เรื่องย่อ
ด้วยความแค้นที่ฝังใจมาตั้งแต่เด็กทำให้ คิมหันต์ แสร้งตกหลุมรัก เพียงฟ้า ขอคบหา และเป็นฝ่ายร้องขออยู่กินกันฉันสามีภรรยาก่อน สัญญาว่าจะจัดงานแต่งให้อย่างสมเกียรติ เขาต้องการย่ำยีเธอ แล้วค่อยเทงานแต่งทีหลัง เจตนาให้มารดาของเธอคลั่งตาย แต่สุดท้ายใครจะคลั่งตายกันแน่
ทดลองอ่าน
อ่านบทเปิดเรื่อง ซ่อนบทเปิดเรื่อง
“ขอบคุณที่เทงานแต่งยัยแพรนะ ลูกสาวแม่จะได้หลุดพ้นจากคนเห็นแก่ตัวอย่างคิมสักที” ชลนิภาเชิดหน้าสะใจ
คิมหันต์สับสน มองคู่อริอย่างไม่เข้าใจ
“คิมเห็นลูกสาวแม่เป็นแค่นางบำเรอบนเตียง ไม่เคยพาออกไปเปิดหูเปิดตาสักครั้งเดียว ไม่เจียดเงินมาเลี้ยงดู ทั้งๆที่ตัวเองรวยล้นฟ้า แถมยังใช้หัวปั่น งานหลวงไม่ให้ขาดงานราษฎร์ไม่ให้เสียราวกับคนใช้ก็ไม่ปาน อันที่จริงแม่เคยยุให้ยัยแพรเลิกกับลูกคิมหลายครั้งแล้วนะ แต่ลูกสาวแม่หัวอ่อนจัด บูชาความรักยิ่งกว่าสิ่งใด แม่โชคดีแค่ไหนที่คิมตัดสินใจยกเลิกงานแต่งไปเอง แม่จะได้จับลูกสาวคนสวยไปใส่ตะกร้าล้างน้ำ รอผู้ชายที่ดีกว่า รวยกว่าคิมมาจีบ” คนเจ้าแผนการปล่อยเสียงหัวเราะร่าอย่างมีความสุข มันสมองแค่นี้คิดจะมาเล่นเกมกับนางเหรอ คนละลีก!
ใบหน้าหล่อคมสั่นร้อนด้วยโทสะ กรามหนาขบกันแน่นจนเป็นสันนูน
“คำว่านางบำเรอยังมากไป ที่ระบายความใคร่ชั่วคราวน่าจะเหมาะกว่า!” คนโมโหจัดกระแทกเสียงดังลั่น จะจับลูกสาวตัวเองไปใส่ตะกร้าล้างน้ำถวายพานให้ผู้ชายอื่น ใช้สมองส่วนไหนคิด!
“ยัยแพร คุณดา ถืออะไรกันมาคะ พะรุงพะรังเชียว” แม่เลี้ยงวัยกลางคนปรับสีหน้าเข้าสู่โหมดปกติทันควัน ฉีกยิ้มหวานทักทายเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นลูกสาวกับน้องสามีกำลังเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร นางทำตัวปกติแนบเนียนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พวกเราซื้อผลไม้มาฝากคุณลุงค่ะ” คนในหัวข้อสนทนาพยายามบังคับเส้นเสียงไม่ให้สั่นเทา ควบคุมอากัปกิริยาเสมือนไม่ได้ยินประโยคนินทาก่อนหน้า มือบางกำถุงหูหิ้วเอาไว้แน่น อยากก้าวขาไปข้างหน้าต่อ แต่ใยร่างกายไม่ยอมขยับเขยื้อน เพียงฟ้ายืนฟังทั้งสองคุยกันอยู่ตรงนั้นสักพักแล้ว
คิมหันต์หันขวับมามองสบประสานสายตาคู่หม่น จังหวะเหมาะเจาะแบบนี้เขาควรสะใจไม่ใช่เหรอ ในเมื่อเธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เขาดึงมาแก้แค้นคนละโมบ แต่ทำไมหัวใจดันสั่นคลอนแปลกๆ
1บทที่ 17 นาที
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองบ้านหรูหลังใหญ่ราวคฤหาสน์เบื้องหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก “เข้าไปข้างในกันเถอะ”
“ไอ้คิม กูว่ามึงเลือดเย็นไปไหมวะ!” แผ่นดินเอ่ยเตือนสติ หมายโน้มน้าวให้เพื่อนรักเปลี่ยนแผนร้าย
เจ้าของใบหน้าหล่อคม รูปร่างสูงใหญ่ ผิวกายสีน้ำผึ้ง ยืนเต็มความสูง ดูสง่าในชุดสูทเนื้อดีสีดำ หรี่ตามองคนที่ยืนอยู่ข้างกัน “แค่จิ๊บๆคงไม่ถึงกับอกแตกตายหรอกมึง”
“แพรเป็นเมียมึงนะเว๊ย คิดดีๆ” หนุ่มหน้าตี๋คัดค้านหัวชนฝา
“แค่นางบำเรอกู!” คิมหันต์กระตุกยิ้มร้ายอย่างสะใจ พลันก้าวขาเดินเข้าไปข้างในโดยไม่สนคำทัดทาน
แผ่นดินจำใจต้องเดินตามไป
@ห้องรับแขก
วันนี้เป็นวันนัดจดทะเบียนสมรสระหว่าง ‘เพียงฟ้า’ และ ‘คิมหันต์’ คู่รักเห็นพ้องจดทะเบียนกันก่อนพิธีแต่งงานที่จะมีขึ้นในอาทิตย์หน้า สักขีพยานมีเพียงญาติผู้ใหญ่และเพื่อนสนิทไม่กี่คน
“พ่อดีใจมากที่วันนี้มาถึงสักที อยู่กินกันเป็นปีๆผู้หญิงเสียหาย” คุณปิติภัทรประมุขใหญ่ของ ‘บ้านสวัสดิวงศ์’ เงยหน้าขึ้นพูดกับลูกชายคนเดียว แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความปลาบปลื้ม ไม่มีอะไรที่จะทำให้ไม้ใกล้ฝั่งอย่างท่านสุขใจมากไปกว่าการได้เห็นพิธีแต่งงานของลูกชายคนเดียว
ชลนิภาแม่เลี้ยงคนสวยวัยสี่สิบต้นๆที่กำลังจะกลายเป็นแม่ยายของคิมหันต์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้ายกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาข้อมือ พลางชะเง้อคอมองไปทางบันได แปลกใจที่ลูกสาวไม่ปรากฏตัวสักที
“เอ๊ะ… ทำไม่ยัยแพรยังไม่ลงมาอีกคะพี่ภัทร” ดาริกาเอ่ยถามพี่ชาย ก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับแม่บ้าน “ป้ายาขึ้นไปดูหนูแพรให้ฉันหน่อย”
เจ้าของชื่อพยักหน้ารับคำ
“ขอโทษที่ลงมาช้านะคะ”
เพียงฟ้าเดินลงบันไดมาอย่างสง่างามในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีเหลืองอวดเรือนร่างเพรียวระหง
ใบหน้าขาวเนียนรูปไข่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา รับกับเรือนผมยาวสลวยดำขลับที่ทิ้งตัวลงมาปรกข้างลำคอระหง ดูสวยสะดุดตาจนทุกคนในห้องต้องตกตะลึงมองมาที่เธออย่างชื่นชมเป็นสายตาเดียวกัน ไม่เว้น ‘คิมหันต์ สวัสดิวงศ์’ คนรักของเธอ
