มปลื้มปริ่มกับคุณยาย
“พี่แทนถอดเสื้อออกเลยได้ไหมอะ หนูทายาไม่ถนัด”
แทนคุณถอดเสื้อยืดออกวางพาดไว้กับโซฟา เมษาเบิกตากว้างเมื่อเห็นท่อนบนเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายชัดๆ พี่แทนมีรอยสักนกอินทรีตรงช่วงเอวยาวไปถึงแผ่นหลัง ช่างดูมีเสน่ห์ เซ็กซี่ น่าค้นหาเหลือเกิน เรือนร่างของเขาอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ผิวขาวสะอาดสะอ้าน เนื้อตัวก็ห๊อมหอม
“ทาสักทีสิ” แทนคุณเร่ง เจ้าหล่อนเอาแต่นั่งจ้องแผ่นหลังเขาตาเป็นมัน ถ้าจะจ้องนานขนาดนี้ ถ่ายรูปเอาไปตั้งเป็นภาพหน้าจอโทรศัพท์เลยดีกว่า
เมษารีบบีบยาลงบนนิ้วเรียว บรรจงทายาลงตรงรอยฟกช้ำ นวดวนเบาๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกสองสามครั้งติด เพื่อระงับความตื่นเต้น อยู่ดีๆมือไม้ก็สั่นแบบไม่มีสาเหตุ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” ทายาต่ออีกไม่นาน เมษาก็ยื่นปากไปเป่าบริเวณรอยฟกช้ำให้คนตัวโตเบาๆ
แทนคุณสะดุ้งเฮือก รีบหยิบเสื้อที่วางอยู่ขึ้นมาสวม เขาแอบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะดึงสายตาหนีไปทางอื่น
“แยกย้ายกันไปนอนดีกว่า” ยายนงลักษณ์อมยิ้ม มองทั้งสองอย่างชอบใจพลางยันตัวลุกขึ้นจากโซฟา เดินตรงไปยังห้องนอนตัวเองที่อยู่ถัดจากห้องนั่งเล่นไป โดยมีน้ำปลาเดินตามหลังไปติดๆ
แทนคุณเด้งตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หรี่ตามองคนตัวเล็กอย่างเอาเรื่อง นึกอยากบีบจมูกใสๆนั่นให้แหลกคามือ ตีคนอื่นหลังแทบหัก ยังจะมาทำหน้าระรื่นใส่
“คราวหน้าคราวหลังก็หัดดูตาม้าตาเรือด้วยนะ” แทนคุณไม่จบง่ายๆ ถ้าหลังเขาหักใครจะรับผิดชอบ
“หนูแค่ป้องกันตัวค่า” เมษาลากเสียงยาวยียวน ก็ขอโทษไปแล้ว
“ตัวเล็กแค่เนี่ยจะทำอะไรใครได้” คนหล่อว่าอย่างดูแคลน
“ใครกันล่ะที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น” เมษาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอันน้อยนิดของตัวเอง ช้อนมองคนตัวโตอย่างล้อเลียน ก่อนจะสะบัดก้นเดินขึ้นบันได
ร่างสูงได้แต่ยืนมองตามแผ่นหลังบางอย่างมันเขี้ยว
4บทที่ 410 นาที
วันต่อมา
@The Jewelry Group
เช้านี้แทนคุณต้องนั่งเป็นประธานในที่ประชุมเพื่อกล่าวสรุปผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัท “พวกคุณมีอะไรสงสัยก็ถามผมตอนนี้ได้เลยนะ” เขาสัมผัสได้ว่าพนักงานต่างมองมาด้วยสายตาแปลกๆ มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ
พนักงานที่นั่งอยู่ตรงนั้น หันไปมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทว่าไม่มีใครกล้าปริปากถามอะไร
แทนคุณกวาดสายตามองรอบโต๊ะ แล้วหยุดนิ่งที่แผ่นดิน ไอ้เพื่อนซี้ยักคิ้วกลับมาอย่างล้อเลียน
“ถ้าไม่มีคำถามอะไรแล้ว ผมขอปิดการประชุมเพียงแค่นี้เชิญครับ” แทนคุณสรุป สายตาเจ้าเล่ห์ของไอ้เพื่อนตัวดี บอกเป็นนัยว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ
หลังจากที่พนักงานออกไปกันหมด แทนคุณก็จ้องหน้าแผ่นดินอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ
“มึงไปลงอ่างที่ไหนมา คงเอากันดุเด็ดเผ็ดมันน่าดู” แผ่นดินถามด้วยน้ำเสียงยั่วล้อ
คิ้วเข้มของแทนคุณขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขายังไม่เก็ตในสิ่งที่เพื่อนพูด
“ที่รัก คุณเอากระจกให้ท่านประธานส่องหน่อยสิครับ” แผ่นดินเหลือบไปเห็นแพรวมุกเลขาคู่ใจเดินเข้ามาในห้องพอดี จึงเอ่ยปากขอกระจกส่องหน้าจากเธอ
“นี่ค่ะ” แพรวมุกล้วงเอากระจกพับเล็กๆออกมาจากกระเป๋าสะพายข้าง ยื่นไปให้แทนคุณ
เมื่อรับกระจกมาส่องเท่านั้นแหละ แทนคุณถึงกับต้องกัดฟันกรอดเพื่อระงับความโกรธ ใบหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยรอยเล็บข่วน ผิวแดงเป็นจ้ำๆ ลามไปถึงบริเวณลำคอ ดูไม่จืด!
เด็กแสบ เดี๋ยวเย็นนี้ได้เห็นดีกัน!
“เมื่อคืนกูเล่นกับแมว น่าจะโดนเล็บมันข่วน” แทนคุณบอกปัดๆ พอให้จบๆ
“บ้านมึงเลี้ยงแมวตั้งแต่เมื่อไหร่” แผ่นดินไม่เชื่อ ปกติบ้านมันไม่มีสัตว์เลี้ยงนี่น่า
“เลี้ยงตั้งแต่เมื่อคืน”
แผ่นหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิด อีกคนรีบเมินหน้าไปทางอื่น
ช่วงเย็นๆของวันเดียวกัน
@บ้านริมน้ำ
เมษาเพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัย กำลังจะเดินเข้าห้องนอนตัวเอง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่แทนคุณเดินออกมาจากห้องตรงกันข้ามพอดี
“โอ้มาย…!” เมษายกมือขึ้นมาป้องปาก มืออีกข้างยื่นไปคว้าแขนใหญ่ดึงเข้ามาในห้องนอนตัวเอง
แทนคุณมีสีหน้าสงสัย ยัยเด็กแสบจะทำอะไรเขาอีกเนี่ย?
“พี่แทนรอแป๊บหนึ่ง” เมษาดันคนตัวโตให้นั่งลงปลายเตียง ก่อนจะหันไปปลดกระเป๋าสะพายข้างออกจากไหล่ วางไว้บนที่นอน
“อะไรเนี่ย?!” แทนคุณมองหน้าคนตัวเล็กอย่างต้องการคำตอบ เธอลากเขาเข้ามาในห้องนี้ทำไม
หญิงสาวควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋า
“เห็นผลงานตัวเองยัง” พอสบโอกาสเหมาะ แทนคุณขยับปากตำหนิสาวเจ้าด้วยน้ำเสียงติดดุทันที เขารอเวลาคิดบัญชีมาทั้งวัน!