เพียงฟ้าเดินเข้ามาในห้องรับแขก ใบหน้ายิ้มแย้มแววตาเป็นประกาย มือเรียวยกขึ้นไหว้ทักทายทุกคนอย่างนอบน้อม ก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งลงข้างแฟนหนุ่ม
“พี่คิมแพรยิ่งกลัวว่าพี่จะมาไม่ทันเวลา” เธอกระซิบเบาๆพอให้ได้ยินกันแค่สองคน นอนผวาสะดุ้งตื่นทั้งคืน เกรงว่าแฟนหนุ่มที่ติดงานอยู่ต่างจังหวัดจะกลับมาไม่ทันนัดสำคัญ
“เอาเอกสารสมรสให้เด็กๆเลย” คุณปิติภัทรบอกกับคุณนิติธรเพื่อนสนิทรุ่นน้อง พ่วงตำแหน่งนายทะเบียนที่จะทำเรื่องจดทะเบียนให้ทั้งคู่ในวันนี้
คุณนิติธรหยิบเอกสารปึกใหญ่ออกมาวางบนโต๊ะ ทำท่าจะเลื่อนให้คู่สามีภรรยา แต่ก็ต้องชะงักมือเอาไว้ เมื่อหลานชายดันเอกสารปึกนั้นกลับคืนมา
เพียงฟ้ามองตามมือของแฟนหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ
“ผมมีเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนทราบครับ” คิมหันต์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแววตาเย็นชา
ทุกสายตามองมาที่คนพูด
“จะไม่มีการจดทะเบียนสมรสหรืองานแต่งเกิดขึ้นครับ”
คนทั้งห้องอ้าปากค้าง เพียงฟ้าหน้าซีดเป็นไก่ต้ม แทบลมจับ
“พี่คิม แพรไม่เข้าใจ!” เพียงฟ้าไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง น้ำตาเริ่มคลอเบ้า สมองพร่าเบลอไปหมด เธอกำลังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
“ยังต้องให้อธิบายอะไรซ้ำซ้อน พี่ไม่อยากแต่งงานกับแพร” คิมหันต์สาดสายตาคมกริบมองไปที่แม่เลี้ยงชลนิภา มุมปากยกยิ้มร้ายอย่างผู้มีชัย ทว่าอีกคนได้แต่นั่งนิ่งๆไม่แสดงอาการอะไรออกมา
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากโซฟา เตรียมพาร่างสูงใหญ่ของตัวเองออกไปจากห้องรับแขก
“พี่คิม แพรผิดอะไร แพรไม่ดีตรงไหน แพรพร้อมปรับตัวนะคะ แพรรักพี่” เพียงฟ้าดีดตัวลุกขึ้น วิ่งเข้าไปสวมกอดคิมหันต์จากด้านหลัง “อย่าทำแบบนี้นะคะ” คนกำลังโดนเทพูดจาอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเจือสะอื้น น้ำตาหลั่งไหลออกมาเป็นทาง ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ตลอดหนึ่งปีที่อยู่กินกันมาทุกอย่างราบรื่นดี
“ทำไมล่ะคิม พ่อเห็นเราสองคนดูรักกันดี” คุณปิติภัทรพ่นลมหายใจออกมาหนักๆเพื่อระงับสติ ใบหน้าเหี่ยวดูเคร่งเครียดขึ้น ที่ผ่านมาทุกอย่างดูปกติ ไม่มีวี่แววจะจบลงแบบนี้เลยสักนิด
“นั่นนะสิ อางงไปหมดแล้วตาคิม” ดาริกาว่า ในขณะที่คนอื่นๆยังไม่กล้าปริปากพูดอะไร แม้แต่คนเป็นแม่ นางยังคงนั่งดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ
“ผมไม่ได้รักแพร ไม่คิดที่จะแต่งงานกับแพรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” เขาแกะมือเธอออกพัลวันอย่างเลือดเย็น
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ เปรียบเสมือนปลายเข็มแหลมคมทิ่มแทงลงมากลางใจ หญิงสาวรู้สึกเจ็บปวด น้อยใจ สับสนเกินบรรยาย
ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรง เข่าแทบทรุด ‘ไม่รัก ไม่เคยคิดที่จะแต่งงานด้วยอย่างนั้นเหรอ’ มิน่าที่ผ่านมาเขาไม่ยอมเปิดตัวเธอกับใครๆ หยาดน้ำใสๆไหลนองออกมาอาบสองแก้มนวลราวเขื่อนแตก
คิมหันต์ไม่เคยรักเธอเลย แต่เธอได้มอบทั้งตัวและหัวใจให้เขาครอบครองมาตั้งนานแล้ว
พูดมาขนาดนี้ยื้อต่อไปคงไม่มีประโยชน์อะไร เธอควรก้มหน้ายอมรับความจริง แม้จะรู้สึกเจ็บเจียนตายก็ตาม
“พูดแบบนี้ผู้หญิงเสียหายนะ ไม่คิดจะแต่งงานด้วย แต่อยู่กินกันฉันสามีภริยามาเป็นปีๆ!” คุณปิติภัทรตะเบ็งเสียงใส่ลูกชายอย่างเหลืออด
คิมหันต์ไม่ได้โต้ตอบ
“คุณว่าไงนิ” คุณปิติภัทรถามภรรยา มองเพียงฟ้าอย่างนึกสงสาร ในเมื่อลูกชายประกาศกร้าวออกมาต่อหน้าทุกคนแบบนี้แล้ว ต่อให้เอาปืนมาจ่อหัวก็คงบังคับมันไม่ได้
“ถ้าลูกคิมไม่อยากแต่งงานกับยัยแพร นิจะไปบังคับอะไรได้” ชลนิภาตอบสามีด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้ากลมที่ถูกแต่งแต้มไว้ด้วยเครื่องสำอางสีฉูดฉาดเชิดขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน
คิมหันต์เบือนหน้าไปมองแผ่นดิน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันมุ่น แปลกใจกับคำพูดของแม่เลี้ยงใจร้ายเป็นที่สุด
ตาคมวาวมองไปรอบๆโต๊ะรับแขก ดูเหมือนว่าทุกคนกำลังงงกับคำพูดของนางไม่น้อยไปกว่าเขา จะยอมกันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ
คิมหันต์รู้สึกตงิดในใจ ทำไมนางไม่โวยวายเลยสักนิด มันไม่ใช่ภาพที่คาดการณ์เอาไว้ เขาอยากเห็นนางคลุ้มคลั่ง ร้องไห้ฟูมฟาย ร้องขอไม่ให้ยกเลิกงานแต่ง แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรเป็นลูกสาวนางที่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่คนเดียว
‘กอหญ้า’ เพื่อนสาวคนสนิทของเพียงฟ้าที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องรับแขกทันได้เห็นเหตุการณ์ตอนท้ายพอดี เธอรีบสืบเท้าเข้ามาโอบประคองร่างอ่อนล้าของเพื่อนเอาไว้
“แพร”
“พาฉันออกไปจากตรงนี้ที” เพียงฟ้าซุกใบหน้าที่อาบไปด้วยหยาดน้ำตาลงบนไหล่เพื่อน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะสติแตก ปวดร้าวหัวใจเกินบรรยาย อยากหายไปจากตรงนี้เหลือเกิน ไม่กล้าแม้แต่จะมองสบตาใครๆ ทั้งเจ็บและอาย ร่างกายหมดเรี่ยวแรง ขาสั่นระริกจะล้มทั้งยืนอยู่แล้ว
—–
ปัจจุบัน
@เกาะสมุย
“ผมเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณนะสาวน้อย ผู้ชายคนนั้นใจร้ายกับคุณมาก” หนุ่มลูกครึ่งหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวใส นัยน์ตาสีเขียวมรกตยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 190 เซนติเมตร เขาฟังสิ่งที่สาวขี้เมาพร่ำเพ้อเป็นฉากๆอย่างตั้งใจ รู้สึกเหมือนตัวเองได้ไปนั่งอยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นด้วย
มือหนาปัดทรายออกจากหน้าขา สายตามองใบหน้ารูปไข่ที่กำลังแดงก่ำอาบฉ่ำไปด้วยคราบน้ำตาอย่างนึกสงสาร อยู่กินกับคนรักมาเป็นปีๆ อยู่ดีๆก็โดนเทงานแต่งแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ไปกันเถอะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกคนสิ้นหวัง พลางยื่นมือไปฉุดเธอขึ้นมา เขาเห็นผู้หญิงตรงหน้ามานั่งดื่มคนเดียวที่ริมหาดติดต่อกันหลายวัน เลยเข้ามาทัก จนได้รู้ว่าเธอโดนคนรักเท
“ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว ฉันยังคิดถึงเขาทุกวัน ฉันโง่มากใช่ไหมคะ เค้าไม่รักแล้วยังฟูมฟาย” เธอขอความคิดเห็นจากคนแปลกหน้า
“ไม่หรอก คุณแค่รักเขามาก” หนุ่มหน้าคมตอบ มือใหญ่เอื้อมมาดึงแขนเธอให้เดินไปด้วยกัน
2บทที่ 28 นาที
@The Jewelry Group
‘คิมหันต์ สวัสดิวงศ์’ ชายหนุ่มรูปร่างสูงกำยำ หน้าตาหล่อเหลาอายุ 27 ปี รองประธาน ‘The Jewelry Group’ เดินอย่างสง่าผ่าเผยเข้ามาในบริษัทเคียงคู่กับ ‘อลิศรา’ หรือ ‘ริสา’ ผู้จัดการป้ายแดงที่เพิ่งจะเข้ามาทำงานได้เดือนกว่าๆ
สองคนเดินคลอเคลียกันแบบไม่แคร์สายตาใครๆ โดยเฉพาะพนักงานสาวๆที่มองมาด้วยความอิจฉา ทั้งคู่เดินตรงดิ่งขึ้นลิฟต์ไปยังห้องทำงานของคุณปิติภัทรผู้ซึ่งเป็นประธานใหญ่ของ ‘The Jewelry Group’
‘The Jewelry Group’ เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับค้าอัญมณีและเครื่องประดับ
@ห้องประธาน
“สวัสดีค่ะท่านประธาน” อลิศรายกมือไหว้อย่างนอบน้อม อีกฝ่ายเพียงพยักหน้าเล็กน้อย
“อาทิตย์หน้าจะมีลูกค้ารายใหญ่มาดูโรงงาน พยายามนำเสนอแผนธุรกิจที่สามารถโน้มน้าวให้เขาอยากมาลงทุนกับเรา” คุณปิติภัทรไม่ได้อารัมภบทอะไรมากมาย ท่านเปิดประเด็นในสิ่งที่อยากจะหารือทันที
“แม่เลี้ยงผมไปไหนเสียล่ะ” คิมหันต์ไม่ได้ตอบเรื่องงาน แต่กลับถามถึงแม่เลี้ยงใจร้าย มุมปากหยักยกยิ้มอย่างสะใจ ไม่คิดเลยว่าการกำจัดขวากหนามจะทำได้ง่ายดายแบบนี้
ตั้งแต่วันที่เขาเทงานแต่งเพียงฟ้า ชลนิภาก็ไม่โผล่หน้าเข้ามาที่บริษัทอีกเลย
“แกสนใจงานดีกว่า ดีลนี้สำคัญกับบริษัทเรามาก ห้ามพลาดและกัน” ท่านประธานใหญ่เอ่ยย้ำกับลูกชายด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมมีผู้จัดการคนเก่งคอยแบ็คอัพอยู่นะครับ พ่อไม่ต้องห่วงหรอก”
คุณปิติภัทรมองภาพตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดใจ ลูกชายตัวดีไปคว้าผู้หญิงที่ไหนมาช่วยงานก็ไม่รู้
“พวกเราจะทำให้เต็มที่ค่ะ” อลิศราพูดแก้สถานการณ์เมื่อเห็นท่านประธานชักสีหน้าไม่พอใจ แม้เพิ่งจะเข้ามาทำงานที่นี่ได้เพียงเดือนกว่าๆ เธอพอรู้ว่าคุณปิติภัทรเป็นคนที่จริงจังเรื่องงานมาก
“ช่วงนี้แกดูแลบริษัทแทนฉันและกันนะ ฉันจะพาคุณนิไปพักผ่อนที่ยุโรป” คนเป็นพ่อบอกกับลูกชาย
“ครับพ่อ” คิมหันต์ยิ้มเย็นอย่างผู้มีชัย ในที่สุดยัยแม่เลี้ยงก็แพ้เขาราบคาบ คนที่จะสืบอำนาจ ‘The Jewelry Group’ ต่อ ควรเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น
อีกสถานที่หนึ่ง
@เกาะสมุย
“สวัสดีครับสกายผมขอนั่งด้วยคนนะ” ชายหนุ่มเอ่ยทักคนที่กำลังตักข้าวใส่ปาก พลางถือวิสาสะลากเก้าอี้ออกมานั่งฝั่งตรงข้าม
“สวัสดีค่ะคุณเนลล์ ฉันชื่อเพียงฟ้าหรือเรียกแพรก็ได้ค่ะ ไม่ใช่สกายสักหน่อย” เพียงฟ้าอธิบาย
“คุณยิ้มได้แล้วนะสกายผมดีใจด้วย”
“ฉันจำเป็นต้องยิ้มสู้ อีกสองวันฉันต้องกลับไปทำงานแล้วนะคะ” เธอรวบช้อน มือเรียวยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม
“ไหวเหรอ” ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานอย่างนึกเห็นใจ เมื่อคืนเธอบอกเขาว่าอดีตคนรักเป็นคนเดียวกันกับเจ้านาย
โชคชะตาช่างโหดร้ายกับผู้หญิงตัวเล็กๆ