“เพิ่งเห็นนี้แหละค่ะ” เมษาอ้าปากตอบทันควัน เพราะเธอรู้ว่าอีกคนกำลังพูดถึงเรื่องอะไร วันนี้เธอมีคลาสเรียนตอนเช้า ออกไปมหาวิทยาลัยก่อนที่เขาจะตื่น เลยยังไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากัน
หญิงสาวสืบเท้ามายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม พลางเปิดตลับแป้งพัฟออกมา เมื่อคืนหน้าเขาก็ไม่ได้มีรอยให้เห็นเยอะขนาดนี้
“จะทำอะไรพี่” อีกคนทำท่าเหมือนจะทาแป้งพัฟให้ แทนคุณรีบผละออกมา
“อยู่นิ่งๆสิคะ หนูจะปกปิดรอยแดงให้ พี่แทนกำลังจะลงไปหาคุณยายไม่ใช่เหรอ คุณยายเห็นหน้าพี่แบบนี้ ตกใจแย่เลย” เมษารู้ว่าแทนคุณกำลังจะเดินไปศาลาริมน้ำ เพราะตอนที่เธอกลับมาถึงบ้าน พี่น้ำปลาก็บอกให้เธอไปหาคุณยายที่นั่นเหมือนกัน
เมษาโน้มตัวลง ยื่นมือไปกดแป้งพัฟแท็บๆ เกลี่ยๆ บนรอยแดงอย่างเบามือ ตอนนี้ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันแค่คืบ
แทนคุณลอบมองสำรวจคนตรงหน้าอยู่นานสองนาน เมษาดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก คิ้วของเธอสวยได้รูป แพขนตายาวงอน ใบหน้าเรียวเล็กรับกับจมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่ม ผิวขาวอมชมพู ผมสีน้ำตาลเข้มยาวสลวยถึงกลางหลัง ดวงตากลมโตใสแป๋วแต่แฝงไว้ด้วยความซุกซน ประเมินจากสายตาคร่าวๆความแก่นซ่าน่าจะลดลงเยอะแล้ว
“โอ๊ย ตรงนี้พี่เจ็บ!” เมื่อมือเล็กแท็บพัฟลงบนรอยเขียวช้ำบริเวณลำคอ แทนคุณรู้สึกเจ็บจี๊ด จนต้องรีบผละออก เด้งตัวไปด้านหลังตามสัญชาตญาณ
เมษาเอื้อมมือตามไปแบบอัตโนมัติ ทำให้เธอเสียการทรงตัว เซล้มทับลงบนตัวอีกคนอย่างจัง ความนุ่มหยุ่นอัดเบียดเข้ากับแผงอกแกร่งแนบแน่น ปลายกระโปรงจีบรอบที่เธอใส่เลิกขึ้นสูงจนเห็นต้นขาขาวโผล่ออกมา ทำเอาชายหนุ่มถึงกับต้องระบายลมหายใจออกมาหนักๆ
“โอ๊ะ…หนูขอโทษ”
“น้องเมย์ คุณแทน ทำอะไรกันอยู่คะนั่น มิน่าไม่เห็นลงไปข้างล่างกันสักที” น้ำปลาเห็นประตูห้องเปิดกว้างเอาไว้ จึงถือวิสาสะเดินเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง
แต่ภาพที่เมษากำลังนั่งคร่อมอยู่บนตัวแทนคุณ ทำให้เธอต้องอ้าปากค้างเติ่งไปหลายวิ นึกไม่ถึงว่าทั้งสองจะถึงเนื้อถึงตัวกันเร็วปานนี้
เมษาหน้าแดง
“ยายให้พี่ขึ้นมาตามไปทานของว่าง…เออ คุณแทน ช่างมาซ่อมท่อน้ำให้แล้วนะคะ น้ำในห้องคุณไหลแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาใช้น้ำในนี่แล้วมั้ง” น้ำปลาเอ่ยบอกเจ้านายหนุ่มด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
“พี่แทนไม่ได้มาใช้ห้องน้ำหรอกค่ะ” เมษาดีดตัวลุกออกจากแทนคุณ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขายันกายลุกขึ้นมานั่ง
น้ำปลาอมยิ้ม ไม่ได้เข้ามาใช้ห้องน้ำ ก็แสดงว่าจงใจมาพลอดรักกันสินะ
“อุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ” เมษาตอบน้ำปลา สายตาเหลือบมองไปอีกคนเชิงตำหนิ เขาไม่คิดจะอธิบายอะไรช่วยเธอเลยเหรอเนี่ย นั่งหน้านิ่งอย่างเดียวนี่นะ ให้ตายเถอะ
“อุบัติเหตุก็อุบัติเหตุ ไปกันเถอะเดี๋ยวคุณยายจะรอนาน” น้ำปลาอมยิ้มกรุ้มกริ่ม พลันหมุนตัวเดินนำหน้าไปก่อน
เวลาต่อมา
@ศาลาริมน้ำ
เมษามองขนมหลากสีรูปร่างคล้ายดอกไม้ที่วางอยู่ในถาดไม้ไผ่สานด้วยสายตาแวววาวเป็นประกาย
“คุณยาย ขนมดอกเบญจมาศพวกนี้น่ารักจังเลยค่ะ”
ยายนงลักษณ์หัวเราะอารมณ์ดี
“เรียกว่าขนมผกากรองจ้า ว่างๆยายจะสอนให้ทำนะ ลองชิมดูสิ ของชอบพี่แทนเลยนะเนี่ย” หญิงสูงวัยยิ้มกว้าง แววตาตื่นเต้นของสาวน้อยตรงหน้า ทำให้แม่ค้าขายขนมเก่าอย่างนางรู้สึกอิ่มเอมใจมาก
เมษามองขนมผกากรองอย่างสนใจ
“ข้างนอกหลากสีก็จริงนะ แต่ไส้ข้างในเหมือนกันหมด” วันนี้นางเลือกทำไส้เผือกกวน เพราะเป็นไส้ที่หลานชายคนเดียวโปรดปรานมากที่สุด
“ลองสีไหนดีนะ เอาชมพูดีกว่าเนอะ ดูสดใส น่ากิ๊น น่ากิน” เมษาพูดกับตัวเอง เอื้อมมือไปหยิบส้อมขึ้นมาจิ้มขนมตรงหน้าใส่ปาก เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
ผ่านไปสักพัก…
“ขอโทษทีค่ะลืมแบ่งเลย” เมษาบอกพลันหยิบส้อมอันใหม่ขึ้นมาจิ้มขนมในถาด ยื่นไปจ่อใกล้ๆปากแทนคุณที่นั่งอยู่เก้าอี้ตัวข้างกัน
เธอลืมตักขนมแบ่งให้พี่แทน ยายพึ่งจะบอกไปหยกๆว่าเป็นของโปรดเขา ดันกินก่อนเจ้าของบ้าน เสียมารยาทจริงๆ
แทนคุณปรายตามองยายครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงสายตากลับมามองใบหน้าหวาน เขาทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นเธอทำท่าจะป้อน แต่สุดท้ายก็ยอมอ้าปากรับขนมอย่างเสียไม่ได้
ยายนงลักษณ์หันไปยิ้มกับน้ำปลา เพราะนางเริ่มเห็นสัญญาณอะไรบางอย่างแล้ว เมษาน่ารักขนาดนี้ อีกไม่นานแผนนางคงสำเร็จ
คืนวันเดียวกัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“พี่แทนหนูขอเข้าไปนะ” เมษาตะโกนบอกเจ้าของห้องพลางเปิดประตูเข้าไปด้านใน
ดวงตาคู่สวยกวาดมองสำรวจรอบๆ ห้องนอนพี่แทนตกแต่งสไตล์นอร์ดิก เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ดูอบอุ่น ผ่อนคลาย เรียบง่าย เน้นใช้สีขาวเป็นหลัก บรรยากาศโคตรน่านอน แตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง
ก่อนหน้า ห้องนี้เต็มไปด้วยโปสเตอร์วงดนตรีร็อกติดเต็มตามผนัง ที่เหมือนเดิมคงหนีไม่พ้นเสียงเพลงที่เจ้าของห้องมักจะเปิดคลอเคลียทิ้งไว้ตลอด
“สำรวจเสร็จยัง”
“พี่แทน!” เมษายกสองมือเล็กขึ้นมาปิดตาตัวเอง ดวงหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
“หึ หึ หึ” แทนคุณหัวเราะล้อเลียน
ผ่านไปสักครู่..