“ต้องไหวสิคะ หลบมาร้องไห้เป็นเดือนๆแล้วนะ จะไม่เสียน้ำตาให้ผู้ชายคนนี้อีกแล้วค่ะ” ในเมื่อเขาไม่รักเธอก็จะตัดใจ
“งั้น วันนี้เราไปเที่ยวด้วยกันไหม ผมไม่เคยเห็นคุณก้าวขาออกจากรีสอร์ตเลยนะ” เขาเห็นเธอมานั่งทานข้าวที่ห้องอาหาร เสร็จแล้วก็ไปดื่มต่อริมหาด ไม่เคยทำกิจกรรมอะไรนอกเหนือจากนี้เลย
“โอเคค่ะ วันนี้ฉันจะออกไปเที่ยวกับคุณ” เธอตอบตกลงคนแปลกหน้าอย่างง่ายดาย เพราะตั้งแต่มาเหยียบสมุยก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไหน
สามวันต่อมา
@The Jewelry Group
เพียงฟ้ายืนมองป้ายชื่อที่ติดอยู่หน้าห้องกว่าห้านาที พลันสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพื่อเรียกขวัญให้กับตัวเอง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ขออนุญาตนะคะ”
เพียงฟ้าเปิดประตูเดินเข้าไปข้างใน ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเธอชะงักเท้าเล็กน้อย ทว่าเพียงครู่เดียวก็ก้าวขาเดินต่อ
มือข้างหนึ่งถือแฟ้ม อีกข้างบีบเข้าหากันแน่น หัวใจกระตุกสั่นด้วยความเจ็บปวด เธอพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
อลิศราที่ยืนอยู่ข้างรองประธานสุดหล่อเดินอ้อมออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าเพียงฟ้า เรียวปากอวบอิ่มระบายยิ้มกว้าง
“สวัสดีค่ะฉันชื่ออลิศราเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนใหม่ของที่นี่” เธอเอ่ยแนะนำตัวเองอย่างภาคภูมิใจ พยายามซ่อนความเย้ยหยันเอาไว้ภายใต้ดวงหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะ” เพียงฟ้าทักทายกลับตามมารยาท สาดสายตาไล่สำรวจไปพลาง
ยัยอลิศรามีรูปร่างสูงเพรียว ขาเรียวยาว สวยเซ็กซี่เหมือนที่ใครๆบอกจริงๆ
เมื่อเช้าเพื่อนพนักงานบอกว่าท่านรองประธานรับสาวสวยเข้ามาเป็นผู้ช่วยมือขวา ลือกันให้แซ่ดว่าเจ้าหล่อนเป็นคนพิเศษของเขาด้วย
“รบกวนเซ็นชื่อตรงนี้ให้ด้วยค่ะ” เพียงฟ้าวางเอกสารสำคัญลงบนโต๊ะให้อดีตสามีโดยไม่ปรายตามองเขา
คิมหันต์หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านอย่างละเอียดแล้วจรดปากกาเซ็น เสร็จแล้วยื่นกลับคืนไปให้ เขาเองก็ไม่ได้สนใจเธอ
เพียงฟ้ารีบพาตัวเองออกจากห้องก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา
“เธอน่าจะอาลัยอาวรณ์คุณไม่น้อยนะคะ ถึงกับต้องหนีไปพักร้อนเป็นเดือนๆ” อลิศราพูดกับคนหน้านิ่งอย่างหยั่งเชิง
คิมหันต์ยังไม่มีโอกาสได้ตอบ เพราะมีเสียงเคาะประตูดังแทรกขึ้นมาก่อน
คนที่เดินเข้ามาในห้องคือ ‘แผ่นดิน’ ผู้จัดการฝ่ายผลิต และเพื่อนสนิทของท่านรองประธานนั่นเอง
“อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่ห้องรับรอง VIP ลูกค้าเราคอนเฟิร์มเวลามาแล้ว” ผู้จัดการหนุ่มเอ่ยบอก ลูกค้ารายนี้สำคัญมาก ซึ่งก็เป็นรายเดียวกันกับที่ท่านประธานใหญ่หมายมั่นปั้นมืออยากให้มาลงทุนด้วยนั่นแหละ
คิมหันต์พยักหน้ากลับไปแทนคำตอบ
เวลาต่อมา (ก่อนประชุมสำคัญ)
@ห้องรับรอง VIP
“เค้าชื่อนิโคลัส คาวัลรี่ ลูกครึ่งไทย – ออสเตรีย นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง อายุ 29 ปี สถานะโสด ทำธุรกิจหลายอย่าง อาทิ สนามกอล์ฟ สปอร์ตคลับ และวิลล่าหรูให้เช่าทั่วไทย รวยระดับหมื่นล้าน ติดลิสต์ 50 อันดับมหาเศรษฐีของไทย” แพรวมุกเอ่ยรายงานประวัติส่วนตัวคร่าวๆของว่าที่ผู้ลงทุนรายใหม่
คนในห้องรับรองพยักหน้ารับรู้
“มีอีกข้อหนึ่ง แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องการลงทุน เค้าติดอันดับหนุ่มฮอตที่สาวๆ อยากออกเดตด้วยมากที่สุดของปีนี้” เลขาหน้าใสอมยิ้มปลื้มปริ่ม
“อุตส่าห์ตั้งใจฟังแทบตาย จะหล่อสักเท่าไหร่เชียว” ประโยคสุดท้ายที่แม่เลขาหน้าซื่อเอ่ยรายงานทำให้แผ่นดินนึกหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเห็นเธอพูดไปยิ้มไป เขาแทบอยากจับแม่เลขาแว่นกลมมาหักคอให้มันรู้แล้วรู้รอด
“หึ หึ หึ” คิมหันต์หัวเราะร่วน
แผ่นดินเลิกคิ้วหงุดหงิด
“เอาน่าอย่าโฟกัสผิดจุด เราต้องจูงใจให้เขามาลงทุนกับเราให้ได้” คิมหันต์เลิกคิ้วให้เพื่อนอย่างล้อเลียน
“คิก คิก คิก” อลิศราหลุดเสียงหัวเราะเย้ยหยันออกมาซะดังลั่น
ทุกคนหันไปมองเธอ
“นักธุรกิจหมื่นล้านคงไม่มาสนใจเลขาหน้าห้องหรอกค่ะ ถ้าหลับอยู่ก็ตื่นได้แล้ว”
ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา เพราะมัวแต่อึ้งกับคำพูดของหล่อน
ความเงียบทำให้อลิศราฉุกคิดขึ้นได้ “ฉันแค่ล้อเล่นค่ะ” เธอรีบเอ่ยแก้ตัว
สักครู่ต่อมา
พนักงานต้อนรับสาวเดินนำหน้าแขกคนพิเศษเข้ามาในห้องรับรอง VIP พร้อมเอ่ยแนะนำว่าที่ผู้ลงทุนรายใหม่ให้รู้จักกับรองประธานและทีมการตลาด หมดหน้าที่เธอก็กลับออกไป
คิมหันต์เริ่มเปิดฉากหารือกับว่าที่ผู้ลงทุนรายใหม่แบบไม่รีรอ
คุยงานกันได้พักใหญ่ๆ …
“ทางเราอยากเห็นข้อมูลภาพรวมที่มันชัดเจนมากกว่านี้ครับ” รันเวย์ผู้ช่วยคนสนิทของนิโคลัสเอ่ยขึ้น ก่อนจะส่งเอกสารคืนให้กับผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่ตอนนี้สีหน้าของเธอดูไม่สู้ดีนัก
“ข้อมูลในแฟ้มนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด” นิโคลัสปิดแฟ้มเอกสาร
คิมหันต์มีสีหน้ากังวล เขามอบหน้าที่นี้ให้อลิศรารับผิดชอบ แต่ดูเหมือนหล่อนจะพลาดเสียแล้ว
“คุณคิมหันต์ให้พนักงานที่มีความชำนาญในเรื่องนี้มาเป็นที่ปรึกษาผมสักคนสิครับ พวกเราไม่อยากอ่านเอกสารเป็นปึกๆแบบนี้” นิโคลัสเสนอ ก็ข้อมูลที่ผู้จัดการสาวเตรียมมาให้เขาไม่ได้เรื่องจริงๆ
“ตกลงตามนั้นครับ” คิมหันต์คลี่ยิ้มเล็กน้อย นึกตำหนิผู้จัดการป้ายแดงอยู่ในใจ หล่อนทำให้เขาเสียหน้า ไหนบอกว่ามีประสบการณ์พรีเซนต์แผนธุรกิจให้ลูกค้ามานับไม่ถ้วน
“ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับไลน์การผลิต ชัดเจนทุกประเด็น” ประโยคนี้รันเวย์หันไปพูดกับแพรวมุก
คนที่ได้รับคำชมยิ้มแป้นปากแทบฉีก ทำให้แผ่นดินที่นั่งอยู่ข้างกันต้องรีบยกกาแฟดำขึ้นมาจิบรัวๆ
“วันจันทร์หน้าเราจะมีการประชุมใหญ่ แนะนำคุณทั้งสองกับพนักงานของเรานะครับ” คิมหันต์เอ่ยบอกสองแขกคนพิเศษ
หารือกันเสร็จ คิมหันต์ก็ได้เชิญว่าที่ผู้ลงทุนรายใหม่ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน แม้การเจรจาในครั้งนี้ไม่ได้ออกมาในทิศทางที่ต้องการ แต่ก็ไม่ได้ถือว่าแย่ซะทีเดียว เพราะอย่างน้อยๆคุณนิโคลัสก็ยังไม่ได้ปฏิเสธ ประชุมคราวหน้าเขาคงต้องเตรียมแผนธุรกิจมาพรีเซนต์ด้วยตัวเอง
3บทที่ 36 นาที
@ผับแอนด์เรสเตอรองก์
“เอาตรงๆนะ ตอนนี้กูงงไปหมดแล้ว” คิมหันต์ว่าอย่างไม่เข้าใจ
“เรื่อง?” องศาถาม
‘องศา’ เป็นเพื่อนสนิทอีกคนของคิมหันต์
“ยัยแม่เลี้ยงใจร้ายไม่ได้โต้ตอบกูอีกเลยมึง” คิมหันต์ทำหน้าสับสน มือหนายกเบียร์ขึ้นมาซดแบบเซ็งๆ
“นั้นนะดิ เขาแอ๊บเปล่าวะมึง เคยได้ยินไหมใช้ความนิ่งสยบทุกความเคลื่อนไหว” แผ่นดินแสดงความคิดเห็น เขารู้ดีว่าชลนิภาเป็นคนร้ายกาจแค่ไหน
“วันที่กูยกเลิกงานแต่ง ยัยแม่เลี้ยงก็ไม่ได้โวยวายอะไรเลยนะ มันแปลก มันผิดปกติ” คิมหันต์ยังคาใจกับเหตุการณ์ในวันนั้นไม่หาย
สิ่งที่เขาอยากเห็นมากที่สุดคือชลนิภาเอะอะโวยวาย ดิ้นเร่าด้วยความเจ็บปวด
“แกประกาศชัดขนาดนั้น ใครจะกล้าโวยวายวะ” องศาว่า แม้วันนั้นเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เหมือนเพื่อนอีกสองคน แต่แผ่นดินก็ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เขาฟังอย่างละเอียด
คิมหันต์วางแก้วเบียร์ในมือลง นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด
“มันผิดวิสัย กูอยู่กินกับลูกสาวเค้ามาเป็นปีๆนะโว๊ย แพรเสียหายเต็มๆ” แม่เลี้ยงใจร้ายอยากได้เขาเป็นลูกเขยจนตัวสั่น ทำไมนางยอมให้ยกเลิกงานแต่งง่ายๆ โดยไม่เรียกร้องอะไรเลย ค่าเสียหายสักบาทก็ไม่เอ่ยถึง
“แก้แค้นนางแม่มดใจร้ายได้สำเร็จมึงควรยิ้มสิวะ ไม่ใช่มานั่งทำหน้าซังกะตายแบบนี้” แผ่นดินว่า
“แม่เลี้ยงกูไม่โผล่หน้าไปบริษัทก็จริงนะมึง แต่เขาดูไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนอะไรเลย เขารักลูกสาวมาก ลูกสาวโดนฟันแล้วทิ้งแบบนี้ เขาต้องสติแตกดิว่ะ” คิมหันต์ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ เขาพลาดอะไรไปหรือเปล่าเนี่ย
“หรือมึงมีอคติกับเค้ามากเกินไปวะ” องศาพยายามหาเหตุผล
คิมหันต์เอาแต่นั่งส่ายหน้าอย่างใช้ความคิด เขายังแปลกใจกับอากัปกิริยาของแม่เลี้ยงใจร้ายไม่หาย
วันต่อมา
@บ้านสวัสดิวงศ์
“กาแฟค่ะคุณแม่” เพียงฟ้าวางถ้วยกาแฟและของว่างลงบนโต๊ะ แล้วนั่งลงโซฟาฝั่งตรงข้ามกัน
“เป็นไงบ้าง” ชลนิภาเอ่ยถามลูกสาวที่กำลังนั่งหน้าเศร้า ดวงตาฉายแววหม่นหมองทอดมองมาที่นาง
“เออ … คุณลุงบอกแพรว่าจะพาคุณแม่ไปพักผ่อนที่ยุโรปเหรอคะ” เพียงฟ้าพยายามเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เธอไม่อยากให้แม่เป็นกังวล
“แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” ชลนิภาไม่ได้ตอบคำถามเรื่องไปเที่ยว
“เรื่องอะไรเหรอคะ”
“แพรควรจะย้ายออกจากบ้านสวัสดิวงศ์ได้แล้วนะ” ชลนิภาออกคำสั่งเสียงแข็ง
“คะ?” คำแนะนำที่ฟังดูคล้ายคำสั่ง ทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปม เพียงฟ้ารู้สึกแปลกใจกับอากัปกิริยาและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของมารดาไม่น้อย
“ผู้ชายไม่เอาแล้วยังจะหน้าด้านอยู่บ้านเค้าต่ออีกเหรอ” ชลนิภายิ้มหยัน
“คุณแม่!” ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคนเป็นแม่ ทำเอาเพียงฟ้าชาไปทั้งตัว นี่เหรอคำพูดของคนที่หวังดีกับเธอมาตลอด