“เงยหน้าขึ้นมาได้แล้ว”
“พี่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ” ที่เมษาถามแบบนี้เพราะเมื่อสักครู่ ร่างกายของพี่แทนมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันรอบเอวไว้ ภาพนั้นมันทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
“อืม…เข้ามาห้องพี่ทำไมดึกๆดื่นๆ” แทนคุณในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาว กางเกงผ้านิ่มขายาวสีเทาหย่อนกายนั่งลงตรงปลายเตียง
ดวงตาคู่คมมองอยู่ที่ใบหน้าหวานละมุนของผู้บุกรุกที่กำลังสืบเท้าเข้ามาหาเขา ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี คนตรงหน้ายังไม่ทิ้งนิสัยเดิม ชอบถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องนอนเขายามวิกาลแบบนี้เลย
เมษาหย่อนกายนั่งลงข้างแทนคุณพร้อมกับความรู้สึกประหม่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเดินเข้ามาในห้องนี้สักหน่อย แต่ทำไมครั้งนี้รู้สึกแปลกไป ไม่เหมือนครั้งไหนๆ หรืออาจเป็นเพราะว่าเธอไม่ได้เข้ามาห้องนี้นานหลายปีแล้ว
“หนูเอาสกินแคร์มาให้ค่ะ พี่แต้มตรงรอยแดงบนใบหน้าเช้าเย็นนะคะ” เธอยื่นครีมหลอดสีเขียวให้เขา
ชายหนุ่มหลุบมองหลอดครีมในมือเล็ก
“เมคอัพช่วยปกปิดชั่วคราว แต่ตัวนี้จะช่วยลบเลือนรอยแผลเป็นค่ะ” เธอขยายความ ก็พี่แทนเอาแต่นั่งมองหลอดครีม ไม่ยอมหยิบเอาสักที
“พี่ว่าไม่จำเป็นหรอกเดี๋ยวก็หาย รอยเล็บแค่นี้เอง”
“บางแผลลงลึกนะคะ เล็บหนูยาว แค่แต้มเช้า-เย็น เองค่ะ” เมษาแอบลอบมองทั่วใบหน้าหล่อเหลาอยู่นานหลายวิ อย่าบอกนะว่าผิวแบบนี้ได้มาโดยไม่ต้องบำรุงอะไรเลย
แทนคุณไม่ได้ฟังสาวเจ้า เขาไม่ได้ซีเรียสถ้าใบหน้าจะมีรอยแผลเป็นบ้าง คงไม่ทำให้ความหล่อลดน้อยลงหรอก
“หนูขอดูหลังพี่หน่อยนะ” ไม่รอให้อีกคนเปิดปากอนุญาต เมษาถือวิสาสะเลิกเสื้อยืดตัวยาวขึ้นสูง หลังของเขายังเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
ชายหนุ่มสะดุ้งนิดๆ อีกฝ่ายถึงเนื้อถึงตัวเขาอีกแล้วนะ
“หนูอยากทายาให้”
ไม่ต้องรอให้เธอพูดซ้ำ แทนคุณรีบถอดเสื้อยืดตัวเองออกทางศีรษะแล้ววางไว้บนเตียง
เมษาลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หยิบหลอดยาขึ้นมาบีบลงปลายนิ้ว แล้วทาลงบนแผ่นหลังกว้าง
เพียงครู่เดียวเธอก็รีบชักมือกลับ เพราะกลิ่นสบู่หอมๆจากตัวพี่แทนกำลังสร้างความปั่นป่วนแปลกๆ ไหนจะรอยสักรูปนกอินทรีกลางหลังนั่นอีก
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
เมษาหัวใจเต้นแรง ร่างกายร้อนผ่าวแบบไม่รู้สาเหตุ หวังว่านี่คงไม่ใช่อาการเบื้องต้นของคนเป็นโรคหัวใจนะ คงไม่หรอก เพราะอาการนี้เกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่อยู่ใกล้พี่แทน
“กู๊ดไนท์ค่ะพี่แทน” สิ้นประโยคเมษาก็รีบพาตัวเองออกไปพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ
แทนคุณมองตามแผ่นหลังบางที่กำลังเปิดประตูห้องออกไปจนสุดสายตา อากัปกิริยาของเมษาเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เธอไม่ใช่น้องน้อยของเขาอีกต่อไปแล้ว