“ถ้าฉันเป็นแกฉันเก็บข้าวของออกจากบ้านหลังนี้ตั้งแต่วันที่เค้าเทงานแต่งแล้ว ไม่หน้าด้านหน้าทนอยู่ต่อแบบนี้หรอก” นางยังคงสาดวาจาร้ายกาจใส่หน้าลูกสาวอย่างต่อเนื่อง
ดวงตาคู่สวยหรี่มองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ ทำไมจู่ๆแม่ผู้แสนดีเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่เพียงชั่วครู่ใบหน้าของนางก็ดูยิ้มแย้มขึ้นมาทันที เพราะมีเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เพียงฟ้าหันไปทางต้นเสียงเห็นคุณปิติภัทรกำลังเดินมายังห้องนั่งเล่นพร้อมกับคุณดาริกาน้องสาวของท่าน
“แกไปได้แล้ว” ชลนิภาออกคำสั่ง ลุกพรวดขึ้นจากโซฟาแล้วเดินออกไปทักทายน้องสาวสามี
เพียงฟ้าพาตัวเองออกไปจากห้องรับแขกด้วยความมึนงง แม่ไม่เคยใช้ถ้อยคำกับเธอแบบนี้มาก่อน
เวลาต่อมา
@คอนโดแห่งหนึ่ง
หลังจากที่โดนแม่ตัวเองยื่นคำขาดให้ขนข้าวขนของออกจากบ้าน เพียงฟ้าก็รีบมาหากอหญ้า เธอต้องการระบายเรื่องราวหนักอกกับใครสักคน
“หญ้าแกฟังฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย” เพียงฟ้าถาม ก็เพื่อนเอาแต่นั่งนิ่งเหมือนเครื่องค้าง
“ฉันขอเวลาประมวลผลห้านาที” กอหญ้าที่นั่งฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ นึกไม่ถึงว่าแม่ที่แสนดีจะใช้คำพูดแบบนั้นกับลูกสาวตัวเอง
คนกำลังกลุ้มถอนหายใจยาว
“แกย้ายมาอยู่กับฉันก่อนไหม”
เพียงฟ้าครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ คอนโดเพื่อนสาวเป็นห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัด มีเพียงหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ รู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก
“ขอบใจมากนะหญ้า แต่ฉันไม่อยากรบกวนแก”
กอหญ้ามองหน้าเพื่อนอย่างนึกสงสาร
“อย่าคิดมากเลยแกเราเป็นเพื่อนกัน คืนนี้ค้างกับฉันก่อนก็ได้นะ”
อีกคนยังคงนั่งเหม่อ
“ฉันต้องออกไปแล้ว กุญแจอยู่ในลิ้นชักนะ”
เพียงฟ้าก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ อีกสิบห้านาทีหนึ่งทุ่มตรง ถึงเวลาที่เพื่อนต้องออกไปทำงาน
กอหญ้าเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ในไนต์คลับหรูแห่งหนึ่ง เธอทำงานกลางคืนนอนกลางวัน
“ฉันกลับดีกว่า ไม่ค้างด้วยหรอกนะ ขอบใจมาก”
“จะกลับไปนอนที่บ้านจริงๆเหรอ” กอหญ้ารู้สึกเป็นห่วง
“ฉันอยากคุยกับคุณลุงเรื่องย้ายออก” เพียงฟ้าต้องขออนุญาตคุณปิติภัทรเสียก่อน เพราะท่านเป็นเหมือนผู้ปกครองอีกคน
“ตามใจและกัน มีอะไรโทรมานะ”
“โอเค”
คนกำลังอกหักจำเป็นต้องหอบหัวใจซ้ำๆของตัวเองกลับบ้าน
เวลาต่อมา
@บ้านสวัสดิวงศ์
เพียงฟ้าทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างที่ตอนนี้ดูเหมือนจะอ้างว้างเหลือเกิน ปิดเปลือกตาลงนึกย้อนไปในวันที่ย้ายตามมารดาเข้ามาอาศัยชายคาของบ้านหลังนี้ครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน
เมื่อก่อนเพียงฟ้าอาศัยอยู่กับยายเพียงลำพังสองคนที่เชียงใหม่ จวบจนอายุสิบเก้าปี ยายเกิดล้มป่วยและเสียชีวิตลง พร้อมกับการปรากฏตัวของชลนิภาแม่บังเกิดเกล้าที่ไม่เคยมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันเลย แต่นางก็คอยส่งเสียทั้งสองมาโดยตลอด
ชลนิภาพาเพียงฟ้าเข้ามาอยู่ในบ้านสวัสดิวงศ์ในฐานะลูกเลี้ยงของคุณปิติภัทร ท่านรักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกแท้ๆ เลี้ยงดูส่งเสียให้ร่ำเรียน หลังจบมหาวิทยาลัยก็ให้เข้าทำงานที่ ‘The Jewelry Group’
ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ ป้ายาก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง พร้อมกับนมอุ่นแก้วใหญ่ในมือ
“หนูแพรดื่มก่อนนอนนะลูกจะได้หลับสบายขึ้น”
“ขอบคุณป้ายามากค่ะ” เพียงฟ้าฝืนยิ้ม ป้ายาคนนี้มีน้ำใจต่อเธอเสมอมา มือเล็กรับนมอุ่นมาดื่มพรวดเดียวจนหมด
“คุณท่านสั่งไว้ว่าพรุ่งนี้เช้าให้หนูแพรไปพบที่ห้องสมุดนะคะ ท่านมีเรื่องจะคุยด้วย” ป้ายาเอ่ยบอก เมื่อเห็นอีกคนพยักหน้ารับรู้ด้วยท่าทีอ่อนล้านางจึงรีบพาตัวเองออกไป เจ้าของห้องจะได้พักผ่อน
เพียงฟ้าล้มตัวลงนอน คว้าหมอนมากอดไว้แนบอก เธอพยายามข่มตาให้หลับ ทว่าทำอย่างไรก็ไม่หลับ ใบหน้าของอดีตคนรักยังคอยโผล่ขึ้นมารบกวนใจอยู่ตลอดเวลา
4บทที่ 49 นาที
เช้าวันจันทร์
@บ้านสวัสดิวงศ์
ก่อนไปทำงาน เพียงฟ้าได้แวะมาหาคุณปิติภัทรที่ห้องสมุด “ป้ายาบอกว่าคุณลุงมีเรื่องจะคุยกับแพรเหรอคะ” มาถึงก็เอ่ยถามอย่างสงสัย ปกติคุณลุงไม่ค่อยนัดมาเจอที่นี่
“ใช่ ลุงมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ก่อนอื่นลุงต้องขอโทษเรื่องไอ้คิมอีกครั้งนะ ลุงเสียใจที่เกิดเรื่องแบบนี้” ชายสูงวัยมองเด็กในปกครองด้วยความเห็นใจ รู้สึกผิดกับเธอไม่น้อยที่ลูกชายยกเลิกงานแต่ง
เพียงฟ้านั่งนิ่ง เธอยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หาย
“มันเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้หนูก็แสนดีขนาดนี้” ปากบ่นให้ลูกชาย มือเหี่ยวยื่นไปหยิบเอกสารปึกหนึ่งออกมาจากตู้เซฟ
“ไม่มีใครผิดหรอกค่ะพี่คิมแค่ไม่ได้รักแพร” เธอตอบผู้มีพระคุณด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
คุณปิติภัทรชำเลืองมองใบหน้าเศร้าอยู่ชั่วครู่ ไม่บอกก็รู้ว่าคนตรงหน้ายังคงอาลัยอาวรณ์ลูกชายท่าน
“ลุงมีอะไรให้หนูดู” มือเหี่ยวยื่นเอกสารให้หญิงสาว ใบหน้าของท่านดูเครียดมาก
เพียงฟ้ารับเอกสารปึกนั้นมา เมื่อเปิดอ่านถึงกับต้องอ้าปากค้างหน้าถอดสี
“มีไม่กี่คนที่รู้ ลุงอยากเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับจนกว่าเราจะมีหลักฐานเพิ่ม” คุณปิติภัทรพูดเพียงแค่นี้
หญิงสาวเงยขึ้นมองประมุขใหญ่ของบ้านด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
“อยู่ช่วยงานลุงก่อนนะ อย่าพึ่งไปไหน”
“ค่ะ” เพียงฟ้าจำเป็นต้องรับปาก
“เออ…ลุงฝากแฟ้มนี้ไปให้คุณรันเวย์ด้วยนะ”
เพียงฟ้าทำหน้าสงสัย
“แผนธุรกิจ” คุณปิติภัทรทราบมาว่าประชุมกันครั้งก่อน อลิศราเตรียมข้อมูลผิดพลาด ท่านเลยต้องลงมือทำเอง
เวลาต่อมา
@The Jewelry Group
ห้องประชุม
เช้านี้คิมหันต์นั่งเป็นประธานในที่ประชุม ทำหน้าที่พรีเซนต์แผนธุรกิจให้กับคุณนิโคลัส ดูจากอากัปกิริยาของอีกคน ทุกอย่างน่าจะไปได้สวย
“พรุ่งนี้คุณจะพาพวกเราไปดูโรงงานที่จันทบุรีใช่ไหมครับ” นิโคลัสถาม
“ใช่ครับ เราจะค้างคืนที่นั่นด้วย ผมให้คนจองห้องพักไว้แล้ว” คิมหันต์ตอบ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ร่างเพรียวระหงเดินเข้ามาในห้องประชุม
“ขอโทษนะคะ มีเอกสารเพิ่มเติมมาจากคุณปิติภัทร ท่านให้ดิฉันเอามาให้คุณรันเวย์ค่ะ”
ทุกสายตามองไปที่หญิงสาวผู้มาใหม่ รวมถึงสายตาของ นิโคลัสด้วย
“เอามาให้ผู้ช่วยผมได้เลยครับ คุณ …” นิโคลัสเอ่ยบอก ใบหน้าหล่อเหลาดูประหลาดใจไม่น้อย มือใหญ่ผายไปยังรันเวย์ผู้ช่วยคนเก่ง เธอทำตามที่เขาบอก
“ฉันชื่อเพียงฟ้าค่ะ” เธอเอ่ยแนะนำตัวเอง พลันหลบนัยน์ตาสีเขียวมรกตพัลวัน
“คุณคิมหันต์ครับ…ที่ปรึกษาที่เราเคยคุยกัน”
เจ้าของชื่อเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
“ผมอยากได้คุณเพียงฟ้าเป็นที่ปรึกษา”
เมื่อนิโคลัสพูดจบ สายตาทุกคู่มองมาที่เพียงฟ้าอีกครั้ง โดยเฉพาะสายตาของพนักงานสาวๆ
“แต่เธอไม่ได้อยู่ในทีมการตลาดนะคะ” อลิศราแย้งขึ้น ปรายตาไปมองเพียงฟ้าด้วยความอิจฉา ผู้จัดการอย่างเธอต่างหากที่สมควรได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาของเขา
“ถึงเธอไม่ได้อยู่ในทีมการตลาดก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ” แผ่นดินเห็นต่าง เขารู้ว่าเพียงฟ้ามีความสามารถรอบด้านทำหน้าที่นี้ได้อยู่แล้ว
นิโคลัสมองรองประธานหนุ่มอย่างกดดัน เขาต้องการเพียงฟ้าเป็นที่ปรึกษา
คิมหันต์นั่งนิ่งราวกับว่าเขากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
วันต่อมา
@โรงงาน – จันทบุรี
ก่อนปิดการประชุมเมื่อวาน คิมหันต์เห็นดีแต่งตั้งให้เพียงฟ้าทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับนิโคลัสตามคำขอ
จะเป็นการตัดสินใจถูกต้องหรือไม่ เขาเองก็ยังไม่อาจรู้ได้ เพราะเพียงฟ้าเพิ่งจะเข้ามาทำให้กับ ‘The Jewelry Group’ ได้แค่ปีเดียวเอง เธอยังไม่มีประสบการณ์มากพอ
“เรามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพ กำลังการผลิตและความรวดเร็ว” แผ่นดินให้ข้อมูลเพิ่มเติมในระหว่างที่พานิโคลัสเดินชมอาคารผลิตเครื่องประดับ
อีกคนฟังอย่างตั้งใจ
“บุคลากรของเรามีทักษะและมีประสบการณ์สูงมากช่างฝีมือไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกครับ” แผ่นดินไม่ได้พูดเกินจริง จุดเด่นที่ทำให้ ‘The Jewelry Group’ ยืนหยัดจากรุ่นสู่รุ่นมาถึงปัจจุบัน ไม่เพียงแต่มีวัตถุดิบคุณภาพเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเต็มไปด้วยช่างเจียระไนเพชรพลอยฝีมือดี
นิโคลัสพยักหน้าเห็นด้วย
“ดูจากเครื่องประดับเหล่านี้ได้เลยครับ” แผ่นดินผายมือไปยังเครื่องประดับหลากแบบหลายประเภทที่กำลังส่องแสงเป็นประกายวิบวับเรียงรายอยู่ในตู้โชว์
คิมหันต์ที่ยืนฟังอยู่ตรงนั้นด้วยยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นว่านิโคลัสและรันเวย์เดินดูเครื่องประดับในตู้โชว์ด้วยความสนใจ โดยมีแพรวมุกและเพียงฟ้าคอยผลัดกันให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องประดับประเภทต่างๆไปด้วย
สองสาวทำหน้าที่ได้ดีเลยทีเดียว
ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ …
“ผมยอมรับว่าเครื่องประดับทุกชิ้นมีความประณีตและมีดีไซน์ที่สวยงามมาก” ประโยคนี้นิโคลัสพูดกับคิมหันต์
“เราให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนการผลิต งานทุกชิ้นต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดครับ” รองประธานหนุ่มยิ้มรับคำชม พร้อมกับตอกย้ำอีกหนึ่งจุดแข็งของบริษัท เขาต้องการปิดดีลนี้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง
“ขออีกเหตุผล ทำไมผมต้องลงทุนกับบริษัทคุณ” นิโคลัสหันไปถามอลิศราที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอกำลังยืนอ้ำอึ้งอยู่
“เออ … คือว่า” อลิศรานึกไม่ถึงว่าจะโดนยิงคำถามแบบนี้ เธอไม่ได้เตรียมคำตอบมาด้วยสิ
ใบหน้าอ้ำอึ้งเอียงไปมองรองประธานหนุ่มสลับกับผู้จัดการฝ่ายผลิตเป็นเชิงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนว่าทั้งคู่ไม่มีท่าทีจะเอ่ยอะไรออกมา
“ในฐานะที่ฉันเป็นที่ปรึกษาของคุณ ขออนุญาตตอบแทนนะคะ” เพียงฟ้าเห็นท่าจะไม่รอดก็เลยกระโดดเข้ามาช่วย
“ได้เลยครับ” นิโคลัสยิ้ม เขาถามอลิศราก่อนเพราะต้องการหักหน้าหล่อน และมันก็เป็นไปตามแผนจริงๆ เป็นถึงผู้จัดการ แต่ไม่มีความสามารถอะไรเลย
“อิสระและความสะดวกสบายในการทำธุรกิจค่ะ” เพียงฟ้าบอก
คนฟังเลิกคิ้วสนใจ
“ชื่อแบรนด์ที่เป็นของคุณเอง วัตถุดิบคุณภาพที่เราได้คัดสรรมาให้แล้ว ที่สำคัญเรายังมีดีไซน์และแพคเกจจิ้งให้เลือกมากกว่าสี่พันดีไซน์เลยนะคะ แถมยังมีแคมเปญช่วยสนับสนุนแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆมากขึ้นด้วยค่ะ” เพียงฟ้ามองประสานนัยน์ตาสีเขียวมรกตอย่างโน้มน้าว
นิโคลัสกวาดสายตามองเครื่องประดับตรงหน้าอย่างพิจารณา
“ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางการค้าเครื่องประดับของโลกและมีอัตราการส่งออกเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในทุกๆปี” เพียงฟ้าให้ข้อมูลเพิ่ม
นิโคลัสไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ได้แต่มองตามนิ้วเรียวสวยของเพียงฟ้า
“อัญมณีที่มีคุณภาพ ใช่ว่าจะมีอยู่ทุกแห่งบนโลกใบนี้นะคะ” นิ้วเรียวสวยชี้ไปยังสร้อยคอเพชรจี้ทับทิมที่กำลังส่องแสงแวบวับเล่นไฟในตู้โชว์ “คุณแค่ตั้งชื่อแบรนด์ที่เหลือพวกเราทำให้หมด”
เมื่อเพียงฟ้าพูดจบทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างมองเธออย่างชื่นชม
คิมหันต์นึกไม่ถึงว่าเด็กเดินเอกสารอย่างเธอจะมีความรู้อยู่ในหัวมากมายถึงเพียงนี้
รันเวย์หันมามองเจ้านาย อีกคนพยักหน้าเล็กน้อย
“พวกเราพร้อมเซ็นสัญญา” นิโคลัสตอบตกลง
คิมหันต์พยายามบังคับไม่ให้มุมปากฉีกยิ้มออกมามากเกินไป ในที่สุดดีลนี้ก็สำเร็จลงได้ด้วยดี นั้นหมายถึงตำแหน่งประธานบริษัทในอนาคตอันใกล้
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ ขอบคุณที่ไว้วางใจ The Jewelry Group” คิมหันต์ยื่นมือออกมาเช็คแฮนด์กับผู้ลงทุนรายใหม่
เย็นวันเดียวกัน
@ (VIP Lounge)
“แผ่นดิน มึงสุดยอดจริงๆ” คิมหันต์ตบไหล่เพื่อนไปทีหนึ่ง “พวกคุณก็เช่นกัน เยี่ยมมากๆ” เขาไม่ลืมเอ่ยชื่นชมแพรวมุกกับอลิศราที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย
สองสาวยิ้มกว้างรับคำชม โดยเฉพาะผู้จัดการฝ่ายการตลาด เธอทำหน้าระรื่นเหมือนกับว่าผลงานชิ้นนี้เป็นของเธอคนเดียว
“อย่าลืมไปขอบคุณเพียงฟ้าด้วยนะ” แผ่นดินว่า
ประโยคที่ฟังดูคล้ายประชดทำให้คิ้วเข้มของคิมหันต์กระตุกนิดหนึ่ง เขาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เอาแต่นั่งหน้าขรึม ยกแก้วไวน์ขึ้นมาจรดริมฝีปาก
“คนที่มีผลงานโดดเด่นจริงๆดันไม่ชวนมาด้วย” แผ่นดินว่าขึ้นลอยๆ หวังว่าคำพูดของเขาจะทำให้เพื่อนคิดได้บ้าง
คิมหันต์เอาแต่นั่งเงียบ หลังเลิกงานเขาชวนทุกคนในทีมมาทานดินเนอร์มื้อพิเศษเพื่อฉลองความสำเร็จร่วมกัน ยกเว้นเพียงฟ้า
อีกฟากหนึ่ง
“คุณคิมหันต์คือผู้ชายคนนั้นใช่ไหมสกาย” นิโคลัสถาม
เสร็จจากการเยี่ยมชมอาคารผลิต นิโคลัสได้ชวนเพียงฟ้ามาแฮงค์เอ้าท์ด้วยกันที่ลานเบียร์หน้าโรงแรม
หลังจากที่ได้เจอกันในห้องประชุมคราก่อน ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้มีโอกาสทักทายกันจริงจัง
“โลกกลมเนอะ เจอกันที่สมุยแล้วยังมาเจอกันที่กรุงเทพอีก” เพียงฟ้าไม่ได้ตอบคำถามอีกฝ่าย แต่กลับเปลี่ยนเรื่องคุยซะงั้น
นิโคลัสยักไหล่เล็กน้อย
“ตอนเจอคุณในห้องประชุม ฉันแทบจะทำอะไรไม่ถูกเลยนะคะ” เพียงฟ้านึกไม่ถึงว่าผู้ชายที่คอยปลอบเธอบนเกาะจะกลายมาเป็นผู้ลงทุนรายใหม่
“แสดงว่าผมเดาไม่ผิดจริงๆ คุณคิมหันต์ก็คือผู้ชายใจร้ายคนนั้น” นิโคลัสมองเพียงฟ้าด้วยความเห็นใจ
เพียงฟ้าเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“แพรไม่อยากพูดถึงเขาค่ะ” สิ้นประโยคก็ยกเบียร์แก้วโตขึ้นมาซดรัวๆ
หัวใจไม่รักดีกระตุกทุกครั้งเมื่อเอ่ยถึงผู้ชายคนนี้






